Share

เพื่อนนอกสายตา...(2)

last update Dernière mise à jour: 2025-09-07 03:15:23

“เอาล่ะ เพื่อความเท่าเทียมในห้องมีอยู่หกสิบคนจะมีเลข1-15 ซ้ำกันอยู่ 4 หมายเลข นั่นเท่ากับว่าเราจะได้เพื่อนทำรายงานร่วมกันกลุ่มละ 4 คน 15 กลุ่ม แล้วแต่ดวงนะ”

ได้ฟังดังนั้นเพื่อนร่วมห้องต่างพากันยกมือท่วมหัว ขอให้ตัวเองได้อยู่ร่วมทีมกับช้องนางเพราะทั้งห้องเธอเรียนเก่งที่สุดแล้ว โดยเฉพาะ

ณาราเธอถึงกับยกมือขึ้นสวดมนต์ ช้องนางจึงคิดว่าเธอจะเลือกจับเป็นคนสุดท้ายเลยเริ่มต้นเดินถือกระป๋องจากหน้าห้องไปจนสุดหลังห้องจนมาหยุดอยู่ที่สองหนุ่มซึ่งเป็นสองคนสุดท้ายพอดี

เตย์มีจ้องหน้าอวบอิ่มไม่วางตาแต่ก็ไม่ยอมจับฉลากสักทีแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนใบหน้าแทบชิดกัน ช้องนางจึงเลือกถอยหลังออกเล็กน้อย “เจอกันอีกแล้วนะ”

เขายิ้มทักทาย ช้องนางย่นคิ้วเข้าหากันเธอกับเขาก็เดินสวนกันอยู่ทุกวันทำไมต้องมาทักทายเหมือนคนเพิ่งเคยเห็นหน้ากันด้วย แล้วก็นึกได้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงสวยคงไม่ได้อยู่ในสายตาเขาอยู่แล้ว

“จะจับก็รีบจับ เรายกกระป๋องนานแล้ว มันเมื่อย”

“เมื่อยแขนเพราะยกนานหรือหนักแขนตัวเองกันแน่” ชายหนุ่มเอ่ยแซวเล่นแต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าเฮไม่เล่นด้วยแถมยังบึ้งตึงอีกต่างหาก

“ตลกเหรอ เราไม่ตลกนะ แบบนี้ถือว่าเป็นการบูลลี่คนอื่น”

“เราไม่ได้ตั้งใจเอาเป็นว่าขอโทษนะ” ถึงแม้จะรับรู้ว่าคำขอโทษนั้นไม่จริงใจแต่เธอก็พยักหน้ารับเพื่อตัดความรำคาญ

เมื่อเห็นว่าพ่อคาสโนว่าตัวพ่อล้วงมือจับฉลากแล้วช้องนางก็เดินกลับไปเลยโดยไม่สนใจว่าเขาจะได้หมายเลขอะไร

“7” ช้องนางคลี่กระดาษแผ่นน้อยออกแล้วยื่นไปให้เพื่อนดู ณารารับมาดูแล้วยกมือขึ้นท่วมหัวอีกครั้ง

“จะเปิดก็รีบเปิดมัวแต่สวดมนต์อยู่นั้น”เธอขำพรืดกับท่าทางของเพื่อน นิ้วมือเรียวค่อย ๆคลี่กระดาษออกแล้วหรี่ตามองก่อนจะส่งเสียงกรี๊ดจะดังขึ้นมาเรียกสายตาเพื่อนได้ทั้งห้อง

7 แก ฉันจับได้หมายเลขเจ็ด ฉันได้อยู่กลุ่มเดียวกับแก” ณารา

ยกมือโอบคอเพื่อนรักด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า

“เราก็ได้เจ็ด”

“เราก็เหมือนกัน”

ช้องนางกับณาราผละออกจากกันแล้วเงยหน้ามองที่มาของเสียง ก่อนจะหน้าเหวอด้วยกันทั้งคู่ คนหนึ่งดีใจเพราะได้หนุ่มหล่อทั้งสองมาอยู่ด้วยแต่สำหรับช้องนางแล้วพวกเขาเป็นตัวภาระเสียมากกว่า

เพื่อนๆ ในห้องต่างอิจฉาทั้งกลุ่มมีทั้งคนหล่อและคนฉลาดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน “เขียนชื่อนามสกุลให้ด้วยนะ เราจะเอาไปให้อาจารย์”

