LOGINภายในรถสปอร์ตคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะระเบิดออกแสงไฟจากข้างทางที่พาดผ่านเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นร่างเล็กที่กระสับกระส่ายอยู่บนเบาะข้างคนขับ
มะปรางพยายามขดตัวเข้าหาความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มือบางจิกกำเบาะแน่นจนสั่นเทา เหงื่อเม็ดใสผุดซึมเต็มกรอบหน้าและลำคอระหงจนเส้นผมเปียกชื้น แก้มของเธอแดงซ่าน ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งร้อนผ่าวจนคนข้างกายรู้สึกได้ ศรันย์จ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด มือที่กุมพวงมาลัยบีบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน เขาเหลือบมองมะปรางด้วยความสงสารและโกรธแค้นคนที่ทำกับเธอแบบนี้ แต่สิ่งที่เขารู้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เขาพามะปรางกลับบ้านไม่ได้ ถ้าสภาพของเธอถูกพบเห็นในคฤหาสน์ เรื่องนี้จะกลายเป็นไฟลามทุ่งที่แผดเผาทุกอย่าง รวมถึงเกียรติของเธอด้วย เขาจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าสู่โรงแรมหรูที่ใกล้ที่สุด จัดการจองห้องพักในนามส่วนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย เมื่อถึงห้องพัก ศรันย์ประคองร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของมะปรางให้นอนลงบนเตียงกว้าง เขาเร่งมือจัดการทุกอย่างตามที่สติที่เหลืออยู่จะนึกได้ “ดื่มน้ำหน่อยนะมะปราง... ทานยานี่เข้าไปด้วย มันจะช่วยลดอาการได้” เขายกมือสั่นๆ ของเธอขึ้นมา ประคองให้จิบน้ำและกลืนยาบรรเทาการกระตุ้นประสาทที่เขาแวะซื้อมาอย่างเร่งด่วน จากนั้นเขาก็รีบคว้าผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ค่อยๆ ซับลงบนหน้าผากและกรอบหน้าที่มีเหงื่อเกาะพราว ทุกครั้งที่ผ้าชุบน้ำอุ่นสัมผัสผิวละเอียด ศรันย์ต้องสะกดกลั้นลมหายใจ เสียงครางแผ่วในลำคอของมะปรางและความร้อนจากกายสาวที่แผ่ออกมาเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจเขา เขาพยายามบอกตัวเองว่านี่คือการช่วยเหลือ... แต่ความสั่นสะท้านในแววตาและหัวใจที่เต้นโครมครามกลับบอกในสิ่งตรงกันข้าม เขาเฝ้าดูชีพจรที่ข้อมือเล็กอย่างระมัดระวัง พยายามรักษาความนิ่งเฉย แม้ภายในอกจะเจ็บแน่นเพราะแรงกดดันของความปรารถนาที่เขาทับถมมันไว้มานานกว่าสิบปี ฤทธิ์ยาที่ศรัณย์ป้อนให้เริ่มทำหน้าที่กดประสาทส่วนกลาง แต่มันกลับไปเพิ่มความไวต่อสัมผัส จนร่างกายของมะปรางร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม สติของเธอเริ่มกลับมาคุยรู้เรื่องขึ้นบ้าง แต่ความต้องการทางกายกลับพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เธอมองเห็นศรัณย์ที่กำลังเช็ดตัวให้เธออย่างยากลำบาก เห็นเขากัดฟันแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ เห็นความพยายามที่จะ "ไม่แตะต้อง" ของเขา “พี่ศรัณย์... ทรมาน... ปรางไม่ไหวแล้ว...” มะปรางครางออกมาพลางคว้ามือหนาของเขามาแนบแก้มร้อนผ่าวของตัวเอง “ช่วยปรางเถอะนะ... อย่าทิ้งปรางนะ...” ศรัณย์ชะงักไปทั้งร่าง ลมหายใจของเขาขาดช่วงเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่ไหลซึมจากหางตาของเธอ เขาพยายามดึงสติ พยายามบอกตัวเองว่าเธอแค่โดนยา แต่เสียงอ้อนวอนของผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิตมันบีบคั้นหัวใจจนเขาเจ็บไปหมด “ถ้าพี่ทำ... เธอจะเกลียดพี่ไหมมะปราง” เขาถามเสียงสั่นพร่า ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างบางด้วยความโหยหาที่เกือบจะกักขังไว้ไม่ไหว มะปรางไม่ตอบ... แต่เธอเลือกที่จะรั้งคอเขาลงมา จูบที่สะเปะสะปะด้วยความไร้เดียงสาแต่มุ่งมั่นนั้นคือคำตอบเดียวที่เขามีในตอนนี้ ศรันย์หลับตาลง ปล่อยให้เหตุผลและความถูกต้องพังทลายลงในวินาทีนั้น ริมฝีปากที่แตะลงมาบนกลีบปากของมะปรางเริ่มจากความอ่อนโยน ซึมซับเอาหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวของเธอไปจนหมดสิ้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นและลึกซึ้งขึ้น “มะปราง...” เขากระซิบชื่อเธอชิดริมฝีปาก เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความต้องการที่ซ่อนไว้ที่ปิดไม่มิด มือหนาที่เคยสั่นเทาเปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาแต่ปลุกเร้า ความร้อนจากฝ่ามือของเขาเหมือนเปลวไฟที่จุดประกายให้เลือดในกายสาวฉีดพล่าน มะปรางไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเบียดกายเข้าหาไออุ่นที่เธอโหยหามาตลอด ผิวสัมผัสที่เสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าบางเบายิ่งตอกย้ำความทรมานที่แสนหวาน ศรันย์ถอนจุมพิตออกมาเพียงนิด เพื่อมองสบตาที่รื้นน้ำตาของเธออีกครั้ง ดวงตาของเขาเข้มจัดด้วยอารมณ์รักและปรารถนาที่ปิดไม่มิด “ถ้าพี่เริ่มแล้ว... พี่จะหยุดไม่ได้นะ” เขาให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่คำตอบของมะปรางคือการโน้มคอเขาลงมาหาอีกครั้ง พร้อมกับลมหายใจที่สอดประสานกันจนแยกไม่ออก ในห้องที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและความร้อนแรงที่ค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิขึ้น ศรันย์เริ่มขยับมือจัดการกับพันธนาการสุดท้ายที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอออกอย่างช้าๆ...ปลายนิ้วไล้ผ่านเนื้ออุ่น ลมหายใจหนักหน่วง เธอเม้มปากแน่นเมื่อลมหายใจของเขาแผ่วรดต้นคอระหง ลมหายใจของเขาทกระทบใบหู ข้างแก้ม จนหัวใจของเธอแทบจะหลุดออกมามะปรางยืนกำซองเอกสารแน่น รู้สึกประหม่า"คุณพ่อคะ... คือเรื่องที่ปรางขอไปเรียนต่อที่ปารีส ปรางเตรียมแผนการเรียนกับงบประมาณมาให้คุณพ่อพิจารณาค่ะปรางสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทให้เต็มที่..." ก้องภพขมวดคิ้ว พลิกดูเอกสารผ่านๆ"ปารีสเหรอ? มะปราง... พ่อว่ามันไกลไปหน่อยนะ แล้วช่วงนี้โปรเจกต์ใหม่ของบริษัทก็กำลังยุ่ง พ่ออยากให้เราอยู่ที่นี่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อมากกว่า" มะปรางหน้าเสียเล็กน้อย"แต่คุณพ่อคะ หลักสูตรนี้มันดีที่สุดในสายงานนี้ ปรางอยาก..." วิยะดาเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง ในมือถือถ้วยรังนก"คุยอะไรกันอยู่คะเสียงดังเชียว อ๋อ... เรื่องที่หนูมะปรางจะไปเมืองนอกใช่ไหมคะคุณก้อง" ก้องภพขมวดคิ้ว"คุณ.. รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?" วิยะดาวางถ้วยรังนกลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปบีบไหล่มะปรางเบาๆ อย่างสนิทสนม"รู้สิคะ น่าจะสนับสนุนแกนะคะคุณก้อง เด็กสมัยนี้ถ้าไม่ได้ภาษาหรือประสบการณ์ต่างประเทศจะเสียเปรียบเอาได้ อีกอย่าง... มะปรางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้แกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะค่ะ" มะปรางมองวิยะดาด้วยความแปลกใจและซึ้งใจ"คุณน้าวิ... ขอบคุณนะคะที่เข้าใจปราง" วิยะดายิ้มหวานให้มะปราง ก่อนจ
8หน้าที่ “พี่หมอ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ปรางขอร้อง” มะปรางกระซิบเสียงสั่น พลางเหลือบมองไปทางห้องนอนของแม่พัชราด้วยความกังวล “คุณแม่หลับแล้วจริงๆ ถ้าพี่เข้าไปตอนนี้ท่านจะตกใจนะคะ” ศรัณย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลดกระเป๋าหมอในมือลงแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง “ได้... ในเมื่อบอกว่าคุณป้าหลับ พี่จะไม่เข้าไปกวน แต่ในฐานะหมอเจ้าของไข้ พี่ต้องถามอาการโดยละเอียดจาก ‘คนดูแล’ หน่อยว่าที่คุณบอกว่าไม่สบาย... อาการเป็นยังไง?” เขารุกคืบเข้ามาจนมะปรางต้องถอยหลังไปจนติดราวระเบียงไม้ ลมพัดแรงจากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้กลิ่นดอกจำปีและกลิ่นน้ำหอมสะอาดจากตัวศรัณย์ตีรวนกันจนมะปรางมึนงง “ก็... ก็มีไข้นิดหน่อยค่ะ แล้วก็เพลียๆ” มะปรางก้มหน้าตอบ ไม่กล้าสบตาคมกริบคู่นั้น “เหรอครับ...” ศรัณย์แค่นยิ้มเย็น มือหนาข้างหนึ่งยันราวระเบียงไว้ กักตัวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนกลายๆ “แต่แปลกนะ มะปรางลืมไปหรือเปล่าว่าพี่แวะมาดูคุณป้าเมื่อวานตอนบ่าย อาการท่านปกติดีทุกอย่าง ความดันเสถียร ผลเลือดไม่มีอะไรน่าห่วง... หรือว่าพัลส์ของคนไข้จะเปลี่ยนไปเพียงแค่ชั่วข้ามคืน?” มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด เธอรู้ตัวแล้วว่าความแตกอย่างยับเยิน “พี่ให
7ความรับผิดชอบ ตรวจร่างกาย หลังผ่านคืนวุ่นวายมาได้ 2 วัน หนุ่มๆ ก็นัดเจอกันในสภาพที่แต่ละคนมี รอยความเครียด และรอยรักปรากฏอยู่บนหน้า วิศรุตเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ ดูรูปโปรไฟล์ไลน์ของน้ำหวานวนไปวนมา "พวกมึง... กุว่ากุเป็นโรคติดต่อว่ะ วันก่อนกุเรียกเด็กที่คลับมา กุกลับรู้สึกหยึยๆ เข้าใกล้ใครไม่ได้เลย ในหัวแม่งมีแต่กลิ่นน้ำหอมยัยแมวเปรี้ยวนั่น... รสชาติของน้ำหวานนี่มันแซ่บจนกุกินคนอย่างอื่นไม่ได้เลยเหรอวะ" พายุไม่ได้พูดอะไร แต่เขาควัก ธนบัตร 500 บาทกับ กระดาษโน้ต ออกมาวางบนโต๊ะเสียงดังปัง! จนเพื่อนๆ สะดุ้ง "พวกมึงดู... ยัยนั่นหลอกด่ากูว่าเป็นผู้หญิงขายบริการยังไม่พอ ยังทิ้งตังค์ไว้ให้กู 500 เป็นค่าตัว! เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าตบหน้ากูด้วยเงินห้าร้อยแบบนี้มาก่อน... ยัยมะนาว! อย่าให้กูเจอตัวนะ กูจะคิดดอกเบี้ยให้ท่วมตัวเลย!" พายุเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ในสายตาคือความแค้นที่ปนความหลงใหล ธีร์นั่งยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขที่สุดในกลุ่ม "พวกมึงก็ใจเย็นๆ กันหน่อยสิ... ดูอย่างกูสิ ดูแลน้องมิ้นอย่างดี คืนนั้นกูไม่ให้น้องกลับบ้านหรอก สภาพนั้นอันตรายจะตาย" วิศรุตหันมาแขวะ "ดูแลดีจนต้องไปกว้านซื้
6.หลบหน้าน้องสาวข้างบ้าน รถยุโรปสีดำจอดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ศรัณย์หันมองร่างบางที่นั่งคุดคู้ข้างกาย มะปรางในตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย สายตาของเธอเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "รออยู่ในรถนะ พี่ไปไม่นาน" ศรัณย์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาเปิดประตูลงไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาพร้อมถุงร้านยาและน้ำดื่มขวดใหม่ ศรัณย์แกะแผงยาเม็ดหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เธอพร้อมน้ำ "ทานยานี่ซะ... ยาคุมฉุกเฉิน" เสียงทุ้มต่ำสะดุดไปนิดเมื่อต้องพูดคำนี้ "พี่ขอโทษที่ต้องให้ทาน แต่มันจำเป็นสำหรับเราในตอนนี้... ส่วนนี่เป็นยาแก้ปวดกับยาลดไข้ ทานดักไว้ก่อน เพราะเมื่อคืนเธอนอนน้อย ร่างกายอาจจะปรับสภาพไม่ทัน" มะปรางรับยามาถือไว้ มือสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อเห็นประเภทของยา แต่มันก็คือความจริงที่เธอต้องยอมรับ... เธอรับยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามเงียบ ๆ โดยไม่สบตาเขา ศรัณย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้... แต่พี่สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง" แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงม
ริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไล่ลงมาบีบเคล้นก้นงอนงาม ยิ่งเขาจูบแรงขึ้นน้ำหนักที่มือยิ่งแรงตามไปด้วย เธอร้อนไปทั้งตัวเบียดกายเข้าหาเขา“อือ..พี่หมอ..” เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมานวดเคล้นเต้างามยิ่งสร้างความวาบหวิวไปทั้งร่าง เขาถอนจูบและเลื่อนริมฝีปากมาครอบครองเต้างามกลมกลึง ยิ่งเพิ่มความเสียดเสียวให้เธอ เขาเลื่อนมืออีกข้างขยับมาลูบวนตรงกายสาวพร้อมขยี้ติ่งเสียวจนเธอเผลอครางออกมา “อือ..พี่หมอ..ศรัณย์”เธอหวีดร้องเหมือนขาดใจ “เจ็บนิดนึงนะ” นิ้วเรียวของเขารุกล้ำเข้ามาในร่องสาว เขาจูบซับเพื่อให้เธอคลายกังวลแล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเข้า ออก เพื่อลดความเจ็บ ในช่องทางรักน้ำหวานยังคงไหลรินออกมาจนฉ่ำชื้น ศรัณย์เชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความรักที่ปิดบังไม่มิดและความโหยหาที่รอคอยมาแส
ภายในรถสปอร์ตคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะระเบิดออกแสงไฟจากข้างทางที่พาดผ่านเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นร่างเล็กที่กระสับกระส่ายอยู่บนเบาะข้างคนขับ มะปรางพยายามขดตัวเข้าหาความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มือบางจิกกำเบาะแน่นจนสั่นเทา เหงื่อเม็ดใสผุดซึมเต็มกรอบหน้าและลำคอระหงจนเส้นผมเปียกชื้น แก้มของเธอแดงซ่าน ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งร้อนผ่าวจนคนข้างกายรู้สึกได้ ศรันย์จ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด มือที่กุมพวงมาลัยบีบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน เขาเหลือบมองมะปรางด้วยความสงสารและโกรธแค้นคนที่ทำกับเธอแบบนี้ แต่สิ่งที่เขารู้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เขาพามะปรางกลับบ้านไม่ได้ ถ้าสภาพของเธอถูกพบเห็นในคฤหาสน์ เรื่องนี้จะกลายเป็นไฟลามทุ่งที่แผดเผาทุกอย่าง รวมถึงเกียรติของเธอด้วย เขาจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าสู่โรงแรมหรูที่ใกล้ที่สุด จัดการจองห้องพักในนามส่วนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย เมื่อถึงห้องพัก ศรันย์ประคองร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของมะปรางให้นอนลงบนเตียงกว้าง เขาเร่งมือจัดการทุกอย่างตามที่สติที่เหลืออยู่จะนึกได้ “ดื่มน้ำหน่อยนะมะปราง... ทานยานี่เข้าไปด้วย มันจะช่ว







