Beranda / แฟนตาซี / ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก /  [3] [พักผ่อนก่อนออกสำรวจ] 

Share

 [3] [พักผ่อนก่อนออกสำรวจ] 

last update Tanggal publikasi: 2024-11-10 07:03:01

 [3] [พักผ่อนก่อนออกสำรวจ] 

“ไอ้แก่นั่นสักวันฉันจะเตะหน้ามันให้ได้” สโนว์สาปแช่งด้วยความแค้นขณะเดียวกันก็ยัดอาหารเข้าปากไม่หยุดราวกับคนอดอยากมานาน “อาหารของโรงอาหารก็ยังห่วยแตกไม่เปลี่ยน!” แม้จะบ่นอย่างนั้นสโนว์ก็ยังกินมันเข้าไปอยู่ดีเพราะไม่มีทางเลือก หลายปีแล้วที่มนุษย์เริ่มขาดแคลนอาหารจนแทบไม่มีอะไรจะกิน ถึงจะไม่อร่อยแต่ถ้ากินได้เธอก็ต้องกินเพื่อความอยู่รอด อันที่จริงทหารอย่างเธอได้กินอาหารอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดจึงน่าจะควรชินได้แล้ว แต่เธอดันเป็นมนุษย์วิวัฒนาการที่ประสาทสัมผัสที่ดีมาก การกินอาหารที่ไม่สะอาดจึงยากที่จะทำให้รู้สึกคุ้นชินหรืออร่อยได้

“อย่าอารมณ์เสียไปเลยน่า” วินเตอร์ตบหลังปลอบใจเพื่อนสาว

“หึ!” สโนว์พ้นหายใจแรง อารมณ์ไม่ได้ดีขึ้นมาเลย วินเตอร์ก็ได้แต่เกาหัวอย่างจนปัญญาปลอบใจ

ฟรอสต์มองทั้งสองคนสลับกันก่อนจะถอนหายใจ เขาตัดสินใจหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ามิติของตัวเอง “ฉันเก็บลูกอมเม็ดสุดท้ายไว้” 

“ลูกอม!?” อารมณ์ขุ่นมัวเหมือนถูกเป่าทิ้งทันทีที่ได้ยินคำว่าลูกอม สโนว์หันขวับไปมองฟรอสต์ตาวาว

“ลูกอมเหรอ!?” วินเตอร์ก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกันนัก เนื่องจากว่าในสนามรบอาหารจำพวกขนมหวานมันแทบจะไม่มีให้กินแล้ว ทหารที่ส่วนมากอยู่แต่ในสนามรบอย่างพวกเขาก็เลยแทบไม่มีโอกาสได้กินเลย นานทีปีหนถึงจะได้ลิ้มรสสักครั้ง ลูกอมจึงถือว่าเป็นของหายากมาก

“ฟรอสต์ให้ฉัน” สโนว์ถลึงตาดุวินเตอร์และรีบคว้าลูกอมจากมือของฟรอสต์ความเร็วแสง เธอรีบยัดมันเข้าปากทันทีและทันทีที่ได้รอบความหวานสโนว์ก็เหมือนจะอารมณ์สดใสขึ้นมาทันใด 

ขณะที่สโนว์เพลิดเพลินกับความหวานในปากวินเตอร์ก็มองตามลูกอมที่อยู่ปากของสโนว์ตาละห้อย ดวงตาสีเหลืองอำพันของวินเตอร์คล้ายจะมีน้ำตาคลอ ความรู้สึกผิดพุ่งเข้ามาในใจของสโนว์ สโนว์เหงื่อตกอย่างตัดสินใจไม่ได้ว่าระหว่างหน้าตาหมาหงอยของวินเตอร์และความหวานในปาก เธอควรเลือกอันไหนดี

“สโนว์…” เจ้าลูกหมาร้องหงิง

สโนว์ยอมแพ้ เธอคว้าท้ายทอยของวินเตอร์และดึงหน้าเขาเข้ามาใกล้ “ฉันแค่จะแบ่งให้ชิม อย่ากินหมดเชียวล่ะ!” 

