INICIAR SESIÓNฉันจับประเด็นสำคัญ "งานเลี้ยงรุ่นมหาวิทยาลัยของพวกเธอคือเมื่อไหร่เหรอ?""ก็ต้นเดือนนี้เองนะ น่าจะเป็นวันที่ 6 มั้ง""..."คุณปู่เสนอให้ฉันแต่งงานกับตระกูลฉวีคือวันที่ 8เวลาล่วงหน้าล่วงหลังกันแบบนี้ มันประจวบเหมาะกันพอเห็นฉันเหม่อลอย เหลียงซูเหอก็เขย่าแขนฉัน "เป็นอะไรไป? เหม่อไปถึงไหนแล้วเนี่ย?""เหลียงซูเหอ เธอจะบอกว่า..."ฉันไม่อยากจะเชื่อ "ฉวีซือสิงชอบฉันมาตั้งนานแล้ว ถึงได้มาคอยถามข่าวคราวของฉันจากเธอเนี่ยนะ?""ถ้าไม่ใช่แล้วจะอะไรล่ะ? เขาเป็นบ้าหรือไง?""..."ตลอดทั้งวัน หัวใจของฉันเต้นรัวแรงไม่หยุดเลยพอนึกย้อนไปถึงตอนที่อยู่ในรถเมื่อวันก่อน ที่ฉวีซือสิงยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเขามีคนที่ชอบความรู้สึกในใจยิ่งพลุ่งพล่านหนักขึ้นไปอีกทั้งประหลาดใจ ตกใจ สับสน ไม่แน่ใจ และยังมีความรู้สึก... ยินดีอยู่ลึกๆยินดีที่สามีในอนาคตของฉัน ชอบฉันมากมายขนาดนี้จนกระทั่งถึงช่วงเช้ามืด ฉันยังคงนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงจู่ๆ ก็มีข้อความเด้งเข้ามาในมือถือฉวีซือสิงส่งข้อความ [นอนไม่หลับเหรอ?]ฉันลุกขึ้นมานั่งพรวดทันที แล้วรีบพิมพ์ตอบกลับไปรัวๆ [คุณรู้ได้ยังไง?][ดึกดื่นขนาดนี้
ถ้าเป็นคนอื่น ก็อาจจะคอยพ่นคำใส่ร้ายป้ายสีเจียงจืออี้ไม่หยุดหย่อนแต่สวี่โย่วหนิงไม่ทำแบบนั้นเธอรู้จักฟูไห่นานดีเธอตั้งใจจะคอยเตือนสติฟูไห่นานซ้ำแล้วซ้ำเล่า คอยย้ำเตือนและปักหนามที่ชื่อว่า "เจียงจืออี้" ให้ลึกยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อให้ฟูไห่นานต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความเสียดายไปตลอดชีวิตเพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ฟูไห่นานถึงจะ...ไม่มีกะจิตกะใจจะไปหาผู้หญิงคนใหม่มาเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆและเธอก็จะได้ครอบครองทุกอย่างที่เธอต้องการสองวันก่อนงานแต่งงานของเจียงจืออี้ เฉินหลินขอลาพักร้อนแล้วบินตรงมาที่เมืองจิงทันทีฟูไห่นานเป็นคนเซ็นอนุมัติใบลาเองเขาจ้องมองเหตุผลการลาในใบลาของเฉินหลิน แล้วนิ่งไปนานไปต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิททั้งที่ความจริงแล้ว...ใบลาใบนี้ของเฉินหลิน ควรจะถูกใช้ในงานแต่งงานของเขากับจืออี้แท้ๆแต่ในตอนนี้ผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเขามาตลอดหกปี พรุ่งนี้กำลังจะไปยืนอยู่เคียงข้างผู้ชายคนอื่นฟูไห่นานยันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน แล้วค่อยๆ เดินตรงไปยังแผนกออกแบบทีละก้าวแผนกออกแบบมีผู้อำนวยการคนใหม่มาแทนที่แล้วแต่ห้องทำงานของเจียงจืออี้
สวี่โย่วหนิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง"เธอกำลังจะแต่งงานกับคนอื่นแล้วนะ คุณยังจะส่งของล้ำค่าขนาดนี้ไปให้เธออีกเหรอ? ห้องชุดนี้ราคาตลาดตอนนี้มัน...""เธอกับมันคู่ควรกัน"ฟูไห่นานทิ้งท้ายไว้เพียงสามคำนี้แล้วเดินออกไปทันทีสวี่โย่วหนิงวิ่งตามไป "คุณจะไปไหนคะ?""ผมมีนัดแล้ว คุณกลับเองเถอะ""..."สวี่โย่วหนิงถูกฟูไห่นานทิ้งไว้ข้างหลังประกอบกับร่างกายที่ยังรู้สึกไม่สบาย ทำให้เธอวิ่งตามเขาไม่ทันจริงๆสุดท้ายเลยได้แต่เรียกแท็กซี่กลับบ้านเองแต่เธอไม่ได้เป็นคนอารมณ์ดีเหมือนเจียงจืออี้ พอยังไม่ถึงสามทุ่ม เธอก็เริ่มโทรหาฟูไห่นานสายแล้วสายเล่าฟูไห่นานไม่รับสายเธอก็ดึงดันจะโทรต่อไปไม่หยุดส่งข้อความไปรัวๆเจียงจืออี้น่ะหลอกง่าย แต่เธอหลอกไม่ได้หรอกผู้ชายน่ะถ้าคลาดสายตาเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ว่าจะเตลิดไปซุกตักผู้หญิงคนไหนบ้างเธอคิดไม่ตกจริงๆ ว่าเจียงจืออี้ไปร่ายมนต์เสน่ห์อะไรใส่เขาไว้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ดูไม่ออกเลยว่าเขาจะรักเจียงจืออี้ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้นแต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรักเสียอย่างนั้นจนกระทั่งตีสอง โทรศัพท์ของเธอถึงได้มีการเคลื่อนไหวแต่เสียงจากปลายสายนั้น
ฟูไห่นานเดินทางกลับเมืองจิ่งเฉิงในคืนนั้นเลยเรียกได้ว่าแทบจะหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาถ้อยคำทุกตัวอักษรในรูปเหล่านั้น ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสู้ตาเจียงจืออี้ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน เขาพุ่งตรงไปยังบ้านของสวี่โย่วหนิงทันที!สวี่โย่วหนิงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง พอเห็นว่าเป็นฟูไห่นานเธอก็ดีใจจนเนื้อเต้นฟูไห่นานยังคงเลือกเธอ ระหว่างเธอกับเจียงจืออี้จริงๆ ด้วยเธอพยายามจะโผเข้ากอดฟูไห่นาน แต่กลับถูกเขาคว้าหมับเข้าที่ลำคอ แล้วกดตัวเธอลงกับโซฟาอย่างแรง!ความรู้สึกหายใจไม่ออกที่เกือบจะปลิดชีวิตได้นั้น ทำให้เธอตื่นเต็มตาในทันทีเธอมองฟูไห่นานด้วยความตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดชีวิต "ฟูไห่นาน คุณบ้าไปแล้วเหรอ คุณจะฆ่าฉันหรือไง?!""ใครอนุญาตให้คุณส่งรูปพวกนั้นไปให้จืออี้?!"ฟูไห่นานตะโกนใส่และแรงที่มือไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิด เขาจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่แทบจะถลนออกมา "ตอนนี้เธอเข้าใจความสัมพันธ์ของเราผิดไปแล้ว คุณพอใจหรือยัง?""เปล่านะคะ ฉันไม่ได้..."สวี่โย่วหนิงพยายามหาคำแก้ตัว "ฉันส่งไม่ได้ส่งจริงๆ นะ! อ้อ นึกออกแล้ว ฉันนึกออกแล้ว! มีอยู่วันหนึ่งพี่เจียงจ
ทุกครั้งที่เขาเห็นรูปหนึ่งใบ สีหน้าก็ซีดลงไปทีละนิดรูปที่แคปไว้ทุกใบ เป็นเหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของเขาอย่างสุดแรงเขาพูดอะไรไม่ออกอีกเลยมีเพียงดวงตาทั้งสองข้างที่แดงก่ำจนน่ากลัวแต่ฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่เลย ได้แต่ยื่นมือออกไปหาเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย "เอาจี้หยกมาด้วยหรือเปล่า เฉินหลินบอกว่าคุณไม่ยอมคืนให้เธอ"จากนั้นฉันก็พูดดักทางเขา "ถ้าไม่ได้เอามา พอกลับถึงเมืองจิ่งเฉิงแล้วส่งไปรษณีย์มาให้ฉันก็ได้""จืออี้..."เสียงของเขาแหบพร่า เขามองฉันด้วยสายตาเกือบจะเป็นการอ้อนวอน "ขอโอกาสให้ผมอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ แค่ครั้งเดียวก็พอ""ฟูไห่นานคะ"ฉันกะพริบตา "ระหว่างคนสองคนน่ะ มันมีโอกาสให้แค่ครั้งเดียวเสมอแหละค่ะ"โอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมน่ะ มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเมื่อความเชื่อใจถูกทำลายลง ต่อให้จะพยายามปะติดปะต่อมันกลับมาแค่ไหน มันก็ยังเต็มไปด้วยรอยร้าวและความระแวงพอนานวันเข้า ก็จะยิ่งรู้สึกว่าหน้าตาของอีกฝ่ายน่ารังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆชีวิตแบบนั้น ไม่เคยอยู่ในตัวเลือกของฉันเลยปลายนิ้วที่สั่นเทาของฟูไห่นานขยับเล็กน้อย เขานิ่งเงียบไปนานมาก
"ตามใจคุณเถอะ"ฉันวางสายไป แล้วก็เห็นฉวีซือสิงยื่นถังหูหลู่มาให้ไม้หนึ่งนี่คือของโปรดที่สุดของฉันสมัยเรียนมัธยมต้นเลยต้องซื้อกินสักไม้ทุกวันหลังเลิกเรียน แล้วเดินกลับบ้านอย่างมีความสุขหลายปีมานี้ ฉันพยายามอย่างหนักที่จะเป็นผู้ใหญ่ ของเด็กๆแบบนี้เลยไม่ได้ซื้อกินอีกและก็ไม่มีใครเคยซื้อให้ฉันด้วยหลังจากฉันขอบคุณ และยังไม่ทันจะได้กัดลงไป ก็ได้ยินฉวีซือสิงกำชับว่า "ซานจามันเปรี้ยว กระเพาะคุณไม่ค่อยดี ทานแค่ไม่กี่คำพอให้รู้รส เอาไว้ช่วยย่อยก็พอแล้ว"ฉันชะงักไปเล็กน้อย "คุณรู้ได้ยังไงคะว่ากระเพาะฉันไม่ดี?"ขนาดแม่ของฉันเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานนี้เองฉวีซือสิงตอบเสียงเรียบ "น้ำแกงยาจีนที่คุณดื่มน่ะ มีแต่ตัวยาที่ช่วยบำรุงกระเพาะทั้งนั้น""..."ฉันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยตอนอยู่บนโต๊ะอาหารเมื่อคืน ดูเหมือนเขาจะก้มหน้าก้มตาเอาแต่ทานข้าวอย่างเดียวไม่นึกเลยว่าจะสังเกตเห็นแม้กระทั่งเรื่องนี้ฉันกัดถังหูหลู่ไปคำหนึ่ง "คุณนี่ใส่ใจรายละเอียดดีเหมือนกันนะคะ""ก็พอได้ครับ"ฉวีซือสิงพยักหน้ายอมรับโดยไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดฉันกลัวว่าเขาจะถามเรื่องโทรศัพท์สายเมื่อครู่ แต่โชคดีที่จนกระทั่ง







