로그인“เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่มีเงิน เวลาไปหาหมอหรือซื้อของที่จำเป็น เธอจะเอาเงินมาจากไหน ฉันไม่ได้ใจดำขนาดนั้นหรอกนะ ให้ก็เอาไปเถอะ”
ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใจดีกับผู้หญิงที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเลยนะ แต่กับพาขวัญ เขาบอกตัวเองว่าเพื่อลูก ถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ แต่เขาก็อยากจะดูแล เพราะถ้าเป็นลูกของเขาจริงๆ เขาจะได้ไม่เสียใจกับเวลาที่ผ่านมา
“ขอบคุณนะคะที่เมตตาฉันกับลูก”
“ฉันไม่ได้เมตตาหรอก ฉันแค่ทำเพื่อเด็กในท้อง เพราะถ้าคลอดและตรวจดีเอ็นเอแล้วเขาเป็นลูกฉันจริง ฉันจะได้ไม่รู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลเขาตอนอยู่ในท้องของเธอ”
“ค่ะ คุณทำเพราะลูก”
“ดี ฉันหมดธุระแล้ว ถ้ามีอะไรฉันจะบอกอีก ว่าแต่เธอมีโทรศัพท์ไหม” เขาถามเมื่อเห็นว่ากระเป๋าย่ามของหล่อนจะมีของมากมายเหลือเกินอยู่ข้างใน
“มีค่ะ”
“เอาเบอร์เธอมาสิ” ว่าแล้วเขาก็ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาเพื่อกดเบอร์โทรของเธอไว้ เผื่อเวลามีเรื่องด่วนจะได้โทรคุยได้ หรือเวลามีเรื่องจะคุยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินมายังตึกคนรับใช้
“ค่ะ” แล้วเธอก็บอกเบอร์โทรของตัวเองให้กับชายหนุ่ม และไม่นานเขาก็กดโทรหาเธอ
“เผื่อเวลามีเรื่องด่วนหรือเวลามีเรื่องอยากคุยด้วย แต่ไม่อยากเดินมาตึกคนใช้ ฉันจะโทรหาเธอ”
“ค่ะ”
“และถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาฉันได้ แต่ต้องจำเป็นและสำคัญเท่านั้น”
“ค่ะ”
“พูดเป็นแค่คำนี้คำเดียวรึไงขวัญ”
เงียบ!
หึ!
“โอเค ฉันไปแล้ว เธอก็พักผ่อนเถอะ เมื่อเช้าอาเจียนจนแทบไม่มีแรงเดินนี่” พูดจบเขาก็กำมือถือแน่นเดินไปเปิดประตูห้องออกไปโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของห้องอีก
เฮ้อ!
พออชิระออกไปแล้ว เธอก็ถอนหายใจดังออกมาพร้อมกับสาวเท้าเร็วๆ ไปกดล็อกประตูห้องของตัวเองแล้วกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงแล้วก็คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ คิดแล้วก็พานหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที เมื่อกี้เธอเปลือยต่อหน้าเขาและเขาก็กอดเธอ แถมมือของเขาก็จับหน้าอกของเธอ คิดแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวตัวเองบิดตัวไปมา
“บ้า...ยัยขวัญ มาเขินอะไรกับเรื่องแบบนี้” เธอบ่นว่าตัวเองแต่ก็ยังอมยิ้มเขินอาย สองแก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สองแก้มนั้นแดงมากแค่ไหน
พรพจีมองพาขวัญที่กำลังช่วยเด็กรับใช้ในบ้านคนอื่นทำความสะอาด แล้วนางก็เบะปากเล็กน้อยให้กับภาพที่เห็นแล้วก็เดินผ่านเข้าไปในห้องนั่งเล่น โดยมีผ่องแม่บ้านเก่าแก่และเป็นคนสนิทของตัวเองเดินตามไปด้วย ก่อนหน้านั้นผ่องลากลับไปที่บ้านต่างจังหวัดและเพิ่งกลับมาเมื่อสามวันก่อน นางจึงมีเพื่อนได้พูดคุยและคิดแผนการกลั่นแกล้งพาขวัญ
