Masukเช้าแสงอ่อนสาดลอดผ้าม่าน เจนนิสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดอุ่นของภานุ กลิ่นกายและลมหายใจร้อนของเขายังคลอเคลียข้างแก้ม เธอขยับตัวเบา ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งไปหมด หัวหมุนเวียนคล้ายคนเมาค้าง สะโพกกับต้นขาก็ยังระบมจากค่ำคืนดุเดือด
เจนนิสหลับตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้
“คุณ…ฉันรู้สึกแปลก ๆ เวียนหัวมาก…” น้ำเสียงแผ่วพร่าของเธอดึงความสนใจภานุให้ตื่นเต็มตา เขานับนิ้วอยู่ในอากาศ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรเร็วจี๋ทันใดนั้น ภานุเบิกตากว้าง เผลอยิ้มกว้างแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ “เว้ย! เดือนนี้…!”
เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายลิงโลดจนน่าแปลกใจเจนนิสขมวดคิ้ว งุนงงกับท่าทีของเขา
“เดี๋ยว…คุณเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็ดีใจอะไรของคุณ?” เธอมองเขางง ๆ หัวก็ยังหมุนติ้วภานุดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก “คุณ…เมื่อวานมัน…วันที่เลยมานะ รู้ไหม?”
เจนนิสยังงงงวยกับท่าทีร้อนรนปนดีใจของเขา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันรู้สึกเวียนหัว?”ภานุยิ้มกรุ่มกริ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวใกล้ข้างหู “ไม่แน่นะ…คุณอาจจะเมาค้าง หรือ…อาจจะกำลังมีเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้”
เขาขยี้จมูกลงบนแก้มเธออย่างหวงแหนเจนนิสหน้าร้อนวูบ ทั้งยังงุนงงกับร่างกายและสายตาเป็นประกายของเขา เธอพึมพำเสียงอ่อย “คุณ…อย่าบอกนะว่า…”
ภานุหัวเราะเสียงเบา กอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม “ถ้าใช่จริง ๆ ผมคงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วล่ะคุณ…”
ภานุยังคงกอดเธอไว้แน่น ใบหน้าคมโน้มลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงแววตื่นเต้น
“คุณ…ประจำเดือนล่าสุดมาวันไหน?”เจนนิสได้ยินคำถามนั้น หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที โลกทั้งใบเงียบงันราวกับเสียงรอบตัวหายไปหมด เธอพยายามนึกย้อนไป …แต่สมองกลับว่างเปล่า เหมือนร่างลอยอยู่ในอากาศ
ในหัวของเธอมีแต่เสียงเดียวดังสะท้อนอยู่
“ชิบหายแล้ว…”สีหน้าของเธอซีดวาบ สายตาหลุกหลิกพยายามนึก ทว่าความจริงมันก็เริ่มตีแสกหน้า…เธอไม่ได้จดวันที่ชัดเจน และเหมือนจะข้ามมาเกือบเดือนแล้วด้วยซ้ำ
เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ ตอบเบา ๆ อย่างไม่มั่นใจ
“คือ…ฉัน…นึกไม่ออก…แต่มัน…น่าจะเลยมาแล้ว…”ภานุหัวเราะในลำคออย่างอดกลั้นไม่ไหว ทั้งลุ้นทั้งดีใจ มือใหญ่ยิ่งกอดรัดเธอไว้แน่น
“งั้นเราต้องไปหาซื้อที่ตรวจมาเดี๋ยวนี้เลย”เจนนิสรู้สึกขาอ่อน ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว
“บ้าจริง…เมื่อคืนมันแรงขนาดนั้นเลยเหรอ…”ในใจเธอมีแต่ความว้าวุ่น ทั้งกลัว ทั้งช็อก และในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดชีวิต
เสียงหัวใจของเจนนิสยังเต้นระรัวไม่ทันจบประโยคดี เธอรู้สึกจุกเสียดขึ้นมาที่ลิ้นปี่ คลื่นไส้แล่นวูบขึ้นจนทนไม่ไหว
“เดี๋ยว…คุณ ฉัน…” เธอพูดเสียงเบาหวิว ขณะที่รีบดีดตัวลุกพรวดจากอ้อมกอดของภานุ แล้ววิ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำเสียงเปิดประตูดัง “แกรก!”
