Masukภานุไม่ปล่อยให้จังหวะเสียวขาดตอน มือใหญ่คว้าร่างเจนนิสขึ้นจากตักทั้งที่ยังสอดแก่นกายไว้ลึกสุด ร่างบางแนบชิดอกเขา เสียงหอบหายใจและเสียงครางกระเส่าปะทะข้างหูของกันและกัน
เขาก้มลงกระซิบเสียงแหบพร่า “ยังไม่พอ…ผมจะเอาคุณให้หนักกว่านี้”
จากนั้นก็กระชับวงแขน ล็อกสะโพกและต้นขาเธอไว้แน่น ก่อนจะลุกขึ้นในท่าอุ้มรัด …ปลายแก่นกายยังคาอยู่ในร่างเธอเต็มลำเจนนิสขยุ้มไหล่เขาแน่น ร่างสั่นสะท้านทุกก้าวที่เขาอุ้มก้าวไปที่เตียง กล้ามแขนแข็งแรงยันร่างบางไว้แนบอก สะโพกแข็งแรงยังคงขยับกระแทกสวนเข้าออกในระหว่างอุ้มอย่างไม่ยอมให้เธอหยุดพัก
ทันทีที่ถึงขอบเตียง ภานุเหวี่ยงร่างเจนนิสลงไปกลางผ้าปู เขาไม่ทันให้เธอตั้งตัว มือใหญ่จับขาเธอถ่างออกกว้าง ขึ้นคร่อมร่างแล้วจิกสะโพกแน่น กระแทกแก่นกายเข้าใส่ร่างบางเต็มแรง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง สะโพกหนาของภานุซอยเข้าออกถี่รัว ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ“แม่ง…เสียงคุณตอนโดนผมเอานี่มันเร้าใจชิบหาย…”
เขาก้มลงบดริมฝีปากเข้ากับของเธอ ขบกัดแรง ๆ ก่อนจะผละมองตาไฟลุก “จะจำคืนนี้ไว้มั้ย ว่าใครทำให้คุณร้องครางจนลืมตัว”จังหวะกระแทกของภานุไม่มีคำว่าปรานี ทุกครั้งที่แก่นกายกระทุ้งเข้าลึกสุด เจนนิสก็หวีดครางด้วยความเสียวซ่าน ร่างสั่นระริกใต้แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่เขาปล่อยใส่ไม่ยั้ง
เสียงเตียงโยกคลอนสะท้อนกับเสียงหอบหายใจ เสียงครางและคำพูดกระซิบหยาบกร้าวของภานุ เขาก้มลงดูดเม้มต้นคอเจนนิส ทิ้งรอยรักประกาศความเป็นเจ้าของ ก่อนจะซอยสะโพกเร็วขึ้น จนร่างบางแทบขาดใจคาอ้อมแขนของเขา
คืนนี้ ภานุไม่คิดปล่อยให้เธอได้หยุดพัก ไม่ยอมให้เธอหนีจากแรงเสน่หาดิบเถื่อนที่เขากำลังตอกย้ำลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังถี่ยิบจนเตียงสั่นสะท้าน ภานุขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าหาเจนนิสถี่รัว ลมหายใจหอบกระชั้น สายตาจับจ้องใบหน้าแดงซ่านของเธอขณะเสียวซ่านสุดขีด
ในจังหวะสุดท้าย เขากดสะโพกอัดแนบแน่นจนลึกสุด น้ำรักอุ่นข้นฉีดพรั่งพรูเข้าในร่างเจนนิสเต็มแรง
“อืม…เจนนิส…!” เสียงครางพร่ากระเส่าดังลอดลำคอขณะเขาเสร็จในตัวเธอ แต่ภานุไม่ยอมหยุด เขายังคงกดแก่นกายอัดแน่นไว้ภายใน แล้วขยับเอวต่อทันทีโดยไม่ผ่อนแรงแก่นกายร้อนผ่าวของเขายังแข็งขึงไม่ลดแม้แต่น้อย
มือใหญ่ล็อกเอวเจนนิสแน่นขึ้นกว่าเดิม เขากระแทกสวนเข้าไปอีกครั้ง ความดิบเถื่อนและแรงปรารถนายิ่งทวีขึ้น “ยัง…ผมยังไม่พอ…คุณจะต้องจำทุกจังหวะที่โดนผมเอา…” เสียงพร่าแหบ กัดฟันระบายความต้องการเจนนิสสะดุ้งทั้งร่างเมื่อถูกดันเข้าไปอีกครั้ง น้ำรักที่คั่งขังไหลซึมออกมาแต่ภานุก็ยังคงซอยสะโพกถี่ยิบ จังหวะดิบกร้าว กระแทกซ้ำในร่างเธออย่างไม่รู้จักพอ
เสียงครางของเธอสั่นระริก “อ๊า…ภานุ…ไม่…ไหว…!” แต่ภานุก็ยังไม่หยุด เติมเต็มความดิบเถื่อนอย่างไร้ความปรานีเขากระแทกเอวหนักขึ้น ซอยเข้าออกไม่ยั้ง ร่างหนาโถมลงคร่อมไว้แนบแน่น ขณะที่ริมฝีปากบดขยี้กลืนเสียงหวานครางของเธอ
“จำรสชาติของผมไว้ให้ดี ผมจะเอาคุณจนหมดแรง…จนคุณหนีไปไหนไม่ได้…”ภานุดันแก่นกายสวนเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับจะหลอมรวมเธอไว้เป็นหนึ่งเดียว จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อกับเสียงครางหวานก้องไปทั้งห้อง ไม่ยอมหยุดแม้เพิ่งปลดปล่อยในตัวเธอไปแล้วก็ตาม
ภานุยังไม่ปล่อยให้เจนนิสได้พักหายใจ หลังปลดปล่อยเต็มแรงในตัวเธอ เขากระชากร่างบางให้พลิกคว่ำลงกับเตียงในชั่วพริบตา มือใหญ่จับเอวกลมแน่นกดกับฟูก ขาทั้งสองแยกออกเพื่อรับแรงจากเขาอย่างหมดจด
“ยังไม่พอ…ผมจะเอาคุณต่อจนคุณลุกไม่ไหว…”
เสียงพร่าแหบกระซิบข้างหู เธอแทบไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกแก่นกายร้อนจัดดันสวนกลับเข้ามาเต็มลำอีกครั้ง ช่องทางที่เพิ่งรับแรงอัดยังคงอุ่นฉ่ำตอดรัดแน่นจนภานุขบกรามแน่นเขาขยับสะโพกกระแทกสวนเข้าจากด้านหลังอย่างหนักหน่วง สะโพกหนากระแทกเนื้อแนบชิด เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่ขาดสาย
ทุกครั้งที่เขาดันแก่นกายเข้าออกเต็มแรง ร่างของเจนนิสกระเพื่อมไหวบนเตียง มือเธอขยุ้มผ้าปูแน่น เสียงครางสั่นพร่าหลุดออกมาจากลำคอไม่หยุดภานุโน้มตัวลง กดแผ่นหลังเจนนิสไว้กับเตียง จับเอวเธอไว้แน่นแล้วเร่งจังหวะซอยสะโพกไม่ยั้ง
“อย่ากลั้นเสียง…ผมอยากได้ยินเสียงคุณตอนโดนผมเอา…” น้ำเสียงกร้าวต่ำ บังคับร่างบางให้รับแรงกระแทกเต็มที่จนเจนนิสตัวสั่น น้ำตาซึมด้วยความเสียวซ่านเขากระแทกเอวต่อเนื่อง ดิบเถื่อน ไม่ยั้งมือ—แก่นกายแข็งขึงกระแทกเข้าไปลึกสุดในร่างเธอทุกครั้ง
“แม่ง…แน่นชิบหาย…” ภานุคำรามต่ำ ซอยสะโพกถี่ขึ้น จนร่างเจนนิสกระตุกเกร็งแทบหลุดจากเตียงมือใหญ่เลื่อนขึ้นมาล็อกคอเธอไว้แน่น กดร่างให้แนบกับเตียง ขณะที่สะโพกหนายังคงกระแทกไม่ยั้ง ดิบเถื่อนเร้าใจ…ทุกสัมผัสของภานุคือการตอกย้ำความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังต่อเนื่องไม่หยุด ภานุล็อกเอวเจนนิสไว้แน่น ขยับสะโพกกระแทกเข้าออกจากด้านหลังอย่างหนักหน่วง ทันใดนั้น เขายกมือใหญ่ขึ้นแล้วฟาดลงไปบนก้นกลมกลึงของเธอเสียงดัง “เพี๊ยะ!”
ผิวเนียนนุ่มสั่นสะท้านทันทีที่โดนฟาด แรงตีนั้นทั้งเจ็บจี๊ดและยิ่งเติมไฟเสียววูบเข้าไปในร่างเจนนิส เธอหวีดครางเสียงสั่น ร่างกระตุกตอบสนอง
“อ๊ะ…อ๊า…ภานุ…!” เสียงหวานของเธอหลุดลอดริมฝีปากแทบจะควบคุมไม่ได้ภานุยิ่งเห็นปฏิกิริยานี้ก็ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ เขาตีซ้ำลงไปอีก “เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” มือใหญ่ฟาดก้นขาวสลับกับจังหวะกระแทกแก่นกายเข้าออกไม่หยุด
เสียงฟาดดังประสานกับเสียงครางหวานสั่นไหวของเจนนิส—ทุกครั้งที่โดนตี เธอยิ่งครางดังขึ้น ร่างสั่นสะท้านเกร็งแนบกับเตียง
“อ๊า… อืม…แรงกว่านี้…ได้โปรด…!” เสียงครางแหบพร่าของเจนนิสยิ่งเร้าใจภานุ เขาตีซ้ำลงไปแรงขึ้น มืออีกข้างยังคงล็อกเอวเธอไว้แน่นภานุฟาดก้นเจนนิสรัวๆ สลับกับเร่งจังหวะสะโพก กระแทกแก่นกายเข้าไปลึกสุด
เสียงครางของเจนนิสสั่นระริก กลายเป็นเสียงหวีดเสียวปนความเจ็บ “อ๊า…อ๊า…ภานุ…อย่าหยุด…!”ทุกสัมผัสดิบเถื่อนนี้เหมือนจะกลืนกินเธอทั้งตัวในอ้อมแขนของเขา และเธอก็พร้อมจะยอมจำนนต่อแรงรักเร่าร้อนแบบไร้ทางหนี
ภานุซอยสะโพกกระแทกเข้าออกจากด้านหลังรัวถี่ขึ้น ร่างกายของเขาร้อนผ่าวด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่มีทีท่าจะลดลง มือใหญ่ยังคงฟาดก้นกลมของเจนนิสซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” เสียงฟาดดังประสานกับเสียงครางหวานปนกระเส่าของเธอที่ดังลั่นห้องทุกครั้งที่ฝ่ามือกระแทกลงบนผิวเนียนนุ่ม ก้นขาวก็แดงจัดขึ้นเรื่อย ๆ ความเจ็บจี๊ดผสมกับความเสียวที่ล้นทะลักในร่างเจนนิสจนเธอแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
สะโพกกระเพื่อมไหวตามแรงซอยรัว ๆ ของภานุ “อ๊า…อ๊า…ภานุ! จะ…จะบ้าอยู่แล้ว…อ๊าาา!” เสียงครางหลุดรอดออกมาจากลำคอไม่ขาดสาย ร่างบางสั่นระริก มือขยุ้มผ้าปูแน่นจนข้อขาวภานุมองภาพตรงหน้าอย่างกระหาย ใบหน้าคมก้มลงจูบไหล่บาง ริมฝีปากกัดเม้มซอกคอ แล้วเร่งจังหวะสะโพกให้ถี่ยิ่งกว่าเดิม มืออีกข้างยังไม่หยุดฟาดก้นเธอ—ซ้ำ ๆ แรงขึ้น
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” ทุกแรงตีและแรงกระแทกดึงเอาความเสียวซ่านออกมาจนเจนนิสกรีดเสียง “อ๊ะ…อ๊าาา! ไม่ไหวแล้ว…ภานุ…!”แรงกระแทกของภานุแน่นลึก ดิบเถื่อน ทุกครั้งที่แก่นกายพุ่งสวนเข้าไปสุดทาง ร่างเธอกระตุกเกร็งจนน้ำตาซึม ความรู้สึกเหมือนจะขาดใจในอารมณ์ที่ถาโถม
เสียงฟาดดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครางแผ่วสะท้านในห้อง …เร้าใจจนใครได้ยินก็ต้องใจสั่นเสียงสะโพกกระแทกซอยถี่ของภานุยังดังไม่หยุด มือใหญ่ฟาดก้นเจนนิสซ้ำ ๆ “เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” ร่องก้นแดงลุกเป็นริ้ว เสียวแสบผสมกับความเสียวซ่านลึกจนเจนนิสทนไม่ไหว
จังหวะที่ภานุดันแก่นกายเข้าไปสุดทาง กดแน่นจนลึกสุด ร่างบางของเจนนิสก็กรี๊ดออกมาสุดเสียง
“อ๊า—! ภานุ…!” ช่องทางภายในกระตุกเกร็งบีบรัดแน่นจนน้ำรักทะลักพรั่งพรู ความเสียวซ่านแล่นวาบขึ้นถึงสมอง ร่างกายสั่นระริก มือขยุ้มผ้าปูแน่น หัวใจเต้นถี่แทบจะขาดใจแรงบีบรัดแน่นจนแก่นกายของภานุแทบจะถูกบีบขาด เขาคำรามเสียงดังลั่น
“อ๊าาาา…!” สะโพกหนากระแทกอัดแนบเนื้อแน่นกว่าเดิม มือใหญ่ฟาดก้นเจนนิสซ้ำหนักขึ้นอีกครั้งขณะปลดปล่อยเต็มแรง น้ำรักอุ่นข้นพุ่งลึกเข้าไปในตัวเธออย่างรุนแรงจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ทะลักเข้ามาในร่างภานุกดแก่นกายแช่คาไว้ในตัวเธอ กายกระตุกตามแรงเสียว คำรามด้วยเสียงกระเส่า ดิบเถื่อน
“แม่ง…เสียวชิบหาย…!” เสียงหอบหายใจหนักแน่นก้องไปทั่วห้อง สะโพกยังขยับช้า ๆ อัดแก่นกายลึกแน่นจนสุดทาง เหมือนไม่ยอมปล่อยเธอให้หนีไปแม้แต่เศษเสี้ยวร่างของเจนนิสเกร็งสั่นสะท้าน กระตุกย้ำ ๆ ในอ้อมแขนของเขา น้ำตาซึมด้วยความเสียวซ่าน
เสียงกรี๊ด เสียงคราง และเสียงปลดปล่อยผสมปะปนกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนล้นห้อง …หลอมรวมสองร่างเข้าด้วยกันอย่างไม่มีข้อแม้ภานุรู้สึกถึงแรงบีบรัดภายในร่างเจนนิสตอดแน่นจนแทบขาดใจ เสียงครางหวานของเธอดังสะท้อนในหัว เขากระแทกสะโพกอัดแนบเนื้อจนแก่นกายฝังลึกสุดในตัวเธอ สายตาคมกริบจ้องแผ่นหลังขาวที่สั่นเกร็ง มือใหญ่ยังบีบเอวเธอไว้แน่น
จังหวะสุดท้ายที่ความเสียวซ่านท่วมท้น ภานุแอ่นตัวกดแก่นกายลึกเข้าไปจนสุดปลายเสียงครางต่ำในลำคอแปรเปลี่ยนเป็นเสียงยาว กระเส่า ดิบเถื่อน
“อ๊าาาาาาาาาาา…เจนนิส…!” เสียงครางยาวกระหึ่มดังก้องห้อง ขณะที่น้ำรักร้อนฉ่าถูกฉีดพุ่งเข้าไปลึกสุดในร่างเจนนิส ทุกอณูภายในถูกเติมเต็มอย่างรุนแรงและหนักหน่วงแก่นกายยังแช่คาไว้ภายใน ร่างหนาของภานุเกร็งสั่น ริมฝีปากกัดกรามแน่น หายใจหอบหนัก ขณะน้ำรักอุ่นร้อนยังคงไหลพรั่งพรูเข้าไปไม่หยุด
ความรู้สึกเสียวซ่านนี้ไต่ขึ้นสูงจนเขาหลุดเสียงครางยาวต่อเนื่อง “อ๊าาาา…แม่ง…เสียวชิบหาย…!” สะโพกของเขายังคงกดอัดเน้นลึก ให้ทุกหยดสุดท้ายของตัวเองหลั่งล้นเข้าร่างเจนนิสอย่างหมดสิ้นในอ้อมแขนและแรงกระแทกสุดท้าย เจนนิสสัมผัสถึงความอุ่นวาบที่ท่วมท้นภายใน ตัวเธอกระตุกเกร็งรับกับแรงปลดปล่อยของเขา ร่างทั้งสองแนบแน่นเหมือนไม่มีวันจะแยกจากกัน
เช้าวันนี้ แสงอรุณอุ่นนวลเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยความเงียบสงบของยามเช้าถูกเติมด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของภานุที่เดินมาหยุดข้างเตียง เขาก้มลงตรวจชีพจรเจนนิสอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก ๆ ที่อยู่ในครรภ์เสียง “ตึกตัก” สองจังหวะซ้อนกันดังชัดเจน…ชวนให้หัวใจพ่อเต้นตามท้องของเจนนิสโตขึ้นพอสมควรแล้วเธอนอนพิงหมอนสูง มองภานุด้วยสายตาอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่นาน พ่อและแม่ภานุก็เข้ามาเยี่ยมตั้งแต่เช้าตรู่แม่ถือถุงผลไม้และซุปอุ่น ๆ พ่อแม้จะยังอยู่ในเครื่องแบบ ก็ยังสละเวลามายืนข้างเตียง เอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “เก่งมากหนู…อีกนิดเดียวก็จะผ่านไปแล้ว”ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจนนิสเผชิญอยู่ไม่ง่ายและกำลังใจคือยาที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกหมอคริสในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มใจดี“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ วันนี้ผมมีข่าวดี” หมอคริสเอ่ยขณะตรวจดูผลวัดต่าง ๆ “อาการดีขึ้นมากนะครับ ชีพจร ความดันอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่ลองเดินได้บ้างแล้วนะ…ค่อย ๆ ขยับทีละนิด”คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องโล่งใจขึ้นในทันทีเจนนิสเองก็รู้สึก
เมื่อภานุพาเจนนิสเดินมาถึงหน้าห้องแม่ที่โรงพยาบาล ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินออกมาอย่างรีบเร่ง“อ้าว เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย?” ภานุเอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยภาคินชะงักไปชั่ววูบ หันมายิ้มให้พี่ชาย “ไงพี่ แวะมาจากค่ายน่ะ มาเอาของนิดหน่อย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปฝึกต่อแล้ว แม่เรียกมาให้เซ็นเอกสารจดทะเบียนอะไรสักอย่างนี่แหละ”พูดจบก็เหลือบมองนาฬิกา ก่อนขยับจะเดินผ่านไป “ไปก่อนนะ รถมารอแล้ว”ภานุทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนตบไหล่น้องชาย “เออ ปลอดภัยด้วยล่ะ ด่วนไปไหนของมันอีกละ…”ภาคินเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ โบกมือลาแล้วก้าวฉับ ๆ จากไปโดยไม่หันกลับภานุหันกลับมามองเจนนิส ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “นั่นน้องชายคนเล็กของบ้านผมเอง ชื่อภาคิน นายๆจะเจอกันที ไว้ผมพาไปเจอนะ น้องน่าจะด่วน”เจนนิสพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแม่อย่างเงียบ ๆ ทิ้งเสียงฝีเท้าของภาคินที่จางหายไปกับทางเดินยาวของโรงพยาบาลภานุผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งคู่ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ข้างใน พ่อของภานุในชุดทหารเต็มยศ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาด้วยท่าทีสงบ เยือกเย็นตามสไตล์ผู้นำครอบครัวเจน
ในห้องนอนที่แสงเช้าสาดผ่านม่านโปร่ง เจนนิสนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนล้าจากการแพ้ท้อง แต่หัวใจกลับไม่เหนื่อยล้าอย่างเดิมอีกต่อไปขณะที่ลมหายใจเธอค่อย ๆ สม่ำเสมอ เสียงหัวใจของอีกหนึ่งชีวิตในตัวเธอก็ยังดังก้องในความทรงจำเธอคิดย้อนกลับไปถึงวันที่เคยกลัวครอบครัวกลัวการผูกมัด กลัวความผิดหวัง กลัวจะไม่มีบ้านให้ใครซุกหัวนอน เพราะบ้านในอดีตของเธอไม่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่การมีภานุอยู่ข้าง ๆ ทั้งในวันที่หัวเราะ วันที่ร้องไห้ วันที่อ่อนแอทำให้เธอค่อย ๆ มองเห็นความหมายของคำว่า ครอบครัว ใหม่อีกครั้งเจนนิสตกผลึกกับตัวเองว่าความอบอุ่นไม่ได้เกิดจากสถานที่ หรืออดีตที่ผ่านมาแต่มันเริ่มต้นได้จากคนสองคนจากมือที่กอดไว้แน่นจากสายตาที่มองกันด้วยความเข้าใจจากหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน…แม้จะกลัว แม้จะไม่พร้อมก็ตามวันนี้ เธออาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์แต่ก็พร้อมจะ “ลองรัก” ดูอีกสักครั้งพร้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับตัวเอง กับภานุ กับลูกน้อยในท้องและกับอนาคตที่เธอจะไม่หนีจากมันอีกต่อไปชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไป แต่ครั้งนี้ เธอเลือกจะเปลี่ยนไปพร้อมกับคนที่รักและยอมรับในตัวตนของ
หลังออกจากห้องตรวจ แม่ภานุเดินเคียงข้างสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแม่นะลูก แม่จะเตรียมของโปรดให้”ภานุรีบรับคำแล้วพูดแซวแม่ทันที “แต่แม่ครับ เมียผมท้องอ่อน กินอะไรไม่ค่อยได้ ผมดูแลเองได้นะแม่”น้ำเสียงจริงจังแต่ปนหวงแหน ใบหน้าภานุเต็มไปด้วยความภูมิใจในฐานะพ่อบ้านมือใหม่แม่ภานุหันมามองลูกชายแล้วอมยิ้ม “แล้วแกไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหน่อยเหรอภานุ?”เสียงพูดเหมือนหยอกแต่สายตานิ่งจริงจังเจนนิสที่เดินข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อย รีบตอบแทรกเสียงเบา“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไงก็ได้…”ใบหน้ามีรอยเขินอายเล็ก ๆ ชำเลืองมองภานุอย่างประหม่าแต่ภานุส่ายหน้าทันที ยืนยันหนักแน่น“ไม่ได้หรอกคุณ! ยังไงผมต้องจัดงานแน่นอน—แต่คุณพร้อมตอนไหนบอกผมนะ ผมจะไม่บังคับ”สายตาจริงใจ มือกุมมือเธอแน่นราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงในใจทั้งหมดเจนนิสมองเขา ยิ้มอ่อน ๆ พยักหน้าเบา ๆ ใจหนึ่งอบอุ่นใจหนึ่งยังเขินอยู่ลึก ๆแม่ภานุหันไปมองลูกชายแล้วพูดกับน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู“ช่วงนี้อย่าลงเวรให้หนูเจนนิสนะภานุ ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ”ภานุหันมาตอบแบบเด็กดี “ค้าบแม่!”เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ทำเอาแม่หัวเราะเบ
เมื่อภานุประคองเจนนิสเข้าไปถึงแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาล เสียงฮือฮากระซิบกระซาบก็กระจายไปทั่วโถงรอตรวจ เหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่แอบเหลือบมองทั้งสองคนเป็นระยะ ขณะที่ภานุยืนเคียงข้างเจนนิสไม่ห่างในกลุ่มพนักงานเวรเปลี่ยนผลัด“นี่ๆ ได้ข่าวยัง? คู่หมั้นอาจารย์ภานุ ขอตัวถอนหมั้นหลังกลับจากพม่า เขาว่าอาจารย์หมั้นกับหมอเจนนิสใหม่เหรอ?”“แต่ฉันเห็นหมอเจนนิสเดินมาด้วยกันจริงนะ เห็นอาการเหมือนคนแพ้ท้องด้วย…”เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆบางคนหยิบมือถือมาแชะภาพ บ้างก็ส่งข้อความในไลน์กลุ่มโรงพยาบาล“มีข่าวด่วน! ภานุ หมอเจนนิส เข้าสูตรนิยายเลยเว้ย!”“หรือเขาจะมีข่าวดีอะ?”เสียงเมาท์แรงสะเทือนไปถึงห้องผู้บริหารเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบของพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แผนกสูติทำให้คุณหญิง แม่ของภานุชะงักฝีเท้า“เมื่อกี้เห็นคุณหมอภานุพาผู้หญิงเข้าไปในห้องตรวจนะ… เหมือนจะเป็นหมอเจนนิส”“ใช่ ๆ หมอภานุที่เคยมีข่าวลือว่าหมั้นกับหมอกานดานั่นแหละ…”คำต่อท้ายหลุดเป็นเสียงเบา แต่กลับดังชัดในหูของเธอพอ ๆ กับเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงความจริงเรื่องสัญญาหมั้นระหว่างครอบครัว กับบ้านกานดายังไม่เคลียร์ เพราะตัวแม่ภานุเองก
เช้าแสงอ่อนสาดลอดผ้าม่าน เจนนิสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดอุ่นของภานุ กลิ่นกายและลมหายใจร้อนของเขายังคลอเคลียข้างแก้ม เธอขยับตัวเบา ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งไปหมด หัวหมุนเวียนคล้ายคนเมาค้าง สะโพกกับต้นขาก็ยังระบมจากค่ำคืนดุเดือดเจนนิสหลับตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้“คุณ…ฉันรู้สึกแปลก ๆ เวียนหัวมาก…”น้ำเสียงแผ่วพร่าของเธอดึงความสนใจภานุให้ตื่นเต็มตา เขานับนิ้วอยู่ในอากาศ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรเร็วจี๋ทันใดนั้น ภานุเบิกตากว้าง เผลอยิ้มกว้างแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ “เว้ย! เดือนนี้…!”เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายลิงโลดจนน่าแปลกใจเจนนิสขมวดคิ้ว งุนงงกับท่าทีของเขา“เดี๋ยว…คุณเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็ดีใจอะไรของคุณ?”เธอมองเขางง ๆ หัวก็ยังหมุนติ้วภานุดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก “คุณ…เมื่อวานมัน…วันที่เลยมานะ รู้ไหม?”เจนนิสยังงงงวยกับท่าทีร้อนรนปนดีใจของเขา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันรู้สึกเวียนหัว?”ภานุยิ้มกรุ่มกริ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวใกล้ข้างหู “ไม่แน่นะ…คุณอาจจะเมาค้าง หรือ…อาจจะกำลังมีเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้”เขาขยี้จมูกลงบนแก้มเธออย่างหวงแหนเ







