Masukช่วงบ่ายอันเงียบสงบ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลงมายังสนามหญ้าหลังเรือนใหญ่ หลังจากที่ นิสา อาศัยความหน้าด้านหน้าทนขับรถมาจอดที่หน้าไร่ พลางอ้างชื่อคุณม๊าอักษราภัคกับ รปภ. อย่างจองหองว่าเธอตั้งใจเอากาแฟของฝากราคาแพงมามอบให้เพื่อขอโทษเรื่องคราวก่อน จนระบบรักษาความปลอดภัยยอมหลีกทางให้เธอเดินนวยนาดเข้ามาถึงบริเวณหลังเรือนใหญ่จนได้สายตาจองหองของนิสาจิกมองตรงไปที่ พลอตเตอร์ เด็กชายตัวน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นกับ ชานม เจ้าหมาตัวโตอย่างเพลิดเพลินโดยไม่มีผู้ใหญ่อยู่แถวนั้น ความอิจฉาริษยาและแรงแค้นจากเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้นิสาคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ หญิงสาวก้าวพรวดออกไปปรากฏตัวทันที“อ้าว... ไอ้เด็กกาฝากนี่ยังอยู่ที่นี่อีกเหรอ?” นิสาพ่นลมหายใจอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเดินตรงเข้าไปกระชากแขนพลอตเตอร์อย่างแรงจนเด็กชายตัวน้อยถลาตามแรงดึง “นายนี่มันหน้าด้านจริงๆ นะ พ่อแม่เป็นใครก็ไม่รู้ยังจะมาเสนอหน้าเกาะกินอยู่อีก!”“ฮือออ... เจ็บ พลอตเตอร์เจ็บ!” เด็กน้อยร้องไห้จ้าด้วยความตกใจและเจ็บแผลที่ต้นแขน“คุณ!! คุณจะทำอะไรคุณหนู หยุดนะ!” ป้าภา แม่บ้านเก่าแก่รีบวิ่งออกมาจากในครัว เห็นรอยนิ้วมือแดงก่ำบนแขนขาว ๆ ของ
ภายในห้องสวีทสุดหรูของคฤหาสน์อัศวธารากุล หลังจบงานเลี้ยงอันเหนื่อยล้า วิศรุตในสภาพที่ถอดสูทออกเหลือเพียงเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เดินเข้าไปสวมกอดน้ำหวานที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดเครื่องสำอางหน้ากระจก “หวานครับ... พี่ว่าเราไปฮันนีมูนที่ปารีสแล้วต่อด้วยสวิตเซอร์แลนด์ดีไหม พี่จองที่พักแบบส่วนตัวสุดๆ ไว้แล้วนะ จังหวะนี้แหละดีที่สุดเพราะเจ้าภรตมันบินมาไทยพอดี ทางสะดวกเราเลยล่ะ” วิศรุตกระซิบชิดใบหูพลางสูดดมความหอมจากซอกคอเมียหมาดๆ น้ำหวานหัวเราะเบาๆ “พี่รุตคะ... แผนสูงจริงๆ นะคะ แต่อย่างที่หวานบอก หวานยังไม่อยากทิ้งงานยาวขนาดนั้น หวานยังอยากทำโปรเจกต์บัญชีปีนี้ให้เสร็จก่อน และที่สำคัญ... หวานยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ ‘เมีย’ ได้ไม่ดีพอเลย ดูสิคะ ขนาดหัดทำกับข้าวมาตั้งนาน หวานยังทำไม่เก่งเท่าที่ตั้งใจเลย” วิศรุตหมุนตัวน้ำหวานให้หันกลับมาสบตา แววตาเขาเต็มไปด้วยความรัก “หวานจะเก่งไปถึงไหนครับ สำหรับพี่ แค่หวานมานั่งกินข้าวด้วย พี่ก็อิ่มใจจะแย่แล้ว ฝีมือหวานน่ะเปิดภัตตาคารได้เลยนะ โดยเฉพาะขนมพวกนั้น... จากที่พี่ไม่เคยชอบกินของหวาน ตอนนี้พี่เสพติดขนมฝีมือหวานจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วคร
หลังงานแต่งงานของมะปรางกับศรัณย์ได้ไม่ถึงเดือน โรงแรม 6 ดาว อัศวธารากุล ของภาคิน ถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานสีขาวครีมสลับทอง เพื่อต้อนรับงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ระหว่าง วิศรุต อนันตไพศาล และ บงกชรัตน์ (น้ำหวาน) รัตนเวทต์ หลังจากที่ทั้งคู่พากันไปทำบุญใหญ่ให้นพดลและบรรพบุรุษเพื่อล้างอาถรรพ์ 20 ปีจนหมดสิ้น วิศรุต ในชุดสูทเจ้าบ่าวสีครีมยืนโดดเด่นอยู่กลางโถงจัดเลี้ยง โดยมี ภรต น้องชายที่บินตรงมาจากลอนดอนยืนอยู่ข้างๆ สองพี่น้องตระกูล อนันตไพศาล ในชุดสูทเต็มยศกลายเป็นเป้าสายตาของสาวๆ ทั้งงานที่พากันซุบซิบถึงความหล่อระดับ เบ้าหน้าฟ้าประทาน "ไอ้รต... แกมองหาใครวะ ตั้งแต่มาถึงงานแกดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะ" วิศรุตแกล้งแซวน้องชายพลางจัดเนกไทให้เข้าที่ "เปล่าครับพี่รุต... ผมแค่คิดว่าถ้า เมรี มาด้วย งานนี้คงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้" ภรตตอบเสียงเรียบ แต่แววตาหม่นลงเมื่อนึกถึงน้ำตาลที่ปฏิเสธไม่ยอมมาเมืองไทยพร้อมเขา "เอาน่า... เดี๋ยวเสร็จงานแกก็บินกลับไปหาเขาแล้วนี่หว่า" วิศรุตตบไหล่น้องชาย "ดูพี่ดิ... กว่าจะพายัยแมวเปรี้ยวเข้าเส้นชัยได้ พี่เกือบตายไปหลายรอบ วันนี้พี่เลยอยากให้ออกมาดีที่สุด" ในขณะนั้นเอง น้ำห
ณ ห้องอาหารสุดหรูของโรงแรม อัศวธารา ที่ตอนนี้ เจ้าของโรงแรมอย่าง ภาคิน สั่งปิดโซนพิเศษเพื่อให้น้องเขยอย่างศรัณย์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้มานั่งฉลองเตรียมงานแต่งครั้งที่สาม พร้อมหน้าพร้อมตาแก๊งเพื่อนซี้ ทั้งธัช ธีร์ และวิศรุต "พวกมึงไม่ต้องอิจฉาหรอกนะ โดยเฉพาะไอ้ธัช ไอ้ธีร์... เมียพวกมึงยังไม่ท้องใช่ไหมล่ะ" ศรัณย์เอ่ยพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แต่มะปรางน่ะ... 3 เดือนแล้วโว้ย! แซงหน้าพวกมึงไปไกล" "เออ! ยอมรับว่ามึงไวไอ้หมอ" วิศรุต เบรกแรงพลางเทน้ำใส่แก้ว "แล้วมึงจะตั้งชื่อลูกว่าอะไรนะ 'ศรัณย์วริศ' เหรอ แล้วถ้าเกิดท้องนี้ลูกมึงเป็นผู้หญิงล่ะไอ้หมอ มึงจะทำยังไง" "ผู้ชายเว้ย! กูบอกแล้วไงว่าคนนี้ผู้ชาย" ศรัณย์ยืนยันเสียงแข็งหน้าตาย "กูหมายถึงท้องสองน่ะ! ถ้าคนต่อไปเป็นผู้หญิงล่ะ" วิศรุตเซ้าซี้ต่อ ศรัณย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "ถ้าลูกสาวเหรอ... ก็คง 'วริศรา' หรือไม่ก็ 'ศรัณย์รัตน์' มั้ง ฟังดูเพราะดีออก" "เฮ้ย! ไม่ได้ๆ 'วริศรา' นี่กูจองแล้ว!" วิศรุตโพล่งขึ้นมาจนคนทั้งโต๊ะหันมอง "ชื่อนี้กูเล็งไว้ให้ลูกสาวกูในอนาคต มึงห้ามแย่งนะไอ้หมอ" "โอ๊ยยย! ไ
หลายวันต่อมาวิศรุตที่ยืนรออยู่หน้าห้องทำงาน ทันทีที่เห็นน้ำหวานเดินจูงแฝดเข้ามา แววตาที่เคยดุดันก็เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับ เขาโผเข้าหา... ไม่ได้หาเด็กๆ นะครับ แต่พุ่งไปหา "แม่" หวานของเด็กๆ ทันที! "หวาน! มาแล้วเหรอครับ" วิศรุตทำท่าจะคว้าเอวน้ำหวานเข้าไปกอดตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังอยู่ในที่สาธารณะ "อ๊ะๆ... พี่รุตคะ เด็กๆ มองอยู่นะ" น้ำหวานหัวเราะคิกคักพลางดันอกเขาไว้ "เลม่อน มินนี่ สวัสดี 'ลุงรุต' สิลูก" "สวัสดีครับ/ค่ะ ลุงรุต" เด็กแฝดพนมมือไหว้อย่างน่าเอ็นดู วิศรุตย่อตัวลงมาฟัดแก้มเด็กๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "ไงครับตัวป่วน... วันนี้มาคุมแม่หวานทำงานเหรอ ดีมาก เดี๋ยวลุงให้รางวัลเป็นไอศกรีมถังใหญ่เลย" แต่ในสายตาพนักงานที่เดินผ่านไปมา ภาพที่เห็นคือ "ท่านประธานบริหารกำลังหยอกล้อกับลูกน้อยและภรรยา" อย่างอบอุ่น ข่าวลือเรื่องซุกลูกจึงแพร่กระจายไปทั่วตึกไวกว่าความเร็วแสง ในห้องประชุมผู้บริหารที่บรรยากาศกำลังเคร่งเครียด น้ำหวานนั่งเคียงข้างวิศรุตโดยมีเลม่อนกับมินนี่นั่งเล่นระบายสีเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะเล็กมุมห้อง "ผมขอสรุปเรื่องข่าวลือไร้สาระในบริษัทช่วงนี้นะครับ" วิ
หลังจากพิมพรยอมใจอ่อนนอนเฝ้าไข้ที่โซฟาจนเช้า แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในเพนท์เฮาส์หรู ตุลที่แกล้งป่วยจนอิ่มอกอิ่มใจค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นมองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาเดินไปหยิบผ้าห่มที่หล่นลงพื้นมาคลุมให้เธอเบา ๆ พิมพรขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย พอเห็นหน้าตุลเธอก็รีบเด้งตัวขึ้นทันที “คุณทนาย! เป็นยังไงบ้างคะ ไข้ลดหรือยัง?” มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะหน้าผากคนตรงหน้าด้วยความชินชิน แต่ครั้งนี้ตุลไม่ได้หลบ เขาจับมือเธอไว้แน่นแล้วดึงให้เธอนั่งลงสบตากับเขานิ่ง ๆ “ผมหายแล้วครับ... หายตั้งแต่เห็นคุณยอมมานอนเฝ้าผมทั้งคืนแบบนี้” ตุลเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาขี้เล่นหายไปเหลือเพียงความจริงจัง “หายแล้วก็ดีค่ะ... งั้นพิมกลับห้องก่อนนะคะ จะได้รีบไปเตรียมตัวทำงาน” พิมพรพยายามจะชักมือกลับเพราะเริ่มทำตัวไม่ถูกกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไป “พิมครับ...” ตุลเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้พิมพรต้องหยุดฟัง “ที่ผ่านมา... ผมหาห้องให้คุณ ช่วยเหลือคุณเรื่องคดี เอาเครื่องครัวมาวางในห้องคุณเพื่อหาเรื่องมากินข้าวด้วย แล้วยังแกล้งป่วยเพื่อให้คุณมาดูแลแบบนี้... คุณคิดว่า
วันต่อมา ณ คอนโดของธัช..ความตึงเครียดยังคงปกคลุมทั่ววิศรุตยืนจ้องรูปถ่ายเปื้อนเลือดในมือด้วยแววตาว่างเปล่า ในขณะที่ธัชกับตุลหน้าซีดเผือดเพราะหน้าจอคอมพิวเตอร์เพิ่งโชว์ "เส้นเงินฟอก" ที่โยงไปถึงชื่อ วิชัย อนันตไพศาล อย่างดิ้นไม่หลุด กริ๊งงงง! เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ธัชสะด
น้ำหวานที่หัวใจบอบช้ำตัดสินใจก้าวขึ้นแท็กซี่มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังโตของ คุณหญิงแสงจันทร์ เธอไม่ได้อยากกลับบ้านวรโชตเมธาไปเจอหน้าคุณแม่วิมาลาที่ยังมีความลับต่อกัน และเธอก็ไม่อยากอยู่คนเดียวในวันที่ความรู้สึกพังทลาย "มิ้น... หวานขอไปหาได้ไหม" น้ำหวานต่อสายหาเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มาเลยห
ตอนมาใช้หนี้✅ ภายในบ้านวรโชติเมธาเงียบสนิท เพราะคุณอัธกับคุณวิมาลาหนีไปดูสวนกุหลาบที่เชียงรายกับคุณก้องภพและคุณน้ำฝนส่วนแม่บ้านก็ออกไปตลาด... เป็นนาทีทองของ หมาแก่ ที่นั่งแทกซี่มาเพราะไม่อยากให้รถตัวเองเป็นที่สังเกต “อ้าว พี่รุต มาทำไมคะ จะมาตามหวานเหรอ ” ”ไม่ได้มาตามครับ แต่จะมาใช้หนี้ ที่ดุ
ภายในห้องพักรับรองระดับ VVIP ที่เงียบสงบตัดขาดจากเสียงเบสหนักๆ ด้านล่าง วิศรุตวางร่างเล็กของน้ำหวานลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือที่สุด ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่ม เธอกลับเริ่มบิดเร้าด้วยความกระสับกระส่าย ผิวขาวผ่องเปี่ยมไปด้วยเหงื่อพราวและเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อจัดจนเขารู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออ







