FAZER LOGINในช่วงหลายวันมานี้ไม่เพียงแต่ธุรกิจการค้าของหลีอี้เฟิงจะแย่ลงแล้วแต่ดูเหมือนความรักระหว่างเขาและซูเมิ่งเองนั้นจะเริ่มย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดด้วยเมื่อหมดเงินนางก็เริ่มหมดรักความรักที่หอมหวานบัดนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากยาขมเพราะความรักเพียงอย่างเดียวนั้นมันกินไม่ได้และมันไม่ได้ทำให้ท้องของนางอิ่ม สตรีนางนี้นั้นชั่วร้ายดุจอสรพิษเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนางรักก็แต่เพียงตัวของนางเองเท่านั้น
“ที่รักให้เงินข้ายืมหน่อยนะเดียวข้าจะหามาใช้คืนเจ้าเป็นเท่าตัว” หลีอี้เฟิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อนมันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวของนางนั้นจะช่วยเหลือเขาเพียงสักเล็กน้อยถึงแม้ว่าสตรีนางนี้นั้นจะไม่ได้ลงทุนทำธุรกิจการค้าอะไรแต่เกรงว่าทรัพย์สินที่ตัวของนางมีตอนนี้ก็นับว่ามีมากโขเพราะถึงอย่างไรตัวของนางนั้นก็เป็นอดีตภรรยาคนรักของหวังซุนบุตรชายเพียงคนเดียวของพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงจริงอยู่ที่สตรีนางนี้นั้นนางจะใช้เงินมือเติบแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นนางก็ไม่ได้ขวักเงินแม้แต่เพียงสักแดงเดียวเพื่อบำรุงความสวยของนางล้วนแล้วแต่เป็นเงินจากบุรุษที่ลุ่มหลงในตัวนางทั้งสิ้น
“เจ้ามันเป็นคนไร้ประโยชน์เสียทีที่ข้าหลงนิยมชมชอบเจ้าข้าก็คิดว่าตัวเจ้าจะส่งเสริมให้ชีวิตของข้านั้นดีกว่านี้” ถึงนางจะพูดไปอย่างงั้นนางก็โยนถุงเงินไปให้ชายหนุ่มคนรักไปจำนวนหนึ่ง
“ไม่เอาหน่า...พวกเราเป็นผัวเมียกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันซิอย่าโกรธข้าเลยนะ ขอเวลาข้าสักนิดข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวังรับรองชีวิตของข้าจะต้องดีกว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์อย่างหวังซุนเป็นแน่” หลีอี้เฟิงพูดคำหวานออกมาเพื่อที่จะเอาอกเอาใจนาง นางไม่ฟังเสียงหลังจากนั้นก็เดินหันหลังหนีไปโดยทันที
ตู๊มมมมมมมม หลังจากที่สาวงามเดินหนีหายออกไปจากห้องแห่งนี้แล้วหลีอี้เฟิงก็ระเบิดอารมณ์ของตนออกมาทันทีสีหน้าของเขาบัดนี้นั้นกลับกลายเป็นอัปลักษณ์ไม่หลงเหลือความหล่อเหลาอีกต่อไป
“นายท่านพวกเราจะทำอย่างไรกันดี ธุรกิจการค้าของเราคาดทุนไม่เป็นท่าเลยขืนเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราแย่แน่” ลูกน้องคนสนิทของหลีอี้เฟิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเพราะไม่ว่าจะทำการค้าอะไรก็สู้คู่แข่งแทบไม่ได้เลย
“ในเมื่อพวกเราใช้วิธีที่ขาวสะอาดไม่ได้ งั้นก็เล่นวิธีสกปรกก็แล้วกัน” สีหน้าและแววตาของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแสดงถึงความชั่วร้ายเป็นอย่างมาก
“พวกเราทำแบบนี้กันมันจะดีเหรอ” ลูกน้องคนสนิทกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอย่างวิตกเพราะพฤติกรรมเช่นนี้นั้นมันช่างชั่วร้ายจริงๆ
“ทำตามที่ข้าบอกซะแล้วอย่าทำพลาดเป็นอันขาด หากเจ้าทำล้มเหลวแล้วโดนจับได้ตัวของข้านั้นจะไม่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย” หลีอี้เฟิงสั่งให้ลูกน้องของตนไปทำหากมันทำพลาดมันจะตัดความรับผิดชอบโดยทันทีนับว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายและไร้ความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก
3 ชั่วยามผ่านไปเกิดไฟไหม้คลังสินค้าทั่วทั้งเมืองหลวงสิ้นค้าหลากหลายชนิดถูกเผาทำลายสิ้นไม่เพียงแค่นั้นสถานที่ห่างไกลที่ห่างออกไปนั้นก็ล้วนแล้วแต่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือจะเป็นสถานที่เพาะปลูก
ณ สมาคมการค้าประจำเมืองหลวงในตอนนี้นั้นเกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมากเพราะสินค้าที่จำเป็นล้วนแล้วแต่ถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นสินค้าที่นำมากักเก็บไว้นั้นไม่ได้มีไว้จำหน่ายภายในเมืองหลวงแห่งนี้แต่ยังรวมไปถึงหัวเมืองสำคัญเมืองอื่นๆอีกด้วย
“บัดซบที่สุดนี่มันเกิดบ้าอะไรกันคู่ค้าคนสำคัญของข้าล้วนแล้วแต่ถูกลอบวางเพลิงจนสินค้าเสียหายไปหมด” ทางด้านตัวของกุ้ยหยงนั้นกล่าวออกมาอย่างหัวเสียมันคาดคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครใจกล้าหน้าด้านทำกันได้ถึงเพียงนี้เพราะเหตุการณ์ลอบวางเพลิงอาจทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่วทั้งเมืองหลวงก็เป็นไปได้โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรเพราะอีกไม่นานลมหนาวก็มาเยือนแล้วหากมีอาหารไม่เพียงพออาจทำให้ผู้คนล้มป่วยแล้วล้มตายเป็นจำนวนมากในช่วงสถานการณ์ที่วิกฤตมีเงินอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้
“ช่างน่าเศร้าเสียจริงที่อยู่ๆเกิดเหตุวางเพลิงทั่วทั้งเมืองหลวง ท่านหัวหน้าสมาคมการค้าตัวท่านนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปตัวข้ายังมีสินค้าในโกดังอีกมากข้าจะขออาสาแก้วิกฤตในครั้งนี้เอง” ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงนั้นรีบเสนอหน้ามาที่สมาคมการค้าในทันทีตัวของเขานั้นมารวดเร็วเสียจนจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้น
“หลีอี้เฟิงนี่มันคงไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหลอกนะ” กุ้ยหยงจ้องมองใบหน้าของมันอย่างไม่วางตา
“ท่านลุงไม่เอาหน่าท่านคิดว่าตัวข้านั้นเป็นคนที่ชั่วร้ายขนาดนั้นจริงเหรอ แต่ถ้าหากว่าข้าทำจริงก็ถือว่าพวกเราหายกันนะที่ตัวท่านแอบทำลับหลังข้า ว่ายังไงทางสมาคมจะพอช่วยรับซื้อสินค้าของข้าหน่อยจะได้ไหม” หลีอี้เฟิงไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยว่าคนตรงหน้านั้นจะมีความคิดเห็นกับตนยังไงเพราะตัวของเขาในตอนนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากหมาจนตรอกที่พร้อมกระทำได้ทุกอย่าง
“ได้....เจ้ามีเท่าไหร่ทางสมาคมของเรายินดีที่จะรับซื้อมันทั้งหมด” ในฐานะของหัวหน้าของสมาคมการค้าแล้วนั้นตัวของเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างว่องไวในความเป็นจริงสินค้าของหลีอี้เฟิงเองก็ไม่ใช่สินค้าที่ไร้คุณภาพอะไรถึงขนาดนั้นเพียงแต่ว่าตัวของก็แค่สู้คู่แข่งคนอื่นไม่ได้ก็เท่านั้นเอง
“ฮ่า ฮ่า ให้มันได้อย่างงี้ซิข้ารอเวลานี้มานานแล้ว” หลีอี้เฟิงหัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดีดูเหมือนว่าแผนการชั่วๆของเขานั้นจะทำให้ตัวของเขานั้นรอดตัวไปอีกครั้ง คลังสินค้าที่หลีอี้เฟิงส่งให้ลูกน้องไปเผานั้นเจ้าของสินค้าก็เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้นแต่ถ้าอีกฝ่ายมีอำนาจบารมีที่มากพอหลีอี้เฟิงนั้นไม่มีวันที่จะเข้าไปยุ้งอย่างเด็ดขาดนี่มันไม่ต่างอะไรไปจากหาเรื่องใส่ตัวหากเป็นเพียงแค่คนธรรมดาตนเองจะรังแกพวกมันสักกี่ครั้งก็ได้ที่เขาทำก็เพื่อการอยู่รอดของตัวเองโดยไม่สนใจความทุกข์ร้อนของผู้อื่น
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







