Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-07-27 16:47:30

หญิงสาวดูท่าว่าจะอารมณ์ดีนัก ใบหน้างามจึงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มสุขใจตลอดเวลา กระทั่งความผิดปกติบนฝั่งก็ลืมสังเกตไปจนสิ้น กระทั่ง....

“เหลียนเอ๋อร์! เจ้ากำลังทำอันใด เข้าฝั่งมาประเดี๋ยวนี้เห็นหรือไม่ว่าตนเสียมารยาทอยู่”

เสียงตะโกนด้วยแรงโทสะของเจ้าเมืองไป๋ ส่งผลให้ทุกคนที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์สะดุ้งเฮือก ไม่เว้นแม้แต่โอรสสวรรค์

ฝ่ายหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาไม่สนสิ่งใดก็ตกใจไม่ต่างกัน ไป๋เหลียนฮวาพลันตระหนกเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับผู้คนนับสิบชีวิตที่จ้องมองมายังตน

มือเล็กรีบยกขึ้นปิดบังทรวงอกขาวสร่างเป็นพัลวัน รีบก้มหน้าก้มตาจัดท่าทางให้สำรวม พลางเอ่ยกับไป๋จงซานไปด้วย

“ขออภัยเจ้าค่ะ ท่านละ...ว้าย!”

นางยังกล่าวไม่ทันจบ ด้วยความรีบร้อนลุกขึ้นยืนจึงทำให้เรือลำน้อยโคลงเคลง ร่างเล็กเองก็เสียสมดุลโงนเงนไปมาในที่สุดก็ตกลงไปในน้ำจนได้

“คุณหนู!!!”

“เหลียนเอ๋อร์”

ตู้ม!!

และไม่มีใครคาดคิดเสียงน้ำแตกกระจายก็ดังติดกันถึงสองครั้ง เสียงแรกมาจากหญิงสาวกลางสระ ส่วนเสียงที่สองนั้น...

“ฝ่าบาท ฝ่าบาท องครักษ์รีบลงไปช่วยฝ่าบาท”

เหล่าองครักษ์หน้าถอดสีโดยพลัน เสียงของหลี่กงกงเรียกสติพวกเขาให้ฟื้นคืน แต่ร่างสูงค่าของโอรสสวรรค์ก็ว่ายไปไกลจากขอบสระเสียแล้ว

เสียงน้ำแตกกระจายยังดังติดต่อกันอีกหลายครั้ง หากแต่ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหลงเหว่ยหาได้ใส่ใจ เขาตรงไปหาร่างเล็กที่กำลังจมลงไปใต้ผืนน้ำอย่างรวดเร็ว

“แม่นาง! มานี่!”

มือใหญ่คว้าจับเข้าที่เอวบางนุ่มนิ่ม ดึงรั้งนางเข้าหาตัวแนบสนิทไร้ช่องว่าง สัมผัสที่ได้รับทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกไปหลายอึดใจ เผลอลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่วอย่างลืมตัว

“แม่นาง อย่าเพิ่งหลับ...”

เขากล่าวกระซิบชิดใบหูเล็กที่ยามนี้ดูจะขาวซีดกว่าปกติ พยายามไม่สนใจสัมผัสนุ่มนิ่มในฝ่ามือ ลากนางเข้าหาฝั่งอย่างสุดกำลัง

กลิ่นกายหอมเจือจางลอยวนเข้าโสตประสาท ส่งผลให้จังหวะหัวใจของชายหนุ่มเต้นไม่เป็นส่ำ ร่างเล็กในอ้อมอกช่างบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่ง

“เจ้าอย่าหลับ มีสติหน่อย”

“ฝ่าบาท ส่งนางมาให้กระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์นายหนึ่งที่เพิ่งจะว่ายมาถึงตัวจ้าวหลงเหว่ยพยายามเข้ามาช่วยนายเหนือหัว ทว่าดวงตาคมกล้ากลับฉายประกายเยือกเย็น ยังผลให้อีกฝ่ายต้องกลืนคำพูดลงคอไป

“ไม่ต้องห่วงเรา กลับขึ้นฝั่งไปเสีย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์หนุ่มมองร่างสาวงามในอ้อมกอดโอรสสวรรค์ครู่หนึ่ง เห็นว่าใบหน้ามากกว่าครึ่งจมหายไปในอกแกร่งของผู้เป็นนาย มาดว่าเอวคอดกิ่วภายใต้ผืนน้ำก็คงจะถูกลำแขนแกร่งโอบรวบเอวไว้เช่นเดียวกัน