เจนนิสทรุดลงข้างชักโครก มือขยุ้มขอบชักโครกแน่น ก่อนจะอาเจียนออกมาจนหมดแรง คลื่นความเวียนหัว ปั่นป่วน และความกลัวผสมกันจนแยกไม่ออก เธอหายใจหอบถี่ น้ำตาซึมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวภานุนั่งนิ่งตะลึงอยู่บนเตียง ก่อนจะได้สติ รีบลุกตามไปที่หน้าห้องน้ำ
เขายืนลังเลอยู่หน้าประตู เอ่ยถามเสียงตื่นตระหนก “คุณ…ไหวไหม เดี๋ยวผมหาน้ำให้…”เจนนิสนั่งหอบอยู่กับพื้น ห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจสะอื้น
ในใจเธอตะโกนลั่น “ชิบหายจริงด้วย…”หัวใจยังเต้นรัวทั้งตกใจ ทั้งไม่เชื่อว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ชั่วข้ามคืน
เจนนิสทรุดตัวนั่งข้างชักโครก มือเย็นเฉียบขยุ้มขอบชักโครกแน่น ดวงตาหลับแน่นขณะร่างกายขย้อนเอาทุกอย่างออกมาจนหมดไส้ ท่ามกลางความเวียนหัว มึนงง และร่างกายที่หมดแรง ความรู้สึกทั้งหมดถาโถมเข้ามาในหัวเหมือนพายุ
ในสมองเธอสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ว่าควรตกใจ กลัว หรือควรโทษตัวเองก่อน
เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น เธอปล่อยให้ทุกอย่างเลยเถิด ดิบเถื่อนจนแทบลืมหายใจ “ชิบหาย…นี่เรากำลังจะ…?”ความกลัวแล่นวาบขึ้นมา
ใจหนึ่งกลัวผลลัพธ์ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตตลอดกาล อีกใจหนึ่งยังช็อกกับความจริงที่กำลังจะพุ่งชน เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ รู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากโลกเดิม โยนเข้ากลางมหาสมุทรที่คลื่นลมแรง จมไม่ลงแต่ก็ว่ายหนีไม่พ้นเสียงหัวใจเต้นแรงในอกจนหูอื้อ มือสั่น น้ำตาคลอเบ้า
“ถ้ามันเป็นจริง…เราจะทำยังไง จะบอกแม่ว่ายังไง จะรับมือกับภานุยังไง…” ชีวิตที่เคยควบคุมได้ ทุกอย่างที่เคยวางแผนไว้ กลายเป็นแค่หมอกมัวในหัว ความไม่แน่นอนทะลักเข้ามาท่วมใจเธอนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น น้ำตาไหลซึมช้า ๆ ปล่อยให้ความรู้สึกกลืนกินตัวเอง หัวใจเจ็บปวดระคนหวาดกลัว หัวหมุนติ้วอย่างไร้ทางออก
เสียงของภานุดังแผ่วเบาอยู่นอกประตู “คุณ…ไหวไหม”
แต่เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาหรือใครทั้งนั้นในตอนนี้ขณะนี้ ทั้งโลกเหมือนกำลังหมุนรอบตัวเธอเร็วเกินไป และเจนนิสก็ไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้…เธอจะต้องเผชิญกับอะไรอีกบ้าง
เช้าวันนี้…หัวใจของภานุเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
เมื่อทุกๆครั้งเขาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แรงปรารถนาและความรู้สึกครอบครองทำให้เขาใส่เต็มทุกจังหวะ ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่เขายอมผ่อนแรง เขากระแทกเข้าไปลึกที่สุดในร่างเจนนิสทุกครั้ง…ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ และตอนนี้…สิ่งที่เขาหวังไว้ กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าในหัวใจของภานุ มีแต่ความลุ้นระคนดีใจ อารมณ์ประหลาดนี้ร้อนผ่าวอยู่ในอก
เมื่อเขารู้ดีว่าทุกหยาดหยดที่ปลดปล่อย ทุกแรงกระแทกที่ดันเข้าไปลึกสุด….มันคือการส่งมอบตัวตน และความปรารถนาอย่างสุดทาง “ทุกจังหวะที่ผมยัดเข้าไป ผมตั้งใจให้มันฝังลึกสุดในตัวคุณ…เพราะผมอยากให้คุณเป็นของผมจริง ๆ”เมื่อเห็นเจนนิสมีอาการแปลก ๆ เวียนหัว อาเจียน ภานุแทบระเบิดออกมาด้วยความดีใจในแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ในหัวมีแต่เสียงตะโกน “สำเร็จแล้ว…แรงยัดของผม มันมาส่งถึงที่แล้วจริง ๆ!”เขาอยากจะกระโดดโลดเต้น อยากตะโกนให้โลกรู้ว่าความปรารถนาลึก ๆ ในใจผู้ชายคนหนึ่งกำลังกลายเป็นจริง
ความดิบ ความแรง ความตั้งใจที่เขาเคยใส่ลงไปในทุกครั้ง…มันกำลังออกผล ภานุรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะได้เป็นเจ้าของเธอในทุกความหมาย ทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งอนาคตแต่ขณะเดียวกัน…เมื่อเห็นเจนนิสนั่งอาเจียนในห้องน้ำ เขาก็รู้สึกเอ็นดู สงสาร อยากปกป้องเธอยิ่งกว่าเดิม
ในใจมีแต่ความหวัง “ขอให้เป็นอย่างที่คิด ขอให้ครั้งนี้…เธอมีผมอยู่ในตัวจริง ๆ”เขาอยากเข้าไปกอดเธอ อยากลูบหัว อยากปลอบเธอให้หายตกใจ
และพร้อมจะดูแลเจนนิส…ในฐานะคนที่เขาอยากให้เป็นแม่ของลูก มากกว่าทุกสิ่งเมื่อได้ยินเสียงอาเจียนของเจนนิสในห้องน้ำ ภานุรีบลุกจากเตียงแทบไม่ทัน เขาก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตู พอเห็นเธอทรุดอยู่ข้างชักโครก ร่างบางสั่นเทา ใบหน้าแดงก่ำและน้ำตาคลอเบ้า เขาใจหายวูบ รีบทรุดตัวลงข้าง ๆ อย่างไม่ลังเล
มือใหญ่ค่อย ๆ ลูบหลังเธอเบา ๆ ไล้จากไหล่ลงไปถึงเอวอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากขบกรามกลั้นความตื่นเต้นและความรู้สึกผิดไว้ในอก
“ใจเย็น ๆ หายใจช้า ๆ นะคุณ…” เสียงทุ้มพร่าแผ่วเบา แตกต่างจากคืนก่อนที่ดิบเถื่อนร้อนแรง ตอนนี้มีแต่ความอ่อนโยนและห่วงใยเขาหันไปหยิบกระดาษทิชชูมายื่นให้เธอ เช็ดมุมปากให้เบา ๆ ดวงตาคู่คมมองเธอด้วยความเป็นห่วงและเต็มไปด้วยความรัก
“คุณโอเคไหม…ยังไหวหรือเปล่า เดี๋ยวผมหาน้ำให้…” น้ำเสียงนั้นอบอุ่นจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นไหวจากหัวใจภานุยกมือขึ้นลูบผมนุ่มของเธอเบา ๆ อีกครั้ง สายตาห่วงใยและเตรียมพร้อมจะดูแลเธอทุกวินาที ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนก็ตาม
หลังจากเห็นเจนนิสอ่อนแรงหมดเรี่ยวแรงข้างชักโครก ภานุไม่ลังเลเลย เขาโน้มตัวประคองเธอขึ้นช้า ๆ สอดแขนรับร่างบางขึ้นมาแนบอก …อุ้มเธอออกจากห้องน้ำอย่างทะนุถนอม มืออีกข้างยังคงลูบหลังให้เบา ๆ ตลอดทาง
“ไม่ต้องฝืน เดี๋ยวผมอุ้มคุณเอง”
น้ำเสียงเขานุ่มทุ้มแต่แฝงความจริงจังภานุวางเจนนิสให้นอนเอนบนเตียงอย่างนุ่มนวล หยิบหมอนมาหนุนใต้คอให้
จากนั้นรีบควานหายาดมในลิ้นชัก หยิบมาจ่อจมูกให้เธอ “ดมก่อนนะคุณ หายใจลึก ๆ” เขายื่นขวดน้ำเย็น ๆ ให้ “ดื่มน้ำหน่อย เดี๋ยวจะดีขึ้น”สายตาคมมองเธอไม่กะพริบ พลางลูบผมลูบแก้มอย่างอ่อนโยน
สีหน้าภานุแม้จะแฝงความกังวล แต่ในใจเต็มไปด้วยความลุ้นและดีใจที่บอกไม่ถูกสักพักเขาก็พูดขึ้นอย่างหนักแน่น