แม้จะถูกขู่เสียงเหี้ยมวินเตอร์ก็พยักหน้ารั่วๆ ด้วยหน้าตาดีใจมากและรีบอ้าปากรอ สโนว์จึงประกอบปากกับวินเตอร์และใช้ลิ้นดันลูกอมเข้าไปในปากของวินเตอร์

“รู้สึกอยากร้องไห้เลย” พอได้ลิ้มรสความหวานที่นานครั้งได้ลิ้มรสวินเตอร์ก็ปลื้มใจมากจนแทบร้องไห้

“อย่าเคี้ยวล่ะ” เธอก็ดีใจที่เพื่อนมีความสุขอยู่หรอก แต่เธอหวงลูกอมที่เธอเพิ่งลิ้มรสได้แค่ครู่เดียวมากกว่า

“ว่าแต่ฟรอสต์ได้ลูกอมมาจากไหน? เราก็อยู่ในสนามรบด้วยกันมาตลอด” วินเตอร์ถามขึ้นมา 

“…” ฟรอสต์ไม่ได้ตอบคำถาม 

สโนว์และวินเตอร์มองหน้าฟรอสต์ทันใดนั้นพวกเขาก็จำขึ้นมาได้ว่าเมื่อเดือนก่อนพวกเขาเจอถุงลูกอมในสนามรบ ของทหารที่ตายนั่นล่ะ พวกเขาก็เลยเก็บมาและแบ่งให้กันคนละเท่าๆ กัน ซึ่งลูกอมพวกนั้นสโนว์และวินเตอรก็กินหมดภายในสองวันแรกแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าฟรอสต์จะเก็บเม็ดสุดท้ายไว้จนกระทั่งถึงตอนนี้

ทันใดนั้นสโนว์และวินเตอร์ก็มีภาพมโนเกี่ยวกับลูกอมเม็ดสุดท้ายขึ้นมา… เด็กหนุ่มผู้กลัวที่จะกินลูกอมเม็ดสุดท้ายเพราะเกรงว่าจะไม่ได้มีโอกาสได้ลิ้มรสลูกอมอีกครั้งจึงเก็บมันไว้อย่างดี แต่สุดท้ายก็ไม่อาจได้มีโอกาสลิ้มรสลูกอมเม็ดสุดท้ายนั่น…

เป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าเกินไปแล้ว!

สโนว์สะกิดวินเตอร์ด้วยศอก วินเตอร์พยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้

“ลูกอมมันเป็นของนาย นายก็ต้องได้ชิมด้วยสิ” วินเตอร์เอ่ยหน้าจริงจัง

“ไม่ต้องก็ได้” ฟรอสต์ปฏิเสธหน้านิ่ง แต่วินเตอร์ก็จับฟรอสต์ประกบปากและดันลูกอมเข้าไปในปากฟรอสต์ “นี่!” ฟรอสต์ทำเสียงดุและทำเหมือนจะโวยวายแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาอมลูกอมที่ถูกยัดเข้ามาในปากเงียบๆ ด้วยหน้าตาบึ้งตึง แต่เขาก็ไม่สามารถซ้อนสีหน้าดีใจของตัวเองจากสายตาของสโนว์และวินเตอร์ได้อยู่ดี

สโนว์และวินเตอร์แอบหัวเราะเบาๆ ฟรอสต์ถลึงตาดุเพื่อกลบเกลื่อนความอายและหลังจากลิ้มรสชาติของลูกอมได้สักพักฟรอสต์ก็ส่งลูกอมปากต่อปากไปให้สโนว์ต่อ วนเวียนอยู่อย่างนั้นสองรอบจนมันหมด

“รสชาติลูกอมยังติดลิ้นอยู่เลย” ก่อนที่รสชาติจะหายไปสโนว์ก็พยายามลิ้มรสของพวกมันให้มากที่สุด

“ไหนๆ” วินเตอร์เลียปากสโนว์ราวกับจะลิ้มรส

“นายคิดจะแย่งรสชาติลูกอมไปจากฉันเรอะ!?” สโนว์รู้สึกเหมือนถูกยั่วยุ เธอสอดลิ้นเข้าไปในปากของเขาเพื่อลิ้มรสชาติลูกอมจากลิ้นของเขา วินเตอร์ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ มันจึงกลายเป็นว่าทั้งสองคนต่อสู้กันด้วยลิ้น

ฟรอสต์ที่นั่งมองอยู่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับเหตุทะเลาะอันไร้สาระของทั้งสองคน แต่ในขณะที่เขาคิดว่าจะไม่ยุ่งสโนว์และวินเตอร์ก็ร่วมมือกันช่วงชิงรสชาติลูกอมจากปากเขาไปด้วย

ในขณะนั้นเองการกระทำอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติของพวกเขาทั้งสามคนก็ตกอยู่ในสายตาของเหล่าทหารทั้งหมดในโรงอาหารแล้ว

เจ้าพวกนี้มันสนิทกันเกินไปแล้ว!

