Home / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 8 ของหมั้นจากจวนจิ้งอันโหว

Share

บทที่ 8 ของหมั้นจากจวนจิ้งอันโหว

last update publish date: 2026-09-23 19:01:12

บทที่ 8 ของหมั้นจากจวนจิ้งอันโหว

ต้นฤดูใบไม้ร่วง รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด ลมแรกแห่งสารทพัดผ่านนครหลวงอย่างเยือกเย็น ใบไม้ริมถนนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองดุจถูกย้อม เช้าวันนั้นเสียงประทัดดังสนั่นขึ้นหน้าประตูจวนสกุลเยี่ย ก่อนขบวนหีบแดงยาวเหยียดจะเคลื่อนเข้ามาจนเต็มลานหน้า

จวนจิ้งอันโหวส่งแม่สื่อมาสู่ขอ

หีบของหมั้นสามสิบหกใบวางเรียงอยู่ใต้แสงอาทิตย์ มีทั้งทองคำ ผ้าแพร ไข่มุกราตรี และโสมอายุร้อยปี บ่าวจากจวนโหวแต่งกายเรียบร้อยทุกคน เพียงมองก็รู้ว่าตระกูลมู่ให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้เพียงใด

เยี่ยหวยอันเชิญแม่สื่อเข้าห้องรับรองด้วยตนเอง ฟางซื่อนั่งข้างสามี สีหน้ายินดีจนปิดไม่มิด

"จิ้งอันโหวกับฮูหยินได้ยินชื่อเสียงคุณหนูรองมานาน" แม่สื่อกล่าวพลางยิ้ม "คุณชายใหญ่มู่เฉิงเยียนอายุยี่สิบเจ็ดปี แม้ยังไม่มีตำแหน่งขุนนางเต็มตัว ทว่าดูแลกองคุ้มกันกับกิจการครึ่งหนึ่งของตระกูล ทั้งยังสร้างความชอบที่ชายแดน นับว่าเหมาะสมกันยิ่งเจ้าค่ะ"

เยี่ยเหล่าฟูเหรินลูบลูกประคำ "สกุลมู่เป็นตระกูลใหญ่ หนิงเอ๋อร์ของพวกเราได้เข้าไปย่อมเป็นวาสนา"

แม่สื่อหัวเราะ "ผู้คนต่างกล่าวว่าคุณหนูรองเป็นดาวนำโชค หากสองตระกูลได้ผูกสัมพันธ์ ย่อมเกื้อหนุนกันไปอีกร้อยปี"

ถ้อยคำนี้ตรงกับสิ่งที่คนสกุลเยี่ยอยากได้ยินที่สุด

เยี่ยหวยอันมองหนังสือสู่ขอบนโต๊ะ ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงใจ สกุลมู่มีอำนาจทั้งทางทหารและการค้า หากได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ตำแหน่งรองเจ้ากรมคลังของเขาย่อมมั่นคง มิหนำซ้ำยังอาจก้าวสูงขึ้นอีกขั้น

"เรื่องใหญ่เช่นนี้ต้องถามบุตรสาวก่อน" เขากล่าวตามธรรมเนียม ทว่าน้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

อวี๋หนิงถูกเรียกมาพบแม่สื่อ นางสวมอาภรณ์สีชมพู หลุบหน้ารับฟังจนแก้มแดงเรื่อ เมื่อแม่สื่อถามความเห็น นางเพียงตอบว่า

"เรื่องแต่งงานย่อมให้บิดามารดาเป็นผู้ตัดสินเจ้าค่ะ"

ทุกคนจึงหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ชิงหรานรู้ข่าวจากปากเหลียนจือในยามบ่าย นางกำลังตรวจรอยหมึกบนผ้าที่ถูกทำลายและพบว่าหมึกนั้นผสมยางไม้เพื่อให้ซักไม่ออก

"ได้ยินว่าจวนโหวส่งของหมั้นมามากจนเต็มลานเจ้าค่ะ" เหลียนจือกล่าว "คุณชายใหญ่มู่มีชื่อเสียงเก่งกาจ แม้คนจะลือว่าเย็นชา แต่ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย คุณหนูรองนับว่ามีวาสนาจริง"

ชิงหรานใช้ปลายเข็มเขี่ยเส้นด้ายดำ "วาสนาของนางไม่เคยน้อยอยู่แล้ว"

"คุณหนูไม่อยากไปดูของหมั้นหรือเจ้าคะ"

"ของผู้อื่นมีสิ่งใดให้น่าดู"

แม้กล่าวเช่นนั้น ทว่าในมื้อเย็นทั้งครอบครัวกลับพูดถึงเพียงเรื่องงานแต่ง ชิงหรานจึงไม่อาจหลีกเลี่ยง

จิ่งไหวเล่าว่ามู่เฉิงเยียนเคยนำคนเพียงห้าสิบขี่ฝ่ากองโจรช่วยขบวนเสบียง ฟางซื่อกล่าวถึงจิ้งอันโหวฮูหยินว่าเป็นสตรีมีเมตตา ส่วนเหล่าฟูเหรินกำลังเลือกฤกษ์มงคลด้วยตนเอง

อวี๋หนิงฟังเงียบ ๆ ก่อนหันมาหาพี่สาว "พี่หญิงเคยพบคุณชายมู่หรือไม่เจ้าคะ"

"ไม่เคย"

"ได้ยินว่าเขาอยู่ในงานสกุลหลัววันนั้น บางทีท่านอาจเห็นแล้ว"

ชิงหรานนึกถึงบุรุษอาภรณ์ดำใต้ต้นสน ทว่าไม่ได้ใส่ใจ "คนในงานมีมาก ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดคือเขา"

"หากเป็นพี่หญิง ท่านจะอยากแต่งเข้าจวนโหวหรือไม่เจ้าคะ"

ตะเกียบในมือฟางซื่อหยุดชะงัก จิ่งไหวขมวดคิ้วทันทีราวกับคำถามนี้ไม่สมควร

ชิงหรานกลับตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า "ไม่อยาก"

"เหตุใดเล่าเจ้าคะ สกุลมู่มีทุกสิ่งที่หญิงสาวต้องการ"

"สิ่งที่หญิงสาวทุกคนต้องการ ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ"

"เจ้าพูดเช่นนี้เพราะริษยาน้องหรือ" ฟางซื่อถามอย่างระแวง

ชิงหรานวางตะเกียบ "หากข้าบอกว่าอยาก ท่านก็จะว่าข้าคิดแย่ง หากบอกว่าไม่อยาก ท่านกลับว่าข้าริษยา เช่นนั้นท่านแม่อยากให้ข้าตอบอย่างไร"

ฟางซื่อกล่าวไม่ออก เยี่ยหวยอันจึงตำหนิว่ามื้ออาหารไม่ใช่ที่ต่อปากต่อคำ ชิงหรานลุกออกจากโต๊ะโดยกินข้าวไปไม่ถึงครึ่งถ้วย

คืนนั้น รอยเขินอายบนใบหน้าอวี๋หนิงหายไปสิ้น ราวหน้ากากถูกถอดทิ้งเมื่อไม่มีผู้ใดเห็น

นางนั่งอยู่หน้ากระจก ปล่อยให้ซุนหมัวมัวสางผมยาว ดวงตาในเงาสะท้อนเย็นชาราวน้ำแข็ง ไม่เหลือความยินดีของหญิงสาวซึ่งกำลังจะได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย

"คุณหนูไม่พอใจการแต่งงานหรือเจ้าคะ" ซุนหมัวมัวถาม

"มู่เฉิงเยียนใช้ชีวิตอยู่กับกองทหารและขบวนสินค้า ปีหนึ่งไม่อยู่เมืองหลวงหลายเดือน ได้ยินว่ายังเคยสังหารโจรด้วยมือตนเอง คนเช่นนั้นจะรู้จักทะนุถนอมสตรีหรือ"

"แต่เขาเป็นทายาทจวนโหว วันหน้าท่านจะเป็นนายหญิงใหญ่"

"ตำแหน่งนายหญิงใหญ่แล้วอย่างไร" อวี๋หนิงหยิบปิ่นออกจากผม "สกุลมู่มีกฎเคร่งครัด จิ้งอันโหวฮูหยินไม่ใช่คนหลอกง่าย ข้าเข้าไปแล้วต้องก้มหน้าอยู่ใต้สายตานางทุกวัน"

นางไม่เคยต้องก้มหน้าให้ผู้ใดในจวนเยี่ย แม้แต่บิดามารดายังเกรงว่าหากขัดใจ ดาวมงคลจะกลายเป็นดาวหายนะ

เหตุใดนางต้องทิ้งชีวิตเช่นนี้ไปอยู่ในกรงของผู้อื่น

มิหนำซ้ำ หลัวจิ่นเหอ บุตรชายคนรองสกุลหลัว ยังเคยส่งบทกวีมาสามครั้ง เขามีรูปโฉมอ่อนโยนและหลงใหลนาง หากได้แต่งกับคนที่ยอมตามใจทุกอย่าง ย่อมดีกว่าอยู่กับมู่เฉิงเยียนซึ่งมีดวงตาราวกับมองคนได้ทะลุถึงกระดูก