“คุณ…ไปโรงพยาบาลกับผมนะ” น้ำเสียงเด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย “ผมไม่อยากให้คุณเป็นอะไร หรือถ้ามีอะไร…จะได้รู้พร้อมกัน”เจนนิสมองเขา น้ำตาคลอหน่อย ๆ จากความเวียนหัวและความสับสน ภานุบีบมือเธอแน่นขึ้น กดจูบแผ่ว ๆ ที่หน้าผาก
“เชื่อผมนะ เดี๋ยวเราผ่านไปด้วยกัน”เช้าวันนี้ แสงอรุณอุ่นนวลเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยความเงียบสงบของยามเช้าถูกเติมด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของภานุที่เดินมาหยุดข้างเตียง เขาก้มลงตรวจชีพจรเจนนิสอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก ๆ ที่อยู่ในครรภ์เสียง “ตึกตัก” สองจังหวะซ้อนกันดังชัดเจน…ชวนให้หัวใจพ่อเต้นตามท้องของเจนนิสโตขึ้นพอสมควรแล้วเธอนอนพิงหมอนสูง มองภานุด้วยสายตาอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่นาน พ่อและแม่ภานุก็เข้ามาเยี่ยมตั้งแต่เช้าตรู่แม่ถือถุงผลไม้และซุปอุ่น ๆ พ่อแม้จะยังอยู่ในเครื่องแบบ ก็ยังสละเวลามายืนข้างเตียง เอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “เก่งมากหนู…อีกนิดเดียวก็จะผ่านไปแล้ว”ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจนนิสเผชิญอยู่ไม่ง่ายและกำลังใจคือยาที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกหมอคริสในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มใจดี“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ วันนี้ผมมีข่าวดี” หมอคริสเอ่ยขณะตรวจดูผลวัดต่าง ๆ “อาการดีขึ้นมากนะครับ ชีพจร ความดันอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่ลองเดินได้บ้างแล้วนะ…ค่อย ๆ ขยับทีละนิด”คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องโล่งใจขึ้นในทันทีเจนนิสเองก็รู้สึก
เมื่อภานุพาเจนนิสเดินมาถึงหน้าห้องแม่ที่โรงพยาบาล ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินออกมาอย่างรีบเร่ง“อ้าว เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย?” ภานุเอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยภาคินชะงักไปชั่ววูบ หันมายิ้มให้พี่ชาย “ไงพี่ แวะมาจากค่ายน่ะ มาเอาของนิดหน่อย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปฝึกต่อแล้ว แม่เรียกมาให้เซ็นเอกสารจดทะเบียนอะไรสักอย่างนี่แหละ”พูดจบก็เหลือบมองนาฬิกา ก่อนขยับจะเดินผ่านไป “ไปก่อนนะ รถมารอแล้ว”ภานุทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนตบไหล่น้องชาย “เออ ปลอดภัยด้วยล่ะ ด่วนไปไหนของมันอีกละ…”ภาคินเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ โบกมือลาแล้วก้าวฉับ ๆ จากไปโดยไม่หันกลับภานุหันกลับมามองเจนนิส ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “นั่นน้องชายคนเล็กของบ้านผมเอง ชื่อภาคิน นายๆจะเจอกันที ไว้ผมพาไปเจอนะ น้องน่าจะด่วน”เจนนิสพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแม่อย่างเงียบ ๆ ทิ้งเสียงฝีเท้าของภาคินที่จางหายไปกับทางเดินยาวของโรงพยาบาลภานุผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งคู่ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ข้างใน พ่อของภานุในชุดทหารเต็มยศ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาด้วยท่าทีสงบ เยือกเย็นตามสไตล์ผู้นำครอบครัวเจน
