로그인จนกระทั่งถึงช่วงเย็นของวันศุกร์วันหนึ่ง สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นเยียบลงกว่าปกติ พายุภัทรกับภูริภัทรเร่งมือทำงานกันอย่างหนักหน่วงในห้องนั่งเล่น เพราะเช้าวันพรุ่งนี้คือวันกำหนดส่งโปรเจกต์ชิ้นสำคัญที่พวกเขาปั่นกันมานับเดือน
ส่วนฉันอาสาหลบเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟร้อนมาเสิร์ฟให้พวกเขา ด้วยความหวังลึกๆ ว่ากลิ่นหอมของกาแฟจะช่วยคลายความตึงเครียดในอากาศลงได้บ้าง
ขณะที่ฉันกำลังยืนรอน้ำเดือดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ซึ่งเป็นมุมที่อยู่นอกห้องนั่งเล่นแต่ก็ไม่ได้ไกลมากพอที่จะทำให้ฉันไม่ได้ยินบทสนทนาที่ดังเล็ดลอดออกมา ฉันก็ได้ยินเสียงห้าวจัดของพี่ชายเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง
“ไอ้ฝุ่น มึงวางมือแล้วมาคุยกับกูก่อน”
ฉันชะงักมือที่กำลังจะหยิบขวดเมล็ดกาแฟ เสียงของพี่ชายในตอนนี้มันกดต่ำและดุดันจนน่ากลัว มันไม่ใช่ระดับเสียงที่เขาใช้เวลาคุยเล่นกับเพื่อนตามปกติ
“มีเรื่องอะไรวะ หน้ามึงเครียดฉิบหาย”
เสียงทุ้มของภูริภัทรตอบกลับมา ฟังดูเหมือนเขายังไม่รู้ตัวถึงความคุกคามนั้น
“เรื่องของมึงกับน้องกู” พายุภัทรเว้นจังหวะการพูดไปครู่หนึ่ง “กูว่าช่วงนี้มึงเริ่มทำตัวแปลกๆ แล้วว่ะ”
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของฉันกระตุกวูบราวกับร่วงหล่นลงไปกองแทบเท้า ฉันรีบเอื้อมมือไปกดปิดสวิตช์กาต้มน้ำ ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน พยายามเงี่ยหูฟังทุกถ้อยคำอย่างตั้งใจที่สุด
“แปลกยังไงวะ น้องมึงก็เหมือนน้องกู กูก็แค่เอ็นดูยัยตัวเล็กเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง” ภูริภัทรยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดจะล้อเล่น
“กูไม่ได้พูดเล่นนะไอ้ฝุ่น” เสียงของพายุภัทรแข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจน “มึงรู้สันดานตัวมึงเองดีว่ามึงเป็นคนยังไง มึงเจ้าชู้แค่ไหน ควงผู้หญิงเปลี่ยนหน้าไม่ซ้ำวัน กูไม่เคยด่า เพราะนั่นมันเรื่องส่วนตัวของมึง แต่นี่น้องพาย น้องสาวแท้ๆ ของกู”
ความเงียบอันแสนอึดอัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณในชั่วขณะ ฉันได้ยินเพียงเสียงพายุฝนที่สาดกระหน่ำกระทบหน้าต่างกระจกอยู่ด้านนอก สลับกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามดังลั่นจนกลัวว่าผู้ชายสองคนนั้นจะได้ยิน
“ยัยน้องมันยังเด็ก” พายุภัทรเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงกังวลอย่างปิดไม่มิด “น้องกูมันไม่เคยเจอผู้ชายเจนโลกอย่างมึง มึงอย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของน้องกูเด็ดขาด มึงจะควงใคร จะฟันผู้หญิงคนไหนแล้วทิ้งกูไม่เคยว่า แต่อย่ายุ่งกับพาย กูขอสั่งมึงแค่นี้”
ทุกถ้อยคำของพี่ชายเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ ที่ทุบทำลายลงมาบนกำแพงแห่งความหวังที่ฉันเพิ่งจะเริ่มก่อมันขึ้นมาทีละน้อย ทุกอย่างพังทลายแตกสลายลงตรงหน้าแทบไม่เหลือชิ้นดี
ฉันยืนตัวชาวาบไปทั้งร่าง ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ หยาดน้ำตาร้อนระอุเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตาทั้งสองข้าง ฉันกำลังรอคอย รอฟังว่าพี่ไต้ฝุ่นจะตอบโต้พี่ชายฉันว่าอย่างไร เขาจะเอ่ยปากเถียงไหม เขาจะปฏิเสธข้อหานั้นหรือเปล่า หรือเขาจะกล้าบอกพี่พายุไหมว่าเขาก็รู้สึกดีกับฉันเหมือนกัน
“มึงคิดมากไปเองแล้วว่ะไอ้พายุ” และแล้วเสียงทุ้มต่ำที่ฉันรอคอยก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมา “กูจะไปทำอะไรน้องมึงได้วะ” ภูริภัทรหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กูบอกแล้วไงว่าน้องมึงก็เหมือนน้องกู กูเห็นพายเป็นแค่น้องสาวมึงนั่นแหละ ไม่มีเรื่องอะไรเกินเลยกว่านั้นทั้งนั้น” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ชัดเจน และเด็ดขาดจนคนฟังแทบหยุดหายใจ “กูรับปาก มึงสบายใจได้เลย” เขาเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กูไม่มีวันทำให้น้องมึงเสียใจหรอก ไม่มีทาง”
ราวกับโลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนลงในวินาทีนั้น คำว่าน้องสาวที่เขาจงใจเน้นย้ำ มันกรีดลึกลงไปในก้อนเนื้อนุ่มนิ่มยิ่งกว่าคมมีดเล่มไหน เขาเอื้อนเอ่ยมันออกมาได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน ง่ายดายเสียจนความอบอุ่นที่เขาเคยมอบให้ในวันนั้นกลายเป็นเพียงเรื่องตลกร้ายที่หลอกลวงฉันไปในทันที
ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีแก้วกาแฟที่ตั้งใจจะชงไปให้พวกเขาก็ถูกปล่อยทิ้งไว้จนเย็นชืดไปหมดแล้ว ฉันค่อยๆ ถอยหลังกลับอย่างเงียบเชียบที่สุด ก้าวเท้าขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง โดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงใดๆ เล็ดลอดออกไปแม้แต่แอะเดียว
ค่ำคืนอันแสนโหดร้ายนั้น ฉันไม่ได้นอนร้องไห้ฟูมฟายเหมือนครั้งก่อน ฉันทำเพียงแค่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงกว้าง ทอดสายตาจ้องมองเพดานสีขาวที่มืดมิดไร้แสงสว่าง ความเจ็บปวดทรมานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความเสียใจที่เกรี้ยวกราดรุนแรง แต่ทว่ามันเป็นความชาหนึบที่ค่อยๆ แผ่ซ่านกัดกินไปทั่วทั้งหัวใจ
พี่ชายของฉันคือพายุภัทร เขาเปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่คอยกางปีกปกป้องฉันจากทุกสรรพสิ่งบนโลก และในวันนี้เขาก็ได้สร้างกำแพงน้ำแข็งสูงตระหง่านขึ้นมาขวางกั้นระหว่างฉันกับพี่ไต้ฝุ่นอย่างสมบูรณ์แบบ
และสิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดเจียนตายที่สุดก็คือ คนที่ชื่อไต้ฝุ่น ผู้ชายที่ฉันเผลอใจรักไปจนหมดทั้งใจนั้น เขากลับยินยอมเป็นคนช่วยพี่ชายของฉันตอกย้ำกำแพงบ้าๆ นั่นให้แน่นหนายิ่งขึ้น ด้วยคำว่าน้องสาวที่เขาขีดเส้นคั่นเอาไว้เสียจนชัดเจน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติที่แสนจะผิดเพี้ยน พี่ไต้ฝุ่นเดินทางมาที่บ้านของเราแต่เช้าตรู่ เขาส่งมอบโปรเจกต์งานที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์พร้อมกับเฮียพายุ พวกเขาโห่ร้องกอดคอกันด้วยความดีใจที่ความเหนื่อยล้าได้จบลง
แต่เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองมาที่ฉันเลยสักนิด เขาไม่หันมาสบตา ไม่ส่งรอยยิ้มมุมปาก ไม่เอ่ยคำทักทายใดๆ นอกจากการพยักหน้าให้เล็กน้อยตามมารยาทสังคม เขากลับไปเป็นภูริภัทรคนเดิม ผู้ชายที่เป็นเพียงเพื่อนสนิทของพี่ชาย เป็นไต้ฝุ่นลูกเดิมที่พัดอยู่บนท้องฟ้าอันห่างไกลเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างฉันจะเอื้อมมือไปถึง
ระยะห่างที่เขาสร้างขึ้นมาตามคำขอร้องของเฮียพายุ มันทั้งชัดเจนและเยือกเย็นจนฉันแทบจะทนรับมือไม่ไหว
ฉันทำได้เพียงยืนเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของเขาที่เดินหันหลังก้าวออกจากประตูบ้านไปพร้อมกับพี่ชาย และตระหนักรู้แก่ใจเป็นครั้งแรกว่า ความรักที่เพิ่งจะเริ่มผลิบานในหัวใจของฉัน มันอาจจะต้องร่วงโรยแห้งเหี่ยวลงไปก่อนที่มันจะมีโอกาสได้เบ่งบานเสียอีก
ความปรารถนาที่จะขยายครอบครัวของเราให้ใหญ่ขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่บทสนทนาบนเตียงนอนในคืนนั้น หลังจากที่ฉันและพี่ไต้ฝุ่นเปิดอกคุยกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการมีลูกคนที่สอง เราก็พบว่าทั้งคู่ต่างมีความฝันตรงกันอย่างน่าประหลาดใจ นั่นคือเราอยากได้ลูกแฝดเพศชายมาเป็นเพื่อนเล่นและคอยปกป้องพี่สาวอย่างน้องแพนเค้กการวางแผนครอบครัวอย่างรอบคอบจึงเริ่มต้นขึ้น เราตัดสินใจเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่โรงพยาบาลเดิม เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการทำเด็กหลอดแก้วเพื่อคัดกรองโครโมโซมที่สมบูรณ์ที่สุด ทุกขั้นตอนดำเนินไปด้วยความราบรื่นและเต็มไปด้วยความหวัง ฉันต้องผ่านการฉีดยากระตุ้นไข่และการดูแลร่างกายอย่างเข้มงวด โดยมีพี่ไต้ฝุ่นคอยทำหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวที่ไม่เคยห่างกาย เขาคอยเตรียมอาหารบำรุงทุกมื้อ ฉีดยาให้ตรงเวลา และคอยบีบนวดปลอบประโลมทุกครั้งที่ฉันรู้สึกอึดอัดแน่นท้องจนกระทั่งวันที่ผลตรวจยืนยันการตั้งครรภ์ออกมา คุณหมอยิ้มกว้างพร้อมกับแจ้งข่าวดีว่า ตัวอ่อนทั้งสองตัวฝังตัวได้อย่างสมบ
ตกเย็นวันนั้น หลังจากที่เฮียพายุยอมกลับบ้านไปพร้อมกับคำสัญญาว่าจะพาหลานสาวไปเที่ยวสวนสนุกในวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านของเราก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งพี่ไต้ฝุ่นกำลังนั่งอ่านหนังสือนิทานเรื่องโปรดให้น้องแพนเค้กฟังอยู่บนเตียงนอนนุ่ม เสียงทุ้มต่ำและจังหวะการเล่าเรื่องที่น่าติดตามของเขาทำให้ลูกสาวตัวน้อยค่อยๆ หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด เขาวางหนังสือลงอย่างแผ่วเบา ดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมถึงหน้าอกลูกสาว โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากเล็กๆ นั้นด้วยความรักที่เปี่ยมล้นฉันยืนพิงกรอบประตูห้องนอนลูก มองดูภาพความอ่อนโยนของผู้ชายที่ฉันรักที่สุดในโลก ความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในใจทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดพี่ไต้ฝุ่นหันมาเห็นฉันยืนยิ้มอยู่ เขาลุกขึ้นจากเตียงและเดินย่องเข้ามาหา สอดแขนโอบกอดเอวฉันไว้หลวมๆ แล้วพาเดินกลับไปยังห้องนอนใหญ่ของเรา“ลูกหลับแล้วเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเสียงเบาเมื่อเราเดินเข
“คุณลุงขา น้องแพนอยากได้อันนี้ค่า”เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสามขวบดังเจื้อยแจ้ว พลางใช้นิ้วป้อมๆ ชี้ไปที่หน้าจอแท็บเล็ตซึ่งกำลังเล่นโฆษณาบ้านตุ๊กตาหลังใหญ่ยักษ์ที่มีสไลเดอร์และสระว่ายน้ำจำลองในตัว“จัดไปครับเจ้าหญิงของลุง เดี๋ยวลุงสั่งให้เดี๋ยวนี้เลย เอาแบบที่หลังใหญ่กว่าในโฆษณานี้อีกดีไหมคะ”เฮียพายุที่กำลังนั่งบนพื้นพรมให้หลานสาวตัวน้อยขี่คอ รีบพยักหน้ารับคำอย่างเอาอกเอาใจ นิ้วหนากดยืนยันการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันบนมือถืออย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองราคา“ไอ้พายุ มึงจะเปย์ลูกกูเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะ บ้านกูจะไม่มีที่เดินอยู่แล้วเพราะของเล่นที่มึงประเคนซื้อมาให้เนี่ย”พี่ไต้ฝุ่นที่เพิ่งเดินถือจานแอปเปิลปลอกเปลือกออกมาจากครัวบ่นอุบอิบ เขาวางจานลงบนโต๊ะกระจกแล้วเท้าเอวมองหน้าเพื่อนรักที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นทาสหลานแบบสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็
ฉันก้มลงมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋วที่กำลังหลับตาปี๋และร้องไห้เสียงดัง ผิวของลูกเป็นสีชมพูระเรื่อ เส้นผมสีดำขลับนุ่มสลวยชื้นเหงื่อ นี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา คือพยานรักที่เติบโตมาจากความผูกพันและการฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหมดฉันหันไปมองหน้าพี่ไต้ฝุ่น เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ซบใบหน้าลงกับท่อนแขนของฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่อายใครอีกต่อไป น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้มขณะที่เขายื่นมือที่สั่นเทามาลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกสาวอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด“ลูกสาวของเราพาย ลูกสาวของเราเกิดแล้ว” เขาร้องไห้ไปยิ้มไป โน้มใบหน้าลงมาจุมพิตที่หน้าผากของฉันอย่างลึกซึ้ง “ขอบคุณนะพาย ขอบคุณที่เข้มแข็งเพื่อครอบครัวของเรา ขอบคุณที่มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้พี่”ฉันยิ้มรับทั้งน้ำตา มองภาพครอบครัวของเราที่สมบูรณ์แบบในที่สุดเราตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาวตัวน้อยว่า น้องแพนเค้ก ชื่อนี้ได้มาจากช่วงไตรมาสสุดท้า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อายุครรภ์ของฉันก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ยี่สิบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้ทราบเพศของลูกน้อยในครรภ์ อาการแพ้ท้องของพี่ไต้ฝุ่นเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้วตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น แต่ความขี้เห่อและความคลั่งรักของเขากลับเพิ่มทวีคูณเป็นเท่าตัวเราสองคนนั่งจับมือกันแน่นอยู่ในห้องตรวจของโรงพยาบาล ฉันนอนอยู่บนเตียงโดยมีเจลเย็นๆ ชโลมอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด คุณหมอสูตินรีแพทย์สาวคนเดิมกำลังใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์วนไปมาบนหน้าท้องของฉันหน้าจอแสดงภาพโครงสร้างของทารกตัวน้อยที่กำลังดิ้นไปมา เสียงหัวใจเต้นตึกตักดังฟังชัดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พี่ไต้ฝุ่นจ้องมองหน้าจอไม่กะพริบตา มือหนาบีบมือฉันแน่นจนชื้นเหงื่อ“แข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเลยนะคะคุณแม่ ขนาดตัวและน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป๊ะเลยค่ะ” คุณหมอเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม“แล้วเพศล่ะครับหมอ ลูกผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ” พี่ไต้ฝุ่นรีบถามด้วยความตื่นเต้น น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยคุณหมอขยับหัวตรวจไปมาอีกเล็กน้อย ก่อนจะชี้ให้ดูที่หน้าจอ “เห็นตรงนี้ไหมคะคุณพ่อ ไม่มีอะไรยื่นออกมาเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ได้ลูกสาว
เสียงกดชักโครกดังขึ้นจากห้องน้ำเป็นรอบที่สามของเช้าวันนี้ ฉันวางทัพพีคนข้าวต้มหมูสับในหม้อลงบนจานรอง เดินเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วตรงดิ่งไปยังห้องน้ำที่เปิดประตูทิ้งไว้ ร่างสูงใหญ่ของสามีตัวโตกำลังนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นกระเบื้อง แผ่นหลังกว้างพิงกำแพงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูดุดันและมีเสน่ห์บัดนี้ซีดเซียวจนแทบไม่เหลือสีเลือด“พี่ไต้ฝุ่น ไหวไหมคะ” ฉันทรุดตัวลงนั่งข้างเขา ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนป่วยแพ้ท้องแทนภรรยาอย่างเบามือ“พี่หมดแรงแล้วพาย” เขากระซิบเสียงแผ่ว ทิ้งศีรษะซบลงบนลาดไหล่ของฉัน “ลูกเราพ่นพิษใส่พี่หนักมากเลย ตอนนี้แค่ได้กลิ่นยาสีฟันพี่ยังอยากจะอ้วกเลย”ฉันหัวเราะเบาๆ ลูบผมสีดำสนิทของเขาด้วยความเอ็นดู ตั้งแต่วันที่รู้ว่าฉันตั้งครรภ์ อาการคูเวดซินโดรมหรือแพ้ท้องแทนภรรยาของพี่ไต้ฝุ่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามอายุครรภ์ของฉันที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่สี่ ในขณะที่ฉันกินอิ่มนอนหลับ น้ำหนักขึ้นมาหลายกิโลกรัม ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล คนที่ต้องรับเคราะห์กรรมแทนกลับเป็นคุณพ่อป้ายแดงที่น้ำหนักลดลงไปเกือบสามกิโลกรัมเพราะกินอะไรไม่ค่อยลงนอ







