Masukการสร้างบ้านด้วยความคิดไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ตอนแรกบ้านที่ปรากฏขึ้นมาดูเอียงจนเดซี่หัวเราะไม่หยุด หลังคาเบี้ยวไปข้างหนึ่ง หน้าต่างอยู่สูงเกินไป และประตูเล็กจนแทโอต้องก้มเกือบติดพื้นถึงจะเดินเข้าได้ เดซี่ยืนหัวเราะจนน้ำตาคลอ ก่อนจะบอกว่าบ้านหลังนี้เหมาะกับผีแคระมากกว่าพวกเขา
“แทโอคะ ถ้าเราอยู่บ้านหลังนี้ไปนาน ๆ คุณอาจจะหลังค่อมนะคะ”
“งั้นคุณลองสร้างเองไหมครับ”
“ได้ค่ะ ดูฝีมือฉันนะ”
ผลลัพธ์คือบ้านหลังที่สองมีประตูใหญ่โตเกินจำเป็น แต่ไม่มีบันได ไม่มีหน้าต่าง และมีปล่องไฟอยู่กลางห้องนั่งเล่น แทโอมองบ้านหลังนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะหันไปหาเธอ
“นี่บ้านหรือเตาผิงครับ”
เดซี่เม้มปาก พยายามกลั้นหัวเราะ
“ก็...อย่างน้อยประตูก็ใหญ่พอนะคะ”
สุดท้ายพวกเขาต้องช่วยกันนึกภาพทีละนิด บ้านเล็ก ๆ สีขาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนเนินใกล้ต้นไม้ใหญ่ หลังคาสีอ่อน หน้าต่างบานกว้างเปิดรับลม ระเบียงไม้เล็ก ๆ หันหน้าไปทางทุ่งดอกเดซี่ และมีห้องทำงานที่มองเห็นดอกไม้ไกลสุดสายตา เดซี่เดินวนรอบบ้านอยู่หลายรอบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจเหมือนตัวเองสร้างคฤหาสน์ทั้งหลังด้วยมือเปล่า
“สวยมากเลยค่ะ”
แทโอยืนอยู่ข้างเธอ มองบ้านหลังเล็กที่เกิดจากความคิดของพวกเขาสองคน
“ครับ สวยมาก”
“ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องนั่งตากแดดใต้ต้นไม้ตลอดแล้วนะคะ”
“แต่คุณยังต้องดุแดดอยู่ไหมครับ”
เธอหันมามองเขาทันที แก้มขึ้นสีจาง ๆ
“คุณยังจำเรื่องนั้นได้อีกเหรอคะ”
“จำได้สิครับ ผู้หญิงที่ดุแดดแทนผม ผมคงลืมยาก”
เดซี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่แทโอทันเห็นว่าใบหูของเธอแดงขึ้นอย่างน่ารัก
หลังจากมีบ้าน ชีวิตของพวกเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ พวกเขาตื่นขึ้นมาในแสงแดดเดิม ๆ เดินเล่นผ่านทุ่งดอกเดซี่เดิม ๆ กลับมานั่งที่ระเบียงเดิม ๆ และพูดคุยกันเรื่องเดิมบ้าง เรื่องใหม่บ้าง ซ้ำไปซ้ำมาในโลกที่ไม่มีเวลาให้ยึดจับ บางวันแทโอนั่งแต่งเพลงอยู่ในห้องทำงาน เดซี่นั่งอ่านหนังสือที่เธอนึกขึ้นมาได้อยู่บนโซฟา บางวันเธอชวนเขาทำอาหาร ทั้งที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องกิน และบางวันพวกเขาก็แค่นั่งเงียบ ๆ ด้วยกัน มองทุ่งดอกไม้ไหวเอนตามสายลม
มันแปลกมาก ทั้งที่สถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่ความรู้สึกของพวกเขากลับเปลี่ยนไปทีละนิด จากคนแปลกหน้าที่เรียกกันด้วยคำสุภาพ กลายเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม จากเพื่อนผีที่ปลอบกันในวันที่คิดว่าตัวเองตาย กลายเป็นคนที่รู้ว่ากาแฟแก้วหนึ่งควรหวานแค่ไหน เพลงท่อนไหนทำให้แทโอยิ้ม และมุกแปลก ๆ แบบไหนที่ทำให้เดซี่หัวเราะจนตาหยี
ไม่มีใครพูดออกมาก่อนว่าความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร
อาจเป็นวันที่เดซี่เผลอหลับบนไหล่ของแทโอระหว่างฟังเขาฮัมเพลง อาจเป็นวันที่แทโอยื่นมือมาจับมือเธอไว้ตอนเธอคิดถึงแม่บนโลกจริง หรืออาจเป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งที่ทั้งคู่มองหน้ากันกลางทุ่งดอกไม้ แล้วต่างฝ่ายต่างรู้ว่า คำว่าเพื่อนผีไม่พอสำหรับความรู้สึกนี้อีกแล้ว
พวกเขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว อาจเป็นหลายวัน หลายเดือน หรืออาจนานเป็นปี กองหินเล็ก ๆ ที่เคยใช้แทนวันเวลาถูกดอกเดซี่ขึ้นล้อมจนแทบมองไม่เห็น บางครั้งเดซี่เดินผ่านมันแล้วหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มจาง ๆ แล้วเดินต่อเหมือนยอมรับได้แล้วว่าโลกนี้ไม่ยอมให้พวกเขารู้เวลา
แต่ถึงจะไม่รู้ว่ากี่วันผ่านไป สิ่งหนึ่งกลับชัดเจนขึ้นทุกที
พวกเขาคุ้นเคยกับการมีกันและกันอยู่ตรงนี้มากขึ้นทุกวัน
หลังจากนั้น บ้านกลางทุ่งเดซี่ก็ไม่เงียบเหงาเหมือนเดิมอีกต่อไป
ในห้องทำงานเล็ก ๆ ของแทโอ เสียงปากกาขีดเขียนบนหน้ากระดาษดังคลอไปกับเสียงลมที่พัดลอดหน้าต่างเข้ามา สมุดหลายเล่มวางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ บางหน้าเต็มไปด้วยเนื้อเพลง บางหน้ามีเพียงประโยคสั้น ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ และบางหน้าก็มีรูปดอกเดซี่เล็ก ๆ ที่เดซี่แอบวาดไว้ตอนเขาเผลอ
แทโอนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเคาะจังหวะเบา ๆ กับขอบสมุด ดวงตาจดจ่ออยู่กับเนื้อเพลงตรงหน้า แต่ในหัวกลับมีทำนองบางอย่างหมุนวนอยู่อย่างนุ่มนวล เขาเขียนเพลงมาหลายเพลงตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แต่เพลงนี้ต่างออกไป มันไม่ได้เกิดจากความกดดันหรือความอยากพิสูจน์ตัวเองเหมือนในโลกเดิม
เพลงนี้เกิดจากบ้านหลังเล็ก กลิ่นดอกไม้สีขาว และรอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่ง
ประตูห้องเปิดออกเบา ๆ โดยไม่ต้องเคาะ
แทโอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร
แขนเรียวเล็กโอบรอบคอเขาจากด้านหลัง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยลอยมาก่อนเสียงหวาน ๆ จะดังขึ้นใกล้ใบหู
“ยังแต่งไม่เสร็จอีกเหรอคะ”
มุมปากของแทโอยกขึ้นทันที เขาวางปากกาลง แล้วเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธออย่างอ่อนโยน
“ใกล้แล้วครับ”
เดซี่โน้มตัวลงมองสมุดตรงหน้า ก่อนจะแอบหอมแก้มเขาเร็ว ๆ หนึ่งทีเหมือนกลัวถูกจับได้ ทั้งที่ตั้งใจทำเต็มที่
แทโอหัวเราะในลำคอ
“เดี๋ยวนี้ขโมยหอมเก่งขึ้นนะ”
“ไม่ได้ขโมยสักหน่อย” เธอตอบเสียงใส “คนเป็นแฟนกัน เขาเรียกว่าหอมให้กำลังใจค่ะ”
“อ้อ อย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นที่รักต้องแต่งเพลงให้เพราะมาก ๆ นะ”
คำว่า “ที่รัก” จากปากเธอยังคงทำให้ใจเขาอ่อนลงได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะได้ยินมากี่ครั้งแล้วก็ตาม แทโอหมุนเก้าอี้กลับมา ก่อนจะดึงเธอให้นั่งลงบนตักอย่างเป็นธรรมชาติ เดซี่ทำท่าจะบ่น แต่สุดท้ายก็ยอมเอนตัวพิงอกเขาเหมือนตรงนั้นเป็นที่ของเธอมาตั้งแต่แรก
“เพลงนี้ต้องเพราะอยู่แล้ว” เขาพูดพลางเกลี่ยปอยผมสีแดงเชอร์รี่ของเธอออกจากแก้ม “เพราะมีคนบางคนเป็นแรงบันดาลใจ”
เดซี่เงยหน้ามองเขาทันที แก้มเริ่มขึ้นสีจาง ๆ
“ใครเหรอคะ”
แทโอก้มลงมองเธอ ดวงตาเป็นประกายขี้เล่น
“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นคนที่ชอบดุแดดแทนผมตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน”
“แทโอ!”
เธอฟาดแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขิน แต่แทโอกลับหัวเราะอย่างพอใจ เขาชอบเวลาเดซี่เขิน เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังมีมุมสดใสเหมือนวันแรกที่เดินเข้ามาหาเขาใต้ต้นไม้ใหญ่
เดซี่ทำแก้มพองใส่เขาครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองสมุดเพลงบนโต๊ะ
“ถ้าแต่งเสร็จแล้ว ต้องร้องให้เดซี่ฟังคนแรกนะคะ”
“แน่นอนครับ”
“ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วนี่นา” เธอพึมพำ “ที่นี่มีแค่เราสองคน ถ้าไม่ร้องให้เดซี่ฟังก็ไม่รู้จะร้องให้ใครฟังแล้ว”
แทโอยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อสายตาตกลงบนเนื้อเพลงตรงหน้า
“ถ้าเพลงนี้ได้เปิดบนโลกจริง...” เขาพูดขึ้นเบา ๆ “มันอาจจะดังมากก็ได้”
ประโยคนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงชั่วขณะ
พี่เนย์ถอนหายใจยาว ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย“ถ้าเธอฟื้นขึ้นมา คุณก็ทำดีกับเธอซะ รักเธอให้มาก ๆ เหมือนที่เธอรักและรอแค่คุณ”ผมพยักหน้าอย่างสิ้นแรง“ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ผมจะใช้เวลาทั้งหมดของผมที่เหลือเพื่อเธอ”พี่เนย์เดินเข้ามาแตะไหล่ผมเบา ๆ แม้แววตาของเธอยังเจ็บ แต่ในนั้นมีความเข้าใจปะปนอยู่ด้วย“ตอนนี้มาภาวนาให้เธอปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด”ผมหลับตาลงและภาวนาอีกครั้งภาวนาให้ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักกลับมาหาผมเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบผมไม่คิดจะรับ จนพี่เนย์หันมามอง“เสียงโทรศัพท์คุณดัง ไม่รับหน่อยเหรอคะ มันรบกวนคนอื่น”ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อจีฮุนปรากฏบนหน้าจอ จึงกดรับ“ว่าไง”เสียงจีฮุนดังขึ้นอย่างร้อนรน“ฮยอง อยู่ไหนครับ ตอนนี้ในโซเชียลลงข่าวฮยองเต็มไปหมด ฮยองไปทำอะไรที่โรงพยาบาลกับอีจุน รีบกลับมาเลยนะครับ นักข่าวกำลังไปที่นั่น”“ฉันยังกลับไม่ได้”“ฮยอง ต้องกลับโซลด่วนเลยนะครับ ตอนนี้นัมกุกฮยองกำลังไปที่นั่น!”ผมกดวางสายก่อนที่ตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมาในตอนที่คนที่ผมรักกำลังเป็นตายเท่ากัน ผมกลับถูกโลกทั้งใบบีบให้ต้องคิดเรื่องข่าว เรื่องชื่อเสียง เรื
เสียงรถพยาบาลดังขึ้นในที่สุด เจ้าหน้าที่รีบเข้ามารับตัวเดซี่ออกจากอ้อมแขนผม ผมไม่อยากปล่อย ไม่อยากให้ใครพรากเธอไปจากผมอีก แต่มือของพยาบาลและเสียงของเพื่อน ๆ เธอทำให้ผมต้องยอมถอยออกมาอย่างสิ้นแรงรถพยาบาลรีบนำร่างของเธอขึ้นไป พี่เนย์ มาย และบิวตามขึ้นไปด้วย พวกเธอไม่ยอมให้ผมขึ้นรถพยาบาลไปด้วย สายตาของพวกเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ ความเจ็บ และความกลัวผมเข้าใจถ้าเป็นผม ผมก็คงไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกันรถพยาบาลเคลื่อนออกไป ทิ้งผมไว้กลางสายฝนกับหัวใจที่แตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี“ขอโทษนะครับ...” เสียงของคนขับรถดังขึ้นอย่างสั่น ๆ “ใช่แทโอฮยองหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตายังพร่าเลือนด้วยน้ำตา แต่เมื่อมองหน้าเขาชัด ๆ ผมก็ชะงัก“อีจุน?”เขาหน้าซีดมาก สภาพเปียกโชกไม่ต่างจากผม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและรู้สึกผิด“หมายความว่ายังไง” ผมถามเสียงสั่น “นายคือคนที่ขับรถชนเธอ?”“ผะ...ผมขอโทษครับฮยอง ผมไม่ทันได้มอง ฝนตกหนักมาก ผม...ผมขอโทษจริง ๆ”ความโกรธแล่นขึ้นมาในอก ผมคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่ทันคิด“นายรู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป” เสียงของผมแตกพร่า “เธอ...เธอเป็นคนรักของฉัน ฉันเพิ่งจะเจอเธอ
อีกนิดเดียวผมก็จะคว้าตัวเธอไว้ได้เธอกำลังจะวิ่งข้ามถนนใหญ่โดยไม่มองทางทันใดนั้น แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็พุ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหัวใจของผมหยุดเต้น“เดซี่!!!”เสียงแตรรถดังลั่นถนนปรี๊นนนน!เอี๊ยดดดด!เสียงเบรกกรีดผ่านสายฝนจนเหมือนโลกทั้งใบฉีกขาดเธอหันกลับมามองผมในเสี้ยววินาทีนั้นและเธอยิ้มรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดในชีวิตโครมมมม!ร่างของเธอกระเด็นออกไปต่อหน้าต่อตาผมทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งเสียงฝนหายไปเสียงฟ้าร้องหายไปเสียงหัวใจของผมก็เหมือนหายไปด้วยผมยืนตะลึงอยู่กลางถนน มองร่างของเธอที่ล้มฟุบลงบนพื้น เลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน กลีบดอกเดซี่บนปกสมุดที่เธอกอดไว้แนบอกเปียกชุ่มและเปื้อนคราบสีแดงจาง ๆไม่จริงไม่ใช่เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น“เดซี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงของผมแตกพร่าเหมือนหัวใจถูกฉีกออกจากอก หลังจากได้สติ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงข้างร่างบางที่นอนอยู่บนถนน แล้วประคองเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด มือของผมสั่นจนแทบจับเธอไม่อยู่เธอเบามากเบาจนน่ากลัว“ไม่นะ ไม่...เดซี่! ที่รัก คุณต้องไม่เป็นอะไร ตื่นมาคุยกับผมสิ ได้โปรด!”พี่เนย์ มาย
ถึงที่ผ่านมาผมจะเคยคิดว่าเธอไม่มีตัวตน แต่ผมไม่เคยลืมเธอเลยสักวัน เธอยังคงอยู่ในใจของผม อยู่ในทุกเพลง อยู่ในทุกภาพวาด อยู่ในทุกครั้งที่ผมมองดอกเดซี่ อยู่ในทุกความเงียบหลังประตูห้องปิดลงและผมยังรักเธอรักเหมือนวันนั้นรักเหมือนตอนที่เธอจับมือผมในโลกที่ไม่มีใครอื่น รักเหมือนตอนที่เราคิดว่าความตายอาจพรากทุกอย่างไปจากเรา แต่สุดท้ายหัวใจก็ยังไม่ยอมลืม ถ้าผมรู้สักนิดถ้าผมเอะใจสักนิดว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง ผมคงทำทุกอย่างเพื่อตามหาเธอ ผมคงไม่ปล่อยให้เธอต้องพยายามอยู่คนเดียว ไม่ปล่อยให้เธอเขียนสมุดเล่มนั้นด้วยน้ำตา ไม่ปล่อยให้เธอนั่งฉลองวันเกิดให้ผมเพียงลำพัง ไม่ปล่อยให้เธอเจ็บกับข่าวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครกอดปลอบหลังจากนี้ ผมจะใช้ทุกเวลาในชีวิตเพื่อเธอผมจะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ในวันนี้ที่ผมมีพร้อมทุกอย่าง ผมจะไม่ยอมให้เธอไปไหนจากผมอีก และผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีกเป็นครั้งที่สองผมตั้งใจไว้แบบนั้นตั้งแต่ได้อ่านสมุดบันทึกของเธอตั้งแต่รู้ว่าเธอมีตัวตนเพราะสุดท้ายแล้ว หัวใจของผมมันโหยหาแค่เธอเท่านั้น ยอดดวงใจของผม ในที่สุดเราก็ได้พบกันผมสวมกอดเธอไว้แน่น เราสองคนร้องไห้ด้วยความคิ
แทโอผมเฝ้ารอเธออยู่ในคาเฟ่อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็จะได้เจอเธอ'เดซี่'ผู้หญิงที่ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจสร้างขึ้นมาในความฝัน ผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาด อยู่ในเพลง อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในทุกความเงียบของผมมาตลอดหลายปี ตอนนี้เธอกำลังจะกลับมาที่นี่ กลับมาหาผมจริง ๆครืนนนครืนนนเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ไกล ๆ เหมือนท้องฟ้ากำลังเก็บงำบางอย่างไว้ ก่อนจะปล่อยมันตกลงมาเป็นสายฝนในอีกไม่ช้า ผมหันไปมองนอกกระจก เมฆสีเทาเข้มกดต่ำลงเหนือท้องทะเล ลมพัดแรงจนต้นไม้หน้าคาเฟ่ไหวเอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมกระวนกระวายไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง ไม่ใช่ฝนที่กำลังจะตกเป็นหัวใจของผมเองต่างหากหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บผมกำสมุดบันทึกลายดอกเดซี่ไว้ในมือแน่น จนขอบปกกดลงบนฝ่ามือ สมุดเล่มนี้ยังมีรอยน้ำตาของเธออยู่บนหลายหน้า ทุกตัวอักษรในนั้นเหมือนบอกผมซ้ำ ๆ ว่า เธออยู่บนโลกใบนี้จริง ๆ เธอรักผมจริง ๆ และเธอเจ็บปวดเพราะผมมาตลอดจริง ๆยิ่งคิด หัวใจผมก็ยิ่งบีบรัดแน่นผมอยากเจอเธอ อยากขอโทษ อยากกอดเธออยากบอกว่าเธอไม่ได้รออยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็เฝ้าคิดถึงเธอเหมือนกัน ถึงแม้จะโง่เกินกว่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาตลอดก็ตามผ่านไปไม่ถึงสิบนา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันเจ็บกับข่าวของเขามามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันเห็นมันด้วยตาของตัวเองน้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อครู่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นน้ำตาของความเจ็บปวดที่ลึกจนหายใจไม่ออกมินอาตะโกนขึ้นอีก“ปล่อยเธอนะ นี่คุณทำอะไร ไม่ไว้หน้าฉันเลยเหรอ” เธอหันมาจ้องฉัน “เธอเองก็เหมือนกัน มายืนกอดกับแฟนชาวบ้าน หน้าไม่อายจริง ๆ”คำพูดนั้นเหมือนฟาดลงกลางใจฉันแฟนชาวบ้านมือของฉันเย็นเฉียบลงทันทีมินอาพยายามดึงมือแทโอออกจากมือฉัน แล้วเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรง แทโอโมโหมาก เขารีบจับตัวมินอาออกห่างจากฉัน ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานในร้านให้ช่วยกันเธอไว้ พี่เนย์ มาย และบิวเองก็รีบเข้ามาช่วยกันมินอาออกไปอีกแรง“อะไรเนี่ย! ปล่อยฉันนะ แทโอนายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นังนั่นมันเป็นใคร ทำไมนายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อยนะ! ปล่อย!”เสียงมินอาดังลั่นอยู่ด้านข้าง แต่แทโอไม่ได้สนใจเธอเลย เขารีบเดินกลับมาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอีกครั้งแต่ครั้งนี้ ฉันไม่สามารถกอดตอบเขาได้ร่างกายของฉันแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของ







