เข้าสู่ระบบหนึ่งเดือนต่อมา
หนึ่งเดือนที่เธอมาอยู่ในบ้านของเขา เขาก็ยังมีท่าทีเฉยชากับเธอเหมือนเดิม ไม่พูดด้วย ไม่มองหน้า วันไหนที่ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของเขาหรือเอาเสื้อผ้าออกมาซักนั่นแหละเธอจะพูดกับเขาครั้งนึง เพราะต้องขออนุญาตเขาก่อน และเธอก็ไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้รูปถ่ายคนรักของเขาอีกเลย เพราะกลัวว่าเขาจะโกรธเธออีก เธอทำกับข้าวทุกวัน และเขาก็กินกับข้าวที่เธอทำทุกวัน แต่เขาแค่ไม่พูดกับเธอเท่านั้น จะพูดก็ตอนที่เขาให้เงินเธอไว้ซื้อของสดหรือของใช้ในบ้านเท่านั้น "เอาเงินนี่ไป ไว้ซื้อของเข้าบ้าน" เขาเข้ามาในครัวที่ร่างเล็กยืนล้างจานอยู่โดยวางเงินบนซิงค์ข้างๆเธอและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะเดินออกไป "ค่ะ" สองเดือนต่อมา สองเดือนแล้วที่เธอมาอยู่บ้านของเขา เขาก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่คุย ไม่มองไม่สบตา แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของเธอโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง และแม่ของเขาก็โอนเงินค่าจ้างให้เธอแล้วสองแสนบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มีเงินในบัญชีเป็นแสน ในขณะที่สกายนั่งอยู่ในห้องโถงหลังจากทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงที่ลงมาจากชั้นบนก็มาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวที่ถัดไปจากเธอ สกายที่หันไปเห็นก็นึกแปลกใจ เพราะสองเดือนที่ผ่านมาเขาไม่เคยที่จะมาเข้าใกล้เธอแบบนี้เลย ทันใดนั้นเธอจึงคิดในใจว่าไม่ควรนั่งอยู่ตรงนี้ให้เกะกะลูกตาของเขา ร่างเล็กลุกจากโซฟา แต่ทว่า... "จะไปไหน" เสียงทุ้มถามด้วยน้ำเสียงนิ่งทว่าไม่ได้หันมามองเธอ "สกายจะขึ้นข้างบนค่ะ" "ขึ้นไปทำอะไร" เขาก็ยังไม่หันมามองเหมือนเดิม "เอ่อ..." "ไม่ต้องหนี ฉันไม่กัดเธอหรอก นั่งลง" ว่าแล้ว เธอก็หย่อนสะโพกนั่งลงอีกครั้งด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เขาชวนเธอคุย เธอจึงทำตัวไม่ค่อยถูก "ตอนที่แม่ฉันไปเจอเธอ แม่ฉันพูดกับเธอว่ายังไงเธอถึงได้ตกลงมาอยู่ที่นี่" เรียวปากหยักสวยเอ่ยถามแล้วหันมามองเสี้ยวหน้าเธอนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปตามเดิม "คุณป้าบอกให้สกายมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ และทำงานบ้านค่ะ" "หึ" เขาแค่นเสียงในลำคอเมื่อได้ยินที่เธอบอก เขารู้ว่าแม่ของเขาอยากหาผู้หญิงเพื่อมาเป็นตัวแทนของไอริ หวังให้เขาลืมไอริ แต่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆไม่รู้เลยว่าแม่ของเขามีจุดประสงค์อะไร เมื่อสกายได้ยินเสียงหึในลำคอเหมือนกับเสียงเยาะเย้ย พลันคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างนึกสงสัยว่าหมายถึงอะไร "ฉันจะบอกอะไรให้นะ ที่แม่ฉันให้เธอมาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าเธอจะมาแทนที่ไอริคนรักของฉัน เพื่อให้ฉันไม่ต้องคิดถึงไอริ" "แต่สกายไม่ได้คิดอย่างนั้นนะคะ สกายคิดแค่ว่าเข้ามาช่วยดูแลคุณอย่างที่คุณป้าบอกจริงๆ" "ทำไมจะต้องดูแล ฉันไม่ใช่คนป่วย" "ถึงร่างกายคุณจะไม่ป่วย แต่ใจของคุณกำลังป่วยค่ะ" เธอรีบแย้งขึ้น "เธอรู้ได้ไง" ใบหน้าหล่อเหลาหันมาโดยตวัดสายตาคมกริบจ้องไปยังเจ้าของใบหน้าเรียวเล็กอย่างเอาเรื่อง เพราะรู้สึกว่าเธอพูดแทงใจดำ "เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน ไม่พูดกับใคร ไม่อยากเจอหน้าใครมาตั้งเกือบปี จะไม่ให้เรียกว่าป่วยใจได้ยังไงคะ" "เธอเป็นแค่ลูกจ้าง มีสิทธิ์อะไรมาสอนฉัน" "ไม่ได้สอนค่ะ แต่สกายพูดไปตามที่เห็น เพราะตั้งแต่สกายมาอยู่ที่นี่สองเดือน สกายก็ไม่เห็นว่าคุณจะออกไปไหน หรือพูดกับใครเลย สกายก็เห็นว่าคุณพูดอยู่แต่กับรูปของคนรักของคุณนั่นแหละ" "อย่ามาก้าวก่ายเรื่องของฉัน" "ไม่ได้ก้าวก่ายค่ะ แค่พูดไปตามที่เห็น" เธอเห็นบ่อยว่าเขามองรูปคนรักและบอกรักคนในรูป ตอนที่เธอเข้าไปเก็บกวาดห้องนอนของเขา บางทีเธอก็เห็นว่าเขานอนหลับอยู่โดยที่รูปคนรักวางอยู่บนอกและกอดอยู่ "เห็นอะไร" "เห็นคุณนอนกอดรูปของแฟนคุณไง" "หึ ฉันก็เพิ่งรู้นะว่าเธอปากเก่งไม่เบา" "..." เธอเงียบเพราะไม่ชอบเสียงเยาะเย้ยของเขา "แม่ฉันจ้างเธอเดือนละเท่าไหร่" "หนึ่งแสนค่ะ" "บ้านจนเหรอ" "ไม่ถึงกับจนมากค่ะ" "พ่อแม่ทำงานอะไร" "พ่อเสียตอนสกายห้าขวบ แม่เป็นครูประถมเสียเมื่อไม่กี่เดือนก่อนค่ะ" "..." เขานิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินที่เธอบอก ก่อนจะถามต่อ "แล้วตอนนี้อยู่กับใคร" "อยู่คนเดียวค่ะ" "พี่น้องไม่มีเหรอ" "ก็เหมือนคุณนั่นแหละค่ะ" "ยอกย้อนนักนะ" "ไม่ได้ยอกย้อนค่ะ ก็แค่บอกว่าลูกคนเดียวเหมือนคุณแล้วสกายผิดเหรอคะ" "ตอบแบบนี้เขาเรียกว่ากวนตีน" "..." "มีแฟนยัง" "เรื่องส่วนตัวค่ะ" "ตอบแบบนี้แสดงว่ามีแล้วงั้นสิ" "..." เธอนิ่ง เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องตอบเขาทุกเรื่องก็ได้ "แฟนเธอรู้หรือเปล่าว่ามาทำงานอยู่ที่นี่" "..." "ตอบมาสิ เงียบทำไม" "ไม่ตอบค่ะเพราะเรื่องส่วนตัว" "แต่ฉันเป็นนายจ้างเธอนะ ฉันถามอะไรเธอก็ต้องตอบสิ" "คุณป้าเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้สกาย ฉะนั้นคุณป้าค่ะที่เป็นนายจ้างของสกาย เพราะคุณป้าเป็นคนว่าจ้างให้สกายมาอยู่ดูแลคุณ" "พอแม่ฉันเสนอเงินเดือนให้เธอก็ตอบตกลงเลยสินะ" "กลับไปคิดสามวันค่ะถึงจะตอบตกลง" "ได้เดือนละแสนทำไมต้องคิด" "ที่สกายต้องคิดก่อน เพราะมีความลังเลว่าคนที่สกายต้องมาดูแลเขาจะมีนิสัยเป็นยังไง" "แล้วรู้หรือยังล่ะว่าฉันเป็นยังไง" "นิสัยไม่น่าอยู่ร่วมด้วยค่ะ" "ทำไม" เขาถามด้วยอารมณ์ขุ่นที่เธอกล้าว่าเขาซึ่งๆหน้า "แค่จับรูปแฟนนิดหน่อยก็ไม่ได้ ถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ" เธอยังฝังใจกับเรื่องนั้นไม่หาย ที่เขาเกือบจะกินหัวเธอ พอนึกไปถึงสีหน้าของเขาวันนั้นแล้วขยาด "ก็ฉันรักของฉันนี่ ฉันต้องหวงเป็นธรรมดา" "แฟนคุณไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว คุณยังรักเธออีกเหรอคะ" เมื่อเห็นว่าวันนี้เขาพูดกับเธอมากกว่าปกติ เธอจึงถาม แต่ไม่รู้ว่าเขาจะว่าเธอเสือกอีกหรือเปล่า ครั้งก่อนก็โดนเขาว่าแส่ทีนึงแล้วที่ไปจับรูปคนรักของเขา "เสือก" "..." นึกแล้วไม่มีผิด สกายนึกในใจ พลางก้มหน้าเม้มริมฝีปากเมื่อโดนเขาว่า "แต่ถ้าเธออยากรู้มาก ฉันก็จะบอก" "..." เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอจึงหันหน้าไปทางเขาและรอฟังอย่างตั้งใจ "ฉันกับไอริรักกันมาสองปี แต่แล้วอยู่ๆพ่อของไอริก็บังคับให้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อนที่พวกเขาเคยสัญญาไว้ตอนที่ไอริยังเด็กๆ ไอริไม่สามารถปฏิเสธพ่อของเธอได้ ดังนั้นไอริจึงต้องฝืนใจแต่งงานกับลูกชายเพื่อนพ่อของเธอ และไอริบอกฉันว่าถ้าครบหนึ่งปีแล้วจะหย่ากับผู้ชายคนนั้นแล้วกลับมาหาฉันและจะอยู่ด้วยกัน และบ้านหลังนี้ฉันก็ซื้อเอาไว้เป็นเรือนหอหลังแต่งงานกับไอริ นี่ก็ยังเหลือเวลาอีกสามเดือนแล้วที่ไอริจะหย่ากับผู้ชายคนนั้น" "อ๋อค่ะ สกายเข้าใจแล้ว" "แต่เรื่องที่ไอริจะหย่าแล้วมาอยู่กับฉัน เรื่องนี้พ่อกับแม่ฉันไม่รู้ เพราะฉันไม่อยากบอก" "ค่ะ" "ดังนั้นถ้าถึงวันที่ไอริเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ เธอก็ออกไปจากที่นี่ได้เลย เพราะฉันจะไม่ป่วยใจอย่างที่เธอว่าอีกแล้วถ้าฉันได้อยู่กับไอริ" "สกายทราบค่ะ" "ตอนออกไปจากที่นี่เธอก็มีเงินห้าแสนติดตัวกลับไปสินะ" "อันที่จริงคุณป้าบอกให้สกายอยู่ดูแลคุณหกเดือน แต่ถ้าคุณยังเป็นเหมือนเดิม คุณป้าก็จะให้สกายอยู่ต่อค่ะ" "เห็นทีเธอคงไม่ต้องอยู่ไปจนครบหกเดือนหรอก อันที่จริงเธอออกไปจากที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ เพราะสภาพจิตใจฉันดีขึ้นมากแล้ว ที่บอกว่าสภาพจิตใจดีไม่ใช่เพราะเธอหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าการรอคอยของฉันที่จะได้อยู่กับไอริจะสิ้นสุดลงในอีกสามเดือนข้างหน้า" "สกายดีใจด้วยนะคะที่คุณโซเรนกลับมามีจิตใจที่สดใสเหมือนเมื่อก่อนแล้ว" เธอเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส และมีความยินดีที่สภาพจิตใจของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว "อืม งั้นฉันขึ้นห้องก่อนนะ" "ค่ะ" จากนั้น ร่างสูงก็ลุกจากโซฟาแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นสองไปหลายวันต่อมา "สกายพี่ทำอาหารเสร็จแล้ว ออกมากินสิ" โซเรนออกจากครัวแล้วไปบอกแม่ของลูกที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ตั้งแต่รู้ว่าเธอท้องเขาไม่ให้เธอทำอะไรเลย ผ้าของเธอเขาก็จัดการซักเอง ชุดชั้นในของเธอเขาก็ซักเอง และซักด้วยมือ เพราะเธอบอกว่าเสื้อชั้นในเธอจะไม่ซักเครื่อง ดังนั้นเขาจึงทำตามที่เธอบอกทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเธอจะคัดค้านแต่เขาก็ไม่ฟัง ที่เขายังไม่จ้างแม่บ้าน เพราะเขาไม่อยากรีบ เขาอยากทำเองไปสักพักก่อน เนื่องจากว่าเขาไม่ได้รีบร้อนอะไร งานบ้านทุกอย่างเขาสามารถทำเองได้ และเขาคิดว่าไม่ได้หนักหนาอะไรเลย รู้สึกมีความสุขด้วยซ้ำที่ได้ทำอะไรให้เธอ กับข้าวเขาก็ทำแต่ของที่มีประโยชน์ให้เธอทานทุกมื้อ เขาทำของกินให้เธอด้วยความพิถีพิถัน "ค่ะ" จากนั้นร่างเล็กก็ลุกออกจากโซฟาแล้วออกมา โดยมือหนาจับมือเรียวพาไปนั่งยังโต๊ะอาหาร หลังจากจัดแจงให้เธอนั่งเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาจึงตักข้าวใส่จานให้เธอ และทุกมื้อเขาจะทำแบบนี้ทุกครั้ง เขาเอาใจใส่เธอโดยที่ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เขากลับปริ่มใจที่ได้ทำแบบนี้ "สกายลองชิมดูสิว่าเผ็ดประมาณนี้ได้ไหม" ที่เขาถามเพราะเธอบอกว่าชอบกินอาหารรสชาติที่ออกจ
บ้านหลังใหม่ของโซเรนกับสกาย หนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งของโซเรนกับสกายถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพราะเงินสามารถที่จะเนรมิตงานออกมาได้โดยไม่ติดขัดแต่อย่างใด ถึงแม้ว่ามันจะกะทันหันก็ตาม หลังจากงานเลี้ยงได้เสร็จสิ้นไป สองสามีภรรยาก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่โซเรนซื้อไว้เมื่อเดือนก่อน ซึ่งบ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่กว่าหลังเก่าที่ขายไป "อุ๊บ อ๊วก แค่ก" ว่าที่คุณพ่ออย่างโซเรนที่ตอนนี้กำลังโก่งคออาเจียนอยูในอ่างล้างหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะผลจากการแพ้ท้องแทนเมียนั่นเอง "วันนี้พี่โซเรนอ๊วกไปกี่ครั้งแล้วคะ" สกายที่ยืนลูบหลังให้ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกสงสารที่ผู้เป็นสามีแพ้ท้องแทนตัวเองมาหนึ่งเดือนกว่าแล้ว "สามครั้งครับ" โซเรนตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นเพราะอ่อนเพลียจากการคลื่นไส้และอาเจียนมาหนึ่งเดือนกว่าแล้ว เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่เขารู้ว่าเมียท้องจนมาถึงตอนนี้ "อ๊วกพอหรือยังคะพี่โซเรน" "ครับ" "งั้นก็ออกไปข้างนอกกันเถอะค่ะ" ว่าแล้ว วงแขนหนาก็โอบเมียตัวเล็กแล้วพากันออกจากห้องน้ำไป โดยร่างสูงมาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงด้วยท่าทีอ่อนล้า แขนขาไม่มีแรงที่จะยืน "สกายมานอนกับพี่ด้วยสิ
โซเรนเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนที่คนตัวเล็กนอนอยู่จึงเห็นว่าเธอไม่ได้หลับ "ไม่หลับเหรอ" "สกายไม่ง่วงค่ะ" ว่าแล้ว หญิงสาวก็ลุกออกจากเตียงนอนมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา ก่อนร่างสูงจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ "หมอบอกว่าเธอท้องกี่เดือนแล้วล่ะ" "สองเดือนค่ะ" "ลูกคงจะติดมาตั้งแต่ไปเที่ยวภูเก็ตตอนนั้น" "น่าจะอย่างนั้นค่ะ มัวแต่เที่ยวกันเพลินจนลืมกินยาคุมไปเลย" "ใครบอกว่าลืม พี่ตั้งใจไม่ให้สกายกินยาคุมต่างหาก พี่อยากให้สกายท้อง เพราะพี่ต้องการผูกมัดสกายให้อยู่กับพี่ตลอดไป" "คุณวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วเหรอคะ" เธอหันถามด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ "เรียกพี่สิครับสกาย" "เอ่อ..." "เรียกสิครับ เรียกพี่โซเรนให้พี่ฟังหน่อย" "พี่โซเรน" "ดีมากครับ" เรียวปากหยักสวยบอก พลางวงแขนหนาโอบร่างเล็กให้มาอยู่ในอ้อมอกกว้างของตัวเอง "งั้นก็พูดเรื่องที่พี่โซเรนวางแผนให้สกายท้องต่อสิคะ" "ตอนนั้นพอใกล้จะครบกำหนดที่สกายจะต้องออกไปจากที่นี่ พี่เครียดมากเลยนะ ดังนั้นพี่จึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะยื้อสกายให้อยู่กับพี่ได้นานที่สุด พี่จึงชวนสกายไปเที่ยวไง เพราะถ้าอยู่ที่บ้านพี่ก็หาข้ออ้างไม่ได้ที่จะไม่ให้สกายกินยาคุม แต่ถ้าไป
