Compartir

บทที่ 2

Autor: โมฮินี
หัวหน้าไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรฉันมากนัก แค่รับปากว่าจะช่วยจัดการเรื่องเอกสารลาออกให้

ตอนที่ฉันกำลังเตรียมตัวกลับ นึกไม่ถึงเลยว่าโจวซือเหนียนจะวิ่งตามมา

“มีเรื่องอะไรที่ไม่ต้องบอกผมด้วยเหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

โจวซือเหนียนไม่ได้ซักไซ้ต่อ แค่ยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้

“คุณดูสิว่าชุดนี้เป็นยังไง?”

ชุดกระโปรงตัวนี้คือชุดที่ฉันวงไว้ในนิตยสารเมื่อสัปดาห์ก่อน

ตอนนั้นฉันถามเขาว่าสวยไหม เขามัวแต่ยุ่งกับการตอบแชทเลยไม่ได้ตอบฉัน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังจำได้

ขณะที่ในใจฉันกำลังรู้สึกตื้นตันอยู่นั้น

กลับได้ยินเขาพูดขึ้นมาว่า “หมิงซูน่าจะชอบใช่ไหม?”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “อืม สวยดี เข้ากับสไตล์ของเธอเลย”

อาจเป็นเพราะฉันดูนิ่งเฉยผิดปกติ โจวซือเหนียนจึงยอมอธิบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ที่ชนะคดีเมื่อสัปดาห์ก่อน ต้องยกความดีความชอบให้หมิงซูทั้งหมด”

“ผมจะปล่อยให้เธอทำงานเหนื่อยเปล่าไม่ได้ ในฐานะเจ้านายก็ต้องมีน้ำใจแสดงความขอบคุณสักหน่อย”

เขาหยิกแก้มฉันเบา ๆ “ถ้าคุณชอบ ไว้รอเธอเบื่อแล้วค่อยยืมมาใส่ก็ได้”

“เธอไม่ชอบใส่ชุดซ้ำใครอยู่แล้ว ยังไงพวกคุณก็สนิทกันจนไม่ต้องแบ่งแยกอะไร ทำแบบนี้จะได้ไม่เสียของด้วย”

ทั้งที่ฉันเป็นแฟนตัวจริงของเขา แต่กลับต้องมารอใส่เสื้อผ้าเหลือใช้ของคนอื่น

หลังงานเลี้ยงเลิกรา คนอื่น ๆ ต่างก็ขับรถแยกย้ายกันกลับบ้าน

เสิ่นหมิงซูขึ้นไปนั่งบนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับ

โจวซือเหนียนซื้อรถยนต์คันนี้ด้วยก้อนแรกที่ได้จากสำนักงานทนายความ

เขาเคยยิ้มและบอกฉันว่า หลังจากนี้เขาก็จะขับรถรับส่งฉันไปทำงานได้แล้ว

แต่แค่วันแรกเสิ่นหมิงซูก็บอกว่าเธอตกรถเที่ยวสุดท้าย ขอติดรถไปด้วยคนได้หรือเปล่า

โจวซือเหนียนถามฉันว่ายอมเสียสละให้เธอหน่อยได้ไหม

สรุปคือการยอมครั้งนั้นกินเวลายาวนานถึงห้าปี

ฉันยังไม่ทันจะได้ดึงที่จับประตูรถ ควันจากท่อไอเสียก็พ่นใส่หน้าฉันเต็ม ๆ

กระทั่งรถคันนั้นขับออกไปจนลับสายตา

ทั้งสองคนมัวแต่คุยเรื่องงานตลอดทาง ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าฉันยังไม่ได้ขึ้นรถ

ซ้ำร้ายตอนนี้ฝนยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ฉันกดเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีคนขับกดรับงาน

พวกขี้เมาข้างถนนเอาแต่เข้ามาพูดจาแทะโลม ฉันกลัวเหลือเกิน จึงทำได้เพียงวิ่งหนีเข้าไปในม่านฝนอย่างทุลักทุเล

ฉันสะดุดล้มลงในแอ่งโคลน พื้นถนนทั้งเปียกทั้งลื่น ฉันตะเกียกตะกายอยู่นานแต่ก็ลุกไม่ขึ้น

เพียงชั่วพริบตา ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดก็ตีรวนขึ้นมาจุกอก

เมื่อฉันเดินฝ่าสายฝนกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เปิดประตู ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังมาจากห้องนั่งเล่น

ขาของเสิ่นหมิงซูพาดอยู่บนหัวเข่าของโจวซือเหนียน

โจวซือเหนียนกำลังทายาให้เธอ

เมื่อเห็นฉัน เขาก็ขมวดคิ้วใส่

“เมื่อกี้ทำไมไม่ขึ้นรถ? รู้ไหมว่าผมกับหมิงซูร้อนใจตามหาคุณแค่ไหน เธอถึงขั้นหกล้มเข่าเจ็บแล้วเนี่ย”

“ขอร้องละ คุณช่วยทำตัวให้มันพึ่งพาได้มากกว่านี้หน่อยเถอะ ถ้าช่วยอะไรไม่ได้ อย่างน้อยอย่าสร้างความวุ่นวายให้พวกเราก็ยังดี”

เขาไม่เห็นเลยว่าฉันเปียกปอนไปทั้งตัว ไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของฉันซีดเผือดแค่ไหน

เขารู้แค่ว่าเสิ่นหมิงซูหกล้มได้รับบาดเจ็บ

ฉันก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ ไม่มีข้อความส่งมาแม้แต่ข้อความเดียว

พวกเขาร้อนใจตามหาฉันจริง ๆ เหรอ?

เสิ่นหมิงซูรีบชักขาลงไปทันที ก่อนอธิบายด้วยท่าทีร้อนรน

“ฮุ่ยหลิน ฉันแค่เจ็บนิดหน่อยจริง ๆ นะ พอดีซือเหนียนวิ่งวุ่นไปร้านขายยาตั้งหลายรอบ ก็เลยลืมออกไปตามหา...”

พอเห็นฉันสีหน้าไม่สู้ดี เธอก็ลุกขึ้น แล้ววิ่งหนีออกไปข้างนอกทั้งที่ขายังกะเผลกอยู่อย่างนั้น

โจวซือเหนียนกำลังจะวิ่งตามไป แต่ก็ชะงักเท้าลง

“พรุ่งนี้ผมกับหมิงซูต้องไปทำงานต่างเมือง คุณช่วยจัดกระเป๋าเดินทางของเราสองคนให้หน่อยนะ”

หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ เขาก็คว้าร่มคันหนึ่ง วิ่งตามออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ไม่มีคำอธิบายสักคำ มีเพียงการออกคำสั่งให้ฉันทำนู่นทำนี่จนเคยตัว

ราวกับว่าฉันเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของพวกเขาสองคน ต้องคอยวิ่งเต้นทำตามคำสั่งตลอดเวลา

เปลี่ยนฉันจากหญิงสาวผู้มีความกระตือรือร้น ให้กลายเป็นแม่บ้านผู้ถูกจิกหัวใช้ไปวัน ๆ

แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ ทั้งสองคนก็คงคิดว่าฉันได้พึ่งพาบารมีของพวกเขาแล้ว

