เข้าสู่ระบบคำว่าแก่พูดเบา ๆ ก็เจ็บ ถ้าเธอแก่เพื่อนเธอสองคนก็แก่ไม่ต่างกัน คราแรกว่าจะด่าเพื่อนสักหน่อย แต่พอได้ยินว่าเพื่อนฝากงานในตำแหน่งที่ดีขึ้น เงินเยอะขึ้นเท่านั้น
ปากที่กำลังจะอ้าด่าเพื่อน ปากเรียว ๆ ของอิงดาวก็ปรับองศาของมุมปากขึ้นทันที มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นในทันที ทั้งยังกล่าวขอบคุณสองสาวสะใภ้โชติภิวรรธไม่หยุด
ถึงชีวิตจะมีอุดมการณ์แน่วแน่ แต่เวลานี้ขออุดมทรัพย์ก่อนแล้วกัน ด้วยความบังเอิญที่ตำแหน่งนี้ท่านรองผู้อำนวยการอยากได้คนมีประสบการณ์พยาบาลอย่างเธอพอดี ทุกอย่างเลยลงตัว
ที่สำคัญและขีดเส้นใต้สองขีด
ตำแหน่งนี้ได้เงินเดือนมากกว่างานพยาบาลถึงสามเท่า
พูดมาทั้งหมดใจความสำคัญตรงนั้นประโยคสุดท้ายนั่นแหละค่ะ ก็ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเงินอะนะ
“สวัสดีค่ะ อิงดาวค่ะ” เธอยกมือไหว้ผู้หญิงสาวสวยตรงหน้า ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าเธอ
พัชรีส่งยิ้มหวานให้ผู้มาใหม่ แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าเส้นใหญ่แบบตะโกน สายตรงส่งมาจากญาติของรองผู้อำนวยการ
จากประวัติที่เธอได้อ่าน ถือว่าประวัติการทำงานของอิงดาวตรงกับตำแหน่งงานทุกอย่าง
แต่ที่ตรงที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของใบหน้าสวยของน้องอิงดาว พัชรีอยากให้อาจารย์ของเธอมีสาว ๆ มาทำให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง ทุกวันนี้ทำงานหนักอย่างเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะคลินิกความงามของญาติอาจารย์ช่วยไว้
พัชรีคิดว่าอาจารย์ของเธอคงหน้าแก่กว่านี้อีกสิบเท่า แต่เพราะอำนาจเงินและนวัตกรรมของลักซ์คลินิกทำให้อาจารย์ยังคงความหล่อเหลาราวกับอายุสามสิบต้น ๆ
“น้องอิงดาวมาแล้วเหรอคะ พี่พัชนะคะ”
พัชรีรีบแนะนำตัว รู้สึกถูกชะตากับคนตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก
ผิวพรรณของพนักงานใหม่ผุดผ่องดูมีออร่าราวกับว่ากำลังจะได้เป็นสะใภ้หมื่นล้าน
“สวัสดีค่ะ อิงดาวค่ะ พี่พัชเรียกอิงเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”
คนมีออร่าสะใภ้หมื่นล้านตอบรุ่นพี่ ทั้งยังส่งยิ้มหวานที่เป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของตัวเอง
อิงดาวขัดเขินเล็กน้อยกับชุดทำงานที่เป็นเครื่องแบบของพนักงานแทนที่จะเป็นชุดพยาบาลสีขาวอย่างที่เคยใส่มาทั้งชีวิตทำงาน คงเพราะมันดูดีเกินไป
เธอลูบแขนปลอบประโลมตัวเองไม่ให้ประหม่าเกินไป ขัดเขินตลอดทางที่เดินจากคอนโดมาถึงที่ทำงาน ตลอดเส้นทางที่เดินมา ยอมรับว่ามีคนลอบมองเธอหลายต่อหลายคน
“ท่านรองฯ มาแล้วค่ะ รอน้องอิงอยู่ในห้องเดี๋ยวพี่พาเข้าไปแนะนำกับท่านรอง ยังไม่เคยเจอกันใช่ไหมคะ”
ท่านรองผู้อำนวยการมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ อิงดาวเบิกตาเล็กน้อย วันแรกเธอก็มาถึงช้ากว่าหัวหน้า
เธออยากจะทึ้งหัวตัวเองสักทีสองที เธอไม่น่าโอ้เอ้อยู่ในห้องน้ำเลย
“ค่ะ ยังไม่เคยเจอค่ะ” เธอตอบรับคำถามของพัชรี
“น้องอิงเก็บกระเป๋าก่อนนะคะ”
พัชรีบอกกับคนที่ยังยืนเก้ ๆ กัง ๆ ให้เก็บกระเป๋าไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน
โต๊ะทำงานของทั้งคู่ตั้งใกล้ ๆ กัน หน้าห้องทำงานของท่านรองผู้อำนวยการ ทั้งชั้นที่มองออกไปแทบไม่มีผู้คน คาดว่าชั้นนี้น่าจะมีแค่ห้องทำงานท่านรองผู้อำนวยการเท่านั้น
เธอรู้สึกอุ่นใจที่ไม่ต้องนั่งตามลำพัง อย่างน้อยก็มีพัชรีให้ถามไถ่ งานใหม่ที่ว่าคงหินไม่ใช่น้อย ไม่อย่างนั้นเงินเดือนจะมากกว่าเงินเดือนพยาบาลเกือบสามเท่า
เธอมองชุดทำงานของเธอกับของพัชรีที่เป็นแบบเดียวกัน คิดว่าถ้าเป็นพนักงานที่นี่คงเป็นแบบของพวกเธอทั้งคู่ เธอชอบนะสีของมันสบายตา ให้ความรู้สึกอบอุ่น
เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวข้างในสวมทับด้วยสูทสีน้ำตาลอ่อนเข้าชุดกับกางเกงสีเดียวกัน
รองเท้าที่นี่ให้ใส่ส้นเตี้ยเพื่อความสะดวกในการทำงาน
อิงดาวใช้มือถือต่างกระจกมองสำรวจตัวเอง เธอจัดเสื้อผ้าเข้าที่เข้าทาง มองไรผมทุกเส้นว่ามีเส้นไหนหลุดออกมาให้รำคาญตาหรือไม่ ผ้าเก็บผมดำอยู่ในตำแหน่งถูกต้อง โอเคขนตาแม่เหล็กที่ติดยากติดเย็นไม่หลุดออกมาอย่างที่ร้านเคลมไว้
ลิปสติกตัวใหม่ของเพื่อนกล้วยติดทนทานอย่างที่นางเคลมไว้แบรนด์ พา-นา-นา ของนางกับพี่หมอเบย์ไม่ไก่กานะเนี่ยใช้ได้ทีเดียว
“พร้อมยังคะ”
พัชรียืนยิ้มมองภาพหญิงสาวตรงหน้าสำรวจตัวเองทุกตารางนิ้ว
“พร้อมแล้วค่ะ รองผู้อำนวยการดุไหมคะ” คนที่เพิ่งส่องกระจกหลายต่อหลายรอบถามพัชรีอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ไม่ค่ะ ไม่ดุเลย”
“จริงเหรอ”
อิงดาวตาเป็นประกายกับคำตอบของพัชรี จากนั้นแทบหุบยิ้มไม่ทัน เมื่อประโยคต่อมาของพัชรีทำหัวใจคนฟังตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ไม่จริงค่ะ ดุมาก”
“พี่พัช” อิงดาวน้ำตารื้นเรียกชื่อรุ่นพี่
เรื่องมาทำงานทีหลังเจ้านายในวันแรกก็เป็นส่วนหนึ่งที่อิงดาวกลัวว่าเขาจะไม่ชอบ
ผู้ช่วยท่านรองผู้อำนวยการหน้าซีดลงกับคำขู่ของรุ่นพี่ ในตอนแรกแค่กังวลใจเล็กน้อยแต่เวลานี้เริ่มกลัว
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดก่อนจะย่างเท้าตามพัชรีเข้าห้องที่เย็นลงอีกสององศา มือทั้งสองข้างของอิงดาวประสานกันอยู่หน้าตัก ไม่กล้าเงยหน้ามองคนตรงหน้าตรง ๆ
“อาจารย์คะ คุณอิงมาแล้วค่ะ”
