공유

เพื่อนนอกสายตา...(2)

“เอาล่ะ เพื่อความเท่าเทียมในห้องมีอยู่หกสิบคนจะมีเลข1-15 ซ้ำกันอยู่ 4 หมายเลข นั่นเท่ากับว่าเราจะได้เพื่อนทำรายงานร่วมกันกลุ่มละ 4 คน 15 กลุ่ม แล้วแต่ดวงนะ”

ได้ฟังดังนั้นเพื่อนร่วมห้องต่างพากันยกมือท่วมหัว ขอให้ตัวเองได้อยู่ร่วมทีมกับช้องนางเพราะทั้งห้องเธอเรียนเก่งที่สุดแล้ว โดยเฉพาะ

ณาราเธอถึงกับยกมือขึ้นสวดมนต์ ช้องนางจึงคิดว่าเธอจะเลือกจับเป็นคนสุดท้ายเลยเริ่มต้นเดินถือกระป๋องจากหน้าห้องไปจนสุดหลังห้องจนมาหยุดอยู่ที่สองหนุ่มซึ่งเป็นสองคนสุดท้ายพอดี

เตย์มีจ้องหน้าอวบอิ่มไม่วางตาแต่ก็ไม่ยอมจับฉลากสักทีแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนใบหน้าแทบชิดกัน ช้องนางจึงเลือกถอยหลังออกเล็กน้อย “เจอกันอีกแล้วนะ”

เขายิ้มทักทาย ช้องนางย่นคิ้วเข้าหากันเธอกับเขาก็เดินสวนกันอยู่ทุกวันทำไมต้องมาทักทายเหมือนคนเพิ่งเคยเห็นหน้ากันด้วย แล้วก็นึกได้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงสวยคงไม่ได้อยู่ในสายตาเขาอยู่แล้ว

“จะจับก็รีบจับ เรายกกระป๋องนานแล้ว มันเมื่อย”

“เมื่อยแขนเพราะยกนานหรือหนักแขนตัวเองกันแน่” ชายหนุ่มเอ่ยแซวเล่นแต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าเฮไม่เล่นด้วยแถมยังบึ้งตึงอีกต่างหาก

“ตลกเหรอ เราไม่ตลกนะ แบบนี้ถือว่าเป็นการบูลลี่คนอื่น”

“เราไม่ได้ตั้งใจเอาเป็นว่าขอโทษนะ” ถึงแม้จะรับรู้ว่าคำขอโทษนั้นไม่จริงใจแต่เธอก็พยักหน้ารับเพื่อตัดความรำคาญ

เมื่อเห็นว่าพ่อคาสโนว่าตัวพ่อล้วงมือจับฉลากแล้วช้องนางก็เดินกลับไปเลยโดยไม่สนใจว่าเขาจะได้หมายเลขอะไร

“7” ช้องนางคลี่กระดาษแผ่นน้อยออกแล้วยื่นไปให้เพื่อนดู ณารารับมาดูแล้วยกมือขึ้นท่วมหัวอีกครั้ง

“จะเปิดก็รีบเปิดมัวแต่สวดมนต์อยู่นั้น”เธอขำพรืดกับท่าทางของเพื่อน นิ้วมือเรียวค่อย ๆคลี่กระดาษออกแล้วหรี่ตามองก่อนจะส่งเสียงกรี๊ดจะดังขึ้นมาเรียกสายตาเพื่อนได้ทั้งห้อง

7 แก ฉันจับได้หมายเลขเจ็ด ฉันได้อยู่กลุ่มเดียวกับแก” ณารา

ยกมือโอบคอเพื่อนรักด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า

“เราก็ได้เจ็ด”

“เราก็เหมือนกัน”

ช้องนางกับณาราผละออกจากกันแล้วเงยหน้ามองที่มาของเสียง ก่อนจะหน้าเหวอด้วยกันทั้งคู่ คนหนึ่งดีใจเพราะได้หนุ่มหล่อทั้งสองมาอยู่ด้วยแต่สำหรับช้องนางแล้วพวกเขาเป็นตัวภาระเสียมากกว่า