ฉันถึงได้มีที่ยืนอยู่ในสำนักงานทนายความ

แต่ครั้งนี้ ฉันจะไม่ฟังคำสั่งของเขาอีกแล้ว

ฉันกลับไปจัดกระเป๋าเดินทางสำหรับการจากไปของฉันเอง

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 8

    กลีบกุหลาบขาวร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของโจวซือเหนียนค่อย ๆ เลือนหาย เหลือไว้เพียงความจืดเจื่อนเท่านั้น“ฮุ่ยหลิน นี่คุณเกลียดผมขนาดนี้เลยเหรอ?”“ตลอดเวลาที่ผมตามหาคุณ ทุกวันมันช่างยากลำบากเหลือเกิน เหมือนกับว่าอยู่ดี ๆ ผมก็หมดแรงใจในชีวิต”“เพราะงั้นผมถึงต้องหาคุณให้เจอ แล้วพาคุณกลับบ้าน”มือของฉันยังคงวุ่นวายอยู่กับการห่อดอกไม้โดยไม่หยุดพัก และไม่ได้ปรายตาขึ้นมองเขาสักนิด“บอกแล้วไงคะว่าฉันจะไม่กลับไปกับคุณ”“ต่อไปนี้คุณใช้ชีวิตของคุณ ฉันใช้ชีวิตของฉัน พวกเราไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันอีก”“เฉินฮุ่ยหลิน!” ในที่สุดเขาก็หมดความอดทน เอื้อมมือมาจับข้อมือของฉันแน่น“งั้นก็กลับไปกับผม คุณเคยสัญญาแล้วนะว่าจะแต่งงานกับผม”ฉันพยายามสะบัดมือเขาออกด้วยความยากลำบาก พลางขมวดคิ้วมุ่น“โจวซือเหนียน คุณกลายเป็นคนงี่เง่าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“คุณไม่เข้าใจคำว่าเลิกกันหรือไง? กว่าฉันจะหาชีวิตของตัวเองกลับคืนมาได้มันไม่ง่ายเลยนะ คุณยังจะไม่ยอมจบอีกใช่ไหม?”“คุณปล่อยฉันไปเถอะ”ดูเหมือนว่าท่าทีของฉันจะทำให้เขาสะอึกไปเล็กน้อย มือของชายหนุ่มชะงักค

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 7

    ฉันก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่อาจล่วงรู้ หลังบอกลาเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่นานเกือบสิบปีตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันคอยอยู่เคียงข้างโจวซือเหนียนตอนเริ่มก่อร่างสร้างตัว เฝ้ามองสำนักงานทนายความของเขาเติบโตขึ้นทุกวันฉันอยู่เบื้องหลัง อดหลับอดนอนตั้งใจอ่านหนังสือ จนคว้าใบอนุญาตทนายความที่ใฝ่ฝันมาครอบครองได้สำเร็จเดิมทีฉันคิดว่า ในที่สุดก็จะได้ยืนเคียงข้างโจวซือเหนียน และกลายเป็นคู่ชีวิตที่คู่ควรกับเขาสักทีแต่ความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฉันคงไม่มีวันวิ่งตามเขาทันดวงดาวที่เปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดข้างกายเขา ยังคงเป็นเสิ่นหมิงซูอยู่เสมอส่วนฉันเป็นได้แค่ฉากหลังที่คอยขับเน้นให้พวกเขาโดดเด่นขึ้นเท่านั้นช่วงหลายวันนี้ ฉันพบเจอกับทิวทัศน์มากมาย คล้ายได้โยนความทุกข์ใจทั้งหมดทิ้งไว้ข้างหลังโจวซือเหนียนยังคงส่งข้อความมาหาบ้างเป็นบางครั้งเพื่อบอกฉันว่า เขากับเสิ่นหมิงซูไปร้านอาหารฝรั่งเศสที่เราสองคนชอบไปเดตกันบ่อย ๆเพื่อบอกฉันว่า เขาไล่เสิ่นหมิงซูออกแล้ว และเขาอยากจะมาขอโทษฉันด้วยตัวเองเพื่อบอกฉันว่า ช่วงนี้เขาทรมานใจ ถามว่าฉันจะกลับไปพบเขาสักครั้งได้ไหมแต่ฉันไม่ได้ตอบกลับ ซ้ำยังบล็อ