“เจ้ามองอันใด รีบไปสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ ๆ”

จ้าวหลงเหว่ยมองไล่หลังองครักษ์ของตัวเองไป ก่อนจะถอนสายตากลับมาสนใจร่างนุ่มนิ่มเปียกโชกของคนตัวเล็กอีกครั้ง พยายามดึงรั้งนางเข้ามาชิดแนบสนิทยิ่งขึ้นราวกับต้องการสัมผัสทุกสัดส่วนบนร่างกายนางกระนั้น

“ไต้เท้าส่งตัวเหลียนเอ๋อร์มาเถอะขอรับ ผู้น้อยจัดการเองจะดีกว่า”

จ้าวหลงเหว่ยไม่ตอบคำหนำซ้ำยังโอบกอดร่างเล็กขึ้นจากน้ำด้วยตนเอง เมื่อพินิจดูดี ๆ จะพบว่ามือหนาไม่ละไปจากเอวคอดแม้แต่น้อย

ฝ่ายไป๋เหลียนฮวาที่รับรู้ทุกการกระทำของชายหนุ่มก็ให้รู้สึกยินดี นางพยายามลืมตาขึ้นหมายจะมองหน้าคนที่ช่วยชีวิตนางให้ชัด ๆ ทว่ายากเหลือเกิน ทำได้เพียงกระซิบเสียงแผ่วกับแผ่นอกของเขา

“ข้า...เสียมารยาทแล้ว”

“แม่นาง แม่นาง! เรียกหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!”

ฮ่องเต้หนุ่มตะโกนแทบจะเป็นตะคอกสั่งให้หลี่กงกงไปนำตัวหมอหลวงมาให้เร็วที่สุด ขณะที่สายตาและร่างกายก็ไม่ผละไปจากร่างบอบบางของหญิงงามในอ้อมกอด

ยิ่งเปียกน้ำเช่นนี้ อาภรณ์ที่นางสวมใสยิ่งแนบสนิทไปกับร่างของนาง สัดส่วนใดที่ควรปกปิดกลับเปิดเผยแก่สายตาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทรวงอกขาวอวบน่าสัมผัสล่อตาล่อใจบุรุษวัยกำดัดอย่างเขาจนเผลอกลืนน้ำลายคล้ายลำคอจะแห้งผาก

“มองอันใด หันไปให้หมด ส่งเสื้อคลุมเรามา”

หลี่กงกงที่กลับจากตามหมอหลวงกระวีกระวาดส่งเสื้อคลุมให้ผู้เป็นนาย จ้าวหลงเหว่ยรับมาก็นำมาคลุมบนเรือนร่างเย้ายวนทันที

“แล้วไหนเล่าหมอหลวง”

“มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านหมอเดินทางด้วยรถม้าเพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่นี้เองพ่ะย่ะค่ะ” หลี่กงกงรายงาน กลัวโทสะโอรสสวรรค์จะพุ่งสูงไปมากกว่านี้ เขาดันตัวหมอหลวงชราขึ้นหน้าไปทันที

ไป๋เหลียนฮวาหมดสติไปแล้ว จ้าวหลงเหว่ยเห็นก็อดจะร้อนใจมิได้ หมอชรารีบเข้าไปตรวจชีพจรแน่ใจแล้วว่าสตรีนางนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตก็ลอบปาดเหงื่อตนเองอยู่ภายในใจ

“เป็นอย่างไรบ้าง”

“ทูลฝ่าบาท แม่นางผู้นี้ปลอดภัยดี เพียงแต่ตกใจมากเกินไป คาดว่าอีกสักสามชั่วยามก็จะคืนสติแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวหลงเหว่ยมองไปทางร่างเล็กภายใต้เสื้อคลุมของเขา ใบหน้างามขาวซีดจนน่ากลัว แค่คิดว่าหากนางเป็นอันใดไปในอกก็รู้สึกวูบไหวอย่างประหลาดแล้ว

“เจ้า สาวใช้ของนางใช่หรือไม่”

ชายหนุ่มหันไปก็พบเข้ากับหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นน้ำตาอาบใบหน้าอยู่ หลิงเอ๋อร์ที่เพิ่งดึงสติกลับคืนมาได้แล้วก็รีบพยักหน้าระรัว

“ผู้น้อย หลิงเอ๋อร์ เป็นสาวใช้ของคุณหนูเจ้าค่ะ”

“ดี นำทางข้าไปบ้านนาง เราจะพานางไปส่งบ้านเอง”

เขากล่าวจบก็ผลักหมอชราออกไป ก่อนจะช้อนอุ้มร่างนุ่มนิ่มขึ้นแนบอก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของข้ารับใช้ที่ติดตามมาจากวังหลวง

เห็นทีแม่นางผู้นี้คงพ้นเคราะห์ประสบวาสนาเสียแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 158 (จบบริบูรณ์)

    “หึ ๆ แค่นี้ก็หอบแล้วหรือ”มู่ตานฮวายกมือฟาดไหล่หนาไปเต็มแรง เขายังมีหน้ามาเย้าแหย่นางอีก!ทว่าหญิงสาวยังไม่ทันจะอ้าปากด่าก็ต้องตาเบิกโพลงเพราะมือหนาขยับไวถลกชายชุดวิวาห์ของนางขึ้นมากองอยู่เหนือสะโพกเสียก่อน“อ๊ะ..อาเจา...”“อืม กลิ่นกายท่านช่างหอมเสียจริง”เขากล่าวกระซิบชิดเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นล้นทะลักเอี๊ยมตัวบางออกมามากกว่าครึ่ง ก่อนจะเคล้นคลึงบีบขยำความนุ่มนิ่มราวกับนวลแป้ง ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาจนมู่ตานฮวาครางหวิว แอ่นปทุมถันคู่งามป้อนถึงปากของเขาอย่างเคยชิน“อ๊ะ...อะ อาเจา”“อืม อวบอิ่มนุ่มนิ่มเหลือเกิน”เว่ยเจาหลุนเอ่ยชมไปพลางก็ลากปลายลิ้นไปจนถึงแผ่นท้องแบนราบ เมื่อเห็นว่านางตัวเกร็งเพราะความหวามไหว เขาก็ยิ่งนำริมฝีปากเลื่อนลงไปคลุกเคล้าเย้าหยอกบุปผางามกลางกายนางหนักหน่วงแนบแน่น ดูดกลืนเกสรเต่งตูมเข้าปากกรีดเคล้นเอาน้ำหวานจนหญิงสาวดิ้นพล่านหวีดร้องเสียงใส“อ๊า!! อะ ไม่ อื้อ”“อืม...อามู่ คืนนี้โบตั๋นเช่นท่านจะถูกภมรเช่นข้าเชยชมจนกลีบช้ำแน่นอน”“อื้อ คน...อา ลามก อ๊า!”ร่างเล็กดิ้นเร่าบิดสะโพกโยกรับลิ้นร้อนที่สอดลึกเข้ามาภายใน ราวกับเชื้อไฟผ่าวร้อนที่แผดเผาลามเลียไปทั่วสรรพางค์

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 157

    ทางฝั่งมู่ไทเฮาที่หนีออกจากวังมาได้ก็รู้สึกปลอดโปร่งไม่น้อย ทว่าส่วนลึกในจิตใจยังอดจะรู้สึกวูบโหวงมิได้ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงสามทิวาราตรีในที่สุดมู่ตานฮวาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง“ชุนเถา เหตุใดเรายังไม่ออกจากเมืองหลวงอีก”“ทูลไทเฮา ผู้คนในเมืองค่อนข้างพลุกพล่านทำให้การเดินทางล่าช้าเพคะ”“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ…”ชุนเถาพยักหน้ารับประหนึ่งไก่จิกข้าวสาร ในเวลาเดียวกันนั้นเองรถม้าที่นางโดยสารมาพลันชะงักกะทันหัน แต่ยังไม่ทันที่มู่ตานฮวาจะได้กล่าวสิ่งใด ร่างสูงของใครบางคนก็ปรากฏสู่สายตาเสียก่อน“อาเจา! เหตุใดจึงเป็นเจ้า”“ข้ามาได้อย่างไรนะหรือ สตรีสกุลมู่ ไม่สิ สตรีสกุลหรงรับราชโองการ...”มู่ตานฮวายังไม่หายจากอาการตื่นตระหนกก็ต้องเบิกดวงตากว้างเมื่อเขาเอ่ยสกุลมารดาของนาง ครั้นสติกลับคืนมาชุนเถาก็ดึงนางลงไปคุกเข่าเบื้องหน้าเว่ยเจาหลุนเสียแล้ว“อะแฮ่ม! เวินกงกง เจ้ารีบถ่ายทอดราชโองการของเรา”“พ่ะย่ะค่ะ”ขันทีข้างพระวรกายเจาหลุนฮ่องเต้เดินขึ้นหน้ามาสองก้าว ก่อนจะเปิดม้วนผ้าแพรสีทองอร่ามออกอ่าน“ด้วยโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีบัญชา มู่ไทเฮาทรงละอายพระทัยที่ไม่สามารถดูแลวังหลังไม่อยู่ใน

