LOGINถ้าคุณ ‘ยั่ว’ ผมก่อน…ก็อย่าหวังว่าจะรอดกลับไป “ผมจะทำให้คุณเปลี่ยนครางชื่อพี่..มาเป็นชื่อผม!!!” เมียเก่าพี่ก็เหอะถ้าเธอยังครางชื่อผมได้ ผมก็จะเอาให้สุด ถ้าผมลบทุกสัมผัสของพี่ออกไปจากร่างคุณ ได้คุณจะยอมเป็นของผมไหม?
View Moreเธอกลับมาแล้ว…
ภานุยืนนิ่งอยู่ปลายทางเดินของโรงพยาบาล
ข้างตัวคือบอร์ดประกาศรายชื่อแพทย์เวรประจำแผนก ตัวหนังสือขาวบนพื้นดำชัดเจน ชื่อของเธออยู่ตรงนั้น — ชื่อที่เขาไม่เคยลืม“พญ.เจนนิส ศัลยแพทย์ทรวงอก”
ชื่อที่เคยผูกอยู่กับพี่สาวของเขา
ชื่อที่เคยทำให้ผู้หญิงอย่าง ‘ยิหวา’ ร้องไห้เงียบ ๆ ทั้งคืน และชื่อเดียวกันนี้แหละ… ที่เขาเฝ้ามองมาตลอดในความเงียบ — ในฐานะ “แฟนเก่าของพี่สาว” ในฐานะ “ผู้หญิงที่เขาไม่ควรคิดอะไรเกินเลย” แต่เขาคิด และเขาคิดมาตลอดตอนแรกเขาแค่อยากรู้…ว่าเธอเป็นคนยังไง
คนที่หักอกพี่สาวเขาแล้วเดินจากไปหน้าตาเฉย คนที่เลือก “ทุนต่อเฉพาะทาง” แทนที่จะอยู่กับพี่เขา คนที่กลับมาโดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษแต่พอได้เห็นเธอในชุดกราวน์
ในห้องผ่าตัด ในแววตาเด็ดขาดกับคนไข้ ในรอยยิ้มที่ไม่เคยเอ่ยถึงใครใหม่หลังกลับมา เขาก็รู้…เธอแม่ง…โคตรเหมือนพี่เขา
เหมือนเกินไป เหมือนจนอยากขังไว้กับตัวเองคนเดียวและเขา—ภานุ น้องชายของยิหวา
ก็ไม่เคยรู้ตัวเลย…ว่า …เขารักผู้หญิงแบบพี่ และอยากได้ผู้หญิงของพี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่…....
กริ่ง…กริ่ง…กริ่ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงที่ผมกำลังเปลี่ยนเสื้อหลังออกเวร
เสียงปลายสายจากพยาบาลเวรเปลี่ยนเสียงธรรมดาของวัน ให้กลายเป็นห้วงเวลาเย็นยะเยือกในทันที
“คุณหมอภานุคะ… มีเคสฉุกเฉินเข้ามา คนไข้ชื่อ ‘ร้อยตำรวจโทยิหวา’ … เป็นญาติของคุณหมอใช่ไหมคะ?”
หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“พี่สาวผมครับ… เกิดอะไรขึ้น”
“ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ค่ะ… ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเข้าห้องผ่าตัด แต่มีปัญหาว่าหมอผู้ช่วยผ่าตัดรายนี้ไม่สามารถทำหัตถการต่อได้แล้วค่ะ…”
คำว่า “หมอผู้ช่วยผ่าตัดทำต่อไม่ได้” ทำให้ผมสะดุด
“ใครเป็นหมอช่วย?”
“คุณหมอเจนนิสค่ะ…”
มือผมชะงัก ปลายนิ้วเกร็งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ชื่อของเธอ—ชื่อที่ผมได้ยินมาตลอดหลายปี—แต่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับชีวิตพี่สาวผมในบริบทแบบนี้มาก่อน
พี่สาวผม… กับคนที่รักเธอที่สุด… อยู่ในห้องผ่าตัดเดียวกัน
…แต่คนที่รักเธอ กลับลงมือไม่ได้
ผมไม่โทษเธอ
ผมเข้าใจดี
มันไม่ง่ายหรอก—กับการต้องยืนเฉย ๆ มองคนที่เรารักแน่นิ่งอยู่บนเตียงผ่าตัด
มันโหดร้ายเกินกว่าจะเรียกว่าวิชาชีพ
แต่ความเข้าใจ ไม่ได้หมายความว่าผมจะยืนดูเฉย ๆ
“ล็อกห้องไว้ ผมขอร่วมผ่าด้วย”
ผมพูดแค่นั้น ก่อนจะก้าวเท้าเร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายจะพาไปได้
⸻
เช้าวันนี้ แสงอรุณอุ่นนวลเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยความเงียบสงบของยามเช้าถูกเติมด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของภานุที่เดินมาหยุดข้างเตียง เขาก้มลงตรวจชีพจรเจนนิสอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก ๆ ที่อยู่ในครรภ์เสียง “ตึกตัก” สองจังหวะซ้อนกันดังชัดเจน…ชวนให้หัวใจพ่อเต้นตามท้องของเจนนิสโตขึ้นพอสมควรแล้วเธอนอนพิงหมอนสูง มองภานุด้วยสายตาอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่นาน พ่อและแม่ภานุก็เข้ามาเยี่ยมตั้งแต่เช้าตรู่แม่ถือถุงผลไม้และซุปอุ่น ๆ พ่อแม้จะยังอยู่ในเครื่องแบบ ก็ยังสละเวลามายืนข้างเตียง เอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “เก่งมากหนู…อีกนิดเดียวก็จะผ่านไปแล้ว”ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจนนิสเผชิญอยู่ไม่ง่ายและกำลังใจคือยาที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกหมอคริสในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มใจดี“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ วันนี้ผมมีข่าวดี” หมอคริสเอ่ยขณะตรวจดูผลวัดต่าง ๆ “อาการดีขึ้นมากนะครับ ชีพจร ความดันอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่ลองเดินได้บ้างแล้วนะ…ค่อย ๆ ขยับทีละนิด”คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องโล่งใจขึ้นในทันทีเจนนิสเองก็รู้สึก
เมื่อภานุพาเจนนิสเดินมาถึงหน้าห้องแม่ที่โรงพยาบาล ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินออกมาอย่างรีบเร่ง“อ้าว เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย?” ภานุเอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยภาคินชะงักไปชั่ววูบ หันมายิ้มให้พี่ชาย “ไงพี่ แวะมาจากค่ายน่ะ มาเอาของนิดหน่อย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปฝึกต่อแล้ว แม่เรียกมาให้เซ็นเอกสารจดทะเบียนอะไรสักอย่างนี่แหละ”พูดจบก็เหลือบมองนาฬิกา ก่อนขยับจะเดินผ่านไป “ไปก่อนนะ รถมารอแล้ว”ภานุทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนตบไหล่น้องชาย “เออ ปลอดภัยด้วยล่ะ ด่วนไปไหนของมันอีกละ…”ภาคินเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ โบกมือลาแล้วก้าวฉับ ๆ จากไปโดยไม่หันกลับภานุหันกลับมามองเจนนิส ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “นั่นน้องชายคนเล็กของบ้านผมเอง ชื่อภาคิน นายๆจะเจอกันที ไว้ผมพาไปเจอนะ น้องน่าจะด่วน”เจนนิสพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแม่อย่างเงียบ ๆ ทิ้งเสียงฝีเท้าของภาคินที่จางหายไปกับทางเดินยาวของโรงพยาบาลภานุผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งคู่ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ข้างใน พ่อของภานุในชุดทหารเต็มยศ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาด้วยท่าทีสงบ เยือกเย็นตามสไตล์ผู้นำครอบครัวเจน
ในห้องนอนที่แสงเช้าสาดผ่านม่านโปร่ง เจนนิสนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนล้าจากการแพ้ท้อง แต่หัวใจกลับไม่เหนื่อยล้าอย่างเดิมอีกต่อไปขณะที่ลมหายใจเธอค่อย ๆ สม่ำเสมอ เสียงหัวใจของอีกหนึ่งชีวิตในตัวเธอก็ยังดังก้องในความทรงจำเธอคิดย้อนกลับไปถึงวันที่เคยกลัวครอบครัวกลัวการผูกมัด กลัวความผิดหวัง กลัวจะไม่มีบ้านให้ใครซุกหัวนอน เพราะบ้านในอดีตของเธอไม่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่การมีภานุอยู่ข้าง ๆ ทั้งในวันที่หัวเราะ วันที่ร้องไห้ วันที่อ่อนแอทำให้เธอค่อย ๆ มองเห็นความหมายของคำว่า ครอบครัว ใหม่อีกครั้งเจนนิสตกผลึกกับตัวเองว่าความอบอุ่นไม่ได้เกิดจากสถานที่ หรืออดีตที่ผ่านมาแต่มันเริ่มต้นได้จากคนสองคนจากมือที่กอดไว้แน่นจากสายตาที่มองกันด้วยความเข้าใจจากหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน…แม้จะกลัว แม้จะไม่พร้อมก็ตามวันนี้ เธออาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์แต่ก็พร้อมจะ “ลองรัก” ดูอีกสักครั้งพร้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับตัวเอง กับภานุ กับลูกน้อยในท้องและกับอนาคตที่เธอจะไม่หนีจากมันอีกต่อไปชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไป แต่ครั้งนี้ เธอเลือกจะเปลี่ยนไปพร้อมกับคนที่รักและยอมรับในตัวตนของ
หลังออกจากห้องตรวจ แม่ภานุเดินเคียงข้างสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแม่นะลูก แม่จะเตรียมของโปรดให้”ภานุรีบรับคำแล้วพูดแซวแม่ทันที “แต่แม่ครับ เมียผมท้องอ่อน กินอะไรไม่ค่อยได้ ผมดูแลเองได้นะแม่”น้ำเสียงจริงจังแต่ปนหวงแหน ใบหน้าภานุเต็มไปด้วยความภูมิใจในฐานะพ่อบ้านมือใหม่แม่ภานุหันมามองลูกชายแล้วอมยิ้ม “แล้วแกไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหน่อยเหรอภานุ?”เสียงพูดเหมือนหยอกแต่สายตานิ่งจริงจังเจนนิสที่เดินข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อย รีบตอบแทรกเสียงเบา“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไงก็ได้…”ใบหน้ามีรอยเขินอายเล็ก ๆ ชำเลืองมองภานุอย่างประหม่าแต่ภานุส่ายหน้าทันที ยืนยันหนักแน่น“ไม่ได้หรอกคุณ! ยังไงผมต้องจัดงานแน่นอน—แต่คุณพร้อมตอนไหนบอกผมนะ ผมจะไม่บังคับ”สายตาจริงใจ มือกุมมือเธอแน่นราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงในใจทั้งหมดเจนนิสมองเขา ยิ้มอ่อน ๆ พยักหน้าเบา ๆ ใจหนึ่งอบอุ่นใจหนึ่งยังเขินอยู่ลึก ๆแม่ภานุหันไปมองลูกชายแล้วพูดกับน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู“ช่วงนี้อย่าลงเวรให้หนูเจนนิสนะภานุ ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ”ภานุหันมาตอบแบบเด็กดี “ค้าบแม่!”เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ทำเอาแม่หัวเราะเบ





