LOGIN“ระวังหน่อยสิ” เขาเอ็ดเธอเมื่อตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหว เพราะร่างนุ่มนิ่มเปลือยเปล่าทาบทับเหนือร่าง และมือของเขาก็กอดรัดตรงหน้าอกอวบอูมของพาขวัญ
“คะ...ฉันขอโทษ ก็อยู่ๆ คุณก็เข้ามาในห้อง ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว” เธอบอกเขาเสียงสั่นแผ่ว เธอยังตกใจไม่หาย หากเมื่อครู่เธอลื่นล้มลงไป ไม่รู้ว่าลูกในท้องจะเป็นยังไงบ้าง ดีที่เขาเข้ามารับไว้ทัน นึกแล้วใจก็หาย แต่ยังไงเขาก็ไม่ควรเข้ามาในห้องนี้
“ลุกไหวไหม”
เขาถามเสียงเรียบพร้อมกับดันร่างเหนือร่างตัวเองให้ลุกขึ้น เพราะตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบกลางกายความเป็นบุรุษ พาขวัญลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเธอไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น เมื่อครู่เขายอมรับตอนเห็นเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาตกใจมากและก็รู้สึกอยากมองร่างอวบอิ่มขาวๆ ของเธอนานๆ แต่ยังดีที่เขาดึงสติตัวเองกลับมาทัน ไม่งั้นเธอได้ล้มหงายหลังกระแทกพื้นและอาจแท้งลูกก็ได้
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อถูกดันให้ลุกขึ้นได้ เธอก็เอ่ยขอบคุณคนที่ลุกขึ้นตามตนเอง เธอมองตามสายตาของคนตัวโตที่ตอนนี้เอาแต่เงียบแล้วก็ต้องยกมือขึ้นปิดอกตัวเอง สองขาไขว้ปิดความเป็นสาว
“คะ...คุณอชิระ คุณเข้าไปในห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ” เธอไม่ได้สั่งเขา แต่ขอร้องให้เขาทำตาม
“ทำไมฉันต้องเข้าไปด้วย เธอก็ไม่ใช่คนอื่น จะว่าไปเธอก็เป็นเมียฉันนะพาขวัญ” เขามองสำรวจร่างงามเปลือยเปล่าอวบอิ่มตรงหน้าที่ตอนนี้เจ้าตัวงอตัวขดตัวหลบสายตาของเขา ยิ่งเธอขยับตัวห่อตัวหดตัว เขาก็ยิ่งปวดร้าวทรมานจนต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความยากลำบาก
“คะ...คุณ...”
“ทำไมล่ะ อย่าบอกว่าไม่ใช่นะ เพราะเราก็เคยได้กันมาแล้ว และเธอก็บอกเองว่าเด็กในท้องเป็นลูกของฉัน” ครั้งนี้อชิระไม่ได้พูดเปล่า แต่ยื่นมือไปวางบนไหล่เล็กสั่นเทาของเธอด้วย
“คะ...คุณ...”
“ทำไม? เธอไปแต่งตัวให้เรียบร้อยสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ถ้าชักช้า ฉันอาจจะไม่คุยแล้วก็ได้นะ แต่จะทำอย่างอื่นแทน”
อชิระโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างแก้มนวลของหล่อน เพียงแค่ชิดใกล้ เขาก็ได้กลิ่นกายของหล่อน และกลิ่นของเธอเนี่ยแหละน่ากลัว ทั้งๆ ที่เธออาบน้ำมา มันน่าจะเป็นกลิ่นสบู่ กลิ่นนั้นหอมแบบที่เขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ากลิ่นอะไรกันแน่ เพราะเกิดมาไม่เคยได้กลิ่นนี้จากที่ไหนนอกจากตัวของพาขวัญ
“คะ...ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นแล้วก็เหลือบตามองไปยังกระเป๋าย่ามของตัวเองที่อยู่ห่างออกไปสองก้าวเดิน
“รีบสิ ยืนนิ่งทำไม”
“คุณอชิระหันหลังไปหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะเดินไปเอาของในย่าม” เธอบอกเขาพร้อมกับส่งสายตาขอร้องไป เพราะตอนนี้เธอทั้งอายและรู้สึกหนาว สายตาที่มองตอบมามันแฝงอะไรบางอย่าง เขามองเธอราวกับจะกลืนกินเธอทั้งตัว