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 156

    เรื่องราวเร่าร้อนริมหน้าต่างในตำหนักโซ่คัง ไม่มีใครได้ล่วงรู้นอกจากหญิงสาวที่นอนหมดเรี่ยวแรงสลบไสลกับชายหนุ่มที่ใช้ท่อนแขนของตนเองต่างหมอนให้คนงามใช้หนุนเว่ยเจาหลุนกวาดสายตาพินิจดวงหน้างามปานล่มเมืองด้วยแววตาอ่อนหวาน รักใคร่นางจนไม่สามารถหาคำใดมาบรรยายความรู้สึกตนเองได้ มีเพียงการกระทำตลอดสิบปีมานี้ที่เขาคิดว่าได้บอกหญิงสาวไปจดหมดสิ้นแล้วทว่านี่ก็ยังไม่สามารถทำให้นางล้มเลิกความคิดที่จะจากเขาไป หากถามว่าเว่ยเจาหลุนรู้ได้อย่างไรเช่นนั้นหรือ…เขาบอกแล้วว่าหลงรักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย การกระทำและความคิดของนางมีหรือเขาจะไม่ล่วงรู้ ทั้งชุนเถานางกำนัลคนสนิทของนางก็แอบมาบอกเขาเมื่อไม่นานมานี้อีก“อามู่ ท่านคิดจะหันหลังให้ข้า ก็ต้องดูก่อนว่าข้ายินยอมหรือไม่”ร่างสูงกล่าวกระซิบเสียงพร่าขณะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปจุมพิตเปลือกตาสีนวลแผ่วเบาดุจแมลงปอแตะผิวน้ำ เกรงว่าหากทำรุนแรงกว่านี้นางอันเป็นที่รักจะตื่นขึ้นมาร่างสูงกล่าวกระซิบเสียงพร่าขณะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปจุมพิตเปลือกตาสีนวลแผ่วเบาดุจแมลงปอแตะผิวน้ำ เกรงว่าหากทำรุนแรงกว่านี้นางอันเป็นที่รักจะตื่นขึ้นมา“เอาเถอะ ท่านอยากจะหนีก็หนีต่อไป แต่หากข้าตาม

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 155

    “อื้อ...”“อืม...”เว่ยเจาหลุนคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ ยามนางตอบสนองกลับมาอย่างเร่าร้อนกอดเกี่ยวเหนี่ยวรั้งเรียวลิ้นของเขาเข้าไปพัวพันพลิกพลิ้วดุจเถาวัลย์ในพงไพรเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่เริ่มถี่กระชั้น มือไม้เคลื่อนไหวพัลวันดึงทึ้งอาภรณ์กันและกันจนกระจัดกระจายเต็มพื้น“อ๊ะ...จะทำตรงนี้หรือ”“ท่านไม่อยากชมจันทร์หรือ หึ ๆ อ่า...อามู่”นางถูกเขาหยอกล้อจนหน้าแดงจึงเอาคืนอีกฝ่ายด้วยการคว้าจับส่วนแข็งขืนเอาไว้เต็มมือ ก่อนจะรูดรั้งรัวเร็วไม่ปล่อยให้เขาตั้งตัวชายหนุ่มกัดฟันกรอดก้มหน้าเข้าหาซอกคอขาวผ่อง สูดดมดูดดึงความหอมหวานจากเนื้อนวลอย่างหื่นกระหาย กลางกายปวดหนึบจวนเจียนจะแตกพ่ายอยู่รอมร่อ“อ่า อามู่...อืม”“อาเจา เจ้า...อ๊ะ”หญิงสาวผวากายส่งเสียงครางรับยามเขาครอบปากงับยอดถันสีหวานดูดกลืนเก็บกินความเต่งตึงของนางจนเสียวซ่านสั่นสะท้านไปถึงกลางกายจนต้องขยับขาบดเบียดเสียดสีกันไปมา“อามู่...หวาน อืม...”“อ๊ะ พะ พอแล้ว”หญิงสาวแอ่นอกอวบเข้าหาริมฝีปากร้อนตามสัญชาตญาณ ร่างสูงเห็นนางตัวอ่อนระทวยหวิดจะตกขอบหน้าต่างจึงรั้งเอวบางเข้ามา จงใจถูไถความใหญ่โตร้อนผ่าวของตนเข้าหาบุปผางามที่กำลังเปียกชื