เพื่อนๆ ในห้องต่างอิจฉาทั้งกลุ่มมีทั้งคนหล่อและคนฉลาดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน “เขียนชื่อนามสกุลให้ด้วยนะ เราจะเอาไปให้อาจารย์”

“เธอไม่รู้จักชื่อเราเหรอ” คณินเดินอ้อมมานั่งเก้าอี้ด้านหน้าทำตากรุ่มกริ่มใส่ณาราจนเจ้าตัวเขินแก้มแดงตัวบิดแทบตกเก้าอี้ดีที่ช้องนางสะกิดให้มีสติหน่อย แล้วตอบคำถามเมื่อครู่

“ไม่สำคัญพอที่จะต้องใส่ใจขนาดนั้นก็เลยไม่จำเพราะฉะนั้นรบกวนเขียนชื่อให้เราหน่อย” ใช้ดวงตามองไปยังปากกาและแผ่นกระดาษเหมือนเดิมคล้ายเป็นคำสั่ง

เตย์มีหัวเราะผ่านลำคอแล้วก้มลงเขียนชื่อตัวเองกับเพื่อนลง ในเมื่อสาวอ้วนตรงหน้าเรียนเก่งเขาก็ต้องทำดีด้วยสิ จะสร้างศัตรูเพิ่มทำไม

แรงสั่นสะเทือนจากสายเรียกเข้าในกระเป๋าทำให้เตย์มีรู้ว่ามีคนโทรมา พอล้วงขึ้นมาดูเห็นเป็นใครโทรมาก็ถึงกับฉีกยิ้มแล้วรีบกดรับสายทันที

“ว่าไงคะ น้องดาว ว่างค่ะ ไม่ยุ่ง” เสียงอ่อนเสียงหวานทำเอาช้องนางขนลุกซู่ เมื่อวานน้องพริ วันนี้น้องดาวพรุ่งนี้สงสัยเป็นน้อง

อุกกาบาตร

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป” เผลอคว้าข้อมืออย่างไม่ตั้งใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับโทรศัพท์แล้วทำท่าจะเดินออกไป ชายหนุ่มหันมามองด้วยสีหน้าเป็นคำถามว่ามีอะไรอีกหรือเปล่า

“วันศุกร์ ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย สี่โมงเย็นเราต้องไปเลือกทำหัวข้อรายงานด้วยกัน นายก็ด้วย” หันไปหาคณิน ทั้งคู่พยักหน้ารับปากงึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป

“แกว่าพวกเขาสองคนจะมาตามนัดไหม”

“ไม่อ่า” พูดพรางเก็บอุปกรณ์การเรียนลองกระเป๋า

“ทำไมคิดงั้นอ่า” ตาเล็กเลิกขึ้นถามหาเหตุผลจากเพื่อน

“มองไม่ออกก็ตาบอดล่ะ สองคนนั้นโดดเรียนบ่อยจะตาย อีกอย่างยิ่งมีฉันเป็นเพื่อนในกลุ่มทำรายงานด้วยแล้วเหมือนเก็บทองคำได้เลย”

“เออวะ ก็จริง...แล้วนั่นแกจะไปไหน” กำลังคิดตามหันมาอีกทีช้องนางเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จแล้ว

“ไปทำงานไง คาบบ่ายเรียนเสร็จแล้ว” ยกนาฬิกาบนข้อมือให้เพื่อนดูเวลา “เออ อย่าลืมเอารายชื่อกลุ่มเราไปส่งอาจารย์ด้วยนะ”

ยกมือขึ้นขยับกรอบแว่นตาแล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปด้วยความเร่งรีบ งานเสริมคือเด็กเสิร์ฟร้านเหล้าทำตั้งแต่หกโมงจนถึงตีสอง แม้รูปร่างไม่เอื้ออำนวย หุ่นไม่ได้มาตรฐานของเด็กเสิร์ฟในร้านเหล้าทั่วไปก็ตาม