"หนังสือสู่ขอระบุชื่อข้าหรือไม่" อวี๋หนิงถาม

"แม่สื่อกล่าวถึงท่าน แต่ในหนังสือเขียนเพียงสู่ขอธิดาสกุลเยี่ยเจ้าค่ะ"

"เหตุใดไม่ระบุชื่อ"

"ได้ยินว่าจิ้งอันโหวให้ความสำคัญกับการผูกสัมพันธ์ระหว่างตระกูล ส่วนคำว่าดาวนำโชคเป็นความประสงค์ของมู่เหล่าฟูเหริน จึงเขียนตามธรรมเนียม ไม่เจาะจงว่าธิดาคนใด"

อวี๋หนิงใช้ปลายนิ้วลูบปิ่นทองในมือ ความคิดหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในดวงตา

"หมัวมัว หากก่อนวันแต่งข้าเกิดป่วยหนักจนขึ้นเกี้ยวไม่ได้ สกุลมู่จะทำอย่างไร"

ซุนหมัวมัวหยุดมือ "งานแต่งของสองตระกูลใหญ่ ย่อมเลื่อนได้เจ้าค่ะ"

"หากเลื่อนไม่ได้เล่า"

"คุณหนูหมายถึง..."

อวี๋หนิงหันไปมองเรือนของชิงหรานซึ่งอยู่ไกลออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาค่อย ๆ โค้งขึ้นอย่างเยือกเย็น

"พี่หญิงกล่าวว่านางไม่อยากแต่ง แต่คนเช่นนาง ต่อให้ถูกส่งไปแทนก็คงกัดฟันยอมรับ นางชอบทำตนแข็งแกร่งไม่ใช่หรือ"

"หากจวนมู่รู้ว่าเปลี่ยนตัวเจ้าสาว เกรงว่าจะโกรธแค้น"

"เมื่อกราบไหว้ฟ้าดินแล้ว ต่อให้โกรธ พวกเขาจะส่งเจ้าสาวกลับมาให้เป็นเรื่องอื้อฉาวได้หรือ" อวี๋หนิงกล่าว "ส่วนท่านพ่อ เพียงบอกว่าการแต่งงานนี้จะช่วยรักษาเกียรติของสกุล เขาย่อมเลือกเสียสละคนที่มีค่าน้อยกว่า"

ซุนหมัวมัวมองผู้เป็นนายผ่านกระจก ก่อนค่อย ๆ วางหวีลง

"ท่านต้องมีเหตุผลที่ทำให้ทั้งจวนยอมพร้อมใจกันเจ้าค่ะ"

"เหตุผลหรือ" อวี๋หนิงยิ้มบาง "พี่หญิงมอบให้ข้ามานานแล้ว"

นั่นคือความริษยา

เพียงเติมเชื้อไฟอีกเล็กน้อย ผู้คนย่อมเชื่อว่านางทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งวาสนาของน้องสาว

อีกฟากหนึ่งของนครหลวง มู่เฉิงเยียนเพิ่งกลับจากค่ายทหารเมื่อได้รับแจ้งเรื่องการสู่ขอ เขาอ่านหนังสือหมั้นเพียงรอบเดียวแล้ววางลง

"ท่านแม่เชื่อเรื่องดาวนำโชคด้วยหรือขอรับ"

เสิ่นซื่อส่ายหน้า "แม่เชื่อในการผูกสัมพันธ์กับสกุลเยี่ย ส่วนย่าของเจ้าเชื่อคำทำนาย การแต่งงานครั้งเดียวทำให้ทุกฝ่ายพอใจ มีสิ่งใดไม่ดี"

"หากสตรีผู้นั้นไม่พอใจเล่า"

"แม่สื่อบอกว่านางยินยอม"

เฉิงเยียนนึกถึงหญิงอาภรณ์เขียวในงานสกุลหลัว ก่อนถามว่า "คุณหนูที่พวกท่านสู่ขอ คือผู้บรรเลงพิณหรือผู้ปักภาพหงส์"

"ย่อมเป็นผู้บรรเลงพิณ ดาวนำโชคคือคุณหนูรอง"

ชายหนุ่มไม่ได้ถามต่อ เขาเพียงรู้สึกว่าการแต่งงานซึ่งเริ่มจากผลประโยชน์และคำร่ำลือ อาจไม่ราบรื่นดังที่ผู้ใหญ่คาดหวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status