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 154

    “ที่ข้าเรียกพวกเจ้าเข้าพบในวันนี้ก็เพื่อจะหารือเรื่องนี้อยู่พอดี ยามนี้ฝ่าบาทยังต้องพักผ่อนพระวรกายต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสูญเสียแขนขวาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญไป ทำให้จิตใจของพระองค์ไม่สู้ดีนัก”เหล่าขุนนางที่ได้ฟังต่างลอบสูดหายใจเย็นเยียบเข้าลึก แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดโต จากคำพูดของไทยเฮาไม่ใช่ว่าฝ่าบาทสติวิปลาสไปแล้วหรือ…“ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้ากำลังเป็นกังวลเรื่องใด วันนี้นอกจากเรื่องของเว่ยคุนแล้ว ข้ายังนำราชโองการของไท่ซ่างหวงมาประกาศด้วย เชิญคนเข้ามา”สิ้นคำพูดของหญิงสาวก็มีขันทีผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมม้วนผ้าสีทองในมือ ขุนนางบางคนเริ่มรู้สึกได้ว่าท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสี[1] แล้วจึงรีบคุกเข่าลงไป รอฟังพระราชโองการแต่โดยดี มีคนที่หนึ่งเริ่มแล้วเสียงคุกเข่าก็ดังตามกันมาอีกติด ๆ กัน“ขุนนางทุกท่าน ข้าคือเวินกงกงบุตรบุญธรรมของขันทีข้างพระวรกายของไท่ซ่างหวง ได้รับมอบหมายให้มาถ่ายทอดราชโองการ…”เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นไปตามคาด กว่าขุนนางในราชสำนักจะเดินมาถึงวันนี้ได้ก็ย่อมต้องเป็นผู้รู้สถานการณ์ อีกทั้งฮ่องเต้พระองค์ก่อนก็เหลวไหลไร้ความสามารถ จะสู้รัชทายาทที่ถูกเก็บตัวตนมานา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 153

    เรื่องที่ตระกูลหลิวลอบปลงพระชนม์เว่ยคุนฮ่องเต้แพร่สะพัดออกไปในหมู่ราษฎรราวกับไฟลามทุ่ง อีกทั้งการเคลื่อนไหวอึกระทึกครึกโครมขององครักษ์รักษาพระองค์และทหารรักษาเมือง ก็ทำเอาผู้พบเห็นประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย พึงต้องทราบก่อนว่าตั้งแต่เว่ยคุนฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ก็ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงที่ต้องใช้ทหารมากมายเข้าควบคุมถึงเพียงนี้มาก่อน หนำซ้ำบุตรสาวบ้านตระกูลหลิวยังเป็นถึงฮองเฮา เห็นทีว่าครานี้ตระกูลหลิวคงต้องจบสิ้นแล้วจริง ๆ“ปล่อยข้า! ข้าไม่ได้เป็นคนสั่งให้เดรัจฉานพวกนั้นลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท!”“เจ้าไม่ได้สั่ง แต่คนของเจ้ากลับลงมือ เช่นนี้เจ้าที่เป็นนายต้องร่วมรับผิดชอบก็ถูกแล้วมิใช่หรือ”ทหารนายหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเยาะหยัน ตระกูลหลิววางอำนาจบาตรใหญ่ราวกับตนเองเป็นเชื้อพระวงศ์ก็ช่างเถอะ แต่นี่ถึงขั้นคิดการกบฏหมายทะยานขึ้นสู่ฟ้า สมควรจะมีจุดจบเช่นนี้แล้ว!“ปล่อยข้านะ! บุตรสาวข้าเป็นถึงฮองเฮา หากพวกเจ้าไม่อยากศีรษะหลุดจากบ่า ก็หัดหูตากว้างไกลเสียบ้าง”“ฮ่า ๆ ฮูหยินท่านนี้…ท่านคงยังไม่ทราบกระมัง ฮองเฮาที่ท่านพูดถึงยามนี้ถูกสั่งกักบริเวณในตำหนักเย็น ท่านยังคิดว่าตนเองเหลือทางรอดอยู่อีกหร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status