ทว่าเธอกลับโชคดีเหลือเกินที่เจ้าของร้านเอ็นดู เห็นว่าเธอหาเงินส่งตัวเองเรียนจึงใจดีรับเธอเอาไว้ทำงานด้วย

“อ้าว มาแล้วเหรอช้อง วันนี้มาช้านะเนี่ย” พี่โต้งเพื่อนร่วมงานร้องทักหญิงสาวรีบวิ่งไปเอามืออุดปากบอกว่าอย่าเสียงดัง

“พี่โต้ง อย่าเสียงดังสิ” ว่าพลางหันมองซ้ายมองขวากลัวเจ้าของร้านมาเห็นว่าเธอมาทำงานสายแม้จะไม่เคยว่าเพราะเข้าใจว่าเธอมีเรียนด้วยแต่เธอก็รู้สึกเกรงใจอยู่ดี

“เอามือออกเลย เค็มฉิบหาย ไม่ต้องกลัวหรอกวันนี้ไม่เข้าร้านเห็นว่าหมาที่บ้านป่วย” ยกมือเช็ดปากยืนยันว่ามือช้องนางเค็มจริงๆ

“ถือว่ารอดไป นี่ขนาดเผื่อเวลาตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ” ช้องนางบ่นอุบแล้วรีบเอากระเป๋าไปเก็บ เปลี่ยนเป็นยูนิฟอร์มชองทางร้านแล้วออกมาจัดเตรียมของหน้าร้านช่วยคนอื่น

เวลาล่วงเลยมาจนสามทุ่มจึงมีกลุ่มผู้ชายหลายคนเดินเข้ามา เด็กนั่งดริ้งวิ่งเข้าไปต้อนรับ ต่างตื่นเต้นกับความหล่อของหนึ่งนั้นและเขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเตย์มีกับคณิน ช้องนางพ่นลมหายออกมาไม่รู้ว่าโลกมันกลมหรือผีผลักกันแน่ถึงบังเอิญอะไรขนาดนั้น

“ได้ช้อง เดี๋ยวเอาเตย์กีล่าไปเสิร์ฟโต๊ะ13 ด้วยนะ” เธอมองไปยังโต๊ะนั้นแล้วหันมาบอกพี่โต้งทันที “ไม่อ่า พี่ให้คนอื่นไปเสิร์ฟเถอะ ช้องไม่อยากไปโต๊ะนั้น”

“ถ้าเองไม่ไป ไม่มีใครไปแล้วนะ คนอื่นติดลูกค้า” สุดท้ายไม่มีทางเลือกเธอจึงจำใจยกไปเสิร์ฟ

“อ้าว ช้องนาง เธอทำงานร้านนี้เหรอ” คณินร้องทักทายจนเพื่อนชายในกลุ่มหันมองหญิงอ้วนเป็นตาเดียวรวมทั้งเตย์มี

“ค่ะ” ตอบแบบสุภาพเพราะสถานะตอนนี้เธอเป็นพนักงานกับลูกค้า แต่มิวายยังคงถูกกวนประสาทจากเพื่อนร่วมโต๊ะของพวกเขา

“เพื่อนมึงเหรอ คิดยังไงถึงมาทำงานแบบนี้” คำว่าแบบนี้ เหมือนดูถูกอยู่ในทีแม้จะโกรธแค่ไหนช้องนางก็เลือกเก็บอารมณ์ขุนมัวไว้ในใจทว่าสีหน้ากลับไม่เป็นใจมันแสดงออกมาอย่างชัดเจน

“งานแบบนี้ ทำไมเหรอคะ” ในเมื่อหัวเราะกันไม่หยุดหย่อนหญิงสาวจึงฉีกยิ้มให้แล้วกัดฟันถาม

เตย์มีเห็นรอยยิ้มกว้างแต่แววตาดุดันเหมือนพร้อมกระโจนเข้าขย้ำเพื่อนตัวเองจึงเป็นฝ่ายพูดเตือนสติว่าให้พอได้แล้ว