“อืม” อชิระครางรับปากแล้วก็หันหลังให้อย่างที่เธอต้องการ เพราะเขาเองก็ไม่อยากมองร่างอวบอิ่มยั่วยวนนานกว่านี้เหมือนกัน ยิ่งมองยิ่งจ้อง ความเป็นบุรุษกลางกายระหว่างขาก็ยิ่งร้อนรุ่มทรมาน
พาขวัญมองจนแน่ใจแล้วว่าเขาจะไม่หันกลับมาอีก เธอจึงเดินไปหากระเป๋าย่ามของตัวเองเพื่อนำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของตัวเองออกมาเช็ดตัวให้แห้งและก็ชุดไม่กี่ชุดในกระเป๋า เลือกเสื้อยืดสีชมพู่อ่อนตัวใหญ่และกางเกงวอร์มเอวยืดสีดำออกมา และชุดชั้นในเข้าชุดสีเนื้อของเธอออกมา เมื่อได้ชุดครบแล้วก็มองไปยังคนตัวโตที่ยืนหันหลังนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ หญิงสาวก็รีบจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ส่วนคนที่บอกว่าหันหลังนั้นก็แอบใช้หางตามองพาขวัญตลอดเวลาที่หล่อนยุ่งกับการแต่งตัว
“เสร็จแล้วค่ะ” พอจบคำบอกของหญิงสาว อชิระก็รีบหันมาทันทีพร้อมกับก้าวเดินผ่านหน้าเธอไปนั่งที่ปลายเตียงเล็ก
“เธอก็มานั่งด้วยกันสิ” มือใหญ่ตบมือที่พื้นที่ว่างข้างๆ ตนเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยืนได้”
“ตามใจ” เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากต้นคอระหงของหล่อนเลย เขาอยากซุกไซ้ซอกคอของหล่อนและกัดเม้มให้เกิดรอยเหลือเกินตอนนี้
“คุณอชิระมีอะไรรึเปล่าคะ เห็นบอกมีเรื่องจะมาตกลงกับฉัน”
“ก่อนอื่นเธอมีชื่อเล่นไหมพาขวัญ ฉันว่าเรียกพาขวัญมันยาวไป”
“มีค่ะ เรียกฉันว่าขวัญก็ได้ค่ะ”
“อือ...งั้นก็เลิกเรียกฉันชื่อเต็มด้วยนะ ฟังแล้วขัดหูยังไงไม่รู้ เรียกฉันอชิเหมือนคนในบ้านนี้ก็พอ”
“ค่ะ”
“อยู่ที่บ้านหลังนี้เธอเป็นเพียงแม่บ้านเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร เธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอดลูก และระหว่างอยู่ที่นี่ เธอก็ทำงานเหมือนเด็กรับใช้ในบ้านทั่วไป ไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับเธอ แม้ว่าเธอจะอุ้มท้องลูกของฉันหรือไม่ก็ตาม และพยายามเลี่ยงการเจอกับคุณแม่ของฉันด้วย อย่าเสนอหน้าไปให้ท่านเห็นถ้าไม่จำเป็น”
“ค่ะ ฉันจะอยู่ในที่ของฉัน คุณไม่ต้องห่วงค่ะ”
“ดี และถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้ ต้องการอะไรฉันจะซื้อมาให้ หรือเธอจะไปซื้อเองก็ได้ ฉันจะให้เงินเดือนเธอเดือนละเจ็ดพันไว้ใช้จ่ายซื้อของใช้ส่วนตัวและเก็บไว้ไปหาหมอตามนัดตรวจ เธออยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้เช่า แถมข้าวปลาก็ฟรี ฉะนั้นฉันให้เธอเดือนละเจ็ดพันก็ถือว่าเยอะมากแล้ว งานในบ้านเธอก็ช่วยเท่าที่เธอทำไหวก็แล้วกัน เพราะเด็กรับใช้ในบ้านรู้ว่าเธอท้อง ไม่มีใครให้เธอทำงานพวกยกของแบกหามอะไรหรอก”
“คุณไม่เห็นต้องให้เงินเดือนฉันเลยค่ะ เพราะแค่ที่คุณให้ที่ซุกหัวนอนและมีข้าวให้กิน แค่นี้ก็มากพอแล้ว”
วันหยุดนี้อชิระพาทุกคนที่บ้านมาเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักที่พัทยา ที่ครั้งหนึ่งเขาตามพาขวัญกับน้องชายมา คิดถึงตอนนั้นก็ตลกขำตัวเอง ตอนนี้อคิราห์อายุได้เจ็ดเดือนแล้ว หนูน้อยเป็นที่รักของทุกคนและเป็นที่รักของคุณอาอย่างอชิตะจนต้องบินขึ้นมากรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ และเหมือนว่าตอนนี้อชิตะจะไม่ค่อยได้ว่างขึ้นมา เพราะติดภารกิจหัวใจของตัวเอง แม้น้องชายไม่เล่า แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้องชาย “ขวัญ...พี่รักขวัญนะ” อชิระนอนหนุนตักภรรยาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านพัก ตอนนี้ลูกน้อยอยู่กับนางและใจกับแม่ของเขา ผ่องก็อยู่ด้วย เขาจึงมีเวลาพาพาขวัญมาปูเสื่อนอนเล่นกันได้ “ขวัญก็รักพี่อชินะคะ” “ขอบคุณนะครับที่เป็นครอบครัวให้พี่ เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยรักและความสุขของพี่” “ขวัญก็ขอบคุณพี่อชิเหมือนกันค่ะ ที่มอบครอบครัวให้ขวัญ ทำให้ขวัญลืมอดีตที่โหดร้ายของขวัญ ขวัญไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีครอบครัวที่มีความสุขแบบนี้ มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่แสนดีและหล่อกว่าพระเอกหนัง” เธอบอกเขา “และตอนนี้เราก็กำลังมีน้องให้น้องซันอีกคนด้วย” เขาลูบหน้าท้องของพาขวัญที่นูนเล็กน้อ
“อะ...อื้อ” ทันทีที่ความใหญ่โตสอดแทรกบดเบียดเข้ามาในกายคับแคบของตัวเอง พาขวัญก็แอ่นบิดเอวเล็กบางไปมาด้วยความอึดอัดและทรมานซ่านกายสาว “อือ...ขวัญ...แน่นดีเหมือนเดิม โอว์...ซี้ด ขวัญตอดรัดพี่ อะ...อูว์” เขาเคลื่อนไหวโยกเร่าเอวสอบ สองมือหนาจับเรียวขาที่แยกกว้างของพาขวัญมาพาดไหล่กว้างของตัวเองแล้วกอดรั้งไว้กับไหล่ของตัวเอง “อ่า...ไม่ไหวแล้ว...ขวัญไม่ไหวแล้วพี่อชิ อือ...อ่า” เสียงเนินเนื้อที่สอดประสานบดเร่าเสียดสีเข้าหากันดังกระทบกระทั่งกันเป็นจังหวะหนักหน่วงสอดประสานกับเสียงครวญครางกระเส่าเว้าวอนซ่านของทั้งสอง กายเปลือยเปล่าชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อร้อนปรารถนาของทั้งสองที่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน “อือ...ไม่ไหวแล้วที่รักของพี่ อือ...โอว์...ชูว์” เขาคำรามซ่านเมื่อตอนนี้ภายในกายสาวของพาขวัญตอดรัดหนักหน่วงทุกครั้งที่จ้วงลึกเข้าหา “อือ...ไม่ไหวเหมือนกันค่า พี่อชิ...ได้โปรด ชะ...ช่วยขวัญด้วย อือ...” หล่อนแอ่นยกเอวเล็กบิดเร่าหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อทรมานกายแข็งร้อนที่เคลื่อนไหวสอดเร่าเข้าออกในร่องสาวของตัวเอง สองมือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่นแล้วดันร่างตัวเอ
หลังจากลูกน้อยนอนหลับแล้ว ทั้งสองก็ให้ใจกับนางมาดูแลต่อ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็กลับห้องตัวเอง ค่ำคืนนี้จะถือว่าเป็นคืนเข้าหอของทั้งสองก็ได้ หลังจากที่โหยหากันมานานแสนนาน ทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่ปิดแนบสนิท อชิระก็โถมกายเข้าหาร่างเล็กระหงของภรรยาทันที “อะ...อื้อ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่อชิ” “อือ...ไม่ไหวแล้วขวัญ พี่เย็นไม่ไหวแล้ว นานแล้วนะ ให้พี่นะเด็กน้อยของพี่ อืม...” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเล็กยกขึ้นเหนือพื้น และพาขวัญก็รู้ว่าสามีต้องการอะไร เธอเองก็ต้องการไม่แพ้กัน เรียวขาเล็กตวัดโอบเกี่ยวเอวหนา สองมือตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนาแน่น “อ่า...ขวัญของพี่ ขอเถอะนะ ไม่ไหวแล้ว อือ...”เขาซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดส่ายไปมา แล้วสองเท้าก็เดินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเตียงนุ่มของตัวเองแล้วโถมตัวล้มไปกับเตียงคร่อมทับร่างน้อย “อือ...ไม่ไหวแล้ว ขวัญต้องการพี่อชิเหมือนกันค่ะ ขวัญ...อือ...ขวัญร้อน อือ...” หล่อนตวัดเรียวขาที่เกี่ยวเอวสอบแยกกว้าง สองมือเล็กลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของคนเหนือร่างโดยที่เขายังมีเสื้อปกปิดอยู่ “อือ...ร้อนแค่ไหนทูนหัว ร้อนแค่ไหนร้องออกมาขวัญ อือ...”อ
เมื่อเข้ามาในห้องของลูกชาย พาขวัญก็มองห้องที่ตกแต่งสีสันสดใสและเต็มไปด้วยของเล่น พอมองไปยังเปลนอนที่ตอนนี้พี่นางกำลังไกวเปลให้ลูกชายอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกทันที พอไปถึงก็เห็นว่าลูกชายยังไม่นอน เธอจึงเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย “น้องซันของแม่...” และเหมือนว่าหนูน้อยจะจำเสียงของแม่ได้ หนูน้อยดิ้นร้องไห้ทันที อุแว้! อุแว้! อุแว้! “นางออกไปก่อน ฉันจะอยู่กับขวัญและลูกเอง” อชิระบอกนางที่นั่งยิ้มดีใจเมื่อเห็นพาขวัญ “ค่ะคุณอชิ” นางอยากพูดคุยทักทายพาขวัญ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอจึงยอมออกไปจากห้องง่ายๆ ทิ้งให้พ่อแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “แม่กลับมาแล้วนะครับลูก แม่กลับมาแล้ว” หล่อนช้อนอุ้มลูกน้อยขึ้นมาจากเปลนอนทั้งน้ำตาและหอมแก้มลูกน้อยแรงๆ “คิดถึง...คิดถึงนะครับ” “คิดถึงเหมือนกันครับ”อชิระก็บอกคิดถึงคนเป็นแม่ของลูกพร้อมกับฉวยโอกาสตอนเธอก้มหอมแก้มลูกน้อยหอมแก้มเธอด้วย อุ๊ย! “คุณอชิ” “ก็ฉันคิดถึงเธอและอยากรักเธอ” มือใหญ่จับหัวไหล่มนพร้อมกับบีบเบาๆ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อให้เธอรู้ว่าเขาต้องกา
พาขวัญกลับมายังบ้านกิจรุ่งเรืองคหบดีอีกครั้ง ครั้งนี้เธอกลับมาในฐานะภรรยาของลูกชายคนโตของบ้าน มาในฐานะของสะใภ้คนโต พาขวัญคลานเข่าเข้าไปกราบเท้าของคุณท่านเมื่อมาถึงบ้าน เธอดีใจและอยากขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับลูกชายของท่าน “ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะขวัญ”พรพจีเอ่ยบอกคนที่ก้มกราบเท้าตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน “ขอบคุณค่ะคุณท่าน” พาขวัญลุกขึ้นไปนั่งโซฟาตัวที่ว่างอยู่ “เธอไม่ใช่คนใช้อีกแล้วนะ ตอนนี้เธอเป็นลูกสะใภ้ฉัน เป็นแม่ของหลานฉันแล้วนะขวัญ”พรพจีรู้สึกเขินเล็กน้อยที่วันนี้ต้องมาพูดดีทำดีกับคนที่ตัวเองเกลียดมาตลอด แต่พอปล่อยวาง ปลงทุกอย่าง นางก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่เคยเกลียดพาขวัญเลย นางกลับเอ็นดูและสงสารหญิงสาวเสียอีก “ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสขวัญ ให้โอกาสได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก” หล่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ฉันเองก็ขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำไม่ดีด้วย ต่อไปนี้เรามาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” “ค่ะคุณท่าน” “อือ...เรียกใหม่สิ เรียกฉันว่าแม่สิ เราเป็นครอบครัวกันแล้วนะขวัญ” อชิ