ในห้องนอนที่แสงเช้าสาดผ่านม่านโปร่ง เจนนิสนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนล้าจากการแพ้ท้อง แต่หัวใจกลับไม่เหนื่อยล้าอย่างเดิมอีกต่อไปขณะที่ลมหายใจเธอค่อย ๆ สม่ำเสมอ เสียงหัวใจของอีกหนึ่งชีวิตในตัวเธอก็ยังดังก้องในความทรงจำเธอคิดย้อนกลับไปถึงวันที่เคยกลัวครอบครัวกลัวการผูกมัด กลัวความผิดหวัง กลัวจะไม่มีบ้านให้ใครซุกหัวนอน เพราะบ้านในอดีตของเธอไม่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่การมีภานุอยู่ข้าง ๆ ทั้งในวันที่หัวเราะ วันที่ร้องไห้ วันที่อ่อนแอทำให้เธอค่อย ๆ มองเห็นความหมายของคำว่า ครอบครัว ใหม่อีกครั้งเจนนิสตกผลึกกับตัวเองว่าความอบอุ่นไม่ได้เกิดจากสถานที่ หรืออดีตที่ผ่านมาแต่มันเริ่มต้นได้จากคนสองคนจากมือที่กอดไว้แน่นจากสายตาที่มองกันด้วยความเข้าใจจากหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน…แม้จะกลัว แม้จะไม่พร้อมก็ตามวันนี้ เธออาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์แต่ก็พร้อมจะ “ลองรัก” ดูอีกสักครั้งพร้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับตัวเอง กับภานุ กับลูกน้อยในท้องและกับอนาคตที่เธอจะไม่หนีจากมันอีกต่อไปชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไป แต่ครั้งนี้ เธอเลือกจะเปลี่ยนไปพร้อมกับคนที่รักและยอมรับในตัวตนของ
หลังออกจากห้องตรวจ แม่ภานุเดินเคียงข้างสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแม่นะลูก แม่จะเตรียมของโปรดให้”ภานุรีบรับคำแล้วพูดแซวแม่ทันที “แต่แม่ครับ เมียผมท้องอ่อน กินอะไรไม่ค่อยได้ ผมดูแลเองได้นะแม่”น้ำเสียงจริงจังแต่ปนหวงแหน ใบหน้าภานุเต็มไปด้วยความภูมิใจในฐานะพ่อบ้านมือใหม่แม่ภานุหันมามองลูกชายแล้วอมยิ้ม “แล้วแกไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหน่อยเหรอภานุ?”เสียงพูดเหมือนหยอกแต่สายตานิ่งจริงจังเจนนิสที่เดินข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อย รีบตอบแทรกเสียงเบา“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไงก็ได้…”ใบหน้ามีรอยเขินอายเล็ก ๆ ชำเลืองมองภานุอย่างประหม่าแต่ภานุส่ายหน้าทันที ยืนยันหนักแน่น“ไม่ได้หรอกคุณ! ยังไงผมต้องจัดงานแน่นอน—แต่คุณพร้อมตอนไหนบอกผมนะ ผมจะไม่บังคับ”สายตาจริงใจ มือกุมมือเธอแน่นราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงในใจทั้งหมดเจนนิสมองเขา ยิ้มอ่อน ๆ พยักหน้าเบา ๆ ใจหนึ่งอบอุ่นใจหนึ่งยังเขินอยู่ลึก ๆแม่ภานุหันไปมองลูกชายแล้วพูดกับน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู“ช่วงนี้อย่าลงเวรให้หนูเจนนิสนะภานุ ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ”ภานุหันมาตอบแบบเด็กดี “ค้าบแม่!”เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ทำเอาแม่หัวเราะเบ