“ขอโทษแทนเพื่อนเราด้วยนะช้อง มันไม่ได้ตั้งใจ” เธอพยักหน้ารับจากนั้นช้องนางก็ไม่กลับไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นอีกเลย

ดวงตาคมจับจ้องไปยังร่างอ้วนตลอดเวลาพรางจิบเหล้าในมือไปด้วย ผู้หญิงทุกคนไม่เคยปฏิเสธเขาหรือเมินเฉยได้ขนาดนี้แต่กับช้องนางเธอกลับมองข้ามเขาเห็นเป็นอากาศธาตุเสียอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเขาหรือเธอกันแน่ที่เป็นเพื่อนนอกสายตาทั้งที่เรียนห้องเพียงกันมาตั้งสี่ปี

“ผู้ชายหล่อ ๆ โต๊ะสิบสามเขามองช้องไม่วางตาเลยนะ” เด็กนั่งดริ้งคนหนึ่งเดินมาสะกิดแล้วเพยิดหน้าไปยังโต๊ะนั้น หญิงสาวชำเลืองมองเล็กน้อยก็จริงอย่างว่าแล้วครู่หนึ่งกลุ่มนั้นก็สุมหัวกันก่อนทั้งโต๊ะจะหันมามองเธอเป็นตาเดียว

ดวงตากลมหลบสายแล้วหันมองไปทางอื่นเธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่ที่แน่ ๆ คงนินทาเธออีกเหมือนเคยไม่อย่างนั้นคงไม่มองมาทางนี้กันทั้งหมด

เพราะแบบนี้ไงเธอถึงไม่กล้าเปิดใจคบใครเพราะกลัวสายตาเวลาที่คนอื่นมองมา และกลัวโดนหลอกให้รักแล้วทิ้งไปมันต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้น สู้เธออยู่คนเดียวเสียยังจะดีกว่า...

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ปริญญาของหัวใจ(จบ)

    “ผมไม่ได้ตั้งใจนะแม่ เขาให้เงินผมบอกว่าเป็นเพื่อนของพี่ช้อง ผมก็เลยพาไป” รภัทรเขย่าแขนคนเป็นแม่ด้วยอาการลนลานทว่า ระวีกับนั่งนิ่งไม่อยากจะเชื่อคำโกหกของลูกชายครั้งนี้มันมากเกินไปจริง ๆ กับการกระทำของรภัทร“ถ้าแกไม่ตั้งใจแกจะถึงขั้นโกหกฉันว่าป้าระวีป่วยทำไม” ช้องนางเดินเข้ามาพร้อมกับณาราเธอจับจ้องไปยังรภัทรด้วยความโกรธจนอยากจะเดินเข้าไปทึ้งหัวสักทีสองที หากวันนั้นคนที่เจ็บตัวเป็นเธอล่ะ มันจะรู้สึกผิดบ้างไหม“ภัทรขอโทษนะพี่ช้อง อย่าแจ้งความจับภัทรเลยนะ” ยกมือไหว้ปรกๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เธอใจอ่อนได้เหมือนทุกครั้ง“ไม่ คนอย่างแกต้องเข้าไปดัดสันดานในสถานพินิจดูบ้าง เผื่อจะดีขึ้น ต่อให้วันนี้ฉันยอมความ แต่กฎหมายอาญามันยอมความไม่ได้หรอกนะ”รภัทรเริ่มหน้าซีดหันไปหาคนเป็นแม่เพื่อขอร้องให้ช่วยตนเองอีกครั้ง ช้องนางรู้ทันจึงหันไปหาป้าระวี“ป้ารู้ใช่ไหมว่าป้ารักลูกและเลี้ยงลูกไม่ถูก” ระวีพยักหน้ารับว่าใช่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากสถานีตำรวจไปด้วยความปวดใจ แม้ว่าลูกชายจะตะโกนเรียกเท่าไรเธอก็ไม่ยอมหันกลับไป อย่างน้อยการไปอยู่ในนั้นมันน่าจะช่วยให้ลูกเธอดีขึ้นช้องนางมองตามหลังคนเป็นป้าไป แม้จะรู้ส