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่อชิระ ลูกชายของนางพาพาขวัญเข้ามาอยู่ในบ้านของนาง ยิ่งตอนนี้ท้องของเธอโตขึ้นทุกวัน และก็เหมือนว่าลูกชายจะใส่ใจเธอเหมือนกัน เพราะเด็กรับใช้ในบ้านต่างพูดต่อๆ กันจนมาถึงหูของนางว่าอชิระมักซื้อของกินและของบำรุงมาให้หญิงสาวทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แถมลูกชายของนางก็กลับมาค้างที่บ้านเป็นประจำด้วยตอนนี้ ซึ่งเมื่อก่อนจะกลับมาค้างที่บ้านแค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น
“ผ่อง...ฉันทนไม่ไหวแล้วนะตอนนี้”
“คุณจีอดทนหน่อยนะคะ คุณอชิบอกว่ารอแค่ให้แม่คนนั้นคลอดลูก อีกไม่นานค่ะ”
“ไม่นาน ไม่นานแต่มันนานมากเลยนะ และตอนนี้หนูตาก็มาที่บ้านบ่อยมาก ฉันกลัวว่าหนูตาจะเสียใจและไม่พอใจ”
“แต่คุณอชิก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับยัยเด็กนั่นไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็จริงอย่างผ่องว่า แต่ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ เด็กรับใช้ในบ้านก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอชิไปหาผู้หญิงชั้นต่ำที่ตึกคนใช้บ่อยนะพักหลังๆ มานี้ อีกอย่างอชิก็กลับมานอนที่บ้านทุกวัน มันผิดปกติ ฉันไม่ค่อยสบายใจเลย แล้วแบบนี้จะให้ฉันเชื่อลูกชายได้อีกเหรอ” พรพจีคิดไม่ตก ยิ่งนับวันลูกชายก็ยิ่งทำให้นางไม่มั่นใจแล้วสิว่าจะยังเหมือนวันแรกที่พาพาขวัญเข้ามาในบ้านหรือเปล่า
“แล้ววันนี้หนูตาจะมาทานข้าวที่บ้านเราด้วยใช่ไหม ผ่องไปบอกยัยชั้นต่ำนั่นให้อยู่แต่หลังบ้านนะ ไม่ต้องเสนอหน้ามาเดินเพ่นพ่านให้คนอื่นเห็นโดยเฉพาะหนูแก้วตา”
“ค่ะคุณจี เดี๋ยวผ่องไปจัดการให้”
“ดีมากผ่อง ในบ้านก็มีแต่ผ่องเนี่ยแหละที่ฉันไว้ใจ ส่วนเด็กรับใช้คนอื่นๆ ก็เหมือนจะเข้าข้างมัน ฉันล่ะเกลียดมันนัก ไม่รู้ทำไมทุกคนถึงเอ็นดูมัน”
“ใครที่คุณจีไม่ชอบ ผ่องก็ไม่ชอบค่ะ”
“ขอบใจมากนะผ่อง เธอไปดูเด็กๆ เตรียมมื้อเย็นรอว่าที่ลูกสะใภ้ฉันเถอะ”
“ค่ะ”
“แล้วก่อนไปก็ไปจัดการไล่ยัยชั้นต่ำนั่นออกไปให้พ้นบริเวณบ้านใหญ่ด้วยล่ะ แล้วกับข้าวให้เธอทำกินเอง สั่งเด็กในบ้านห้ามทำกับข้าวหรือแบ่งกับข้าวให้ยัยนั่นกิน ก่อนหน้านี้ที่ฉันยอมเพราะตาอชิบอกว่ายัยนั่นแพ้ท้องหนัก แต่ตอนนี้เห็นว่าไม่แพ้ท้องแล้ว ฉะนั้นให้ทำกับข้าวกินเอง ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องกิน”
“รับคำสั่งค่ะคุณจี ผ่องคนนี้จะรีบจัดการให้เลยค่ะ”
“ไปเถอะ ฉันจะขึ้นห้องแล้ว จะไปเอนหลังสักหน่อย พักนี้มีแต่เรื่องให้ปวดหัวและหงุดหงิด” แล้วนายและบ่าวคู่หูก็ต่างแยกย้ายกัน
วันหยุดนี้อชิระพาทุกคนที่บ้านมาเที่ยวพักผ่อนที่บ้านพักที่พัทยา ที่ครั้งหนึ่งเขาตามพาขวัญกับน้องชายมา คิดถึงตอนนั้นก็ตลกขำตัวเอง ตอนนี้อคิราห์อายุได้เจ็ดเดือนแล้ว หนูน้อยเป็นที่รักของทุกคนและเป็นที่รักของคุณอาอย่างอชิตะจนต้องบินขึ้นมากรุงเทพฯ อยู่บ่อยๆ และเหมือนว่าตอนนี้อชิตะจะไม่ค่อยได้ว่างขึ้นมา เพราะติดภารกิจหัวใจของตัวเอง แม้น้องชายไม่เล่า แต่เขาก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้องชาย “ขวัญ...พี่รักขวัญนะ” อชิระนอนหนุนตักภรรยาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านพัก ตอนนี้ลูกน้อยอยู่กับนางและใจกับแม่ของเขา ผ่องก็อยู่ด้วย เขาจึงมีเวลาพาพาขวัญมาปูเสื่อนอนเล่นกันได้ “ขวัญก็รักพี่อชินะคะ” “ขอบคุณนะครับที่เป็นครอบครัวให้พี่ เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยรักและความสุขของพี่” “ขวัญก็ขอบคุณพี่อชิเหมือนกันค่ะ ที่มอบครอบครัวให้ขวัญ ทำให้ขวัญลืมอดีตที่โหดร้ายของขวัญ ขวัญไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีครอบครัวที่มีความสุขแบบนี้ มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่แสนดีและหล่อกว่าพระเอกหนัง” เธอบอกเขา “และตอนนี้เราก็กำลังมีน้องให้น้องซันอีกคนด้วย” เขาลูบหน้าท้องของพาขวัญที่นูนเล็กน้อ
“อะ...อื้อ” ทันทีที่ความใหญ่โตสอดแทรกบดเบียดเข้ามาในกายคับแคบของตัวเอง พาขวัญก็แอ่นบิดเอวเล็กบางไปมาด้วยความอึดอัดและทรมานซ่านกายสาว “อือ...ขวัญ...แน่นดีเหมือนเดิม โอว์...ซี้ด ขวัญตอดรัดพี่ อะ...อูว์” เขาเคลื่อนไหวโยกเร่าเอวสอบ สองมือหนาจับเรียวขาที่แยกกว้างของพาขวัญมาพาดไหล่กว้างของตัวเองแล้วกอดรั้งไว้กับไหล่ของตัวเอง “อ่า...ไม่ไหวแล้ว...ขวัญไม่ไหวแล้วพี่อชิ อือ...อ่า” เสียงเนินเนื้อที่สอดประสานบดเร่าเสียดสีเข้าหากันดังกระทบกระทั่งกันเป็นจังหวะหนักหน่วงสอดประสานกับเสียงครวญครางกระเส่าเว้าวอนซ่านของทั้งสอง กายเปลือยเปล่าชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อร้อนปรารถนาของทั้งสองที่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน “อือ...ไม่ไหวแล้วที่รักของพี่ อือ...โอว์...ชูว์” เขาคำรามซ่านเมื่อตอนนี้ภายในกายสาวของพาขวัญตอดรัดหนักหน่วงทุกครั้งที่จ้วงลึกเข้าหา “อือ...ไม่ไหวเหมือนกันค่า พี่อชิ...ได้โปรด ชะ...ช่วยขวัญด้วย อือ...” หล่อนแอ่นยกเอวเล็กบิดเร่าหมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อทรมานกายแข็งร้อนที่เคลื่อนไหวสอดเร่าเข้าออกในร่องสาวของตัวเอง สองมือเล็กกำผ้าปูเตียงแน่นแล้วดันร่างตัวเอ
หลังจากลูกน้อยนอนหลับแล้ว ทั้งสองก็ให้ใจกับนางมาดูแลต่อ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็กลับห้องตัวเอง ค่ำคืนนี้จะถือว่าเป็นคืนเข้าหอของทั้งสองก็ได้ หลังจากที่โหยหากันมานานแสนนาน ทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่ปิดแนบสนิท อชิระก็โถมกายเข้าหาร่างเล็กระหงของภรรยาทันที “อะ...อื้อ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่อชิ” “อือ...ไม่ไหวแล้วขวัญ พี่เย็นไม่ไหวแล้ว นานแล้วนะ ให้พี่นะเด็กน้อยของพี่ อืม...” พูดจบเขาก็อุ้มร่างเล็กยกขึ้นเหนือพื้น และพาขวัญก็รู้ว่าสามีต้องการอะไร เธอเองก็ต้องการไม่แพ้กัน เรียวขาเล็กตวัดโอบเกี่ยวเอวหนา สองมือตวัดโอบเกี่ยวลำคอหนาแน่น “อ่า...ขวัญของพี่ ขอเถอะนะ ไม่ไหวแล้ว อือ...”เขาซุกปลายจมูกโด่งกับซอกคอระหงที่บิดส่ายไปมา แล้วสองเท้าก็เดินก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเตียงนุ่มของตัวเองแล้วโถมตัวล้มไปกับเตียงคร่อมทับร่างน้อย “อือ...ไม่ไหวแล้ว ขวัญต้องการพี่อชิเหมือนกันค่ะ ขวัญ...อือ...ขวัญร้อน อือ...” หล่อนตวัดเรียวขาที่เกี่ยวเอวสอบแยกกว้าง สองมือเล็กลูบไล้หน้าอกแข็งแรงของคนเหนือร่างโดยที่เขายังมีเสื้อปกปิดอยู่ “อือ...ร้อนแค่ไหนทูนหัว ร้อนแค่ไหนร้องออกมาขวัญ อือ...”อ
เมื่อเข้ามาในห้องของลูกชาย พาขวัญก็มองห้องที่ตกแต่งสีสันสดใสและเต็มไปด้วยของเล่น พอมองไปยังเปลนอนที่ตอนนี้พี่นางกำลังไกวเปลให้ลูกชายอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปหาลูกทันที พอไปถึงก็เห็นว่าลูกชายยังไม่นอน เธอจึงเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย “น้องซันของแม่...” และเหมือนว่าหนูน้อยจะจำเสียงของแม่ได้ หนูน้อยดิ้นร้องไห้ทันที อุแว้! อุแว้! อุแว้! “นางออกไปก่อน ฉันจะอยู่กับขวัญและลูกเอง” อชิระบอกนางที่นั่งยิ้มดีใจเมื่อเห็นพาขวัญ “ค่ะคุณอชิ” นางอยากพูดคุยทักทายพาขวัญ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอจึงยอมออกไปจากห้องง่ายๆ ทิ้งให้พ่อแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง “แม่กลับมาแล้วนะครับลูก แม่กลับมาแล้ว” หล่อนช้อนอุ้มลูกน้อยขึ้นมาจากเปลนอนทั้งน้ำตาและหอมแก้มลูกน้อยแรงๆ “คิดถึง...คิดถึงนะครับ” “คิดถึงเหมือนกันครับ”อชิระก็บอกคิดถึงคนเป็นแม่ของลูกพร้อมกับฉวยโอกาสตอนเธอก้มหอมแก้มลูกน้อยหอมแก้มเธอด้วย อุ๊ย! “คุณอชิ” “ก็ฉันคิดถึงเธอและอยากรักเธอ” มือใหญ่จับหัวไหล่มนพร้อมกับบีบเบาๆ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อให้เธอรู้ว่าเขาต้องกา
พาขวัญกลับมายังบ้านกิจรุ่งเรืองคหบดีอีกครั้ง ครั้งนี้เธอกลับมาในฐานะภรรยาของลูกชายคนโตของบ้าน มาในฐานะของสะใภ้คนโต พาขวัญคลานเข่าเข้าไปกราบเท้าของคุณท่านเมื่อมาถึงบ้าน เธอดีใจและอยากขอบคุณที่ท่านให้โอกาสเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับลูกชายของท่าน “ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะขวัญ”พรพจีเอ่ยบอกคนที่ก้มกราบเท้าตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน “ขอบคุณค่ะคุณท่าน” พาขวัญลุกขึ้นไปนั่งโซฟาตัวที่ว่างอยู่ “เธอไม่ใช่คนใช้อีกแล้วนะ ตอนนี้เธอเป็นลูกสะใภ้ฉัน เป็นแม่ของหลานฉันแล้วนะขวัญ”พรพจีรู้สึกเขินเล็กน้อยที่วันนี้ต้องมาพูดดีทำดีกับคนที่ตัวเองเกลียดมาตลอด แต่พอปล่อยวาง ปลงทุกอย่าง นางก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่เคยเกลียดพาขวัญเลย นางกลับเอ็นดูและสงสารหญิงสาวเสียอีก “ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสขวัญ ให้โอกาสได้กลับมาบ้านหลังนี้อีก” หล่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ฉันเองก็ขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ขอโทษที่ทำไม่ดีด้วย ต่อไปนี้เรามาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” “ค่ะคุณท่าน” “อือ...เรียกใหม่สิ เรียกฉันว่าแม่สิ เราเป็นครอบครัวกันแล้วนะขวัญ” อชิ
พาขวัญรู้สึกตื่นเต้นเมื่อลงมาเปิดร้านในตอนเช้า เธอยิ้มให้กับพองทองที่กำลังไปทำงาน และมะม่วงเด็กที่มาช่วยงานตัวเองที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอไปเรียนทุกวันในตอนเช้า และมองไปยังโฮมสเตย์ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ติดกับร้านหมูกระทะแล้วก็ใจเต้นแรง ลุ้นว่าเมื่อไหร่อชิระจะมา เธอรอเขา ลูกค้าหลายคนเข้าออกในร้าน จนเวลาผ่านไปจนเย็น พองทองเลิกงานกลับมา และมะม่วงมาช่วยงานที่ร้าน อชิระก็ยังไม่มาให้เห็นหน้า ทั้งๆ ที่ปกติทุกวันเขาจะมาแล้ว เขาจะมาแต่เช้ามาช่วยเปิดร้าน แต่วันนี้กลับเงียบหาย วันนี้เธอรอเขาทั้งวัน แต่กลับไร้เงาของคนที่บอกรักเมื่อคืนเฮ้อ!“หรือคุณจะกลับแล้วคุณอชิ ที่คุณพูดเมื่อคืนเพราะคุณเหนื่อยจนเบลอใช่ไหมคะ” เธอพึมพำเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ แต่ยังไม่ทันได้นั่งลงก็มีเด็กเดินเข้ามาในร้านเดินตรงเข้าไปหาเธอ“พี่ครับๆ มีคนรอพี่อยู่ร้านหมูกระทะครับ”“ใครจ๊ะ”“พี่ไปดูเองเถอะครับ พี่เขาให้ผมมาบอกแค่นี้” พูดจบเด็กน้อยก็จากไปและคนที่เดินเข้ามาในร้านก็เป็นพองทอง“เป็นอะไรขวัญ ทำไมวันนี้ดูหน้าเศร้าจัง มะม่วง...พี่ขวัญของเราเป็นอะไร” พองทองถามเด็กสาวที่กำลังเก็บโต๊ะลูกค้าที่เพิ่งคิดเงินออกไป“ไม่รู้เหมือนกันค่
เช้าวันรุ่งขึ้นทนายส่วนตัวของอชิระก็นำสัญญาที่สั่งให้ทำระหว่างเขากับพาขวัญก็นำมาให้อ่าน อชิระที่มีหน้าตาไม่สดใส ดวงตาดำคล้ำหม่นหมอง ก็เขาไม่ได้นอนทั้งคืน เขาเดินและลุกนั่งตลอดทั้งคืน“ผมร่างตามที่คุณอชิสั่งแล้วนะครับ อ่านแล้วแก้ตรงไหนเพิ่มเติมตรงไหนบอกไ
“นอนไม่หลับค่ะ”“ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน ฉันว่า...” แล้วเขาก็หยุดพูดไปเมื่อคิดว่าไม่ควรจะให้เกิดขึ้นอีก เขาจึงขยับพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้โซฟาตัวที่หญิงสาวนอนอยู่“คะ...คุณอชิระ” เธอรอเขาพูดให้จบ“นอนไม่หลับก็ต้องนอน อย่าส่งเสียงดัง
อชิระลืมไปเลยว่าที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตัวเองมีคนนอนอยู่ เขากลับมาจากดูบัญชีที่อาบอบนวดก็ดึกมากแล้ว และขับรถกลับบ้านไม่ไหวจึงแวะมาพักนอนที่นี่ พอมาถึงห้อง เขาก็ไม่รอช้าที่จะปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกเพื่ออาบน้ำให้สบายตัว หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เดินตัวเปลือยเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำ โดยมีผ้าเช็ดตัวพ
“ตกลงค่ะ ฉันจะทำสัญญากับคุณ” พาขวัญตกลงอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้เธอคิดถึงแค่ลูก ส่วนชีวิตของเธอมันจะพังยังไงก็ช่างขอแค่ลูกของเธอได้มีชีวิตที่ดีก็พอ“ดี เดี๋ยวฉันจะให้ทนายของฉันร่างสัญญาแล้วพรุ่งนี้เธอค่อยมาเซ็นสัญญากับฉัน”“ค่ะ”“หมดธุระของเธอแล้วใช่ไหม กลับไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” เมื่อตกลงกันได้แล้ว เ







