Masuk‘เพื่อนพี่ชาย’ คือสถานะที่ปลอดภัยและมีเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนที่สุด แต่สำหรับ ‘พิมพาย’ เส้นแบ่งนั้นกลับพร่าเลือนลงทุกครั้งที่ ‘ไต้ฝุ่น’ เข้ามาใกล้ เขาคือพายุร้ายที่ทรงเสน่ห์ คาดเดาไม่ได้ และไม่เคยศรัทธาในความรัก จนกระทั่งความเหงาและแอลกอฮอล์ในคืนนั้น พังทลายกำแพงความถูกต้องจนหมดสิ้น เขายื่นข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวมาให้ พร้อมกับตอกย้ำความจริงที่เย็นชา “เราเป็นแค่คู่นอนนะ...ไม่มีอะไรเกินกว่านี้” เธอตอบตกลง ยอมกลืนเลือดตัวเองเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการยืนอยู่ข้างเขาในเงามืด ยอมตีสองหน้าเป็นน้องสาวที่แสนดีของพี่ชาย และเป็นคู่นอนไร้ค่าที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงหวง ทนมองเขาหยิบยื่นความอ่อนโยนให้คนอื่น ขณะที่มอบความสัมพันธ์ไร้หัวใจให้เธอ โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางความลับที่ถูกซ่อนเร้น พายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะกวาดล้างทั้งความรักและมิตรภาพ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
Lihat lebih banyak“เขาเป็นเหมือนอากาศที่ฉันหายใจเข้าออก เขาน่าสนใจจนฉันละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลยจริงๆ”
ประโยคนี้ดังก้องอยู่ในหัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โลกของฉันซึ่งเคยประกอบด้วยเฉดสีพาสเทลที่ปลอดภัยและคุ้นตามาตลอดสิบแปดปีเต็ม กำลังถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่ฉันไม่เคยรู้จัก สีที่เจิดจ้า ร้อนแรง และแฝงไว้ด้วยความอันตรายจนยากจะต้านทานไหว
ฉันชื่อพิมพาย หรือที่ทุกคนเรียกสั้นๆ ว่าพาย ชีวิตของฉันในฐานะนักศึกษาปีหนึ่งแห่งคณะนิเทศศาสตร์ กำลังดำเนินไปบนเส้นทางที่ราบเรียบราวกับผิวน้ำในทะเลสาบ ฉันรักความสงบ รักการหมกตัวอยู่กับหนังสือกองโตและโลกส่วนตัวที่ไม่มีใครกล้าล่วงล้ำ แต่โลกอันเงียบสงบของฉัน มักจะถูกพังทลายลงราบคาบเสมอเมื่ออยู่ในบ้านรัตนสกุล โดยเฉพาะเมื่อพี่ชายเพียงคนเดียวของฉันเดินทางกลับมาจากมหาวิทยาลัย
เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์บิ๊กไบก์ดังแหวกความเงียบสงบมาแต่ไกล มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่บอกให้รู้ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้าถล่มบ้าน เสียงเครื่องยนต์ถูกบิดเร่งจนดังลั่นก่อนจะดับวูบลงที่หน้าประตูรั้ว ตามมาด้วยเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนเรียกชื่อฉันดังลั่นราวกับต้องการจะประลองพลังเสียง
“ยัยพาย หลบอยู่มุมไหนของบ้าน ออกมาหาเฮียเดี๋ยวนี้”
พายุภัทร หรือพี่พายุ พี่ชายผู้มีชื่อเดียวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติอันเกรี้ยวกราดและเขาก็มีนิสัยเช่นนั้นจริงๆ เขาคือศูนย์รวมของความแข็งแกร่ง ความห่าม ดิบ และความหวงน้องสาวที่เข้าขั้นโคม่า เราอายุห่างกันสามปี แต่ด้วยความที่เขาเกิดก่อนเพื่อนในรุ่นเดียวกันและมีความเป็นผู้นำสูงปรี๊ด ทำให้เขามักจะทำตัวเป็นผู้ปกครองคนที่สามของฉันไปโดยปริยาย
ฉันถอนหายใจยาวพลางพับมุมหนังสือเล่มหนา ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานไม้สักตัวสวยในห้องนั่งเล่น ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวกรรมเครื่องกลสีเข้มที่เปื้อนคราบน้ำมันจางๆ ก้าวอาดๆ เข้ามาในบ้าน รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรของเขา แทบจะบดบังแสงสว่างจากบานประตูจนหมดสิ้น ผิวสีน้ำผึ้งกร้านแดดตัดกับโครงหน้าคมเข้ม คิ้วหนาพาดเฉียง และดวงตาคมกริบที่มักจะอ่อนแสงลงเสมอเมื่อทอดมองมาที่ฉัน
“เสียงดังโวยวายอีกแล้วนะเฮีย พายอ่านหนังสืออยู่นะ” ฉันแสร้งทำหน้ายุ่งและบ่นอุบอิบ ทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่เคยระคายผิวคนตรงหน้าเลยสักนิด
“อ่านอะไรนักหนา วันหยุดทั้งทีหัดพักบ้างเถอะเรา” เขาพูดพลางวางมือแกร่งลงบนศีรษะฉันแล้วขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอย่างแรงจนมันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ซึ่งนี่คือวิธีแสดงความรักในแบบฉบับฮาร์ดคอร์ของเขา “ไปหาน้ำเย็นๆ มาให้เฮียหน่อยสิ ร้อนจะตายชัก แล้วเดี๋ยววันนี้พวกเพื่อนเฮียจะมาทำโปรเจกต์ที่บ้านนะ อย่าทำตัวเกะกะล่ะเข้าใจไหม”
นี่คือคำสั่งประกาศิตที่แฝงมาในรูปแบบประโยคบอกเล่าซึ่งฉันได้ยินจนชินชา กลุ่มเพื่อนของพี่พายุคือกองทัพนักศึกษาวิศวกรรมเครื่องกล ที่มักจะพกพาความวุ่นวาย เสียงเอะอะโวยวาย และข้าวของระเกะระกะมาสู่บ้านของเราเสมอ พวกเขาเป็นกลุ่มก้อนของความดิบเถื่อน กวนประสาท แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังงานล้นเหลือที่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ฉันพยักหน้ารับคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าครัวเพื่อหยิบเหยือกน้ำเย็นและแก้วหลายใบเตรียมไว้ต้อนรับแขก ขณะที่เสียงอึกทึกครึกโครมจากกลุ่มเพื่อนของเขาก็เริ่มดังแว่วมาจากหน้าประตูบ้าน เป็นสัญญาณเตือนว่ากองทัพพายุลูกใหม่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาแล้ว
และในวินาทีนั้นเองที่พายุลูกใหญ่ได้พัดพาไต้ฝุ่นลูกหนึ่งให้เข้ามาถล่มทลายในชีวิตของฉัน
ฉันเดินประคองถาดใส่น้ำและแก้วกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น กลุ่มเพื่อนของพี่พายุราวสี่ห้าคนกำลังทิ้งตัวลงบนโซฟาและพื้นพรมอย่างคุ้นเคยราวกับเป็นบ้านของตัวเอง เสียงหัวเราะและการสบถหยอกล้อด้วยภาษาพ่อขุนรามดังลั่น ฉันก้มหน้าก้มตาพยายามจะวางถาดลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อที่จะได้รีบปลีกตัวกลับไปหลบอยู่ในมุมปลอดภัยของตัวเองตามเดิม
แต่แล้วจังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้น สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับใครคนหนึ่งที่ไม่ได้ลงไปนั่งคลุกคลีรวมกลุ่มอยู่กับคนอื่นๆ เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกรอบประตูที่เชื่อมไปยังสวนหลังบ้าน ร่างสูงโปร่งทว่าดูแข็งแกร่งนั้นโดดเด่นสะดุดตาแม้จะยืนอยู่อย่างเงียบๆก็ตาม
เขาคือ ภูริภัทร หรือที่ทุกคนในคณะต่างเรียกขานเขาว่า ไต้ฝุ่น
วินาทีแรกที่นัยน์ตาของฉันสบเข้ากับเขา โลกทั้งใบเหมือนถูกกดปุ่มหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เขาสูงน้อยกว่าพี่พายุเพียงนิดเดียว แต่รูปร่างสมส่วนนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนรูปอยู่ภายใต้เสื้อยืดสีดำสนิทพอดีตัวและกางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่า ผิวขาวจัดแต่ดูสุขภาพดีแบบผู้ชายที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขับให้โครงหน้าคมคายของเขาดูโดดเด่นจนแทบหยุดหายใจ จมูกโด่งเป็นสันตรง รับกับริมฝีปากหยักลึกได้รูป ผมสีดำขลับที่ดูเหมือนจะแค่เสยลวกๆ อย่างไม่ตั้งใจกลับดูเท่และมีสไตล์อย่างร้ายกาจ