เสียงพัชรีที่เอ่ยเรียกรองผู้อำนวยการว่า ‘อาจารย์’ ไม่เป็นที่ผิดปกติ เพราะนอกจากหน้าที่บริหารแล้วอวัชยังเป็นอาจารย์แพทย์ด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
อวัชไม่ได้หันหน้ามามองทั้งสองสาว เขายังคงวุ่นวายหาอะไรสักอย่างในชั้นวางของหลังโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างถูกปิดบังด้วยเก้าอี้ทำงานหนังสีดำ
“ใช่ จองทุกอย่างที่มีการเปิดจอง แต่ส่วนมากก็บัตรคอนเสิร์ตแหละที่คนจองเยอะ” โอบอธิบายอย่างฉะฉาน“คุยกันบ่อยเหรอ” ผู้เป็นพี่อดแปลกใจไม่ได้เพราะน้องชายของเธออย่างโอบไม่ค่อยพูด ไม่คิดว่าจะสนิทกับพี่เหนือ“ก็คุยกันบ้าง” โอบกับอายถึงจะเป็นฝาแฝดแต่เพราะต่างเพศกันทำให้บางอย่างไม่สามารถปรึกษากับพี่สาวได้“โอยไม่ต้องเอาอย่างพี่เหนือนะ สาวเยอะ” อายที่มีโอกาสได้เจอญาติผู้พี่ที่เวลานี้กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย อายแอบได้ยินผู้เป็นแม่คุยกับน้าสายน้ำว่าสาวพี่เหนือเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว “หึ เตรียมตัวได้แล้ว ใกล้เวลา”โอบรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ญาติผู้พี่มีสาวเยอะ ถามว่าเขารู้เรื่องนี้ไหมหลังจากแอบส่องไอจีของพี่เหนือก็พอเห็นแหละว่ามีสาวเยอะอย่างที่น้าสายน้ำว่าแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่โอบสนใจ แต่สิ่งที่โอบสนใจคือเงินค่าจองบัตรคอนเสิร์ตต่างหาก เขาอยากได้เงินไปซื้อไอเทมลับในเกมดังเขาไม่อยากได้ไอเทมลับอะไรนั่นหรอก แต่เพื่อนสนิทเขาน่ะสิอยากได้ โอบก็เลยต้องหาไปให้เธอ เขาชอบมอง ‘นานา’ ยิ้ม เพื่อนของโอบยิ้มสวย โอบชอบรอยยิ้มนั้น“เย้!” เสียงของอายทำให้โอบตกใจตื่นจากภวังค์ความนึกคิด โอบรีบ
“จำไม่ได้จริงเหรอ วันนั้นบี๋ขอกินไอติมตั้งหลายครั้ง”“มั่วแล้ว! วันนั้นไม่ได้อม” อิงดาวพูดแล้วก็ต้องหน้าเหวอ โดนเขาหลอกเสียแล้ว“คนเมาไม่น่าจะจำได้” อวัชเอ่ยแซวทั้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“หนาวจัง” ค่ำคืนที่มีเพียงแสงสว่างเพียงแสงจันทร์ ลมทะเลที่พัดผ่านทำให้ร่างบางที่ใส่เพียงบิกินีกับเสื้อคลุมตัวบางหนาวจนต้องขดตัว“อุ่นขึ้นไหม” อวัชดึงผ้าห่มผืนใหญ่คลุมร่างเธอกับเขาทั้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“อุ่นขึ้นแล้วค่ะ” อิงดาวว่าทั้งยังซบหน้ากับอกกว้าง“แต่พี่หนาวจัง” เสียงอวัชสั่นเล็กน้อย“หนาวเหรอคะ”“ครับ ขอพี่คลายหนาวหน่อยนะคะบี๋”เมื่อมือหนายกขาข้างหนึ่งของเธอให้พาดบนเอวเขาข้างหนึ่ง โดยที่ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน สายผูกบิกินีสีแดงสดถูกดึงรั้งให้พ้นทางเธอก็รับรู้แล้วว่าส่วนไหนของร่างกายเขาที่กำลังหนาวเวลานี้ส่วนที่หนาวของเขากำลังลุกชันและเสียดสีกับปลายยอดกระจิริด“ขอไออุ่นหน่อยนะคะบี๋”“อ๋า” เขาเสียบเสยเข้ามาจนสุดลำ ไออุ่นที่เขาต้องการคือไออุ่นจากร่องรักที่ฉ่ำเยิ้มด้วยความต้องการ ไม่ต่างจากเขาที่ต้องการเธอเช่นกัน“อุ่นจัง” เขากระซิบบอกแน่นอนว่าสิ่งที่ ‘อุ่นจัง’ หาใช่กายเขาที่อุ่นหากแต่เป็น
อาหารที่จัดเตรียมไว้เป็นเพียงอาหารง่าย ๆ กินแกล้มกับไวน์ขาว เป้าหมายของคืนนี้คือหลังจากพระอาทิตย์ตกและพระจันทร์เต็มดวงต่างหาก“พระจันทร์เต็มดวงเหรอคะ” อิงดาวมองพระจันทร์ตรงหน้าพร้อมตั้งคำถามที่ไม่อยากได้คำตอบ“ใช่ครับ เป็นไงดวงโตไหม” อวัชเอ่ยถาม คนโดนถามพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจันทร์เวลานี้ไม่มีแสงไฟฟ้ารบกวนทำให้ดวงจันทร์คืนนี้กลมโต“พี่จะปิดไฟเรือนะ ไม่ต้องกลัว” อวัชบอกกับคนที่นอนหนุนแขนเขาในเวลานี้ ทั้งสองนอนอยู่ดาดฟ้าเรือซึ่งอยู่อีกฟากของที่ดินเนอร์ก่อนหน้านี้ พนักงานทั้งห้าคนพักผ่อนในพื้นที่ของตนเองแล้วหลังจากเหนื่อยมาทั้งวันคืนนี้พวกเขาจะทอดสมอนอนบริเวณที่สามารถทอดสมอได้“ปิดเลยค่ะ” อิงดาวบอกกับผู้เป็นสามีอย่างตื่นเต้น คิดถึงครั้งที่เธอไปเที่ยวเขื่อนทางใต้เมื่อครั้งยังโสดตอนพิเศษ 6 พระจันทร์ของพี่ เมื่อเรือทั้งลำมืดสนิท สิ่งที่อิงดาวมองเห็นคือพระจันทร์อีกดวงที่กำลังระยิบระยับอยู่บนผิวน้ำ “ไม่ต้องรอน้ำเน่าก็เห็นเงาจันทร์นะครับ” อวัชพูดติดตลก อิงดาวหัวเราะกับมุกกะโหลกกะลา ห้าบาทสิบบาทของสามี ที่เธอหัวเราะกับมุกเขาใช่เพราะว่าตลก แต่เป็นเพราะสงสารในความพ
อวัชขอให้พ่อต้นกับแม่มาสซึ่งเป็นคุณปู่คุณย่ากับพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้อิงดาววางใจและยอมตามใจตัวเองมาท่องเที่ยวครั้งนี้ “โหเรือลำใหญ่เลยนะคะ” อิงดาวมองเรือยอช์ตลำใหญ่ที่อวัชตระเตรียมไว้ “เพื่อเมียสุดที่รัก” คำพูดของสามีสุดที่รักทำคนฟังหน้าร้อน เขาก็เป็นอย่างนี้ตลอด “เราจะนอนบนเรือเหรอคะ” อิงดาวถามเมื่อเรือเริ่มเคลื่อนตัวออกจากฝั่ง “ใช่ ๆ ไม่ต้องกลัวนะ มีเรืออีกหลายลำอยู่ไม่ห่างกัน” การค้างบนเรือใช่ว่าจะมีเรือเพียงลำเดียว รอบ ๆ มีเรือยอช์ตหลายลำที่ค้างกันกลางทะเล ซึ่งแต่ละลำจะเว้นระยะห่างกันพอประมาณ “นึกว่าพี่จะขับเรือเอง” อิงดาวเอ่ยแซวเธอนอนหนุนตักคนที่เปลือยอกและใส่เพียงกางเกงขาสั้น เวลานี้เป็นเวลาเย็นที่ท้องฟ้าเบื้องหลังเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า “ให้เป็นหน้าที่ของคนที่เขาชำนาญดีกว่า” อวัชว่าพลางมือหนาลูบตามเส้นส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้เป็นเมีย วันนี้อิงดาวอยู่ในชุดบิกินีสีแดงเพลิง แม้จะลูกสามแล้วรูปร่างของเธอยังดีเช่นเดิม พื้นที่นั่งเล่นโซนชั้นสองของเรือเป็นที่พักผ่อนของแขก
“อยากโดนแบบจุก แตกคาXXX” คำลามกที่อวัชแทบไม่เคยได้ยินอิงดาวพูดมาก่อน แต่วันนี้เธอกลับพูดออกมาหน้าตาเฉยไม่หน้าตาเฉยสิ หน้าตาสุดเซ็กซี่แบบนี้เขาเองก็อยากให้เธอแตกคาXXX โอยแค่คำพูดเธอ แค่นั้นจริง ๆ หากแต่คำพูดแค่นั้นกลับทำเขาแข็งทั้งลำ“แข็งแล้วเหรอคะ” อาการแข็งไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพราะมือบางกอบกุมและสาวรูดจงใจให้เจ้ากร่างของเขาแข็งไม่หยุดอยู่แล้ว“แข็งมาก บี๋ท่านี้ไหม Ballet Dancer[1]”“ท่าแบบไหนคะ” อิงดาวเอ่ยถาม พร้อมทั้งยื่นหน้าดูคำอธิบายพร้อมภาพประกอบ เธอรับโทรศัพท์ของสามีพร้อมทั้งอ่านออกเสียง“ท่านี้ต่อให้คุณเต้นบัลเล่ต์ไม่เป็นก็เล่นได้ หลักการง่าย ๆ ก็คือให้คุณและคู่รักหันหน้าเข้าหากัน จากนั้นก็ให้ฝ่ายชายยกขาข้างหนึ่งของฝ่ายหญิงขึ้น (ควรเป็นขาข้างที่สาวเจ้าสามารถทรงตัวต่อไปได้ถนัด) แล้วก็ให้สอดใส่ความเป็นชายเข้าไปขณะที่ยังยืนอยู่ในท่าดังกล่าว กล่าวกันว่าท่านี้สามารถทำให้อาวุธของฝ่ายชายสามารถเข้าไปถึงจุด G spot ของฝ่ายหญิงได้อย่างแม่นยำ สร้างความเสียวซ่านและพาคุณทั้งคู่ขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกันได้แบบสบายตัวกันไปตาม ๆ กัน นอกจากนั้น สำหรับคู่ที่ฝ่ายหญิงเป็นนักบัลเล่ต์เก่าหรือเล่นโยคะเป็
“ตาจ๋า ยายจ๋า” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทำให้เจ้าของบ้านยิ้มแฉ่ง“ว่าไงคนเก่ง” ตาอำนาจย่อตัวกอดเด็กแฝดทั้งสอง ส่วนยายรัตนาตรงไปยังหลานสาวคนเล็กที่นั่งซ้อนท้ายผู้เป็นพ่อภาพที่ทั้งสี่ปั่นจักรยานจากบ้านตนเองมายังบ้านตายาย ถือเป็นภาพชินตาเพราะเห็นอยู่ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง เป็นภาพที่ผู้เป็นตาและยายต้องยิ้มทุกครั้ง“พี่อายทำเค้กกล้วยหอมมาให้ชิมค่ะ พี่เจนนี่สอนพี่อายทำค่ะ” พี่อายรีบนำเสนอเค้กกล้วยหอมอย่างอารมณ์ดี“อร่อยมากครับ” น้องโอบก็สนับสนุนความอร่อยของเค้ก คนทำยิ้มแฉ่งน้องชายของเธอน่ารักตลอด“ย่อย ๆ” น้องสาวคนเล็กก็น่ารักไม่แพ้กันตากับยายหัวเราะชอบใจกับความสามัคคีของทั้งสามที่ช่วยกันขายขนม“งั้นตาจ๋าต้องรีบชิมแล้ว” ตาจ๋าของเด็กรับเค้กกล้วยหอมจากมือป้อม ๆ ของพี่อายกัดกินด้วยสายตาเป็นประกาย เค้กอร่อยจริงแต่สิ่งที่ทำให้เค้กชิ้นนี้พิเศษก็คือหลานสาวตัวน้อยทำให้กินคุณยายของหลาน ๆ ก็ไม่ต่างกันหลับตาพริ้มด้วยความอร่อยไม่คิดว่าเค้กที่หลานทำจะอร่อยได้ขนาดนี้ หรือเพราะว่าหลานของเธอทำสินะ ทำให้เค้กชิ้นนี้อร่อยกว่าทุกชิ้น“พี่อายเก่งมากเลยลูก” เมื่อได้รับคำชมพี่อายยิ่งมีกำลังใจในการจะทำเค้กวัน