เมื่อภานุประคองเจนนิสเข้าไปถึงแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาล เสียงฮือฮากระซิบกระซาบก็กระจายไปทั่วโถงรอตรวจ เหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่แอบเหลือบมองทั้งสองคนเป็นระยะ ขณะที่ภานุยืนเคียงข้างเจนนิสไม่ห่างในกลุ่มพนักงานเวรเปลี่ยนผลัด“นี่ๆ ได้ข่าวยัง? คู่หมั้นอาจารย์ภานุ ขอตัวถอนหมั้นหลังกลับจากพม่า เขาว่าอาจารย์หมั้นกับหมอเจนนิสใหม่เหรอ?”“แต่ฉันเห็นหมอเจนนิสเดินมาด้วยกันจริงนะ เห็นอาการเหมือนคนแพ้ท้องด้วย…”เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆบางคนหยิบมือถือมาแชะภาพ บ้างก็ส่งข้อความในไลน์กลุ่มโรงพยาบาล“มีข่าวด่วน! ภานุ หมอเจนนิส เข้าสูตรนิยายเลยเว้ย!”“หรือเขาจะมีข่าวดีอะ?”เสียงเมาท์แรงสะเทือนไปถึงห้องผู้บริหารเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบของพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แผนกสูติทำให้คุณหญิง แม่ของภานุชะงักฝีเท้า“เมื่อกี้เห็นคุณหมอภานุพาผู้หญิงเข้าไปในห้องตรวจนะ… เหมือนจะเป็นหมอเจนนิส”“ใช่ ๆ หมอภานุที่เคยมีข่าวลือว่าหมั้นกับหมอกานดานั่นแหละ…”คำต่อท้ายหลุดเป็นเสียงเบา แต่กลับดังชัดในหูของเธอพอ ๆ กับเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงความจริงเรื่องสัญญาหมั้นระหว่างครอบครัว กับบ้านกานดายังไม่เคลียร์ เพราะตัวแม่ภานุเองก
เช้าแสงอ่อนสาดลอดผ้าม่าน เจนนิสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดอุ่นของภานุ กลิ่นกายและลมหายใจร้อนของเขายังคลอเคลียข้างแก้ม เธอขยับตัวเบา ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งไปหมด หัวหมุนเวียนคล้ายคนเมาค้าง สะโพกกับต้นขาก็ยังระบมจากค่ำคืนดุเดือดเจนนิสหลับตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้“คุณ…ฉันรู้สึกแปลก ๆ เวียนหัวมาก…”น้ำเสียงแผ่วพร่าของเธอดึงความสนใจภานุให้ตื่นเต็มตา เขานับนิ้วอยู่ในอากาศ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรเร็วจี๋ทันใดนั้น ภานุเบิกตากว้าง เผลอยิ้มกว้างแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ “เว้ย! เดือนนี้…!”เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายลิงโลดจนน่าแปลกใจเจนนิสขมวดคิ้ว งุนงงกับท่าทีของเขา“เดี๋ยว…คุณเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็ดีใจอะไรของคุณ?”เธอมองเขางง ๆ หัวก็ยังหมุนติ้วภานุดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก “คุณ…เมื่อวานมัน…วันที่เลยมานะ รู้ไหม?”เจนนิสยังงงงวยกับท่าทีร้อนรนปนดีใจของเขา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันรู้สึกเวียนหัว?”ภานุยิ้มกรุ่มกริ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวใกล้ข้างหู “ไม่แน่นะ…คุณอาจจะเมาค้าง หรือ…อาจจะกำลังมีเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้”เขาขยี้จมูกลงบนแก้มเธออย่างหวงแหนเ