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 6

    เวลานี้เขาถึงเพิ่งได้มองดูใบลาออกของเฉินฮุ่ยหลินโดยละเอียดวันที่ระบุไว้คือวันเดียวกับงานเลี้ยงรุ่นพอดีตอนนั้นเขาดื่มไปเยอะ ขณะออกไปตามหาเธอที่ระเบียงทางเดิน ก็ได้ยินเธอพูดแว่ว ๆ ว่า "ไม่ต้องบอกเขานะคะ"สรุปว่า เฉินฮุ่ยหลินตัดสินใจไปจากเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่ว่าเพราะอะไรกันล่ะ?เพราะเขาใช้ให้เธอไปทำธุระ หรือเป็นเพราะเสิ่นหมิงซูแย่งที่นั่งของเธอไป?แต่นั่นมันก็เรื่องปกตินี่โจวซือเหนียนฝืนลุกขึ้น เดินไปหาเสิ่นหมิงซูที่ห้องทำงานแต่บังเอิญได้ยินเธอกำลังคุยกับใครบางคนอยู่พอดี"ทนายเสิ่นคะ ทางลูกความโมโหมากเลยค่ะ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าคดีระดับนี้คุณจะแพ้ได้""แต่ก็น่าแปลกจริง ๆ นะคะ ด้วยฝีมือระดับคุณ คดีนี้น่าจะชนะใส ๆ อยู่แล้ว"เสิ่นหมิงซูได้ยินดังนั้น ก็แค่นหัวเราะเย็นชา"พวกเขาต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่ เสนอตัวเลขมาแล้วกัน เดี๋ยวฉันควักกระเป๋าจ่ายให้เอง"เมื่อเห็นพนักงานทำหน้าไม่เข้าใจ เธอจึงพูดต่อ"ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีต่อทุกคนนะ!""เฉินฮุ่ยหลินน่ะโง่จะตาย เข้ามาทำงานที่นี่ได้ก็เพราะอาศัยบารมีประธานโจวทั้งนั้น แค่ทำงานก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ก็นั่งรับเงินเดือนสบาย พวกเธอเองก็เ

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 5

    [โจวซือเหนียน เรื่องของเราจบกันแค่นี้!]โจวซือเหนียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองข้อความประโยคนั้นอยู่นานเขาไม่รู้ว่าช่วงนี้เฉินฮุ่ยหลินเป็นอะไร เอะอะก็เอาแต่บอกเลิกเขาข่มความร้อนใจ พิมพ์ตอบกลับไป[เลิกงี่เง่าสักทีได้ไหม? ผมจองร้านอาหารฝรั่งเศสที่คุณชอบที่สุดไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ที่ไหน? รีบโทรกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ]แต่พอกดส่ง กลับมีเครื่องหมายตกใจสีแดงเด้งขึ้นมาเฉินฮุ่ยหลินถึงกับบล็อกเขาไปแล้วโจวซือเหนียนชะงักกึก คิ้วขมวดเข้าหากันจังหวะนั้น เสิ่นหมิงซูก็เดินเข้ามา และปรายตามองหน้าจอ"ซือเหนียน ช่วงนี้เฉินฮุ่ยหลินทำตัวแย่เกินไปแล้วนะ ทำไมถึงทำกับคุณแบบนี้ล่ะ?""คุณอุตส่าห์หวังดีจองร้านอาหารที่เธอชอบ แต่เธอกลับไม่เห็นค่าเลยเหรอ?"ยิ่งเธอพูดแบบนี้ โจวซือเหนียนก็ยิ่งรู้สึกว่าเฉินฮุ่ยหลินทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลเขาต้องเปลืองน้ำลายไปเท่าไหร่กว่าจะหาตำแหน่งพนักงานต้อนรับให้เธอได้ แถมยังคอยเอาใจสารพัดอีกแต่เธอกลับมาบอกเลิกด้วยความเย็นชา"ปกติเราสองคนตามใจเธออย่างกับเจ้าหญิง เธอก็เลยได้คืบจะเอาศอก นี่มันเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว"โจวซือเหนียนนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อ

