LOGINพรพจีโกรธแทบควันออกหูเมื่อลูกชายพาผู้หญิงท้องเข้ามาในบ้าน แม้อชิระจะบอกว่าให้เธอมาอยู่ในฐานะคนรับใช้ แต่นางก็ไม่ยินดี เพราะผู้หญิงชั้นต่ำไร้หัวนอนปลายเท้าคนนั้นกำลังอุ้มท้องอยู่ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กในท้องเป็นลูกของลูกชายนางจริงๆ รึเปล่า
“อชิทำแบบนี้ทำไม ถ้าหนูตารู้จะทำยังไง” พรพจีตั้งคำถามลูกชายด้วยความขุ่นข้องใจ นางไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กนั่นจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชาย
“ผมจำเป็นครับคุณแม่”
“จำเป็น มันจะจำเป็นอะไรนักหนาถึงกับต้องพาเข้ามาอยู่ในบ้าน อีกไม่กี่เดือนเราก็จะต้องแต่งงานกับหนูตาแล้วนะอชิ คิดจะทำอะไร อย่าให้หนูตาเขามาถอนหงอกแม่ได้นะ”
“ผมรู้ครับคุณแม่ ผมไม่ให้ขวัญ เอ่อ...ผู้หญิงคนนั้นมาวุ่นวายแน่นอนครับ ผมกำชับเธอแล้วครับว่าไม่ให้ออกมาวุ่นวาย”
“แล้วเด็กในท้องของยัยชั้นต่ำคนนั้นลูกแน่ใจมากแค่ไหนถึงคิดว่าเป็นลูกของตัวเอง”
“ผมบอกคุณแม่จีไม่ได้เหมือนกัน เพราะอายุครรภ์ของเธอกับช่วงที่ลูกนอนกับเธอมันมีความน่าจะเป็นไปได้สูง แต่ลูกก็ไม่ได้แน่ใจเลยทำสัญญาและพาเธอมาอยู่ในบ้านของเราครับ รอให้เด็กคลอดตรวจดีเอ็นเอ ถ้าใช่ลูกของผม ผมจะรับเป็นลูกของผม แล้วเธอจะหายไปเงียบๆ ครับ อีกอย่างน้องตาเป็นคนดีน่าจะเข้าใจ เพราะมันคือความผิดพลาดของผมเอง ถ้าวันนั้นผม...”
“พอๆ พอเลยไม่ต้องพูด แม่ไม่อยากฟัง แม่อยากเป็นลมหลายๆ รอบตอนนี้ แม่รู้ว่าอชิเจ้าชู้และเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยแค่ไหน แต่ไม่เคยคิดว่าลูกจะพลาด แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ลูกดูแลเธอให้ดีก็แล้วกัน และหนูตาด้วย อย่าทำให้หนูตาเสียใจล่ะ พ่อกับแม่ของเขาอุตส่าห์ฝากเขาให้ลูกดูแล”
“ครับคุณแม่ ผมจัดการได้ คุณแม่จีสบายใจได้ครับ”
“ไปเถอะ จะไปไหนก็ไป แม่จะขึ้นไปนอนพักสักหน่อย”
“ครับ ผมจะไปดูเธอสักหน่อยว่าเป็นไงบ้าง เมื่อเช้าก็แพ้ท้องมากจนกินอะไรไม่ได้”
“อย่าเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นมากนักล่ะ เดี๋ยวจะพลาดขึ้นมาอีก แม่ไม่อยากจะได้ลูกสะใภ้ชั้นต่ำ”
“ครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมไม่มีทางรักผู้หญิงคนนั้นหรอก ที่พามาก็แค่เวทนาสมเพชคนไม่มีที่ไปเท่านั้นครับ”
“ดี จำคำนี้ของลูกไว้แล้วกัน อย่าคิดกลืนน้ำลายตัวเองล่ะ”
“ครับคุณแม่ คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”
“ไม่ต้อง แม่ไม่ได้แก่จนเดินเองไม่ได้ แม่ยังแข็งแรงจะอยู่บ่นลูกกับชิตะไปอีกนาน”
“ครับ คุณแม่จีแข็งแรงและเป็นคนที่รักผมกับชิตะที่สุด ผมรักคุณแม่นะครับ” เขาบอกรักผู้เป็นแม่ ในโลกนี้จะมีผู้หญิงคนไหนเล่ารักเขากับน้องชายเท่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีอีกแล้ว
พรพจีลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป แม้ว่าปีนี้หญิงชราจะอายุ 68 ปีแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงเดินเหินสะดวกสบาย และสุขภาพของนางก็ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เพราะนางดูแลตัวเองดี ตรวจสุขภาพทุกปี ด้านอชิระเมื่อเห็นว่าผู้ให้กำเนิดเดินจากไป แล้วตัวเขาก็ลุกขึ้นเดินไปยังเรือนคนรับใช้เหมือนกัน เพราะก่อนนหน้าเขาให้เด็กพาไปยังห้องพัก
พาขวัญมองห้องพักขนาดเล็กของตัวเองที่แม่บ้านพามา มันห้องใหญ่กว่าห้องเช่าของเธอที่เคยอยู่เสียอีก หญิงสาวมองไปที่เตียงขนาดเล็กสามฟุตครึ่งที่อยู่ติดผนังห้องและมีตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กและห้องน้ำในตัว เธอนำกระเป๋าย่ามที่สะพายติดตัวมาไปวางไว้ที่ข้างตู้เสื้อผ้า แล้วเธอก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น เพราะก่อนจะออกมาเขาใจดีสั่งอาหารมาให้เธอทาน แต่เธอทานไม่ได้สักอย่าง เพียงแค่ได้กลิ่นก็อาเจียนจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทรงตัว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
มือใหญ่ยกขึ้นเคาะประตูห้องทันทีเมื่อมาถึง และเห็นว่าเจ้าของห้องเงียบจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนขนาดเล็ก พอเปิดเข้ามาก็เห็นเพียงถุงย่ามและเสียงน้ำในห้องน้ำไหล
“สงสัยจะอาบน้ำ” เขาเดินไปนั่งลงบนเตียงขนาดเล็กของเธอเพื่อรอให้เจ้าของห้องออกมา อชิระมีเรื่องต้องตกลงกับเธอเล็กน้อยระหว่างที่อยู่ที่นี่
ด้านเจ้าของห้องจากตอนแรกว่าจะล้างหน้าล้างตาเฉยๆ แต่ด้วยความเหนื่อยและเหนียวตัวจากการวิ่งอาเจียนเมื่อเช้านี้เลยทำให้เธอตัดสินใจอาบน้ำ พอเปิดฝักบัวล้างตัวจะถูสบู่ก็ไม่มีสบู่และยาสระผม เลยคิดจะเดินออกมาหยิบของในกระเป๋าย่ามตัวเอง แต่จะออกมายังไงตัวก็เปียก ผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้เอาเข้าไปด้วย แต่นี่มันห้องส่วนตัวของเธอและประตูห้องก็ปิดแล้ว แม้จะไม่ได้ล็อกคงไม่มีใครเข้ามาหรอก พาขวัญจึงตัดสินใจเดินตัวเปลือยเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำเพื่อมาเอาของที่ต้องการ แต่พอเปิดประตูห้องน้ำก้าวขาเดินออกมาก็ต้องร้องกรี๊ด
กรี๊ดดดด
พาขวัญตกใจพอๆ กับคนที่บุกรุกห้องคนอื่น เธอรีบก้าวถอยกลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็เกิดเสียหลักลื่นจะล้ม คนที่มองอยู่ไวพอที่จะกระโจนเข้าไปคว้าร่างอวบเอาไว้จนตัวเองล้มลงหลังกระแทกพื้น
ตุ้บ!
โอ๊ย!
ร่างเล็กกระแทกกับร่างใหญ่ที่ถลาไปรองรับเธอที่พื้น ด้านอชิระก็ล้มกระแทกพื้นร้องเจ็บจุกออกมา สองมือใหญ่ก็โอบกอดร่างเปลือยเหนือร่างไว้แน่น
วันหยุดนี้อชิระพาทุกคนที่บ้านมาเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักที่พัทยา ที่ครั้งหนึ่งเขาตามพาขวัญกับน้องชายมา คิดถึงตอนนั้นก็ตลกขำตัวเอง ตอนนี้อคิราห์อายุได้เจ็ดเดือนแล้ว หนูน้อยเป็นที่รักของทุกคนและเป็นที่รักของคุณอาอย่างอชิตะจนต้องบินขึ้นมากรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ และเหมือนว่าตอนนี้อชิตะจะไม่ค่อยได้ว่างขึ้นมา เพราะติดภารกิจหัวใจของตัวเอง แม้น้องชายไม่เล่า แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้องชาย “ขวัญ...พี่รักขวัญนะ” อชิระนอนหนุนตักภรรยาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านพัก ตอนนี้ลูกน้อยอยู่กับนางและใจกับแม่ของเขา ผ่องก็อยู่ด้วย เขาจึงมีเวลาพาพาขวัญมาปูเสื่อนอนเล่นกันได้ “ขวัญก็รักพี่อชินะคะ” “ขอบคุณนะครับที่เป็นครอบครัวให้พี่ เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยรักและความสุขของพี่” “ขวัญก็ขอบคุณพี่อชิเหมือนกันค่ะ ที่มอบครอบครัวให้ขวัญ ทำให้ขวัญลืมอดีตที่โหดร้ายของขวัญ ขวัญไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีครอบครัวที่มีความสุขแบบนี้ มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่แสนดีและหล่อกว่าพระเอกหนัง” เธอบอกเขา “และตอนนี้เราก็กำลังมีน้องให้น้องซันอีกคนด้วย” เขาลูบหน้าท้องของพาขวัญที่นูนเล็กน้อ
“อะ...อื้อ” ทันทีที่ความใหญ่โตสอดแทรกบดเบียดเข้ามาในกายคับแคบของตัวเอง พาขวัญก็แอ่นบิดเอวเล็กบางไปมาด้วยความอึดอัดและทรมานซ่านกายสาว “อือ...ขวัญ...แน่นดีเหมือนเดิม โอว์...ซี้ด ขวัญตอดรัดพี่ อะ...อูว์” เขาเคลื่อนไหวโยกเร่าเอวสอบ สองมือหนาจับเรียวขาที่แยกกว้างของพาขวัญมาพาดไหล่กว้างของตัวเองแล้วกอดรั้งไว้กับไหล่ของตัวเอง “อ่า...ไม่ไหวแล้ว...ขวัญไม่ไหวแล้วพี่อชิ อือ...อ่า” เสียงเนินเนื้อที่สอดประสานบดเร่าเสียดสีเข้าหากันดังกระทบกระทั่งกันเป็นจังหวะหนักหน่วงสอดประสานกับเสียงครวญครางกระเส่าเว้าวอนซ่านของทั้งสอง กายเปลือยเปล่าชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อร้อนปรารถนาของทั้งสองที่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน “อือ...ไม่ไหวแล้วที่รักของพี่ อือ...โอว์...ชูว์” เขาคำรามซ่านเมื่อตอนนี้ภายในกายสาวของพาขวัญตอดรัดหนักหน่วงทุกครั้งที่จ้วงลึกเข้าหา “อือ...ไม่ไหวเหมือนกันค่า พี่อชิ...ได้โปรด ชะ...ช่วยขวัญด้วย อือ...” หล่อนแอ่นยกเอวเล็กบิดเร่าหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อทรมานกายแข็งร้อนที่เคลื่อนไหวสอดเร่าเข้าออกในร่องสาวของตัวเอง สองมือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่นแล้วดันร่างตัวเอ
หลังจากลูกน้อยนอนหลับแล้ว ทั้งสองก็ให้ใจกับนางมาดูแลต่อ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็กลับห้องตัวเอง ค่ำคืนนี้จะถือว่าเป็นคืนเข้าหอของทั้งสองก็ได้ หลังจากที่โหยหากันมานานแสนนาน ทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่ปิดแนบสนิท อชิระก็โถมกายเข้าหาร่างเล็กระหงของภรรยาทันที “อะ...อื้อ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่อชิ” “อือ...ไม่ไหวแล้วขวัญ พี่เย็นไม่ไหวแล้ว นานแล้วนะ ให้พี่นะเด็กน้อยของพี่ อืม...” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเล็กยกขึ้นเหนือพื้น และพาขวัญก็รู้ว่าสามีต้องการอะไร เธอเองก็ต้องการไม่แพ้กัน เรียวขาเล็กตวัดโอบเกี่ยวเอวหนา สองมือตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนาแน่น “อ่า...ขวัญของพี่ ขอเถอะนะ ไม่ไหวแล้ว อือ...”เขาซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดส่ายไปมา แล้วสองเท้าก็เดินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเตียงนุ่มของตัวเองแล้วโถมตัวล้มไปกับเตียงคร่อมทับร่างน้อย “อือ...ไม่ไหวแล้ว ขวัญต้องการพี่อชิเหมือนกันค่ะ ขวัญ...อือ...ขวัญร้อน อือ...” หล่อนตวัดเรียวขาที่เกี่ยวเอวสอบแยกกว้าง สองมือเล็กลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของคนเหนือร่างโดยที่เขายังมีเสื้อปกปิดอยู่ “อือ...ร้อนแค่ไหนทูนหัว ร้อนแค่ไหนร้องออกมาขวัญ อือ...”อ
เมื่อเข้ามาในห้องของลูกชาย พาขวัญก็มองห้องที่ตกแต่งสีสันสดใสและเต็มไปด้วยของเล่น พอมองไปยังเปลนอนที่ตอนนี้พี่นางกำลังไกวเปลให้ลูกชายอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกทันที พอไปถึงก็เห็นว่าลูกชายยังไม่นอน เธอจึงเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย “น้องซันของแม่...” และเหมือนว่าหนูน้อยจะจำเสียงของแม่ได้ หนูน้อยดิ้นร้องไห้ทันที อุแว้! อุแว้! อุแว้! “นางออกไปก่อน ฉันจะอยู่กับขวัญและลูกเอง” อชิระบอกนางที่นั่งยิ้มดีใจเมื่อเห็นพาขวัญ “ค่ะคุณอชิ” นางอยากพูดคุยทักทายพาขวัญ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอจึงยอมออกไปจากห้องง่ายๆ ทิ้งให้พ่อแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “แม่กลับมาแล้วนะครับลูก แม่กลับมาแล้ว” หล่อนช้อนอุ้มลูกน้อยขึ้นมาจากเปลนอนทั้งน้ำตาและหอมแก้มลูกน้อยแรงๆ “คิดถึง...คิดถึงนะครับ” “คิดถึงเหมือนกันครับ”อชิระก็บอกคิดถึงคนเป็นแม่ของลูกพร้อมกับฉวยโอกาสตอนเธอก้มหอมแก้มลูกน้อยหอมแก้มเธอด้วย อุ๊ย! “คุณอชิ” “ก็ฉันคิดถึงเธอและอยากรักเธอ” มือใหญ่จับหัวไหล่มนพร้อมกับบีบเบาๆ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อให้เธอรู้ว่าเขาต้องกา
พาขวัญกลับมายังบ้านกิจรุ่งเรืองคหบดีอีกครั้ง ครั้งนี้เธอกลับมาในฐานะภรรยาของลูกชายคนโตของบ้าน มาในฐานะของสะใภ้คนโต พาขวัญคลานเข่าเข้าไปกราบเท้าของคุณท่านเมื่อมาถึงบ้าน เธอดีใจและอยากขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับลูกชายของท่าน “ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะขวัญ”พรพจีเอ่ยบอกคนที่ก้มกราบเท้าตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน “ขอบคุณค่ะคุณท่าน” พาขวัญลุกขึ้นไปนั่งโซฟาตัวที่ว่างอยู่ “เธอไม่ใช่คนใช้อีกแล้วนะ ตอนนี้เธอเป็นลูกสะใภ้ฉัน เป็นแม่ของหลานฉันแล้วนะขวัญ”พรพจีรู้สึกเขินเล็กน้อยที่วันนี้ต้องมาพูดดีทำดีกับคนที่ตัวเองเกลียดมาตลอด แต่พอปล่อยวาง ปลงทุกอย่าง นางก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่เคยเกลียดพาขวัญเลย นางกลับเอ็นดูและสงสารหญิงสาวเสียอีก “ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสขวัญ ให้โอกาสได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก” หล่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ฉันเองก็ขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำไม่ดีด้วย ต่อไปนี้เรามาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” “ค่ะคุณท่าน” “อือ...เรียกใหม่สิ เรียกฉันว่าแม่สิ เราเป็นครอบครัวกันแล้วนะขวัญ” อชิ
พาขวัญรู้สึกตื่นเต้นเมื่อลงมาเปิดร้านในตอนเช้า เธอยิ้มให้กับพองทองที่กำลังไปทำงาน และมะม่วงเด็กที่มาช่วยงานตัวเองที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอไปเรียนทุกวันในตอนเช้า และมองไปยังโฮมสเตย์ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ติดกับร้านหมูกระทะแล้วก็ใจเต้นแรง ลุ้นว่าเมื่อไหร่อชิระจะมา เธอรอเขา ลูกค้าหลายคนเข้าออกในร้าน จนเวลาผ่านไปจนเย็น พองทองเลิกงานกลับมา และมะม่วงมาช่วยงานที่ร้าน อชิระก็ยังไม่มาให้เห็นหน้า ทั้งๆ ที่ปกติทุกวันเขาจะมาแล้ว เขาจะมาแต่เช้ามาช่วยเปิดร้าน แต่วันนี้กลับเงียบหาย วันนี้เธอรอเขาทั้งวัน แต่กลับไร้เงาของคนที่บอกรักเมื่อคืนเฮ้อ!“หรือคุณจะกลับแล้วคุณอชิ ที่คุณพูดเมื่อคืนเพราะคุณเหนื่อยจนเบลอใช่ไหมคะ” เธอพึมพำเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ แต่ยังไม่ทันได้นั่งลงก็มีเด็กเดินเข้ามาในร้านเดินตรงเข้าไปหาเธอ“พี่ครับๆ มีคนรอพี่อยู่ร้านหมูกระทะครับ”“ใครจ๊ะ”“พี่ไปดูเองเถอะครับ พี่เขาให้ผมมาบอกแค่นี้” พูดจบเด็กน้อยก็จากไปและคนที่เดินเข้ามาในร้านก็เป็นพองทอง“เป็นอะไรขวัญ ทำไมวันนี้ดูหน้าเศร้าจัง มะม่วง...พี่ขวัญของเราเป็นอะไร” พองทองถามเด็กสาวที่กำลังเก็บโต๊ะลูกค้าที่เพิ่งคิดเงินออกไป“ไม่รู้เหมือนกันค่
เวลาอาหารเที่ยง วันนี้เต็มไปด้วยเมนูสุขภาพที่นางและใจช่วยกันทำ ส่วนผ่องนั้นเพลียนอนพักผ่อนไม่ได้มาช่วยงานพวกเธอ และพวกเธอก็เข้าใจ พอทำอาหารเสร็จแล้วก็จัดเตรียมตั้งโต๊ะ เมนูทุกอย่างเป็นเมนูที่เจ้านายหนุ่มอย่างอชิระสั่งให้ทำทั้งนั้น มีฟักทองผัดไข่ ผัดผักรวมมิตร น้ำพริกลงเรือและยำอกไก่ “พี่อ
พรพจีมาถึงบ้านก็เอาบุญมาฝากทุกคน พอมองและถามหาลูกชายคนเล็กก็ได้รู้ว่าพาพาขวัญไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม้จะอยากเกรี้ยวกราดโทรตามอชิตะให้กลับมามากแค่ไหนก็ได้แต่กัดฟันอดทน เพราะนางเพิ่งกลับมาจากทำบุญ นางจึงชวนลูกชายคนโตพูดคุยเล่าเรื่องที่ตัวเองไปเรียนรู้จากพระคุณเจ้ามาให้ลูกชายคนโตฟัง“ลูกรู้ไหมว่าอะไรที่
เช้าวันนี้อชิระตื่นเช้าผิดปกติ ทั้งๆ ที่ปกติเขากลับมาจากอาบอบนวดและไนต์คลับจะตื่นนอนบ่ายโมง แต่วันนี้ตื่นเช้ามาทานมื้อเช้ากับน้องชายและพูดคุยถึงเรื่องงานที่ภูเก็ต และวันนี้แม่ของเขาก็จะกลับมาจากปฏิบัติธรรมเหมือนกัน เขาจึงตื่นแต่เช้าเพื่อจะรอต้อนรับบุญจากคนเป็นแม่ “ชิตะ นายดูซูบผอมลงไปนะช่
พอกลับมาถึงบ้าน พาขวัญก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงขาสั้นเอวยางยืดและเสื้อยืดตัวใหญ่ที่เตรียมมาด้วยเพื่อจะมาเล่นน้ำ แต่พอมาถึงสระว่ายน้ำก็เห็นอชิระว่ายน้ำอยู่ เขาเปลี่ยนชุดตอนไหน อีกอย่างไม่เห็นขึ้นไปบนห้องเลย แต่พอเห็นเขาลุกขึ้นเดินมาจากสระเท่านั้นแหละ กางเกงบ็อกเซอร์ที่เปียกแนบไ