หลังจากที่สกายคิดวนไปวนมากับเรื่องที่อาจจะเป็นไปได้ จากนั้นเธอจึงเข้าไปอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกะปรี้กะเปร่า เธอล้มตัวลงนอนและคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจไปเลยว่าเธอท้องหรือไม่ท้อง ถ้าไม่ท้องก็ดีไป แต่ถ้าท้องก็ค่อยว่ากัน โรงพยาบาลเอกชน วันต่อมา สกายเดินออกมาจากห้องตรวจแพทย์ด้วยอาการเหม่อลอยหลังจากรู้ผลตรวจ 'หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ' เจ้าของร่างบอบบางก้าวเดินไปอย่างช้าๆ พลางคิดในใจว่าเธอจะรู้สึกดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่ตัวเองตั้งท้อง แต่เธอต้องคิดในแง่ดีสิว่าการมีลูกเป็นเรื่องที่ดี ส่วนเรื่องอื่นอย่าไปคิดถึงมันเลย เธอทำใจเอาไว้ก่อนมาตรวจแล้วว่าถ้าเกิดว่าท้องเธอจะตั้งใจฟูมฟักเขาให้ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถึงแม้ว่าคนเป็นพ่ออาจจะไม่รับผิดชอบลูกที่เกิดกับเธอก็ได้ เขาต้องรับผิดชอบลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักสิ ในขณะที่เธอเดินทอดน่องใจลอยอยู่นั้น ไอริกับโซเรนที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลเมื่อเห็นสกายก็เอ่ยเรียกสกายขึ้นพร้อมกัน "สกาย/คุณสกาย" "คะ" สกายที่ได้ยินว่ามีใครเรียกตัวเองจึงหลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วหันไปตามต้นเสียงและขานรับ จึง
"พอแค่นี้ใช่ไหมคะ" "ยังไม่พอ ฉันยังทำให้เธอไม่ครบทุกท่าเลยจะพอได้ยังไง" "สกายเหนื่อยจังเลยค่ะ" "ถ้าเหนื่อยก็พักก่อน เดี๋ยวค่อยทำต่อ" "สกายหนักค่ะ" ว่าแล้ว ร่างหนาก็ผละออกจากร่างบอบบางและทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาข้างๆเธอ ก่อนที่เธอจะพลิกร่างให้นอนหงาย โดยมือสากเลื่อนไปจับยังเนินรักที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำสวาทขาวขุ่น นิ้วเรียวยาวแหวกสองกลีบอวบอูมและลูบไล้เบาๆอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ ในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ของโซเรนก็มีเสียงดังขึ้น มือหนาเลื่อนไปหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ตกอยู่ข้างเตียงแล้วกดรับสาย โดยที่อีกมือยังลูบไล้บนเนินเนื้อนุ่มของคนที่นอนอยู่แนบข้าง 'ว่าไงไอริ' 'พี่โซเรนออกจากบริษัทแล้วเหรอคะ' 'ใช่ คืนนี้พี่ไม่กลับบ้านนะไอริ ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ โทรหาพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ' 'ค่ะ' 'พี่จะกลับไปพรุ่งนี้ตอนเย็น ไอริอยากกินอะไรก็โทรบอกพี่นะ พรุ่งนี้พี่จะซื้อเข้าไปให้' 'ค่ะ งั้นแค่นี้นะคะพี่โซเรน' 'ครับ' จากนั้น โซเรนก็กดตัดสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนที่สกายจะพูดขึ้น "เอามือออกไปได้แล้วค่ะ" "ให้ฉันจับหน่อยเถอะ ตั้งเกือบสิบวันเลยนะที่ฉันไม่ได้จับของเธอ ฉันคิดถึงจ
ลิ้นชื้นละเลงเลียไปทั่วกลางกายกับดูดเลียน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาเป็นจำนวนมากมาย จ๊วบ! แผล่บ! "อ๊า คุณโซเรน สกายสะ เสียว" เมื่อได้ยินเสียงครางหวานๆของเธอ ลิ้นหนาก็เร่งตวัดเลียร่องรักด้วยความถี่ระรัวพลางห่อลิ้นเพื่อที่จะสอดเข้าไปในรูสวาทของเธอให้ลึกที่สุด จนกระทั่งเธอได้ปลดปล่อยอารมณ์ความต้องการและน้ำรักที่ไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวันเข้าไปอยู่เต็มปากของเขา "อ๊า อ๊า" เขาจัดการกวาดเลียน้ำหวานของเธอพร้อมกับกลืนกินจนหมดทุกหยาดหยด อึก! ก่อนจะผละออกมาจากกลางกายสาว เขาหยัดกายคุกเข่าตรงหว่างขาเรียวสวยโดยเลื่อนมือหนามาจับเข้าที่ลำรักไซส์ใหญ่เกินมาตรฐานชายไทยกดลงไปบนระหว่างกลีบเนื้ออวบอิ่มพร้อมกับถูไถเบาๆเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเธอ โดยอีกมือเขาเอื้อมไปบีบเคล้นสองเต้าอวบอิ่มสลับกันไปมาด้วยความมันเขี้ยวจนเนื้อนุ่มๆเล็ดออกมาตามง่ามนิ้วมือของเขา เอวสอบขยับอย่างนุ่มนวลพร้อมกับค่อยๆดันความยิ่งใหญ่เข้าไปในโพรงเนื้อนุ่มที่คับแน่นจนสุดความยาวเท่าที่มี สวบ! "อาา สกาย ฉันอยากแตกเต็มที" โซเรนครางออกมาอย่างรู้สึกดีหลังที่ท่อนเนื้อของตัวเองได้สัมผัสเต็มๆกับความเป็นสาวของเธอ "คุณโซเรนมันจุก" "เธอต้องชินไ
"จะทำอะไร" โซเรนถามพลางก้าวเข้ามาหายังร่างบางที่ยืนอยู่ข้างเตียงนอน โดยเขามองเธออย่างเคร่งขรึม จนทำเอาสกายต้องย่นคอเพราะกลัวที่จะโดนดุ แววตาของเธอสั่นระริกเช่นเดียวกับริมฝีปากเมื่อเห็นสายตาแข็งกระด้างของเขาจ้องมองมายังตัวเอง"สกายเห็นว่ากรอบรูปมีฝุ่นเกาะเยอะ สกายก็เลยเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้ค่ะ" เธอตอ
วันต่อมาครบหนึ่งวันเต็มแล้วที่สกายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ทว่าเธอก็ยังไม่เห็นหน้าเจ้าของบ้านเลย เห็นแต่แผ่นหลังของเขาเท่านั้น สกายตื่นตั้งแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาเข้าครัว จึงเห็นว่ากับข้าวที่เธอทำไว้เมื่อวานนั้นเขารับประทานไปแล้ว เมื่อเห็นแบบนั้นเจอจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกดี ในที่สุดเข
เมื่อเมษาออกจากห้องของโซเรนมาแล้ว นางก็เข้ามาในห้องของสกายที่ตอนนี้กำลังนำเสื้อผ้าเข้าไปไว้ในตู้อยู่"ป้ากลับก่อนนะสกาย ถ้ามีอะไรก็โทรหาป้าได้""ค่ะคุณป้า""อยู่ที่นี่หนูต้องใช้ความอดทนกับลูกป้านิดนึงนะ เพราะเขายังเสียใจอยู่ อารมณ์เขาอาจจะแปรปรวนได้""ค่ะ หนูเข้าใจค่ะคุณป้า""งั้นป้าไปแล้วนะ""ค่ะ"
อพาร์ทเม้นท์เมื่อสกายกลับมาถึงห้องพักเธอก็นั่งครุ่นคิดไปถึงเรื่องที่ป้าเมษาเสนอมา ตอนนี้เธอรู้สึกสองจิตสองใจว่าจะเอายังไง แต่ถ้าปฏิเสธก็เสียดายเพราะได้เดือนละแสน กว่าจะเสร็จงานเธอก็ได้เกือบล้าน แต่พอคิดไปถึงลูกชายของคุณป้า เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกชายจะมีนิสัยยังไง จะใจดีเหมือนแม่หรือเปล่านะ แต่คงไม







