ログインมะปรางยืนกำซองเอกสารแน่น รู้สึกประหม่า"คุณพ่อคะ... คือเรื่องที่ปรางขอไปเรียนต่อที่ปารีส ปรางเตรียมแผนการเรียนกับงบประมาณมาให้คุณพ่อพิจารณาค่ะปรางสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทให้เต็มที่..."
ก้องภพขมวดคิ้ว พลิกดูเอกสารผ่านๆ"ปารีสเหรอ? มะปราง... พ่อว่ามันไกลไปหน่อยนะ แล้วช่วงนี้โปรเจกต์ใหม่ของบริษัทก็กำลังยุ่ง พ่ออยากให้เราอยู่ที่นี่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อมากกว่า" มะปรางหน้าเสียเล็กน้อย"แต่คุณพ่อคะ หลักสูตรนี้มันดีที่สุดในสายงานนี้ ปรางอยาก..." วิยะดาเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง ในมือถือถ้วยรังนก"คุยอะไรกันอยู่คะเสียงดังเชียว อ๋อ... เรื่องที่หนูมะปรางจะไปเมืองนอกใช่ไหมคะคุณก้อง" ก้องภพขมวดคิ้ว"คุณ.. รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?" วิยะดาวางถ้วยรังนกลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปบีบไหล่มะปรางเบาๆ อย่างสนิทสนม"รู้สิคะ น่าจะสนับสนุนแกนะคะคุณก้อง เด็กสมัยนี้ถ้าไม่ได้ภาษาหรือประสบการณ์ต่างประเทศจะเสียเปรียบเอาได้ อีกอย่าง... มะปรางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้แกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะค่ะ" มะปรางมองวิยะดาด้วยความแปลกใจและซึ้งใจ"คุณน้าวิ... ขอบคุณนะคะที่เข้าใจปราง" วิยะดายิ้มหวานให้มะปราง ก่อนจะหันไปสบตากับก้องภพด้วยสายตาที่มีเลศนัย “จริงไหมคะคุณก้อง? มะปรางไปเรียนน่ะดีแล้ว ส่วนงานที่บริษัทน่ะ ให้ 'ลูกเกด' เข้ามาช่วยทำแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ค่ะ ลูกเกดเขาบ่นกับวิอยู่บ่อยๆ ว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อบ้าง" ก้องภพนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ถ้าคุณวิว่าอย่างนั้น... ก็ได้ มะปราง พ่อจะให้เลขาจองตั๋วเครื่องบินให้เร็วที่สุด เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวนาน" วิยะดารีบเสริมทันที"ไม่ต้องรบกวนเลขาหรอกค่ะคุณก้อง เดี๋ยววิจัดการเรื่องตั๋วกับที่พักให้หนูมะปรางเอง รับรองว่า... จะให้เดินทางไปให้เร็วที่สุดเลยค่ะ" มะปราง: "ขอบคุณค่ะคุณพ่อ ขอบคุณนะคะคุณน้าวิ" มะปรางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ โดยไม่ทันเห็นสายตาของวิยะดาที่มองผ่านเธอไปอย่างเย็นชา'ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาแย่งอะไรจากลูกสาวฉันอีกนะ...' วันรุ่งขึ้น4สาวนัดเจอกันที่คาเฟ่ ร้านประจำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่เด็ดเดี่ยว สาวๆ ทั้ง 4 คนสบตากันอย่างรู้กันว่า "ต้องไป" มะปรางพยายามฝืนยิ้ม นัยน์ตาหม่นเศร้าจนเพื่อนๆ สังเกตได้"ฉันตัดสินใจแล้วนะพวกแก... ฉันจะไปปารีสกับพวกแกด้วย ฉันไปขอคุณพ่อมาแล้ว ท่านตกลงจะส่งฉันไปเรียนบริหารกับน้ำหวาน" มิ้นพูดพลางนึกถึงความสายเปย์ของ ธีร์ ที่ดูแลเธอประดุจเจ้าหญิง"ดีเลยปราง... พี่ธีร์เขาจัดการเรื่องทุนให้ฉันแล้ว เขาบอกว่าเจ้านายที่ Diamond Group สนับสนุนเต็มที่ อยากเรียนอะไรเพิ่มก็ได้ พี่ธีร์นี่... ใจดีจนฉันเริ่มเกรงใจแล้วเนี่ย" น้ำหวาน: "เริ่ด! ฉันก็สละทุนออกแบบให้ยัยมะนาวไปแล้ว ฉันจะไปเรียนบริหารเป็นเพื่อนแกเองมะปราง ชีวิตที่ปารีสต้องแซ่บกว่าที่นี่แน่ๆ ไม่ต้องมีใครมาตามด่าว่าฉันเป็นแมวเปรี้ยวหมาแก่ให้รำคาญหู!" มะนาวมองเพื่อนอย่างซึ้งใจ “ขอบใจแกมากนะหวาน ถ้าไม่ได้แกช่วยโกหกม้าว่าฉันไปเรียนทุนมหาลัย ม้าคงไม่ยอมแน่ๆ มฟ้าชอบบังคับให้ฉันรายงานตัวทุกชั่วโมงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว ไปนู่นฉันจะได้เป็นอิสระเสียที!” ศรัณย์ พยายามโทรหามะปรางอีกครั้งเพื่อจะอธิบายว่าเรื่องลูกเกดเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่สิ่งที่เขาได้รับคือ "หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้" มะปรางยืนมองหน้าต่างบ้านข้างๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหยิบพาสปอร์ตใส่กระเป๋า "ลาก่อนนะคะพี่หมอ... หวังว่าตอนที่ปรางกลับมา พี่หมอกับพี่เกดคงจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างที่น้าวิต้องการนะคะ" บรรยากาศในคลับคืนนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นคืนเลี้ยงส่งสี่สาวก่อนบินไปปารีสในวันรุ่งขึ้น ในโซนVIPโซฟานุ่ม ธีร์นั่งโอบไหล่มิ้นไม่ห่าง มือหนาคอยลูบผมและกระซิบข้างหูเธอตลอดเวลาจนมิ้นหน้าแดงก่ำ น้ำหวานเบะปาก กลอกตามองบน ”แหม... พี่ธีร์คะ มิ้นมันไม่หายไปไหนหรอกค่ะ นั่งคลอเคลียกันจนมดจะขึ้นคลับอยู่แล้ว!" ธีร์หัวเราะอย่างไม่แคร์ "ก็คนมันรัก... มีปัญหาไหมน้ำหวาน?" น้ำหวานที่ทำเป็นเก่ง กระดกไวน์จนหมดแก้วแล้วลุกเดินหนีไปทางระเบียงลมเย็นๆ วิศรุตที่จ้องอยู่แล้วรีบวางแก้วและตามไปติดๆ ทันทีที่พ้นสายตาคน... วิศรุตคว้าเอวบางมาประชิดตัว "จะหนีไปปารีสทั้งที่ยังติดค้างพี่เหรอ?" น้ำหวานยังไม่ทันได้อ้าปากด่า จูบที่แสนเอาแต่ใจของวิศรุตก็ปิดปากเธอทันที ก่อนที่เขาจะอุ้มเธอหายเข้าไปในห้อง VIP เพื่อ "สั่งลา" ให้สมกับความคิดถึง มะนาวพยายามจะสลัดความกลัว ทิ้งตัวเต้นอยู่กลางฟลอร์อย่างสุดเหวี่ยง แต่ไม่นานมือหนาที่คุ้นเคยก็กระชากแขนเธอไว้อย่างแรง "เต้นยั่วใคร! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่อนุญาต ห้ามออกมาเต้น!“ มะนาวยังไม่ทันเอ่ยอะไรพายุก็ลากเธอขึ้นลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องส่วนตัวทันที คืนนี้เขาจะขังเธอไว้ให้หนำใจก่อนจะปล่อยให้บินไปไกลตา มะปรางเดินเลี่ยงออกมาทางสวนดาดฟ้าที่เงียบสงบ เธออยากสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนจะจากบ้านเกิดไป แต่แรงกระชากที่ข้อมือทำให้เธอสะดุ้งภายในห้องหอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และแสงไฟสีนวลตา ศรัณย์ ในชุดเจ้าบ่าวที่ปลดกระดุมออกจนเผยให้เห็นแผงอกกว้าง ขยับกายเข้าไปใกล้ร่างบางของ มะปราง ที่นั่งอยู่ปลายเตียง เขาโน้มตัวลงกอดเธอจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ เขากดจมูกลงบนไหล่เนียนเบาๆ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าข้างใบหู “ถึงเวลาเข้าหอจริงๆ ของเราแล้วนะครับ... เมียพี่” มะปรางหดคอหนีด้วยความเขินอาย มือเรียวรีบตะปบเข้าที่แผ่นหลังของเขาผ่านเนื้อผ้าเบาบางด้วยความกังวล “พี่ศรัณย์... ไม่เจ็บแผลแล้วเหรอคะ แผลถูกยิงเพิ่งจะตกสะเก็ดเองนะ” ศรัณย์หัวเราะในลำคอเบาๆ แรงสั่นสะเทือนจากแผงอกส่งผ่านถึงแผ่นหลังของเธอ เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหว “พี่หายดีแล้วครับ... หายจนอยากจะพิสูจน์ให้ปรางดูตอนนี้เลย” เขากุมมือเธอมาวางบนหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นแรง “พี่คิดถึงปรางใจจะขาด... และที่สำคัญ พี่อยากไปทักทายน้องวริศจะแย่อยู่แล้วครับ” ในห้องหอที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ศรัณย์ ค่อยๆ เชยคาง มะปราง ขึ้นมาสบตา สายตาข
ณ ห้องอาหารสุดหรูของโรงแรม อัศวธารา ที่ตอนนี้ ภาคิน สั่งปิดโซนพิเศษเพื่อให้น้องเขยอย่างศรัณย์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มานั่งฉลองเตรียมงานแต่งครั้งที่สาม พร้อมหน้าพร้อมตาแก๊งเพื่อนซี้ ทั้ง พายุ ภีม ธัช ธีร์ และวิศรุต "พวกมึงไม่ต้องอิจฉาหรอกนะ โดยเฉพาะไอ้ธัช ไอ้ธีร์... เมียพวกมึงยังไม่ท้องใช่ไหมล่ะ" ศรัณย์เอ่ยพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แต่มะปรางน่ะ... 3 เดือนแล้วโว้ย! แซงหน้าพวกมึงไปไกล" "เออ! ยอมรับว่ามึงไวไอ้หมอ แต่มึงก็แต่งมาตั้วนานแล้วนะ" วิศรุต เบรกแรงพลางเทน้ำใส่แก้ว "แล้วมึงจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรนะ ศรัณย์วริศ เหรอ แล้วถ้าเกิดท้องนี้ลูกมึงเป็นผู้หญิงล่ะไอ้หมอ มึงจะทำยังไง" "ผู้ชายเว้ย! ยังไงก็ผู้ชายชัวร์" ศรัณย์ยืนยันเสียงแข็งหน้าตาย "ถ้าคนนี่ผู้ชาย ท้องสองน่ะ! ถ้าคนต่อไปเป็นผู้หญิงล่ะ" วิศรุตเซ้าซี้ต่อ ศรัณย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "ถ้าลูกสาวเหรอ... ก็คง วริศรา หรือไม่ก็ ศรัณย์รัตน์ มั้ง ฟังดูเพราะดีออก ศรัณย์วริศ กับวริศรา” "เฮ้ย! ไม่ได้ๆ วริศรา นี่กูจองแล้ว!" วิศรุตโพล่งขึ้นมาจนคนทั้งโต๊ะหันมอง "ชื่อนี้กูเล็งไว้ให้ลูกสาวกูในอ
ภายในห้องพักที่ดูสงบเงียบผิดปกติ วิยะดา นั่งอยู่บนเตียง สายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับ ก้องภพ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล แววตาของเธอในวันนี้ไม่มีกระแสแห่งการยื้อแย่งหรือเอาชนะเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนล้าและละอายใจ “ก้องคะ... ฉันตัดสินใจแล้ว” วิยะดาเอ่ยเสียงสั่นพร่า “ทันทีที่ฉันออกจากโรงพยาบาล ฉันจะพาลูกเกดไปจากที่นี่... ไปให้ไกลจากชีวิตคุณ” ก้องภพชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงรับฟังเงียบๆ “ที่ผ่านมาฉันทำเรื่องแย่ๆ กับคุณไว้มาก... ฉันละอายใจเหลือเกินที่เคยเห็นคุณเป็นเพียงที่พึ่งทางใจแต่ไม่เคยให้เกียรติคุณในฐานะเมียจริงๆ เลย” เธอก้มหน้าลงพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ “ฉันจะคืนชีวิต คืนอิสระให้คุณนะคะก้อง... ฉันขอโทษ” ก้องภพถอนหายใจยาว ความหนักอึ้งในใจตลอดหลายปีดูเหมือนจะเบาบางลง เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอภัย “ผมไม่ได้โกรธคุณแล้วนะวิยะดา... เพื่อเห็นแก่เวลาที่เราเคยมีร่วมกัน ผมจะให้เงินคุณก้อนหนึ่งไว้ดูแลลูกเกดและตั้งตัวนะ คุณจะได้ไม่ต้องลำบาก” เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ เราจบกันด้วยดี... ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งนะ” วิยะดาเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เธ
ก่อนจะเข้าไปในห้องรับรอง ไมค์ หันมาสบตากับ ศรัณย์ พลางพยักหน้าให้กันน้อยๆ เป็นเชิงขอโทษและขอบคุณที่ผ่านมา ศรัณย์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะรู้แล้วว่าไมค์นี่แหละคือคนที่ ปราบ สองแม่ลูกนี้ได้อยู่หมัดที่สุด "โชคดีนะแจน... ฝากดูแล น้องสาวกับหลานพี่ด้วยนะไมค์" ศรัณย์เอ่ยไล่หลัง แจนหันมามองศรัณย์เป็นครั้งสุดท้าย ความยึดติดที่เคยมีมันมลายหายไปหมดสิ้น เธอไม่ได้รักศรัณย์จริงๆ เธอแค่รักความสมบูรณ์แบบที่แม่กรอกหู แต่คนที่กอดเธอไว้ในวันที่เธอไม่เหลือใครจริงๆ คือผู้ชายที่กำลังโอบไหล่เธออยู่ตอนนี้ต่างหาก "พี่หมอ... แจนขอโทษนะคะสำหรับทุกอย่าง" แจนทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูเบาสบายที่สุดในรอบหลายปี ก่อนจะเดินเคียงข้างไมค์และพ่อเลี้ยงโกศลออกไปเพื่อเริ่มต้นชีวิต คุณนายสัมปทานป่าไม้ อย่างเต็มตัว เมื่อแจนกับไมค์จากไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความเข้าใจผิดก้อนโตที่ทำเอา มะปราง เตลิดไปไกล ศรัณย์ พยายามฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นจากเตียง มือข้างหนึ่งเกาะเสาน้ำเกลือไว้แน่น ใบหน้าคมซีดเผือดแต่แววตามุ่งมั่น "พี่ฝน... ช่วยพยุงผมไปหามะปรางที ผมยอมให้เมียเข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้จริงๆ" น้ำฝนมองด้วยควา
เช้าวันใหม่ที่ควรจะสดใส กลับกลายเป็นเมฆครึ้มปกคลุมไปทั่วห้องพักฟื้น เมื่อ แจ่มจันทร์ กึ่งลากกึ่งจูงแจนเข้ามาด้านใน โดยมี คุณมาลินี และ คุณมานพ ที่กำลังตรวจเช็กอาการลูกชายอยู่พอดี “สวัสดีค่ะคุณมาลินี คุณมานพ แหม... ช่วงนี้ดูมีความสุขกันจังนะคะ” แจ่มจันทร์เอ่ยทักทายเสียงระรื่นผิดปกติ ในขณะที่แจนเอาแต่ยืนก้มหน้าหลบอยู่ข้างหลังแม่ด้วยความอับอาย คุณมาลินียิ้มรับตามมารยาท “ก็ธรรมดาล่ะค่ะ กำลังจะได้เป็นว่าที่คุณย่าแล้วนี่นา” “นั่นสิคะ... ดิฉันเลยตั้งใจจะมาเรียนให้ทราบว่า ศรัณย์ทำลูกสาวดิฉันท้อง! เพราะฉะนั้นศรัณย์ต้องรับผิดชอบค่ะ!” “อะไรนะครับ!” ศรัณย์ที่นอนอยู่อุทานลั่นตาโตแทบถลนออกจากเบ้า เขาหันขวับไปมองแจนที่เอาแต่ยืนตัวสั่น คำประกาศนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ มะปราง ที่กำลังรินน้ำอยู่ถึงกับมือสั่นจนเหยือกแทบหลุดมือ หัวใจที่เพิ่งจะพองโตกลับเหี่ยวฝ่อลงทันที 'ไหนมะนาวบอกว่าในคลิปไม่มีอะไรไง หรือว่ามันมีมากกว่านั้นแต่พี่ศรัณย์หลอกเรา...' “ปราง... ปรางฟังพี่ก่อน” ศรัณย์พยายามจะคว้ามือมะปราง แต่เธอขยับหนี “ปราง... ปรางจะไปดูคุณพ่อพร้อมพงษ์ก่อนค่ะ เชิญคุยกันตามสบายเถอะค่ะ” มะปรางบอกเ
ท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องที่ถูกล็อคสนิท ศรัณย์ค่อยๆ โน้มใบหน้าคมเข้มเข้าไปหาเมียรักช้าๆ ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่รินรดกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในหัวใจ มะปรางหลับตาลงพริ้ม รับรู้ได้ถึงจุมพิตที่อ่อนโยนแต่อัดแน่นไปด้วยความคิดถึงที่ศรัณย์มอบให้ มันเป็นจูบที่โหยหา... หลังจากที่ต้องพรากจากกันด้วยความเข้าใจผิด และผ่านนาทีชีวิตมาอย่างสาหัส รสสัมผัสนี้เหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมใจที่แห้งผากมานานเป็นเดือน ศรัณย์เริ่มถลำลึก ความซ่านสยิวแล่นพล่านไปทั่วกายจนเขาอยากจะดึงร่างบางเข้ามากอดให้จมอกมากกว่าแค่จูบ แต่พอเขาจะขยับตัว ความเจ็บจี๊ดจากบาดแผลที่แผ่นหลังก็แล่นปลาบขึ้นมาประท้วงทันที! "อึก..." ศรัณย์ชะงักไปเล็กน้อย ร้องครางออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ "พี่ศรัณย์! เป็นอะไรคะ เจ็บแผลใช่ไหมคะ“มะปรางรีบผละออกด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ ศรัณย์ได้แต่ทำหน้ามุ่ย พิงพนักเตียงอย่างหมดแรง "พี่... พี่โอเคค่ะ แค่ คุณไรต์ เขาคงยังไม่อยากให้พี่ทำอะไรมากกว่าจูบตอนนี้ล่ะมั้ง (มาโทษฉันอีก55) สภาพพี่มันน่านัก..." เขาสบถเบาๆ อย่างแสนเสียดาย จนมะปรางหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังมองตากันอย่าง
8หน้าที่ “พี่หมอ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ปรางขอร้อง” มะปรางกระซิบเสียงสั่น พลางเหลือบมองไปทางห้องนอนของแม่พัชราด้วยความกังวล “คุณแม่หลับแล้วจริงๆ ถ้าพี่เข้าไปตอนนี้ท่านจะตกใจนะคะ” ศรัณย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลดกระเป๋าหมอในมือลงแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง “ได้... ในเมื่อบอกว่าคุณป้าหลับ พี่จะไม่เข้าไปกวน แต่
7ความรับผิดชอบ ตรวจร่างกาย หลังผ่านคืนวุ่นวายมาได้ 2 วัน หนุ่มๆ ก็นัดเจอกันในสภาพที่แต่ละคนมี รอยความเครียด และรอยรักปรากฏอยู่บนหน้า วิศรุตเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ ดูรูปโปรไฟล์ไลน์ของน้ำหวานวนไปวนมา "พวกมึง... กุว่ากุเป็นโรคติดต่อว่ะ วันก่อนกุเรียกเด็กที่คลับมา กุกลับรู้สึกหยึยๆ เข้าใกล้ใครไม่ได้
6.หลบหน้าน้องสาวข้างบ้าน รถยุโรปสีดำจอดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ศรัณย์หันมองร่างบางที่นั่งคุดคู้ข้างกาย มะปรางในตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย สายตาของเธอเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "รออยู่ในรถนะ พี่ไปไม่นาน" ศรัณย์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาเปิดประตูลงไปเ
ริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไ







