تسجيل الدخول "เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะค่อยห่วงงาน..."
อันดากระตุกยิ้มเหี้ยม แววตาเริ่มพร่ามัวแต่ยังคงจับจ้องมินตราไม่คลาดสายตา "ขับไป... อย่าให้กูต้องหมดความอดทน" "แล้วคุณจะไปไหน" อันดาเริ่มตากระตุก ใบหน้าคมคายซีดเผือดจากการเสียเลือดอย่างหนัก แต่กระบอกปืนในมือยังเล็งมาที่เธอไม่ตก "เลี้ยวซ้ายตรงแยกข้างหน้า..." อันดาไม่ได้ตอบคำถามเธอ เขาแค่เอ่ยปากสั่งเธอต่อเท่านั้น "เลี้ยวซ้ายมันทางไปเปลี่ยว คุณจะไปนอนตายเป็นศพไร้ญาติหรือไง" มินตราเอ่ยเสียงนิ่ง แต่แววตาประเมินชีพจรตรงลำคอเขาอย่างรวดเร็ว "ฟังนะ ฉันเป็นหมอ... ถ้าคุณอยากรอด คุณต้องยอมให้ฉันพาไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิกเพื่อนฉัน ฉันมีอุปกรณ์เย็บแผลและห้ามเลือดให้ได้ แต่ถ้าคุณยังดื้อจะไปโกดังร้าง ยังไงคุณก็ตาย เลือกเอา!" "อึก! อื้อ..." อันดาไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงก้มลงมองดูมือข้างที่กุมท้องไว้ เลือดสีแดงสดเหนียวข้นยังคงทะลักออกมาตามซอกนิ้วไม่หยุด "เชื่อฉันเถอะนะ ถ้าขืนปล่อยไว้แบบนี้คุณได้ช็อกตายจริง ๆ แน่" มินตราไม่ได้ขู่แต่มันคือความเป็นจริงทางการแพทย์ ถ้าเขายังดื้อดึงกดแผลไว้แบบนี้ หัวใจเขาจะล้มเหลวเพราะขาดเลือดในไม่ช้า "......" อันดานิ่งเงียบ สายตาคมกริบจ้องสบตาเธออย่างสำรวจ เพื่อดูว่าหญิงสาวโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนไปเห็นเสื้อกาวน์ครึ่งตัวของบุคลากรทางการแพทย์ที่เธอสวมทับอยู่ "เป็นหมอ... จริงเหรอวะ" อันดาเค่นเสียงแหบพร่าในลำคอ ปืนในมือสั่นระริกตามแรงเจ็บปวด "ใช่หมอจริง! หมอผ่าตัดด้วย!" มินตราโต้กลับทันทีโดยไม่หลบสายตา "ถ้าคิดว่าฉันจะหลอกไปส่งตำรวจ บอกไว้เลยว่าฉันไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเอง รถฉันเบาะเปื้อนเลือดคุณจนฉีดฆ่าเชื้อไม่น่าออกแล้ว ถ้าคนไข้มาตายคารถอีกเรื่องมันจะยุ่งยากกว่าการช่วยชีวิตคนอย่างคุณร้อยเท่า!" อันดากระตุกยิ้มเหี้ยมตรงมุมปาก แววตาแม้จะเริ่มพร่ามัวแต่ยังคงแฝงความพิฆาตเอาไว้ "หึ... ปากดีจังนะหมอ แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไง ว่าเธอจะไม่ตลบหลัง" "ถ้ายิ่งลังเล ชีพจรคุณจะยิ่งตกนะคุณ!" มินตราตวาดเข้มขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าท้องเขา "เลือดข้นขนาดนี้ โดนเส้นเลือดใหญ่แน่ ๆ มันไม่หยุดไหลเองหรอก ถ้าไม่รีบเปิดแผลคีมบล็อกเลือด แล้วตามที่ประเมินด้วยตาเปล่าตอนนี้คุณก็มีเวลาไม่มากด้วย" อันดานิ่งไปครู่ใหญ่ ลมหายใจสะดุดกระตุก ความเจ็บปวดบีบคั้นจนเขาต้องกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก สุดท้ายเขาก็ยอมลดกระบอกปืนลงมาวางไว้บนตักตัวเอง แต่ยังคงเอานิ้วแตะอยู่ที่ไกปืนไว้ "เออ... ไปคลินิกเพื่อนเธอ" อันดาพึมพัมเสียงต่ำ ยอมทำตามที่หมอสาวบอกอย่างไม่อีดออด เพราะตอนนี้เขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน "แต่ฟังฉันไว้ให้ดีนะยัยหมอ..." "ฟังอยู่! มีอะไรก็รีบพูด ตอนนี้ฉันต้องรีบไปถึงคลินิกให้เร็วที่สุด ก่อนที่คุณจะมาตายบนรถของฉัน" มินตราเหยียบคันเร่งพุ่งตรงไปทันที "ถ้าเจอไอ้พวกชุดดำเมื่อกี้ เธอจอดรถแล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด" อันดาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ "แล้วก็... อึก! อื้อ... ถ้าผ่าตัดแล้วฉันไม่รอด อื้อ... รู้ใช่ไหมว่าเธออาจจะเดือดร้อน" "เก็บคำขู่ไว้ใช้นำทางเถอะค่ะ!" มินตราสวนกลับเสียงแข็ง "คลินิกอยู่อีกสองกิโลข้างหน้า ห้ามสลบเด็ดขาดนะ! คุยกับฉันไว้ ถ้าคุณหมดสติไปตอนนี้ ฉันไม่รู้ด้วยนะว่าชีพจรคุณจะดับไปตอนไหน!" "เหอะ... ขู่จังเลย หึ... คนอย่าฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก อื้อ..." อันดาเอนศีรษะพิงเบาะ ดวงตาคมค่อยๆ ปรือลงอย่างเหนื่อยล้า "ฉันไม่ได้ขู่ แต่ฉันพูดจริง ๆ อ้อ... แล้วก็ช่วยพูดไปให้ตลอดทางด้วยนะคะ! อย่าเพิ่งมารับบทศพไร้ญาติในรถฉันก็พอ!" มินตราไม่รู้สึกกลัวคำขู่เขาเลยสักนิด เพราะตอนนี้เธอห่วงมากเขาอาจจะตายในรถทัวร์ซะมากกว่าหลายวันต่อมา ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านอันดา บรรยากาศในช่วงสายค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เบา ๆ และเสียงของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ถูกวางเรียงเอาไว้บนโต๊ะเล็กด้านหน้าโซฟา มินตรานั่งอยู่ข้างชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังขณะที่มือเล็กสวมถุงมือแพทย์อย่างเรียบร้อย หลายวันที่ผ่านมาอาการของอันดาดีขึ้นมาก แผลบริเวณหน้าท้องเริ่มสมานตัว และวันนี้ถึงกำหนดที่เธอต้องมาตัดไหมให้เขา หลังจากคอยทำแผลและตรวจอาการให้เขาทุกวัน อันดานั่งพิงโซฟา เสื้อเชิ้ตถูกเปิดออกบริเวณหน้าท้องเพื่อให้เธอทำงานได้สะดวก เขามองอุปกรณ์ในมือของหญิงสาวด้วยสายตาระแวงเล็กน้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยผ่านสถานการณ์ที่อันตรายกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเป็นเข็มกับกรรไกรผ่าตัดที่กำลังจะถูกใช้กับตัวเองขึ้นมา เขากลับรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่เลย มินตราขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้อุปกรณ์ตัดไหมอย่างระมัดระวัง พรึบ... "โอ๊ย...!! คุณ!!" เสียงร้องของอันดาดังขึ้นจนมินตราถึงกับชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนไข้ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย "นี่คุณจะร้องอะไรขนา
"คนอย่างผมไม่ตายง่าย ๆ หรอก" อันดาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนเดิมราวกับคำถามเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลเลยสักนิด เขาไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจเธอด้วยซ้ำ แต่พูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องที่เขามั่นใจอยู่แล้วว่าตัวเองจะไม่มีวันปล่อยให้เกิดขึ้นง่าย ๆ มินตรามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกำลังใช้คำตอบของเขาเป็นข้อมูลสุดท้ายในการตัดสินใจ ส่วนอันดากลับมองใบหน้าคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีคำถามเยอะกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก ตั้งแต่เรื่องเงิน เรื่องงาน เรื่องรถ เรื่องความปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องถ้าเขาตายก่อนเธอเกษียณแล้วใครจะเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สามารถคิดเรื่องพวกนี้ได้เป็นขั้นเป็นตอนขนาดนี้มาก่อน คนทั่วไปถ้าได้ยินว่าเขาจะจ่ายเงินเดือนให้สามเท่า แถมยังจ่ายต่อไปจนเกษียณก็คงดีใจจนแทบไม่ถามอะไรแล้ว แต่มินตรากลับนั่งถามเขาจนแทบจะครบทุกข้อเหมือนกำลังอ่านสัญญาจ้างงานทีละบรรทัด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขำ สงสัยเขาน่าจะเจอตัวซีเคร็ตเข้าให้แล้วจริง ๆ อันดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะเห็นว
"แต่สีหน้าคุณมันฟ้องค่ะ" อันดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อ ทำให้มินตราต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าการคุยกับผู้ชายคนนี้บางครั้งเหมือนกำลังเดินอยู่ในสนามที่อีกฝ่ายรู้กติกาทุกอย่างอยู่คนเดียว และเธอก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะถูกเขาหลอกให้พูดอะไรออกมาอีก เธอกำลังจะเปลี่ยนเรื่อง แต่จู่ ๆ ก็มีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจมาตั้งแต่แรกผุดขึ้นมา มินตราจึงมองเขาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม "อ้อ... มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังสงสัย" "ว่ามาสิ" "ถ้านายจัดการกับพวกศัตรูของนายได้ แล้วเรื่องทั้งหมดจบลง ฉันก็หยุดหน้าที่ของฉันทันทีใช่ไหม" อันดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ ชีวิตของคุณจะเป็นอิสระเหมือนเดิมทันทีหลังจากที่ผมจัดการกับไอ้พวกนั้นได้" คำตอบนั้นน่าจะทำให้เธอดีใจ แต่กลับทำให้มินตรานิ่งคิด เพราะจู่ ๆ เธอก็เห็นปัญหาอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน "แล้วถ้าคุณจัดการได้ภายในเดือนหนึ่งหรือสองเดือน ฉันก็ตกงานน่ะสิ" คราวนี้อันดาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากพูดเรื่องความปลอดภัย ความเป็นความตายและศัตรูที่กำลังตามล่าตัวเองมาท
มินตรามองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองกำลังนั่งคุยเรื่องบ้า ๆ อยู่กับคนไข้ที่เพิ่งช่วยชีวิตเอาไว้ไม่กี่วันก่อน จากเดิมที่เธอคิดเพียงว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญได้รับบาดเจ็บ และเธอก็ทำหน้าที่ของหมอด้วยการช่วยเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอกลับถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว แถมคนที่เป็นต้นเหตุกลับนั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสบายใจ ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังซวยแบบที่ไม่ควรจะซวยขนาดนี้ "ถ้าฉันรู้ว่าการเป็นหมอ แล้วเข้าไปช่วยคนแล้วฉันเองจะต้องซวยไปด้วย ฉันคงปล่อยให้คุณตายไปตั้งแต่ตรงนั้นแล้วค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวอยู่แบบนี้" อันดาที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่เงียบ ๆ มองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับดูเหมือนกำลังพอใจกับความตรงไปตรงมาของผู้หญิงตรงหน้าด้วยซ้ำ "หึ... มันก็คงจะเป็นไปได้ยากหน่อยครับ เพราะจรรยาบรรณของหมอเขาไม่ได้สอนมาแบบนั้น ต่อให้
“ไม่มารบกวนเพื่อนร่วมงานฉัน” “ไม่มี” “แล้วถ้าเลิกงาน” “ผมจะให้คนไปรับ” “จำเป็นต้องมีคนไปรับด้วยเหรอคะ” “จำเป็น” “ทำไม” “เพราะคุณไม่รู้ว่าพวกมันกำลังจับตาดูคุณอยู่หรือเปล่า” คำตอบนั้นทำให้มินตราเงียบลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อันดาต้องการไม่ได้หมายความว่าเขาจะขังเธอเอาไว้ แต่เขาต้องการควบคุมความปลอดภัยของเธอในช่วงเวลาที่อยู่นอกโรงพยาบาลมากกว่า “แล้วที่บอกว่าดูแลคุณ ฉันต้องดูแลอะไรบ้าง” “ก็แค่ทำแผล” “แค่นั้น” “แค่นั้น” “ต้องอยู่ดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไหม” คำถามนั้นทำให้อันดาถึงกับขำในลำคอ ไม่รู้ว่าเธอจะขี้สงสัยอะไรขนาดนั้น “หึ... ไม่ถึงขนาดนั้น” “ต้องตรวจร่างกายทุกวันไหม” “ถ้าคุณเห็นว่าจำเป็น” “ต้องจัดยา” “ครับ” “ต้องอยู่ดูว่าคุณกินยาหรือเปล่า” “ถ้าคุณอยากดู” “แล้วต้องทำอาหารให้ไหม” อันดานิ่งไป มินตราหรี่ตามองเขา “อะไรคะ” “คุณถามเหมือนจะไปเป็นแม่บ้านมากกว่าเป็นหมอ” “ก็ฉันต้องรู้ขอบเขตงานของตัวเองสิคะ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหน้าที่คุณ” “ก็ดีค่ะ” มินตราพยักหน้าอย่างพอใจ “เพราะฉันไม่ทำอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว” อันดาหลุดหัวเร
“ตะ...แต่ฉันต้องทำงานที่นี่นะคะ” มินตราพยายามรวบรวมสติหลังจากได้ฟังคำพูดของอันดามาตลอดหลายนาที เธอเหลือบมองไปรอบห้องตรวจของตัวเองราวกับกำลังหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า “ฉันเป็นหมอผ่าตัดนะคะ ถ้าจะให้ฉันเป็นหมอประจำคนไข้แค่คุณคนเดียว มันไม่ชิน” “คุณอยากจะส่งเวรที่นี่ก็ได้นี่ครับ” อันดาตอบกลับอย่างง่ายดายราวกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่นั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่ได้ห้าม แต่แค่ต้องอยู่ในความดูแลของผม” มินตราขมวดคิ้วทันที ได้ไงละ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ถ้าเธอยังมาทำงานที่นี่แล้วจะมีคนคอยตามประกบหรือคอยคุ้มกันเธอตลอดเวลา มันจะสะดวกได้ยังไงกัน เธอเป็นหมอผ่าตัด ต้องเข้าห้องผ่าตัด ต้องทำงานกับทีมแพทย์และพยาบาล ต้องมีสมาธิกับคนไข้ จะให้มีผู้ชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดเวลาไม่ได้ แค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว “แต่งานของฉันมันต้องอยู่ในห้องผ่าตัดนะคะ” มินตรารีบอธิบาย “คุณจะมาคอยคุ้มกันฉันตลอดมันก็ไม่ได้หรอกนะ” อันดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมบอกเหรอว่าจะคุ้มกันคุณแม้กระทั่งในห้องผ่าตัด”






![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