“เธอไม่รู้จักชื่อเราเหรอ” คณินเดินอ้อมมานั่งเก้าอี้ด้านหน้าทำตากรุ่มกริ่มใส่ณาราจนเจ้าตัวเขินแก้มแดงตัวบิดแทบตกเก้าอี้ดีที่ช้องนางสะกิดให้มีสติหน่อย แล้วตอบคำถามเมื่อครู่

“ไม่สำคัญพอที่จะต้องใส่ใจขนาดนั้นก็เลยไม่จำเพราะฉะนั้นรบกวนเขียนชื่อให้เราหน่อย” ใช้ดวงตามองไปยังปากกาและแผ่นกระดาษเหมือนเดิมคล้ายเป็นคำสั่ง

เตย์มีหัวเราะผ่านลำคอแล้วก้มลงเขียนชื่อตัวเองกับเพื่อนลง ในเมื่อสาวอ้วนตรงหน้าเรียนเก่งเขาก็ต้องทำดีด้วยสิ จะสร้างศัตรูเพิ่มทำไม

แรงสั่นสะเทือนจากสายเรียกเข้าในกระเป๋าทำให้เตย์มีรู้ว่ามีคนโทรมา พอล้วงขึ้นมาดูเห็นเป็นใครโทรมาก็ถึงกับฉีกยิ้มแล้วรีบกดรับสายทันที

“ว่าไงคะ น้องดาว ว่างค่ะ ไม่ยุ่ง” เสียงอ่อนเสียงหวานทำเอาช้องนางขนลุกซู่ เมื่อวานน้องพริ วันนี้น้องดาวพรุ่งนี้สงสัยเป็นน้อง

อุกกาบาตร

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป” เผลอคว้าข้อมืออย่างไม่ตั้งใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรับโทรศัพท์แล้วทำท่าจะเดินออกไป ชายหนุ่มหันมามองด้วยสีหน้าเป็นคำถามว่ามีอะไรอีกหรือเปล่า

“วันศุกร์ ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย สี่โมงเย็นเราต้องไปเลือกทำหัวข้อรายงานด้วยกัน นายก็ด้วย” หันไปหาคณิน ทั้งคู่พยักหน้ารับปากงึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป

“แกว่าพวกเขาสองคนจะมาตามนัดไหม”

“ไม่อ่า” พูดพรางเก็บอุปกรณ์การเรียนลองกระเป๋า

“ทำไมคิดงั้นอ่า” ตาเล็กเลิกขึ้นถามหาเหตุผลจากเพื่อน

“มองไม่ออกก็ตาบอดล่ะ สองคนนั้นโดดเรียนบ่อยจะตาย อีกอย่างยิ่งมีฉันเป็นเพื่อนในกลุ่มทำรายงานด้วยแล้วเหมือนเก็บทองคำได้เลย”

“เออวะ ก็จริง...แล้วนั่นแกจะไปไหน” กำลังคิดตามหันมาอีกทีช้องนางเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จแล้ว

“ไปทำงานไง คาบบ่ายเรียนเสร็จแล้ว” ยกนาฬิกาบนข้อมือให้เพื่อนดูเวลา “เออ อย่าลืมเอารายชื่อกลุ่มเราไปส่งอาจารย์ด้วยนะ”

ยกมือขึ้นขยับกรอบแว่นตาแล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปด้วยความเร่งรีบ งานเสริมคือเด็กเสิร์ฟร้านเหล้าทำตั้งแต่หกโมงจนถึงตีสอง แม้รูปร่างไม่เอื้ออำนวย หุ่นไม่ได้มาตรฐานของเด็กเสิร์ฟในร้านเหล้าทั่วไปก็ตาม

ทว่าเธอกลับโชคดีเหลือเกินที่เจ้าของร้านเอ็นดู เห็นว่าเธอหาเงินส่งตัวเองเรียนจึงใจดีรับเธอเอาไว้ทำงานด้วย

“อ้าว มาแล้วเหรอช้อง วันนี้มาช้านะเนี่ย” พี่โต้งเพื่อนร่วมงานร้องทักหญิงสาวรีบวิ่งไปเอามืออุดปากบอกว่าอย่าเสียงดัง

“พี่โต้ง อย่าเสียงดังสิ” ว่าพลางหันมองซ้ายมองขวากลัวเจ้าของร้านมาเห็นว่าเธอมาทำงานสายแม้จะไม่เคยว่าเพราะเข้าใจว่าเธอมีเรียนด้วยแต่เธอก็รู้สึกเกรงใจอยู่ดี

“เอามือออกเลย เค็มฉิบหาย ไม่ต้องกลัวหรอกวันนี้ไม่เข้าร้านเห็นว่าหมาที่บ้านป่วย” ยกมือเช็ดปากยืนยันว่ามือช้องนางเค็มจริงๆ

“ถือว่ารอดไป นี่ขนาดเผื่อเวลาตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ” ช้องนางบ่นอุบแล้วรีบเอากระเป๋าไปเก็บ เปลี่ยนเป็นยูนิฟอร์มชองทางร้านแล้วออกมาจัดเตรียมของหน้าร้านช่วยคนอื่น

เวลาล่วงเลยมาจนสามทุ่มจึงมีกลุ่มผู้ชายหลายคนเดินเข้ามา เด็กนั่งดริ้งวิ่งเข้าไปต้อนรับ ต่างตื่นเต้นกับความหล่อของหนึ่งนั้นและเขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเตย์มีกับคณิน ช้องนางพ่นลมหายออกมาไม่รู้ว่าโลกมันกลมหรือผีผลักกันแน่ถึงบังเอิญอะไรขนาดนั้น

“ได้ช้อง เดี๋ยวเอาเตย์กีล่าไปเสิร์ฟโต๊ะ13 ด้วยนะ” เธอมองไปยังโต๊ะนั้นแล้วหันมาบอกพี่โต้งทันที “ไม่อ่า พี่ให้คนอื่นไปเสิร์ฟเถอะ ช้องไม่อยากไปโต๊ะนั้น”

“ถ้าเองไม่ไป ไม่มีใครไปแล้วนะ คนอื่นติดลูกค้า” สุดท้ายไม่มีทางเลือกเธอจึงจำใจยกไปเสิร์ฟ

“อ้าว ช้องนาง เธอทำงานร้านนี้เหรอ” คณินร้องทักทายจนเพื่อนชายในกลุ่มหันมองหญิงอ้วนเป็นตาเดียวรวมทั้งเตย์มี

“ค่ะ” ตอบแบบสุภาพเพราะสถานะตอนนี้เธอเป็นพนักงานกับลูกค้า แต่มิวายยังคงถูกกวนประสาทจากเพื่อนร่วมโต๊ะของพวกเขา

“เพื่อนมึงเหรอ คิดยังไงถึงมาทำงานแบบนี้” คำว่าแบบนี้ เหมือนดูถูกอยู่ในทีแม้จะโกรธแค่ไหนช้องนางก็เลือกเก็บอารมณ์ขุนมัวไว้ในใจทว่าสีหน้ากลับไม่เป็นใจมันแสดงออกมาอย่างชัดเจน

“งานแบบนี้ ทำไมเหรอคะ” ในเมื่อหัวเราะกันไม่หยุดหย่อนหญิงสาวจึงฉีกยิ้มให้แล้วกัดฟันถาม

เตย์มีเห็นรอยยิ้มกว้างแต่แววตาดุดันเหมือนพร้อมกระโจนเข้าขย้ำเพื่อนตัวเองจึงเป็นฝ่ายพูดเตือนสติว่าให้พอได้แล้ว

“ขอโทษแทนเพื่อนเราด้วยนะช้อง มันไม่ได้ตั้งใจ” เธอพยักหน้ารับจากนั้นช้องนางก็ไม่กลับไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นอีกเลย

ดวงตาคมจับจ้องไปยังร่างอ้วนตลอดเวลาพรางจิบเหล้าในมือไปด้วย ผู้หญิงทุกคนไม่เคยปฏิเสธเขาหรือเมินเฉยได้ขนาดนี้แต่กับช้องนางเธอกลับมองข้ามเขาเห็นเป็นอากาศธาตุเสียอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเขาหรือเธอกันแน่ที่เป็นเพื่อนนอกสายตาทั้งที่เรียนห้องเพียงกันมาตั้งสี่ปี

“ผู้ชายหล่อ ๆ โต๊ะสิบสามเขามองช้องไม่วางตาเลยนะ” เด็กนั่งดริ้งคนหนึ่งเดินมาสะกิดแล้วเพยิดหน้าไปยังโต๊ะนั้น หญิงสาวชำเลืองมองเล็กน้อยก็จริงอย่างว่าแล้วครู่หนึ่งกลุ่มนั้นก็สุมหัวกันก่อนทั้งโต๊ะจะหันมามองเธอเป็นตาเดียว

ดวงตากลมหลบสายแล้วหันมองไปทางอื่นเธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่ที่แน่ ๆ คงนินทาเธออีกเหมือนเคยไม่อย่างนั้นคงไม่มองมาทางนี้กันทั้งหมด

เพราะแบบนี้ไงเธอถึงไม่กล้าเปิดใจคบใครเพราะกลัวสายตาเวลาที่คนอื่นมองมา และกลัวโดนหลอกให้รักแล้วทิ้งไปมันต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้น สู้เธออยู่คนเดียวเสียยังจะดีกว่า...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ต้นเหตุความเย็นชา(2)

    ช้องนางรีบจ่ายค่ารถสาวเท้ายาว ๆ ตรงไปยังห้องแจ้งความภาพที่เห็นคือคนเป็นป้าทุบหลังลูกชายพรางกร่นด่าไปด้วย ความเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาปกคลุมหัวใจอีกครั้ง เธออยากหนีความวุ่นวายไปให้ไกล ๆ ทว่าก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง เพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เหลือแค่ป้าระวีเป็นญาติเพียงคนเดียว“เลิกเสียงดัง หรือโวยวายได้แล้วค่ะป้า เกรงใจคนอื่นบ้าง” ช้องนางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ ดวงตากลมจ้องมองลูกพี่ลูกน้องด้วยสายตา คาดโทษที่มันมักสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน“ยัยช้อง”“พี่ช้อง”ทั้งคู่อุทานเรียกชื่อพร้อมกันเหมือนมองเห็นนางฟ้ามาโปรดแต่กับอีกฝ่ายรู้สึกเหมือนบ่วงกรรมคล้องคอเสียมากกว่า เธอผ่อนลมหายใจออกมาแล้วเดินไปย่อตัวนั่งเก้าอี้ว่างด้านข้างพร้อมยกมือไหว้คุณตำรวจ“ฉันเป็นลูกพี่ ลูกน้องของคนนี้ค่ะ” น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าถามโดยไม่หันไปมองหน้าสองแม่ลูกเสียด้วยซ้ำ“หนูขอทราบข้อกล่าวหาของนายรภัทรหน่อยได้ไหมคะ”เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยับปากจะแจ้งรายละเอียดแล้วก็ต้องเงียบลงเมื่อระวีพูดจาท้าทายอวดเก่งว่าหลานตัวเองเรียนกฎหมายมาจนช้องนางรู้สึกหมดความอดทน“พอได้แล้วป้าวี! ช้องเรียนกฎหมายมาก็จริงไม่ได้เอามาเบ่งใส่ใ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ต้นเหตุความเย็นชา(1)

    “พวกมึง ตำรวจมา!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นแล้วก็วิ่งแซงหน้าไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ตัวเองแล้วเร่งเครื่องออกไปตามด้วยขบวนเด็กแว๊นหลายคันขับตามกัน มีเพียงแค่รภัทรเท่านั้นที่ชักช้าเพราะรถสตาร์ทไม่ติดจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวกลับไปยังโรงพักชาวบ้านย่านนั้นโทรเข้ามาร้องเรียนว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาตั้งแก๊งแข่งรถกันเกือบทุกวันสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านและผู้สัญจรไปมา จนบางครั้งเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสก็มี วันนี้ทางการจึงได้วางแผนล้อมจับอย่างรัดกุมรภัทรถึงกับหน้าเสียเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าได้แต่นั่งซึมอยู่ต่อหน้าตำรวจเวรประจำวัน ขายาวสั่นพับๆแล้วบอกเบอร์โทรผู้ปกครองให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ตายด้วยมือแม่... ก็ตายด้วยมือพี่ช้องแน่ ๆ“หนุ่มหล่อกลุ่มนั้นมาอีกแล้วแก ฉันขอไปดูแลนะ” เด็กนั่งดริ้งสาวสวยคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความระริกระรี้ส่วนคนอื่น ๆ ก็ขอติดตามไปด้วยเพราะถึงอย่างไรโต๊ะนั้นก็มีผู้ชายหลายคน“จะว่าไปก็เป็นเด็กเอ๊าะ ๆทั้งนั้นเลย” ยกมือลูบปากอยากกินเด็กแล้วต่างพากันหัวเราะคึกครื้นช้องนางเดินกลับมาได้ยินได้พอดีแต่ยิ้มอ่อน ๆแล้วส่ายหัว เธอเห็นกลุ่มของเตย์มีและคณินเดินเข้ามาตั้งแต่หน้าร้านแล้วแหละแต่แ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(2)

    แสงแดดจ้าสาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบใบหน้าเนียนใส ทว่าคนหลับลึกกลับไม่รู้ตัว เตย์มีเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือยกป้องแดดร่างอ้วนเอนหลังพงกับแท่นบัลลังก์จำลอง มือข้างหนึ่งยังคงถือชีตสรุปย่อของมาตรากฎหมาย สองขาป้อมเหยียดตรงในท่านั่ง กระโปรงทรงพีชเลิกขึ้นเหนือเข่าเล็กน้อยชายหนุ่มจึงถือวิสาสะดึงลงให้เมื่อช่วงกลางวันเผอิญเดินผ่านณาราแล้วไม่เห็นเพื่อนสนิทที่ตัวติดกันยิ่งกว่าปลาท่องโก๋จึงเอ่ยถามว่าไปไหน เขาจึงรู้ว่าเธอมาแอบหลับอยู่ที่นี่เองลมหายใจของคนหลับผ่อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่นานศีรษะก็เอนมาพิงไหล่ ชายหนุ่มจึงขยับท่านั่งให้สมดุลเพื่อที่เธอจะได้หนุนหัวไหล่ได้อย่างสะดวก...ไม่นานเตย์มีก็หลับตามไปอีกคนติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดเสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟนเครื่องสวยดังเข้ามาในโซนประสาท ช้องนางอยากจะหยุดเวลาพักผ่อนเอาไว้สักสองวันเสียจริงทว่าก็ทำไม่ได้ใบหน้าซุกเข้ากับอะไรบางอย่างจะว่าแข็งก็ไม่แข็งจะว่านุ่มก็ไม่นุ่มแต่ที่แน่ ๆ มันทำให้เธอหลับสบายตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา ดวงตากลมค่อยๆ ลืมขึ้นแล้วปรับโฟกัสสายตาตัวเองให้เข้ากับแสดงที่ส่องเข้ามาคราแรกเมื่อลืมตาตื่นมือของเธอถูกกุมไว้จากเรียวนิ้วของมือใครก็ไม

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   น้ำหยดลงหิน(1)

    เช้าของวันใหม่เตย์มีตื่นตั้งแต่ไก่โห่โดยที่ป้าอุ่นไม่ได้เข้ามาปลุกเลย ทำเอาแม่บ้านสูงวัยประจำบ้านถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนเดินไปหยิกแขนคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก“โอ้ย...เจ็บ” สะดุ้งโหยงสะบัดแขนเราๆ “หยิกผมทำไมป้าอุ่น”“คุณหนูเจ็บ?”“อ้าว ก็เจ็บนะสิโดนหยิกแรงขนาดนี้”“แสดงว่าป้าไม่ได้ฝันไปค่ะ” ป้าอุ่นยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อยืนยันอีกครั้ง“ฝันอะไรครับ ผมงงไปหมดแล้ว”“เอ้า ก็วันนี้คุณหนูตื่นเอง ป้าไม่ได้ขึ้นไปปลุกแถมยังตื่นเช้าผิดปกติ ลงมาพร้อมชุดนักศึกษา” หล่อนส่ายหน้าอย่างไม่น่าเชื่อว่าลูกชายไม่เอาถ่านของบ้านท่านผู้พิพากษาจะตื่นเช้าได้“โธ่ ป้าอุ่น คนเรามันก็ต้องมีเปลี่ยนไปบ้าง ไม่คุยด้วยล่ะ ไปดีกว่า”“ไม่กินข้าวก่อนเหรอคะ” ร้องถามตามหลังคนที่วิ่งเหยาะๆ ไปยังรถคู่ใจ “ไม่ครับ กลัวไม่ทัน”คาบเรียนเช้าวันศุกร์เริ่มเก้าโมงทว่าเตย์มีขับรถมาจอดก่อนถึงป้ายรถเมล์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อดักรอใครบางคน มือจับคันเกียร์รถเขยิบไปยังตัว P เพื่อตั้งท่ารอพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีเขาเห็นหลังของคนตัวกลมขึ้นรถเมล์ไปแล้ว อุตส่าห์มาดักรอเพื่อจะรับไปด้วยกันแค่พริบตาเดียวคาดกันเสียอย่างนั้นไ