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 4

    หนึ่งวันก่อนที่ฉันจะจากมา ฉันถือจดหมายลาออกมาที่ห้องทำงานของโจวซือเหนียนหน้าประตูมีพนักงานมุงดูอยู่เต็มไปหมดพอพวกเขาเห็นฉัน ก็พากันจ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยามเมื่อฉันแทรกตัวเบียดเข้าไปด้านใน ก็เห็นเสิ่นหมิงซูกำลังนั่งปาดน้ำตาอยู่ในห้องทำงานโจวซือเหนียนเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง"นี่คุณเกลียดหมิงซูขนาดไหนกัน ทำไมถึงใส่ร้ายเธอแบบนี้?"ฉันมีสีหน้างุนงง "คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ?"ตอนนั้นเอง เสิ่นหมิงซูก็ชูเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้เห็นเธอจ้องมองฉัน ขณะร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร"หลักฐานที่ฉันอุตส่าห์ลำบากหามาแทบตาย กลับถูกปลอมแปลงไปทั้งหมดในคืนเดียว ศาลตัดสินให้ฝ่ายเราแพ้คดี เผลอ ๆ ฉันอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตด้วยซ้ำ..."ได้ยินแบบนั้น คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเลยเพราะยังไงซะงานปกติของฉันก็คือจัดการเอกสาร จึงเป็นคนที่ลงมือเล่นตุกติกได้ง่ายที่สุด"ฉันไม่ได้ทำนะ!"ฉันมองตรงไปที่โจวซือเหนียน "คุณเองก็คิดแบบนั้นเหรอ?"ชายหนุ่มมองฉัน สีหน้ารังเกียจและผิดหวัง"ผมก็ว่าอยู่ทำไมเมื่อวานคุณถึงไม่ร้องไห้โวยวาย เล่นเงียบไปทั้งคืน ที่แท้ก็คิดใช้ลูกไม้นี้เอ

  • รักแท้แพ้เพื่อนสนิท   บทที่ 3

    โจวซือเหนียนอ้างเพียงประโยคเดียวว่า “งบไม่พอ” เพื่อทิ้งฉันให้อยู่บ้านรอพวกเขากลับมาจากไปทำงานต่างเมืองถึงจะบอกว่าไปทำงาน แต่โพสต์ในโซเชียลของเสิ่นหมิงซูกลับครึกครื้นน่าดูเดี๋ยวก็ไปถ่ายรูปเล่นที่เมืองโบราณเจียงหนาน เดี๋ยวก็ไปจิบชาบนโรงน้ำชาหลังฝนตกโจวซือเหนียนที่เกลียดความยุ่งยากมาแต่ไหนแต่ไร ถึงกับยอมไปนั่งปั้นเซรามิกเป็นเพื่อนเธอในร้านงานคราฟต์ตั้งสามชั่วโมงกระทั่งเพื่อนร่วมงานที่ไปด้วยกันยังส่งข้อความผิดเข้าไปในกรุ๊ปงาน"ข่าวใหญ่เว้ย! เมื่อกี้โรงแรมเพิ่งแจ้งกะทันหันว่าห้องเต็ม บอสกับเสิ่นหมิงซูก็เลยต้องพักห้องเดียวกัน!"ข้อความนั้นถูกยกเลิกไปในเวลาไม่กี่วินาที แล้วโจวซือเหนียนก็โทรศัพท์มาหาฉัน“โรงแรมไม่มีห้องว่างแล้วจริง ๆ ผมกลัวคุณจะหาว่าผมดูแลเพื่อนรักคุณไม่ดี ก็เลยต้องจำใจพักห้องเดียวกันนี่แหละ”เสียงบ่นของเสิ่นหมิงซูแว่วผ่านหูโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง “โจวซือเหนียน คุณเอาโฟมล้างหน้าฉันไปไว้ไหน?”“โอ๊ย นี่ ทับผมฉันทำไมเนี่ย!”วินาทีต่อมา เธอก็แย่งโทรศัพท์ไปถือ และพูดด้วยเสียงออดอ้อนกับฉันทันที“ฮุ่ยหลิน ถ้าเธออยู่ด้วยก็คงดีนะ อยู่กับอีตาผู้ชายหัวโบราณนี่เมาท์เรื่อ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status