LOGINบนรถเมล์ที่มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ผู้คนเบียดเสียดยัดเยียดกันจนแทบไม่มีที่หายใจ ผมจงใจเบียดกระแซะเข้าไปดันร่างของนักศึกษาเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ดูสดใสชุ่มฉ่ำคนหนึ่ง เธอสวมชุดยูนิฟอร์มกระโปรงสั้น ผมจึงถือโอกาสเลิกมันขึ้นแล้วดันตัวตนเข้าไปแนบชิดกับบั้นท้ายงอนงาม ที่น่าสนใจก็คือ ครอบครัวของเธอคงจะยากจนมาก กางเกงในของเธอถึงได้มีรอยขาดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เมื่อเห็นว่าตัวตนของผมกำลังจะมุดลึกเข้าไปข้างใน ผมก็รีบถอนตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่าเธอกลับขลิบขยับรัดรึงผมไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า "คุณอาคะ ช่วยออกแรงดันเข้ามาแรงๆ อย่าปล่อยมือนะคะ!"
View Moreผมยิ้มพลางยักไหล่ โดยไม่คิดจะอธิบายอะไรต่อคนพวกนี้อธิบายไปก็ไม่เข้าใจหรอก พวกเขาเลือกจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อเท่านั้นสรุปแล้ว ก็แค่พวกขี้ขลาดผมหยิบหนังสือจิตวิทยาเล่มนั้นออกมา อาศัยช่วงเวลาอู้งานเปิดอ่านดูอีกครั้งดูท่าหนังสือเล่มนี้จะได้ผลจริงๆ บันทึกที่คั่นอยู่ระหว่างหน้ากระดาษคือประสบการณ์ที่ผมได้ลงมือปฏิบัติจริง ทุกย่างก้าวล้วนสอดรับกับจุดอ่อนของความเป็นมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ ส่วนข่าวลือเรื่อง "ลูกเศรษฐี" อะไรนั่น ก็เป็นแค่ภาพลวงตาที่ฝูงชนยินดีจะเชื่อไปเองต่างหากสิ่งที่ทำให้ผมใจเต้นจริงๆ คือความสะใจในการควบคุมอารมณ์ เพียงแค่สายตาหนึ่งคู่ คำกระซิบหนึ่งประโยค หรือการนิ่งเงียบในจังหวะที่เหมาะสม ก็สามารถชักนำพฤติกรรมของเธอได้แล้วความพึ่งพิงของหลินเหยาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลลัพธ์ที่ผมออกแบบไว้อย่างประณีตในวิดีโอที่เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล การกระทำที่ดูเหมือนจะทำไปส่งๆ ของผม แท้จริงแล้วล้วนเป็นการถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาคลาสสิกในหนังสือทั้งสิ้นในเวลานี้ การเยินยอของเพื่อนร่วมงานกลายเป็นแค่เครื่องเคียงที่น่าตลก พวกเขาไม่มีวันเข้าใจกฎกติกาของเกมนี้หรอกการควบค
พอลงจากรถ ผมก็พาเธอมุ่งหน้าไปยังวิทยาลัยไปพบที่แผนกทะเบียนเพื่อรายงานตัวนักศึกษาใหม่จังหวะที่เห็นเธอลงข้อมูลส่วนตัว ผมถึงได้รู้ว่าเด็กสาวคนนี้ชื่อหลินเหยาช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมกับตัวจริงๆ ทั้งหวานหยาดเยิ้มและน่ารัก แถมลึกๆ ยังแฝงไปด้วยความร่านสวาทหลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ ผมก็จูงมือเธอไปช่วยหาหอพักหญิงระหว่างทางผมถามเธอว่า "ทำไมหนูถึงมาคนเดียวล่ะ? คนที่บ้านไปไหนกันหมด?"หลินเหยาถึงได้เอ่ยออกมา"คนที่บ้านไปทำงานรับจ้างที่ต่างถิ่นกันหมดค่ะ หนูโตมากับคุณปู่ตั้งแต่เด็ก ท่านอายุมากแล้ว ไม่สะดวกเดินทางไกล หนูเลยต้องมาเรียนคนเดียวค่ะ"ดูท่าผมจะเดาไม่ผิด เด็กสาวแบบนี้มักจะขาดการอบรมสั่งสอนจากทางบ้านเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคนรุ่นเก่าเพียงอย่างเดียว เลยไม่เข้าใจเรื่องชายหญิงพวกนั้นเลยสักนิดวันนี้ได้เป็นคนเปิดซิงเธอ ช่างกำไรชีวิตจริงๆผมกุมมือเธอไว้เบาๆ แล้วพูดกับเธอว่า"หลินเหยา พ่อของหนูไปทำงานต่างถิ่น ไม่มีเวลามาดูแลหนู ต่อไปนี้อาจะเป็นแด๊ดดี้ให้หนูเองนะ"หลินเหยาเด็กน้อยคนนี้ขาดความรักจากพ่อมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ว่าตัวเองมีพ่อคนใหม่ ก็ร้องเรียกออกมาอย่างดีใจว่า"แด๊ดดี้ขา!"เ
คำพูดของเขาที่ออกจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้ผู้คนรอบข้างเกิดความปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง ต่างพากันเออออเห็นดีเห็นงามไปกับข้อสงสัยของเขาบางคนถึงกับข่มขู่ว่าจะไม่ยอมให้ผมลงรถ และจะลากตัวผมไปส่งที่สถานีตำรวจให้ได้ผมลอบยิ้มที่มุมปากอย่างแผ่วเบา โดยไม่แยแสต่อคำถากถางเสียดสีของคนเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียวตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ผมจะตอบโต้ ผมต้องปรนเปรอสาวน้อยคนนี้ให้ถึงที่สุดเสียก่อนพอถึงตอนนั้น เมื่อสาวน้อยคนนี้เป็นฝ่ายโอบกอดและจูบผมอย่างเต็มใจ มันจะเป็นการตบหน้าทุกคนอย่างรุนแรงที่สุดเสียงประณามจากคนรอบข้างดังระงมมากขึ้นเรื่อยๆบ้างก็ว่าผมเป็นสิบสิบแปดมงกุฎ เป็นเดนมนุษย์ เป็นพวกวิตถารที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าควบคุมผู้หญิงสรุปว่ามีคำด่าสารพัดรูปแบบพ่นออกมาในวินาทีนั้นเอง ผมรู้สึกได้ถึงความคับแน่นไปทั่วร่าง ร่างกายของสาวน้อยเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงผมรู้ดีว่า เธอไปถึงฝั่งฝันเรียบร้อยแล้วคราวนี้แหละ ถึงเวลาเดินเกมของผมบ้างผมรูดซิปกางเกงจนเรียบร้อย พลางโอบกอดสาวน้อยคนนี้ไว้แล้วกระซิบถามเบาๆ "เป็นยังไงบ้างจ๊ะ สบายตัวไหม?"เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ แววตาของเธอหวานเยิ้มจนแทบจะกลั่นออกมาเป
"ห้า ห้านาทีเนี่ยนะ? โกหกกันหรือเปล่า""นั่นดิ ห้านาทีนี่แม้แต่ชื่อยังไม่ทันรู้เลยมั้ง เป็นไปได้ไงที่ขึ้นรถเมล์ปุ๊บก็เริ่มลงมือบรรเลงบทรักกันปั๊บ""จริงด้วย รถเมล์คันนี้วิ่งมาเกินห้านาทีแล้วนะ หรือว่าพอขึ้นรถมาปุ๊บจะสบตาปิ๊งกันปั๊บเลย? ขี้โม้ชะมัด"บรรดากะลาสี เอ้ย ผู้โดยสารในรถต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ไอ้หนุ่มคนนั้นยิ่งอึ้งจนอ้าปากค้าง ถึงกับพุ่งเข้ามาจับมือผมแล้วถามตรงๆ"โหพี่ ทำได้ไงวะ? สอนผมหน่อยดิ"ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากตอบ เจ๊คนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ลากไอ้หนุ่มคนนั้นออกไปพลางบ่นพึมพำ"อย่าไปฟังมันโม้เลย เป็นไปได้ที่ไหนที่เพิ่งเจอกันแล้วจะมาเอากันเลย แถมยังเป็นบนรถเมล์อีก""ในสายตาฉันนะ สองคนนี้ต้องนัดกันมาแสดงฉากนี้บนรถชัวร์ๆ"พูดจบแกก็ส่ายหัว"วัยรุ่นสมัยนี้จริงๆ เลย เสื่อมทรามสิ้นดี ที่ไหนเมื่อไหร่ก็กล้ายัดเยียดกามารมณ์ใส่กัน ถ้าเป็นสมัยพวกฉันนะ เรื่องแบบนี้มันอับอายขายขี้หน้าไปทั้งตระกูล เผลอๆ จะถูกจับข้อหาอนาจารรบกวนสังคมด้วยซ้ำ"พอไอ้หนุ่มได้ฟังเจ๊แกว่าแบบนั้น ก็เริ่มคล้อยตามว่าผมหลอกมัน จนความสนใจของมันหดหายไปทันทีผมทำเพียงยิ้มออกมาบางๆ ไม่ได้ยี่ห