LOGINเดซี่ไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงหันกลับไปมองเขา ใบหน้าของแทโอยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบเมื่อครู่ ดวงตาของเขาเหมือนกำลังมองผ่านหน้าต่างออกไปไกลกว่าทุ่งเดซี่ ไกลไปถึงห้องซ้อมที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง เพื่อน ๆ ที่เคยหัวเราะและเหนื่อยไปด้วยกัน และเวทีที่เขายังไม่เคยได้ยืนในฐานะศิลปินเต็มตัว
“ถ้าที่รักยังอยู่บนโลกจริง” เดซี่พูดเบา ๆ “ป่านนี้คงได้เป็นศิลปินดังไปแล้วแน่ ๆ”
แทโอหัวเราะออกมานิดหนึ่ง แต่เสียงนั้นไม่สดใสเท่าเดิม
“อาจจะได้เป็นศิลปินก็ได้ แต่จะดังหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้หรอก”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ปลายนิ้วแตะอยู่บนขอบสมุดอย่างเลื่อนลอย
“ป่านนี้พวกนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ”
เดซี่รู้ว่า “พวกนั้น” หมายถึงใคร
เพื่อน ๆ ของเขา คนที่ซ้อมมาด้วยกัน ฝันมาด้วยกัน และอาจยังอยู่บนโลกจริงในวันที่แทโอหายไปโดยไม่มีคำลา เธอไม่เคยเห็นคนเหล่านั้น แต่เธอรู้จากเรื่องเล่าของแทโอว่าเขาผูกพันกับพวกเขามากแค่ไหน และรู้ด้วยว่าแม้เขาจะบอกว่ามีความสุขกับเธอ แต่บางส่วนในหัวใจของเขายังหันกลับไปมองโลกใบนั้นเสมอ
เธอวางมือลงบนมือของเขา
“ทุกคนคงคิดถึงที่รักมากค่ะ” เธอบอกอย่างอ่อนโยน “เหมือนที่ที่รักคิดถึงพวกเขาตอนนี้”
แทโอหลุบตาลง มุมปากยังยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเดซี่เจ็บแปลบ
“ช่างมันเถอะ” เขาพูดเหมือนต้องการตัดบท ทั้งที่น้ำเสียงยังแผ่ว “พวกเราอยู่กันคนละโลกแล้ว ตอนนี้ผมมีเดซี่อยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว”
เขายกมือขึ้นแตะแก้มเธออย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วลูบผิวเนียนนุ่มเบา ๆ เหมือนกำลังยืนยันกับตัวเองว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นความจริง
“แค่มีเดซี่ของผม ผมก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว”
เดซี่มองเขา ดวงตาไหววูบเพียงเล็กน้อย เธอรู้ว่าแทโอพูดความจริง เขารักเธอจริง และเธอก็เป็นความสุขของเขาจริง แต่ขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเขากำลังพยายามวางความฝันเก่าลง ทั้งที่มันยังไม่เคยได้เริ่มต้นอย่างที่ควรจะเป็น
เธอรักเขา
รักมากพอที่จะอยากกอดเขาไว้ตลอดไป
แต่ก็รักมากพอที่จะไม่อยากเห็นเขาซ่อนความเศร้าไว้หลังรอยยิ้มแบบนี้
เดซี่ขยับตัวกอดเขาแน่นขึ้น ใบหน้าซบลงกับไหล่ของเขา ขณะที่มือเล็กลูบแผ่นหลังเขาเบา ๆ เหมือนกำลังปลอบเด็กคนหนึ่งที่เหนื่อยมานานเหลือเกิน
“เค้าก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากที่รัก”
แทโอหลับตาลงช้า ๆ แขนของเขาโอบรอบเอวเธอแน่นขึ้น เขารับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนในอ้อมกอดของเธอ รับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้เพียงพูดเพื่อให้เขาสบายใจ แต่กำลังพยายามแบ่งเบาความเศร้าที่เขาไม่เคยเอ่ยออกมาตรง ๆ
ในโลกที่ไม่มีใครเหลืออยู่ เดซี่คือบ้านของเขา
เป็นเสียงหัวเราะในวันที่เงียบเกินไป เป็นคนที่ดุแดดแทนเขาในวันแรก เป็นเพื่อนผีที่ทำให้เขาหัวเราะทั้งน้ำตา และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่า ต่อให้ความฝันบนโลกจริงหายไป ชีวิตของเขาก็ยังมีบางอย่างงดงามพอให้กอดไว้
แต่ลึกลงไปในใจ แทโอรู้ดีว่าเขายังคิดถึงเพลง คิดถึงเวที คิดถึงเพื่อน ๆ และคิดถึงตัวเองในวันที่ยังมีโอกาสวิ่งตามความฝัน
เขาเกลียดความรู้สึกนั้น
เพราะทุกครั้งที่คิดถึงโลกจริง เขาจะรู้สึกเหมือนกำลังทรยศต่อความสุขที่มีอยู่ตรงหน้า
“เดซี่” เขาเรียกเสียงเบา
“คะ”
“ผมดูโลภมากไหม”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ”
แทโอยิ้มจาง ๆ
“ผมมีคุณอยู่ตรงนี้แล้ว แต่บางครั้งผมก็ยังคิดถึงโลกข้างนอก คิดถึงสิ่งที่ผมยังทำไม่สำเร็จ ทั้งที่ผมควรจะพอใจแล้ว”
เดซี่มองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะแก้มเขาเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ
“ไม่โลภหรอกค่ะ” เธอบอก “คนเรารักใครสักคนได้ แล้วก็ยังรักความฝันของตัวเองได้เหมือนกัน มันไม่ได้ผิดสักหน่อย”
คำตอบนั้นทำให้แทโอพูดอะไรไม่ออก
เดซี่ยิ้มบาง ๆ แม้ในใจจะเจ็บแปลก ๆ กับคำพูดของตัวเอง เธอไม่รู้ว่าที่นี่คืออะไร ไม่รู้ว่าพวกเขาตายแล้วจริงไหม และไม่รู้ว่าจะมีวันไหนที่ใครบางคนต้องจากไปหรือเปล่า แต่ถ้ามีโอกาสแม้เพียงนิดเดียวที่แทโอจะได้กลับไปใช้ชีวิต เธอก็อยากให้เขาได้กลับไป
กลับไปยืนบนเวทีที่เขารัก
กลับไปแต่งเพลงให้คนทั้งโลกได้ฟัง
กลับไปยิ้มอย่างเต็มหัวใจ โดยไม่ต้องซ่อนความคิดถึงไว้กับเธอแบบนี้
‘ถ้าคุณได้กลับไปจริง ๆ...ฉันคงคิดถึงคุณมากแน่ ๆ’
เดซี่กดความคิดนั้นไว้ลึกที่สุด แล้วซบหน้าลงกับอกของเขาอีกครั้ง
แทโอกอดเธอแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
“ผมรักคุณนะ” เขากระซิบ “รักมากจริง ๆ เดซี่ของผม”
เดซี่หลับตาลง ปล่อยให้เสียงหัวใจของเขาดังอยู่ข้างหู มันเป็นจังหวะที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเสมอ แม้จะอยู่ในดินแดนที่ไม่มีคำตอบใด ๆ ก็ตาม
ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ กลีบดอกเดซี่สีขาวปลิวผ่านไปตามแรงลม แสงแดดยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม บ้านหลังเล็กกลางทุ่งดอกไม้ยังเงียบสงบ และในอ้อมกอดของกันและกัน ทั้งสองพยายามเชื่อว่าความรักอาจเพียงพอสำหรับการอยู่ที่นี่ตลอดไป
แต่ลึกลงไปในใจของเดซี่ เธอกลับเริ่มภาวนาเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ให้ใครมารับเธอไปเกิดใหม่ แต่ให้ผู้ชายที่เธอรัก ได้มีโอกาสกลับไปทำตามความฝันของเขาอีกครั้ง
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ
แทโอผมเฝ้ารอเธออยู่ในคาเฟ่อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็จะได้เจอเธอ'เดซี่'ผู้หญิงที่ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจสร้างขึ้นมาในความฝัน ผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาด อยู่ในเพลง อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในทุกความเงียบของผมมาตลอดหลายปี ตอนนี้เธอกำลังจะกลับมาที่นี่ กลับมาหาผมจริง ๆครืนนนครืนนนเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ เหมือนท้องฟ้ากำลังเก็บงำบางอย่างไว้ ก่อนจะปล่อยมันตกลงมาเป็นสายฝนในอีกไม่ช้า ผมหันไปมองนอกกระจก เมฆสีเทาเข้มกดต่ำลงเหนือท้องทะเล ลมพัดแรงจนต้นไม้หน้าคาเฟ่ไหวเอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมกระวนกระวายไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง ไม่ใช่ฝนที่กำลังจะตกเป็นหัวใจของผมเองต่างหากหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บผมกำสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ไว้ในมือแน่น จนขอบปกกดลงบนฝ่ามือ สมุดเล่มนี้ยังมีรอยน้ำตาของเธออยู่บนหลายหน้า ทุกตัวอักษรในนั้นเหมือนบอกผมซ้ำ ๆ ว่า เธออยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ เธอรักผมจริง ๆ และเธอเจ็บปวดเพราะผมมาตลอดจริง ๆยิ่งคิด หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดแน่นผมอยากเจอเธอ อยากขอโทษ อยากกอดเธออยากบอกว่าเธอไม่ได้รออยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็เฝ้าคิดถึงเธอเหมือนกัน ถึงแม้จะโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาตลอดก็ตามผ่านไปไม่ถึงสิบนา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเจ็บกับข่าวของเขามามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันเห็นมันด้วยตาของตัวเองน้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นน้ำตาของความเจ็บปวดที่ลึกจนหายใจไม่ออกมินอาตะโกนขึ้นอีก“ปล่อยเธอนะ นี่คุณทำอะไร ไม่ไว้หน้าฉันเลยเหรอ” เธอหันมาจ้องฉัน “เธอเองก็เหมือนกัน มายืนกอดกับแฟนชาวบ้าน หน้าไม่อายจริง ๆ”คำพูดนั้นเหมือนฟาดลงกลางใจฉันแฟนชาวบ้านมือของฉันเย็นเฉียบลงทันทีมินอาพยายามดึงมือแทโอออกจากมือฉัน แล้วเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรง แทโอโมโหมาก เขารีบจับตัวมินอาออกห่างจากฉัน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานในร้านให้ช่วยกันเธอไว้ พี่เนย์ มาย และบิวเองก็รีบเข้ามาช่วยกันมินอาออกไปอีกแรง“อะไรเนี่ย! ปล่อยฉันนะ แทโอนายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยนะ! ปล่อย!”เสียงมินอาดังลั่นอยู่ด้านข้าง แต่แทโอไม่ได้สนใจเธอเลย เขารีบเดินกลับมาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ ฉันไม่สามารถกอดตอบเขาได้ร่างกายของฉันแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของ







