LOGINและเพิ่งสังเกตเห็นว่าสีชุดพนักงานที่เธอสวมใส่ ต่างจากพนักงานต้อนรับ ชุดพนักงานที่ไม่ใช่สีขาวเหมือนอย่างเคย ทำให้หัวใจของอิงดาวทั้งไหววูบเพราะความกลัวและความตื่นเต้น
อาการเสียวสันหลังแปลก ๆ ตั้งแต่เดินเข้าตัวตึกทำให้อิงดาวไม่ค่อยสบายใจนัก ราวกับว่ามีคนกำลังแอบมองเธออยู่ที่ไหนสักแห่ง หากแต่หันไปมองก็ไม่มีใครมองเธอสักคน
“เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะคุณอิงดาว” ท่าทางของเธอคงแปลก ๆ พนักงานต้อนรับอีกคนจึงเอ่ยถาม
“เปล่าค่ะ”
“ทางนี้ค่ะ ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ยี่สิบแปดนะคะ”
พนักงานต้อนรับบอกกับพนักงานใหม่เส้นใหญ่ยิ่งกว่าถนนแปดเลน พนักงานต้อนรับสาวสวยยังบริการกดชั้นที่ลิฟต์จะเคลื่อนตัวพาพนักงานใหม่ไปยังจุดหมาย
“เส้นใหญ่มาก” พนักงานต้อนรับหนึ่งลากเสียงยาว ก่อนจะเดินกลับไปประจำตำแหน่งของเธอตามเดิม
“ใช่ มีชุดพนักงานก่อนเริ่มงานด้วยก่อนจะกดลิฟต์ให้
“ตื่นเต้น” อิงดาวพึมพำเมื่ออยู่ในลิฟต์ตามลำพัง
แผนการที่วางไว้ตั้งแต่แรกของอิงดาวคือการลาพักร้อนสักเดือนแล้วกลับไปทำงานที่เดิม หนึ่งเดือนสำหรับช่วงเวลาพักใจ
แต่เพราะความอายกับไม่ชอบสายตาที่คนส่งมาราวกับว่าเธอน่าสงสารที่โดนผู้ชายทิ้งเพื่อไปหาผู้ชายอีกคน
เธอตัดสินใจลาออก อยากเธอหายหน้าหายตาจากความวุ่นวายทั้งหมด แพ็กกระเป๋าเพื่อไปยังพื้นซึ่งไร้อินเทอร์เน็ต
หนึ่งเดือนเต็มกับชีวิต ยิ่งกว่าสโลว์ไลฟ์ ไร้อินเทอร์เน็ต ไร้นาฬิกา เพราะเจ้ามือถือสุดที่รักดันตกน้ำในตอนที่เธอนั่งเรือจากฝั่งไปยังกลางเขื่อน
เธอบอกกับพ่อแม่ สายน้ำและกล้วยไว้แล้วว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนแบบติดต่อไม่ได้ไม่ต้องเป็นห่วง
แผนการท่องเที่ยวของเธอเปลี่ยนจากทะเลเป็นหมู่บ้านลอยน้ำกลางเขื่อนใหญ่ทางใต้แทนก่อนวันเดินทางแค่ไม่กี่ชั่วโมง
อยากใช้ชีวิตแบบว่าไม่ต้องดูนาฬิกา หิวก็กิน ง่วงก็นอน ไม่ต้องคอยดูเวลาว่าถึงเวลากินแล้ว ถึงเวลาตื่นแล้ว เบื่อเหลือเกินที่ต้องตื่นตามนาฬิกาปลุก รีบร้อนเข้างาน เข้าเวรจนหัวหมุน เธออยากใช้เวลาพักผ่อนทั้งกายทั้งใจ
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อิงดาวได้ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย
ทบทวนความสัมพันธ์
ทบทวนหัวใจตัวเอง
ทบทวนสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ตริ่ง! เสียงลิฟต์จอดชั้นที่ต้องการ ขาเรียวยาวก้าวออกจากกล่องเหล็กสำหรับโดยสารขึ้นลง มองรอบ ๆ ตัวและยกนาฬิกาขึ้นมามองดูเวลา
ยังเหลือเวลาอีกสามสิบนาทีก่อนเวลานัด เธอจึงเลือกเดินตรงไปยังห้องน้ำ ขอดูเครื่องสำอางอีกครั้งว่ายังดูดีและไม่เยิ้มเพราะเดินจากที่พักมาที่ทำงานใช้เวลาเกือบสิบนาที
ความเงียบที่รายล้อมรอบตัวทำให้เธอยังไม่ชิน ปกติเวลาที่เธอทำงานจะมีแต่ความวุ่นวาย ตื่นเต้นบางครั้งก็แตกตื่น
เธอเลือกเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูและหย่อนกายนั่งบนฝาชักโครก หัวใจก็พลันนึกถึงหมู่บ้านที่ได้ไปพักผ่อนมา
เวลานั้นกิจกรรมหลักที่เธอทำคือการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งยังเขียนบทความอย่างที่เคยอยากทำ ได้หัดเขียนบทความอย่างจริงจัง ได้เขียนนิยายที่เป็นความฝันของเธอตั้งใจอยากทำให้เป็นจริงสักครั้ง
เพราะก่อนหน้านี้แม้แต่เวลานอนเธอยังแทบจะไม่มี ความฝันที่อยากทำจึงไม่เคยได้ลงมือทำ
เธอชอบที่นั่นมาก อยากอยู่ให้นานกว่านี้ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเงินในบัญชีไม่เป็นใจ และนายจ้างใหม่ก็บอกว่าให้รีบมาเริ่มงาน
เพราะงานคือเงิน
ในเมื่อชีวิตขับเคลื่อนด้วยเงิน อกหักแค่ไหนก็ต้องทำงานหาเงิน เฮ้อ! เมื่อไหร่จะมีผัวรวย
เมื่อไหร่กันเจ้าคะ
เมื่อไหร่องค์แม่จะประทานผู้ชายหล่อรวย ชาติตระกูลดีแบบเพื่อนรักของลูกบ้าง
ลูกอยากเป็นสะใภ้ไฮโซ! อยากรวยหมื่นล้าน อยากนั่งกินนอนกิน อยากมีเงินนอนในบัญชีสักร้อยล้าน
เยอะไป! ไม่ใช่พระแม่หากแต่เป็นเสียงในหัวเธอนั่นแหละที่บอกว่าสิ่งที่ขอเยอะไป
เธอตัดพ้อกับองค์แม่แล้วก็กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
ส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกรอบ จากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องน้ำ เหลือเวลาอีกห้านาทีก่อนเวลานัด
วันแรกของการทำงานไม่สายและสวยใช้ได้ ความมั่นใจเริ่มเพิ่มขึ้นและเวลานี้น่าจะเต็มกระเป๋า
งานในโรงพยาบาลแห่งใหม่
ตำแหน่งงานใหม่
งานตำแหน่งใหม่ของเธอเพื่อนกล้วยบอกว่าตำแหน่งดีกว่าเดิมแน่นอนได้ทำงานเป็นเหมือนมือขวาของรองผู้อำนวยการ ไม่มีสามีรวยแต่สามีเพื่อนรวยก็ช่วยได้
เมื่อออกจากห้องน้ำเดินตามป้ายบอกทาง พร้อมทั้งกวาดตามองโดยรอบชั้นที่ยี่สิบแปดของ ‘โรงพยาบาลโชติภิวรรธ’ มองเห็นพี่คนหนึ่งยิ้มให้อย่างใจดี
มองป้ายประจำตำแหน่งหน้าโต๊ะทำงาน
‘เลขารองผู้อำนวยการ’
ส่วนเธอตำแหน่งที่เพื่อนกล้วยแจ้งมาก่อนจะมาเริ่มงานคือ ‘ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการ’ ยังไม่รู้ว่าหน้าที่ต้องทำอะไรบ้างนะ และยังไม่รู้ว่ารองผู้อำนวยการที่ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ อิงดาวคิดว่าน่าจะแก่แหละ แก่แน่นอน หวังว่าจะไม่ใช่เฒ่าหัวงู ชีกอนะ
ใบหน้างามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงยังคงยิ้มแย้มในจังหวะที่ย่างเท้าตรงไปยังจุดหมายเดิมโต๊ะของเลขารองผู้อำนวยการ
ลึก ๆ ในใจจริง อิงยังรักในอาชีพพยาบาลที่ต้องดูแลคนไข้แบบที่เคยทำมา แต่เพื่อนตัวดีทั้งสายน้ำและกล้วยบอกว่าเธอแก่แล้วควรทำงานที่สบายขึ้น
“ใช่ จองทุกอย่างที่มีการเปิดจอง แต่ส่วนมากก็บัตรคอนเสิร์ตแหละที่คนจองเยอะ” โอบอธิบายอย่างฉะฉาน“คุยกันบ่อยเหรอ” ผู้เป็นพี่อดแปลกใจไม่ได้เพราะน้องชายของเธออย่างโอบไม่ค่อยพูด ไม่คิดว่าจะสนิทกับพี่เหนือ“ก็คุยกันบ้าง” โอบกับอายถึงจะเป็นฝาแฝดแต่เพราะต่างเพศกันทำให้บางอย่างไม่สามารถปรึกษากับพี่สาวได้“โอยไม่ต้องเอาอย่างพี่เหนือนะ สาวเยอะ” อายที่มีโอกาสได้เจอญาติผู้พี่ที่เวลานี้กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย อายแอบได้ยินผู้เป็นแม่คุยกับน้าสายน้ำว่าสาวพี่เหนือเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว “หึ เตรียมตัวได้แล้ว ใกล้เวลา”โอบรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ญาติผู้พี่มีสาวเยอะ ถามว่าเขารู้เรื่องนี้ไหมหลังจากแอบส่องไอจีของพี่เหนือก็พอเห็นแหละว่ามีสาวเยอะอย่างที่น้าสายน้ำว่าแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่โอบสนใจ แต่สิ่งที่โอบสนใจคือเงินค่าจองบัตรคอนเสิร์ตต่างหาก เขาอยากได้เงินไปซื้อไอเทมลับในเกมดังเขาไม่อยากได้ไอเทมลับอะไรนั่นหรอก แต่เพื่อนสนิทเขาน่ะสิอยากได้ โอบก็เลยต้องหาไปให้เธอ เขาชอบมอง ‘นานา’ ยิ้ม เพื่อนของโอบยิ้มสวย โอบชอบรอยยิ้มนั้น“เย้!” เสียงของอายทำให้โอบตกใจตื่นจากภวังค์ความนึกคิด โอบรีบ
“จำไม่ได้จริงเหรอ วันนั้นบี๋ขอกินไอติมตั้งหลายครั้ง”“มั่วแล้ว! วันนั้นไม่ได้อม” อิงดาวพูดแล้วก็ต้องหน้าเหวอ โดนเขาหลอกเสียแล้ว“คนเมาไม่น่าจะจำได้” อวัชเอ่ยแซวทั้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“หนาวจัง” ค่ำคืนที่มีเพียงแสงสว่างเพียงแสงจันทร์ ลมทะเลที่พัดผ่านทำให้ร่างบางที่ใส่เพียงบิกินีกับเสื้อคลุมตัวบางหนาวจนต้องขดตัว“อุ่นขึ้นไหม” อวัชดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมร่างเธอกับเขาทั้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“อุ่นขึ้นแล้วค่ะ” อิงดาวว่าทั้งยังซบหน้ากับอกกว้าง“แต่พี่หนาวจัง” เสียงอวัชสั่นเล็กน้อย“หนาวเหรอคะ”“ครับ ขอพี่คลายหนาวหน่อยนะคะบี๋”เมื่อมือหนายกขาข้างหนึ่งของเธอให้พาดบนเอวเขาข้างหนึ่ง โดยที่ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน สายผูกบิกินีสีแดงสดถูกดึงรั้งให้พ้นทางเธอก็รับรู้แล้วว่าส่วนไหนของร่างกายเขาที่กำลังหนาวเวลานี้ส่วนที่หนาวของเขากำลังลุกชันและเสียดสีกับปลายยอดกระจิริด“ขอไออุ่นหน่อยนะคะบี๋”“อ๋า” เขาเสียบเสยเข้ามาจนสุดลำ ไออุ่นที่เขาต้องการคือไออุ่นจากร่องรักที่ฉ่ำเยิ้มด้วยความต้องการ ไม่ต่างจากเขาที่ต้องการเธอเช่นกัน“อุ่นจัง” เขากระซิบบอกแน่นอนว่าสิ่งที่ ‘อุ่นจัง’ หาใช่กายเขาที่อุ่นหากแต่เป็น
อาหารที่จัดเตรียมไว้เป็นเพียงอาหารง่าย ๆ กินแกล้มกับไวน์ขาว เป้าหมายของคืนนี้คือหลังจากพระอาทิตย์ตกและพระจันทร์เต็มดวงต่างหาก“พระจันทร์เต็มดวงเหรอคะ” อิงดาวมองพระจันทร์ตรงหน้าพร้อมตั้งคำถามที่ไม่อยากได้คำตอบ“ใช่ครับ เป็นไงดวงโตไหม” อวัชเอ่ยถาม คนโดนถามพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจันทร์เวลานี้ไม่มีแสงไฟฟ้ารบกวนทำให้ดวงจันทร์คืนนี้กลมโต“พี่จะปิดไฟเรือนะ ไม่ต้องกลัว” อวัชบอกกับคนที่นอนหนุนแขนเขาในเวลานี้ ทั้งสองนอนอยู่ดาดฟ้าเรือซึ่งอยู่อีกฟากของที่ดินเนอร์ก่อนหน้านี้ พนักงานทั้งห้าคนพักผ่อนในพื้นที่ของตนเองแล้วหลังจากเหนื่อยมาทั้งวันคืนนี้พวกเขาจะทอดสมอนอนบริเวณที่สามารถทอดสมอได้“ปิดเลยค่ะ” อิงดาวบอกกับผู้เป็นสามีอย่างตื่นเต้น คิดถึงครั้งที่เธอไปเที่ยวเขื่อนทางใต้เมื่อครั้งยังโสดตอนพิเศษ 6 พระจันทร์ของพี่ เมื่อเรือทั้งลำมืดสนิท สิ่งที่อิงดาวมองเห็นคือพระจันทร์อีกดวงที่กำลังระยิบระยับอยู่บนผิวน้ำ “ไม่ต้องรอน้ำเน่าก็เห็นเงาจันทร์นะครับ” อวัชพูดติดตลก อิงดาวหัวเราะกับมุกกะโหลกกะลา ห้าบาทสิบบาทของสามี ที่เธอหัวเราะกับมุกเขาใช่เพราะว่าตลก แต่เป็นเพราะสงสารในความพ
อวัชขอให้พ่อต้นกับแม่มาสซึ่งเป็นคุณปู่คุณย่ากับพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้อิงดาววางใจและยอมตามใจตัวเองมาท่องเที่ยวครั้งนี้ “โหเรือลำใหญ่เลยนะคะ” อิงดาวมองเรือยอช์ตลำใหญ่ที่อวัชตระเตรียมไว้ “เพื่อเมียสุดที่รัก” คำพูดของสามีสุดที่รักทำคนฟังหน้าร้อน เขาก็เป็นอย่างนี้ตลอด “เราจะนอนบนเรือเหรอคะ” อิงดาวถามเมื่อเรือเริ่มเคลื่อนตัวออกจากฝั่ง “ใช่ ๆ ไม่ต้องกลัวนะ มีเรืออีกหลายลำอยู่ไม่ห่างกัน” การค้างบนเรือใช่ว่าจะมีเรือเพียงลำเดียว รอบ ๆ มีเรือยอช์ตหลายลำที่ค้างกันกลางทะเล ซึ่งแต่ละลำจะเว้นระยะห่างกันพอประมาณ “นึกว่าพี่จะขับเรือเอง” อิงดาวเอ่ยแซวเธอนอนหนุนตักคนที่เปลือยอกและใส่เพียงกางเกงขาสั้น เวลานี้เป็นเวลาเย็นที่ท้องฟ้าเบื้องหลังเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า “ให้เป็นหน้าที่ของคนที่เขาชำนาญดีกว่า” อวัชว่าพลางมือหนาลูบตามเส้นส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้เป็นเมีย วันนี้อิงดาวอยู่ในชุดบิกินีสีแดงเพลิง แม้จะลูกสามแล้วรูปร่างของเธอยังดีเช่นเดิม พื้นที่นั่งเล่นโซนชั้นสองของเรือเป็นที่พักผ่อนของแขก
“อยากโดนแบบจุก แตกคาXXX” คำลามกที่อวัชแทบไม่เคยได้ยินอิงดาวพูดมาก่อน แต่วันนี้เธอกลับพูดออกมาหน้าตาเฉยไม่หน้าตาเฉยสิ หน้าตาสุดเซ็กซี่แบบนี้เขาเองก็อยากให้เธอแตกคาXXX โอยแค่คำพูดเธอ แค่นั้นจริง ๆ หากแต่คำพูดแค่นั้นกลับทำเขาแข็งทั้งลำ“แข็งแล้วเหรอคะ” อาการแข็งไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพราะมือบางกอบกุมและสาวรูดจงใจให้เจ้ากร่างของเขาแข็งไม่หยุดอยู่แล้ว“แข็งมาก บี๋ท่านี้ไหม Ballet Dancer[1]”“ท่าแบบไหนคะ” อิงดาวเอ่ยถาม พร้อมทั้งยื่นหน้าดูคำอธิบายพร้อมภาพประกอบ เธอรับโทรศัพท์ของสามีพร้อมทั้งอ่านออกเสียง“ท่านี้ต่อให้คุณเต้นบัลเล่ต์ไม่เป็นก็เล่นได้ หลักการง่าย ๆ ก็คือให้คุณและคู่รักหันหน้าเข้าหากัน จากนั้นก็ให้ฝ่ายชายยกขาข้างหนึ่งของฝ่ายหญิงขึ้น (ควรเป็นขาข้างที่สาวเจ้าสามารถทรงตัวต่อไปได้ถนัด) แล้วก็ให้สอดใส่ความเป็นชายเข้าไปขณะที่ยังยืนอยู่ในท่าดังกล่าว กล่าวกันว่าท่านี้สามารถทำให้อาวุธของฝ่ายชายสามารถเข้าไปถึงจุด G spot ของฝ่ายหญิงได้อย่างแม่นยำ สร้างความเสียวซ่านและพาคุณทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกันได้แบบสบายตัวกันไปตาม ๆ กัน นอกจากนั้น สำหรับคู่ที่ฝ่ายหญิงเป็นนักบัลเล่ต์เก่าหรือเล่นโยคะเป็
“ตาจ๋า ยายจ๋า” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทำให้เจ้าของบ้านยิ้มแฉ่ง“ว่าไงคนเก่ง” ตาอำนาจย่อตัวกอดเด็กแฝดทั้งสอง ส่วนยายรัตนาตรงไปยังหลานสาวคนเล็กที่นั่งซ้อนท้ายผู้เป็นพ่อภาพที่ทั้งสี่ปั่นจักรยานจากบ้านตนเองมายังบ้านตายาย ถือเป็นภาพชินตาเพราะเห็นอยู่ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง เป็นภาพที่ผู้เป็นตาและยายต้องยิ้มทุกครั้ง“พี่อายทำเค้กกล้วยหอมมาให้ชิมค่ะ พี่เจนนี่สอนพี่อายทำค่ะ” พี่อายรีบนำเสนอเค้กกล้วยหอมอย่างอารมณ์ดี“อร่อยมากครับ” น้องโอบก็สนับสนุนความอร่อยของเค้ก คนทำยิ้มแฉ่งน้องชายของเธอน่ารักตลอด“ย่อย ๆ” น้องสาวคนเล็กก็น่ารักไม่แพ้กันตากับยายหัวเราะชอบใจกับความสามัคคีของทั้งสามที่ช่วยกันขายขนม“งั้นตาจ๋าต้องรีบชิมแล้ว” ตาจ๋าของเด็กรับเค้กกล้วยหอมจากมือป้อม ๆ ของพี่อายกัดกินด้วยสายตาเป็นประกาย เค้กอร่อยจริงแต่สิ่งที่ทำให้เค้กชิ้นนี้พิเศษก็คือหลานสาวตัวน้อยทำให้กินคุณยายของหลาน ๆ ก็ไม่ต่างกันหลับตาพริ้มด้วยความอร่อยไม่คิดว่าเค้กที่หลานทำจะอร่อยได้ขนาดนี้ หรือเพราะว่าหลานของเธอทำสินะ ทำให้เค้กชิ้นนี้อร่อยกว่าทุกชิ้น“พี่อายเก่งมากเลยลูก” เมื่อได้รับคำชมพี่อายยิ่งมีกำลังใจในการจะทำเค้กวัน