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาและกระชากหัวใจของฉันไปกองอยู่แทบเท้าเขาที่สุดคือดวงตาคู่นั้น นัยน์ตาสีนิลที่ซุกซ่อนความอันตรายและความเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิดภายใต้แพขนตางอนหนา เมื่อเขารับรู้ได้ถึงการจ้องมองอย่างเสียมารยาทของฉัน เขาก็หันมาสบตาฉันตรงๆ ริมฝีปากหยักสวยกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเพียงนิด เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ที่ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ร้ายกาจจนฉันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
“นั่นน้องพายใช่ไหมวะ ไม่เจอกันพักเดียว โตเป็นสาวแล้วนี่หว่า แถมสวยซะด้วย” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของพี่พายุเอ่ยแซวขึ้นเสียงดัง ทำลายภวังค์อันตรายที่ฉันกำลังจมดิ่งลงไปจนแตกกระจาย
พี่พายุหันขวับมาตวัดสายตาดุจัดใส่ฉันทันที “บอกแล้วไงว่าอย่ามาเกะกะแถวนี้ เอาน้ำมาวางแล้วก็รีบกลับไปอ่านหนังสือเลยไป”
ฉันรีบวางถาดลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย รู้สึกถึงมวลความร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาเห่อร้อนบนสองแก้ม พี่ไต้ฝุ่นค่อยๆ ดันตัวออกจากกรอบประตูแล้วเดินนวยนาดเข้ามาสมทบกับกลุ่มเพื่อน เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของเขาเอ่ยขึ้นแทรกบรรยากาศ
“ใจร้ายกับน้องจังวะไอ้พายุ น้องสาวมึงออกจะน่ารัก”
คำว่าน่ารักที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของเขา มันให้ความรู้สึกรุนแรงและแตกต่างจากคำชมของคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ลิ้นของฉันเหมือนถูกแช่แข็งจนแข็งทื่อ สมองประมวลผลคำพูดใดๆ ไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุด ซ่อนใบหน้าที่แดงจัดแล้วรีบสาวเท้าเดินหนีกลับมาที่โต๊ะหนังสือของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“เฮียพายุ...”ฉันเค้นเสียงเรียกชื่อพี่ชายออกไปเบาหวิว น้ำเสียงสั่นเครือราวกับพร้อมจะขาดใจ ร่างสูงบนขั้นบันไดชะงักฝีเท้าไปเสี้ยววินาที แต่ก็ไม่ได้หันกลับมาสบตาฉันตามที่หวัง เฮียทำเพียงแค่หยุดนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินขึ้นชั้นบนต่อไป เสียงประตูห้องนอนที่ปิดกระแทกตามหลังดังก้องกังวาน มันคือเสียงที่ตอกย้ำการตัดขาดความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและเลือดเย็นที่สุดฉันทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้นไม้เย็นเฉียบหน้าประตูบ้านทันที น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป มันไม่ใช่การร้องไห้ฟูมฟายเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นการร้องไห้ที่เงียบเชียบและโดดเดี่ยวที่สุด ตอนนี้ฉันไม่ได้สูญเสียแค่ผู้ชายใจร้ายที่เป็นคนรักไป แต่ฉันกำลังจะสูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวที่คอยปกป้องฉันมาตลอดชีวิตไปด้วยเช้าวันต่อมา บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดจนอึดอัดแม่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่พอเห็นใบหน้าเรียบตึงไร้ความรู้สึกของลูกชายคนโต ประกอบกับสภาพตาบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักของฉัน แม่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาวและเลือกที่จะเก็บความสงสัยไว้ในใจโต๊ะอาหารเช้ากลายเป็นสนามรบที่
“เฮียพายุ หยุดนะ พายขอร้องล่ะ”ฉันร้องสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก พุ่งตัวเข้าไปแทรกกลาง กางแขนขวางกั้นระหว่างผู้ชายสองคนนั้นไว้ทันที“ถอยไปให้พ้นเลยพาย” เฮียพายุกัดฟันพูด แววตาของพี่ชายแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและน้ำตาแห่งความผิดหวัง “เรื่องนี้เป็นเรื่องของกูกับมัน พายไม่เกี่ยว ถอยไป”“พายไม่ถอยเด็ดขาดค่ะเฮีย” ฉันยืนยันเสียงแข็งทั้งน้ำตา พยายามกางแขนออกกว้าง ใช้ร่างกายตัวเองเป็นโล่กำบังให้พี่ไต้ฝุ่นที่ตอนนี้กำลังใช้แขนยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงขอบเตียงอย่างทุลักทุเล“ไอ้พายุ”พี่ไต้ฝุ่นเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นสะท้าน เขายกหลังมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปากตัวเองลวกๆ “มึงใจเย็นก่อนดิวะ”“มึงกล้าบอกให้กูใจเย็นเหรอวะไอ้เหี้ย” เฮียพายุแค่นหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง “มึงแอบแดกน้องสาวกูลับหลัง หยามเกียรติกูขนาดนี้ แล้วมึงยังมีหน้ามาบอกให้กูใจเย็นเนี่ยนะ ไอ้เพื่อนเวร”“กูผิดเอง กูขอโทษจริงๆ”“คำขอโทษของมึงตอนนี้มันชดใช
“เฮียพายุ”“เฮียถามอยู่นะพาย” พายุภัทรตะโกนลั่นด้วยความโกรธ โกรธที่น้องสาวซึ่งเขารักสุดหัวใจยังเลือกปิดปากเงียบ ปกป้องไอ้สารเลวทั้งที่ตัวเองเจ็บปวดเจียนตาย “ตอบคำถามเฮียมาเดี๋ยวนี้ ว่าของของน้องมันไปตกอยู่ในห้องเพื่อนสนิทเฮียได้ยังไง พูดออกมาซะที ต้องให้เฮียบ้าตายก่อนหรือไงถึงจะพูด พายกับไอ้ฝุ่นทำเรื่องอะไรลับหลังเฮีย”น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้พังทลายไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจกักเก็บได้อีกต่อไป“พายขอโทษค่ะเฮีย” ฉันทำได้เพียงร้องไห้โฮ สารภาพความผิดซ้ำไปซ้ำมาด้วยความรู้สึกผิดจับใจ “พายขอโทษเฮียพายุจริงๆ ค่ะ พายขอโทษ”“จะมาขอโทษเฮียเรื่องอะไรพาย บอกความจริงมาให้หมด”“พายกับพี่ไต้ฝุ่น พวกเรา” ฉันหลับตาปี๋ กลั้นใจระเบิดคำสารภาพที่แสนน่าสมเพชออกไป “พวกเราแอบคบกันค่ะเฮีย”คำว่าคบกันที่ฉันเลือกหยิบมาอ้างในเวลานี้ช่างเป็นตลกร้ายที่แสนขมขื่นสิ้นดี ในเมื่อผู้ชายที่เป็นเจ้าของชื่อเพิ่งจะเอามีดมากรีดหัวใจและตอกหน้าฉันกลับมาอย่างเลือดเย็นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ว่าเ
เสียงลูกบิดประตูห้องนอนถูกบิดเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการเคาะเตือนตามมารยาท มันดังสนั่นในโสตประสาทที่กำลังอื้ออึงของฉันราวกับฟ้าผ่า และทำลายความหวังลมๆ แล้งๆ ที่พยายามหลอกตัวเองว่าเรื่องราวบัดซบทั้งหมดที่เพิ่งพบเจอเป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง ฉันผวาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบหันขวับไปมองบานประตูทันที หัวใจเต้นระรัวรุนแรงราวกับกลองรบร่างสูงใหญ่ของเฮียพายุยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น กรอบประตูที่เคยกว้างขวางกลับดูคับแคบไปถนัดตาเมื่อถูกร่างกายซึ่งกำลังแผ่รังสีอำมหิตขวางกั้นเอาไว้ แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินด้านนอกสาดกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของพี่ชาย เผยให้เห็นโครงหน้าคมเข้มที่เรียบตึงและเคร่งเครียดจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในเวลานี้กลับเป็นดวงตาของเขา ดวงตาคมกริบคู่เดิมที่มักจะทอประกายอบอุ่นและฉายแววเอ็นดูฉันเสมอมา ตอนนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ว่างเปล่า และเหี้ยมเกรียมอย่างลึกล้ำ เฮียพายุมองฉันที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงด้วยสายตาของคนแปลกหน้าที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งตรงหน้าให้พังพินาศ“เฮียพายุ” ฉันละล่ำละลักเรียกช