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(2)

    “มาแล้วเหรอเพื่อนรัก กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้ามา สงสัยคงจะรักอีอ้วนนี่จริง ๆ” มันแค่นหัวเราะออกมา“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ ช้องนางไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”“เกี่ยวสิ เพราะมันเป็นผู้หญิงของมึงไง แถมน่าจะเป็นคนที่มึงรักด้วยอีกต่างหาก กูอยากให้มึงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเวลาที่ต้องเสียคนรักไปบ้าง เหมือนที่กูเสียน้องสาวไปเพราะมึง”“กูไม่ได้ตั้งใจทำให้เทียร่าเสียใจ กูแค่ปฏิเสธความรักของน้องมึงไปเพราะไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าน้องสาวอยู่แล้ว เรื่องนี้มึงน่าจะรู้ดีกว่าใคร มึงแค่ไม่ยอมรับความจริงแล้วเอาแต่หาเหตุผลโทษคนอื่น”แววตาของเทียร์ฉายแววความเหี้ยม เปลวไฟแห่งความโทสะแผดเผาในใจ แม้จะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดแต่เขาก็ไม่เคยยอมรับมันเลยสักครั้งยังคงจ่มอยู่กับเรื่องนี้มาห้าปีเสียงตะโกนพูดคุยกันทำให้ร่างอ้วนที่นอนไม่ได้สติตื่นขึ้นมา เธอลืมตาขึ้นแล้วกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงไฟสปอตไลฟ์“เตย์” เมื่อเห็นว่าเตย์มียืนอยู่ต่อหน้าเธอครางชื่อเขาออกมาแล้วยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง น้ำตาเริ่มไหลรินออกมา“ช้องนาง” เตย์มีจะวิ่งเข้าไปหาแต่แล้วก็ต้องชะงักลง เมื่อมันยกปืนขึ้นเล็งไปที่หัวของเธอ“อย่านะมึง ไม่อย่างนั้

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ชีวิตแลกด้วยชีวิต(1)

    “ยังไม่หายโกรธฉันอีกเหรอ” คณินเห็นณาราเดินอยู่ข้างหน้าจึงรีบเดินไปดักเอาไว้ นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่ยอมให้เขาไปรับไปส่งอีกเลย แถมยังเลือกเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอีกต่างหาก“ฉันไม่ได้โกรธนายนี่”“จริงเหรอ?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอยกยิ้มมุมปาก “แต่ฉันเกลียดเลยต่างหาก”พูดจบก็กระแทกไหล่เขาให้หลบทาง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย คณินเองก็ไม่ได้อยากจะง้อสักเท่าไรหรอก แต่เพราะทางบ้านกดดันมาเขาจึงจำใจต้องเข้าหาก่อนเดินมาได้ไม่นานณาราเห็นช้องนางหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จึงเดินเข้าไปจะถามว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ แต่พอเข้าไปใกล้เธอก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะอะไร‘จริงดิ เตย์มีตามจีบยัยช้องนางเพราะเห็นเป็นของเล่น’‘คิดไว้แล้วคนอย่างเตย์มีนะเหรอจะมาจริงจัง’ อีกคนพูดเสริมพร้อมกับเบะปาก โดยที่ทั้งกลุ่มไม่รู้เลยว่าช้องนางยืนฟังอยู่ณารายืนฟังแล้วทนไม่ไหวจะเดินเข้าไปปะทะแทนเพื่อนเสียหน่อยแต่ช้ากว่าร่างอ้วนที่เอาประมวลกฎหมายเล่มใหญ่ไปว่างกระแทกลงโต๊ะกลางวง“ใครบอกเธอเหรอว่าเตย์มีเห็นฉันเป็นของเล่น ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าฉันอาจจะเห็นผู้ชายคนนี้เป็นของเล่นเหมือนกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกันอย่ามาดูถูกกันสิ แต

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(2)