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ใกล้เข้าไปทีละนิด(2)

    อาจารย์ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าปีเริ่มอธิบายวิชากฎหมายแรงงานซึ่งเป็นวิชาหลักของช่วงชั้นสุดท้ายของนักศึกษาปีสี่“สิทธิของลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด สามารถเรียกร้องอะไรได้บ้างคะ”อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งนักศึกษาแทบทุกคนเลือกหลบสายตายกเว้นช้องนางซึ่งเธอตั้งใจฟังมาตั้งแต่เริ่มสอนแต่อาจารย์ก็ไม่เลือกถามเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอตอบได้จึงมองเลยไปด้านหลังสุดซึ่งเห็นเตย์มีนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเรียวขาสวยก้าวไปด้านหลังสุดแล้วใช้ปากกาเมจิกเคาะไปยังโต๊ะสองสามครั้งจนนักศึกษาหน้าหล่องัวเงียเงยหน้าขึ้น“มีอะไรครับเหรอครับอาจารย์”“ที่ฉันสอนไปเมื่อครู่ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม” อาจารย์สาวเริ่มเสียงดังขึ้นเพื่อนทั้งห้องจึงหันหลังไปมอง คำถามของอาจารย์เมื่อครู่เขาหูแว่วได้ยินเหมือนในฝัน“ก็คงงั้นครับ สอนน่าเบื่อขนาดนี้ผมเลยง่วงนอน” เขาไหว่ไหล่ยกมือป้องปากหาว อาจารย์ประจำวิชาได้แต่ถอนหายใจออกมาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นถึงลูกชายผู้พิพากษาสูงสุดศาลฎีกา“ไม่แปลกใจหรอกที่ท่านกมลหนักใจและเป็นกังวลกับลูกชายคนเดียว”เตย์มีเห็นแววตาดูถูกของอาจารย์แล้วเธอก็ผละออกจากตรงนั้นเดินไปถึงกลางห้องฝีจึง

  • รักหมดใจยัยตัวอ้วน   ใกล้เข้าไปทีละนิด(1)

    “คุณหนู คุณหนูตื่นเถอะค่ะ” ป้าอุ่นหญิงมีอายุวัยห้าสิบกว่าปีรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาปลุกลูกชายคนเดียวของบ้านด้วยความร้อนใจ เมื่อยังเห็นเตย์มีนอนนิ่งจึงเปลี่ยนเป็นดึงผ้าห่มออกแล้วเขย่าตัวอย่างแรงให้ตื่นขึ้นมาก่อนจะเกิดสงคราม“มีอะไรป้าอุ่น ทำไมถึงปลุกผมแต่เช้า” ร่างกำยำลุกขึ้นแบบงัวเงยดวงตายังไม่ทันลืมขึ้นเสียด้วยซ้ำ“เช้าอะไรคะ มันจะบ่ายแล้วค่ะ ตอนนี้คุณท่านกลับมาจากขึ้นบัลลังก์ศาลแล้วค่ะ ถามใหญ่เลยว่าคุณหนูไปเรียนหรือยัง” ตาสว่างโร่ขึ้นมาทันที บ่ายนี้มีเรียนอีกต่างหาก ไปสายมีหวังท่านได้ยึดบัตรเครดิตเหมือนครั้งที่แล้วแน่นอน อาจารย์ในคณะก็มักจะโทรมาฟ้องพ่ออยู่บ่อยครั้งร่างสูงกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปคว้าผ้าเช็ดตัวหายเข้าไปในห้องน้ำไม่นานก็กลับออกมาด้วยชุดนักศึกษาเตรียมพร้อมสำหรับไปเรียน ความโชคดีของคุณหนูประจำตระกูล ‘เชาวกรกุล’ คือไม่ต้องซักผ้า รีดผ้าเองแค่เปิดตู้เสื้อผ้าทุกอย่างก็ถูกจัดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว“ทำไมยังไม่ไปเรียนอีก มันกี่โมงแล้ว” เสียงทุ้มกังวาลดังขึ้นเมื่อเห็นเจ้าลูกชายไม่เอาถ่านเดินย่องลงบันไดมา คิดหรือว่าเขาจะไม่เห็นเตย์มีสะดุ้งเล็กน้อยหันมายิ้มฟันขาวให้กับคนเป็นพ่อ “

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status