พาขวัญรู้สึกตื่นเต้นเมื่อลงมาเปิดร้านในตอนเช้า เธอยิ้มให้กับพองทองที่กำลังไปทำงาน และมะม่วงเด็กที่มาช่วยงานตัวเองที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอไปเรียนทุกวันในตอนเช้า และมองไปยังโฮมสเตย์ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ติดกับร้านหมูกระทะแล้วก็ใจเต้นแรง ลุ้นว่าเมื่อไหร่อชิระจะมา เธอรอเขา ลูกค้าหลายคนเข้าออกในร้าน จนเวลาผ่านไปจนเย็น พองทองเลิกงานกลับมา และมะม่วงมาช่วยงานที่ร้าน อชิระก็ยังไม่มาให้เห็นหน้า ทั้งๆ ที่ปกติทุกวันเขาจะมาแล้ว เขาจะมาแต่เช้ามาช่วยเปิดร้าน แต่วันนี้กลับเงียบหาย วันนี้เธอรอเขาทั้งวัน แต่กลับไร้เงาของคนที่บอกรักเมื่อคืนเฮ้อ!“หรือคุณจะกลับแล้วคุณอชิ ที่คุณพูดเมื่อคืนเพราะคุณเหนื่อยจนเบลอใช่ไหมคะ” เธอพึมพำเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ แต่ยังไม่ทันได้นั่งลงก็มีเด็กเดินเข้ามาในร้านเดินตรงเข้าไปหาเธอ“พี่ครับๆ มีคนรอพี่อยู่ร้านหมูกระทะครับ”“ใครจ๊ะ”“พี่ไปดูเองเถอะครับ พี่เขาให้ผมมาบอกแค่นี้” พูดจบเด็กน้อยก็จากไปและคนที่เดินเข้ามาในร้านก็เป็นพองทอง“เป็นอะไรขวัญ ทำไมวันนี้ดูหน้าเศร้าจัง มะม่วง...พี่ขวัญของเราเป็นอะไร” พองทองถามเด็กสาวที่กำลังเก็บโต๊ะลูกค้าที่เพิ่งคิดเงินออกไป“ไม่รู้เหมือนกันค่
ตั้งแต่วันนั้นจากที่คิดว่าไล่อชิระไปแล้วเขาจะกลับ แต่เปล่าเลยเขากลับมาเช่าโฮมสเตย์ตรงข้ามร้านของเธอที่ติดกับร้านหมูกระทะและก็เฝ้าวนเวียนมาหาทุกวัน มาช่วยดูแลลูกค้า รับลูกค้า เสิร์ฟแทน ไม่ว่าเธอจะหยิบจับอะไร เขาก็แย่งทำไปหมด “เมื่อไหร่คุณอชิจะกลับคะ นี่ก็อาทิตย์กว่าแล้วนะคะ ลูกเป็นยังไง คุ
พาขวัญตื่นมาสามทุ่มกว่า ความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าเมื่อตอนกลางวันนั้นหายไปแล้ว เมื่อได้นอนพักผ่อนเต็มอิ่ม และพอมองไปยังโต๊ะวางของขนาดเล็กในห้องของตัวเองก็เห็นถุงอะไรสักอย่าง เธอจึงลุกขึ้นเดินไปดู และพอเปิดดูเห็นว่าเป็นข้าวเหนียวทุเรียนกับขนมหม้อแกง เธอได้แต่ยิ้มบางๆ สมเพชตัวเองก่อนจะพึมพำออกมา
อชิระขับรถไปจอดรถประจำของตัวเองในไนต์คลับแล้วเดินตามพาขวัญ ออกไปข้างหน้าคลับของตัวเองแล้วเดินตามเธอไปยังข้างถนนจนไปถึงร้านที่เธอบอก เขาหยุดเท้าตัวเองนิ่งเมื่อมองเห็นร้านและสภาพของร้านและมองเข้าไปมีผู้คนเยอะมาก แถมแอร์ก็ไม่มี พัดลมก็ไม่มี แล้วเขาจะทานยังไง “ถ้าไม่ไหวคุณอชิกลับไปกินที่ไนต์ค
อชิระกลับมาจากเยอรมนีก็วุ่นวายกับงานแต่งงานตัวเอง วิ่งวุ่นพาว่าที่เจ้าสาวไปลองชุดอีกรอบ เพราะในงานใช้หลายชุด ทุกชุดจะต้องดูดีที่สุดตามที่พรพจีสั่ง แล้วยังต้องไปเชิญแขกผู้ใหญ่อีกมากมายเพื่อมาเป็นสักขีพยานในงานแต่ง แต่ละคนมีฐานะดี มหาเศรษฐีบ้าง นักการเมืองบ้าง อชิระต้องเดินทางไปเชิญด้วยตัวเอง การ์ดแต