    “ช้อง” เตย์มีขยับตัวเข้าไปใกล้ ทว่าเธอกลับถอยล่นหนี มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะใบหน้าค้างอยู่กลางอากาศ“เราอยากอยู่คนเดียว เราขออยู่คนเดียวสักพักนะเตย์ นายกลับไปก่อน” เบือนใบหน้ามองไปทางอื่นเหมือนกำลังปรับสภาวะความคิดเพื่อรับมือกับเรื่องนี้เตย์มีพยักหน้ารับรู้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มสูบก้าวเท้าไปจนถึงประตูห้องนอนแล้วหันกับมาพูดทิ้งท้ายช้องนางอีกครั้ง“เราขอแค่เธออย่าโกรธ อย่าเกลียดเราเลยนะ เพราะเราคงทนไม่ไหวหากต้องเสียคนที่เรารักไปอีกคน” เตย์มียืนคอตกมองด้านข้างของใบหน้าเธอก่อนจะตัดสินใจพูดต่อก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด“เป็นแฟนกันไหม?”ช้องนางนิ่งอึ้งเพิ่มขึ้นเข้าไปอีกหันไปมองเขาด้วยแววตาที่กำลังสับสน เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาลูกชายของคุณป้าคนนั้นไม่ถึงสิบนาทีเสียด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ ก็มาขอเธอเป็นแฟนเนี่ยนะ“ไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ เราจะรอวันที่เธอให้อภัยครอบครัวเรา”เสียงประตูห้องนอนปิดลงแล้วตามด้วยเสียงประตูด้านนอก เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากลับไปแล้ว หัวใจเธอยามนี้ปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูกความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเลยเพราะเข้าใจเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาคุณลุงก็ส่งเสียเธอและรับ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เราคือเด็กผู้ชายคนนั้น(1)

    เสียงรถยนต์ยามเช้าวิ่งขวักไขว่ไปมาแม้ว่าห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นยี่สิบแปดก็ตามแต่หูของคนตัวสูงที่กำลังเหยียดกายนอนอยู่บนโซฟาก็ได้ยินมันชัดแจ๋วอยู่ดีวันนี้เป็นวันเสาร์จึงไม่มีเรียนเตย์มีจึงคิดว่าจะนอนตื่นสายเสียหน่อยแต่มันคงหลับต่อไม่ได้แล้วเพราะเขาเป็นคนนอนหลับยากหากตื่นมาแล้วมักจะนอนต่อไม่ได้สองแขนบิดไปบิดมาเพื่อไล่ความเมื่อยออกจากร่างกายแล้วยันกายลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกเมื่อลืมตาตื่นคือเขารีบหันไปมองยังประตูห้องนอนทันทีแล้วเห็นว่ามันเปิดแง้มอยู่แสดงว่าคนด้านในคงตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วก๊อกๆ“เข้าไปได้ไหม” ชายหนุ่มเคาะประตูขออนุญาตคนที่อยู่ด้านใน เมื่อได้ยินเธอเอ่ยอนุญาตจึงเปิดประตูเข้าไปภาพตรงหน้าคือเหมือนหญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของอันน้อยนิดเข้าที่และจัดให้มันเป็นระเบียบ จะว่าไปสองวันมานี้ห้องนี้ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้นนับตั้งแต่มีคนตัวกลมเข้ามาอยู่“ของบางส่วนเป็นของดูต่างหน้าจากพ่อกับแม่เรานะ เวลาเราคิดถึงเราก็มักจะเอามันออกมาดู” ช้องนางหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปไม่ถามเซ้าซี้เหมือนเคย เธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง“ลืมบอกไปว่าพ่อแม่เราเสียจากอุบัติเหตุทางรถย

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   เป็นห่วงความปลอดภัย(2)

    ตอนแรกกายไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของช้องนางด้วย ผู้หญิงหน้านิ่งคนนั้นมีศัตรูด้วยเหรอ ดูแล้วไม่น่าจะมีพิษภัยกับใคร เมื่อเห็นเตย์มีส่งภาพถ่ายข้อความขู่ทำร้ายช้องนางจากเทียร์มาให้ดูเขาจึงเข้าใจแล้วว่าศัตรูนั้นไม่ใช่ของผู้หญิงร่างอ้วนคนนั้นแต่มันเป็นศัตรูจากเพื่อนรักเขานี่เอง“ยังไม่กลับกันอีกเหรอ”ชายหนุ่มสามคนยืนพูดคุยกันอยู่หน้าร้านทั้งที่ร้านแห่งนี้ปิดไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทว่าเพื่อนของเตย์มียังไม่ได้แยกกันกลับบ้านเลย“ออ กำลังจะกลับ เธอจะกลับแล้วใช่ไหม” กายก้าวเท้าเข้ามาหาจนช้องนางต้องขยับหนีสองก้าวเพราะเกรงว่ามันจะใกล้เกินไป“อือ เรากำลังจะกลับ”“ให้พวกเราไปส่งไหม” กายและผองเพื่อนเป็นคนอาสาหญิงสาวมองหน้าทั้งสามคนสลับไปมาครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เธอคิดเอาไว้แน่นอน“เราถามอะไรหน่อยสิ” ช้องนางหันไปหากายซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะสลับสายตามองเลยไปยังชายหนุ่มสองคนที่เหลือด้านหลัง“เตย์มีส่งพวกนายมาจับตาดูเราใช่ไหม” คนอ้วนท้วนไม่ได้รอให้พวกเขาตอบแต่เลือกยิงคำถามออกไปแทน คิดจะปิดบังใครก็ปิดบังไปแต่กับผู้หญิงที่หูตาไวและขี้ระแ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ใกล้เข้าไปทีละนิด(2)

    อาจารย์ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าปีเริ่มอธิบายวิชากฎหมายแรงงานซึ่งเป็นวิชาหลักของช่วงชั้นสุดท้ายของนักศึกษาปีสี่“สิทธิของลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด สามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ”อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งนักศึกษาแทบทุกคนเลือกหลบสายตายกเว้นช้องนางซึ่งเธอตั้งใจฟังมาตั้งแต่เริ่มสอนแต่อ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ใกล้เข้าไปทีละนิด(1)

    “คุณหนู คุณหนูตื่นเถอะค่ะ” ป้าอุ่นหญิงมีอายุวัยห้าสิบกว่าปีรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาปลุกลูกชายคนเดียวของบ้านด้วยความร้อนใจ เมื่อยังเห็นเตย์มีนอนนิ่งจึงเปลี่ยนเป็นดึงผ้าห่มออกแล้วเขย่าตัวอย่างแรงให้ตื่นขึ้นมาก่อนจะเกิดสงคราม“มีอะไรป้าอุ่น ทำไมถึงปลุกผมแต่เช้า” ร่างกำยำลุกขึ้นแบบงัวเงยดวงตายังไม่ทัน

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(2)

    แสงแดดจ้าสาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบใบหน้าเนียนใส ทว่าคนหลับลึกกลับไม่รู้ตัว เตย์มีเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือยกป้องแดดร่างอ้วนเอนหลังพงกับแท่นบัลลังก์จำลอง มือข้างหนึ่งยังคงถือชีตสรุปย่อของมาตรากฎหมาย สองขาป้อมเหยียดตรงในท่านั่ง กระโปรงทรงพีชเลิกขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อยชายหนุ่มจึงถือวิสาสะดึงลงให้เมื่อช่

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(1)

    เช้าของวันใหม่เตย์มีตื่นตั้งแต่ไก่โห่โดยที่ป้าอุ่นไม่ได้เข้ามาปลุกเลย ทำเอาแม่บ้านสูงวัยประจำบ้านถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนเดินไปหยิกแขนคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“โอ้ย...เจ็บ” สะดุ้งโหยงสะบัดแขนเราๆ “หยิกผมทำไมป้าอุ่น”“คุณหนูเจ็บ?”“อ้าว ก็เจ็บนะสิโดนหยิกแรงขนาดนี้”“แสดงว่าป้าไม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status