หลังอาหารก็ต้องนอนพัก สโนว์ วินเตอร์ และฟรอสต์กลับห้องพักทหารของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขานอนห้องเดียวกันเนื่องจากว่าพื้นที่มันมีจำกัดทหารแถวล่างก็เลยต้องนอนเบียดกัน แต่ถึงจะมีห้องว่างเพราะทหารคนอื่นตายไปหมดแล้วในสนามรบ พวกเขาทั้งสามคนก็ไม่เต็มใจที่จะแยกกันอยู่ดี

พวกเขาคุ้นเคยกับการนอนด้วยกันเพราะมันให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

“แผลดีขึ้นรึยัง?” ฟรอสต์ถามขึ้นมาขณะที่สโนว์นั่งเล่นอยู่บนเตียงในชุดนอนที่มีเพียงเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น ข้างๆ ก็มีวินเตอร์ที่มีแค่กางในเพียงตัวเดียวนอนกลิ้งอยู่

ไม่มีความอายระหว่างพวกเขาหรอก ก็อยู่ในสนามรบด้วยกันมานานแล้วนี่นา

“ดีขึ้นแต่ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่” สโนว์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ทำแผลอีกรอบรึยัง?” 

“ทำแล้ว” 

“ฟรอสต์! ฟรอสต์! มานอนตรงนี้เร็ว” วินเตอร์เอ่ยเรียกขณะที่มือตบลงบนเตียงที่พวกเขาเอามาต่อกันเพื่อให้ได้เตียงที่ใหญ่พอสำหรับนอนสามคน ฟรอสต์เห็นดังนั้นจึงเปลี่ยนเสื้อและขึ้นไปนั่งข้างๆ สโนว์

พวกเขาเงียบกันสักพักก่อนที่สโนว์จะเป็นคนพูดขึ้นมา “ถ้าฉันนับเลขถูกต้อง เดือนหน้าจะครบห้าปีที่เราได้รับการวิวัฒนาการร่างกายและอายุของเราน่าจะถึงสิบแปดปีแล้วด้วย” 

ฟรอสต์และวินเตอร์อดไม่ได้ที่จะทำหน้าเคร่งเครียดนั่นเพราะว่าห้าปีหลังจากที่ได้รับยาวิวัฒนาการร่างกาย ข้อเสียของการรับยาวิวัฒนาการก็จะแสดงผลออกมา ถึงข้อเสียของมันจะไม่ได้เลวร้ายนักแต่ก็ไม่เป็นประโยชน์เลย ถ้าโชคร้ายมันอาจจะมีผลต่อการสู้รบของพวกเขาในสนามรบและอาจมีสิทธิ์เอาชีวิตไม่รอด นั่นทำให้พวกเขาหวาดหวั่นใจ

“ฉันหวังว่าเพศรองฉันจะเป็นเบต้า” วินเตอร์พึมพำ

ข้อเสียหลังจากที่ร่างกายได้รับยาวิวัฒนาการครบห้าปีมันก็คือการได้รับเพศรองมานั่นเอง

โอเมก้า อัลฟ่า เบต้า คือชื่อเรียกของเพศรอง ไม่ว่าชายหรือหญิงที่ได้รับเพศรองเป็นโอเมก้าพวกเขาจะมีอาการหนึ่งที่เรียกว่า ฮีท ในทุกๆ เดือน อาการฮีทมันจะทำให้ร่างกายของพวกเขารู้สึกร้อนและอ่อนแรงและมีความต้องการทางเพศสูง ขณะเดียวกันร่างกายก็ปล่อยฟีโรโมนหอมหวานเพื่อดึงดูดอัลฟ่า หากมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าชายหรือหญิงก็อาจตั้งท้องได้ 

ส่วนเพศรองอัลฟ่าปัญหาน้อยกว่าโอเมก้าเพราะพวกเขาไม่มีอาการฮีททุกเดือน แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าพวกเขาก็จะคลั่งและสูญเสียสติไปชั่วคราว ซึ่งเรียกว่าอาการ รัท และในช่วงเวลาธรรมดาพวกเขาอาจจะปล่อยกลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าออกมาโดยไม่รู้ตัวจนทำให้เพศรองอย่างโอเมก้าเกิดอาการฮีทได้ เพศรองทั้งสองนี้จึงต้องอยู่ห่างกันสักหน่อยและต้องหมั่นตรวจร่างกายตัวเองเพื่อไม่ให้ฟีโรโมนไปสร้างปัญหาให้คนอื่น 

เนื่องจากว่าทหารมีจำนวนน้อย ไม่ว่าจะได้เพศรองที่เป็นปัญหาแบบไหนพวกเขาก็ไม่มีทางถูกปลดจากการเป็นทหาร พวกเขาก็เลยต้องทนกับปัญหาเพศรองพวกนี้ต่อไป

ส่วนเพศรองเบต้านั้นถือว่าดีที่สุดแล้วเพราะไม่มีอาการฮีท ไม่มีการปล่อยฟีโรโมน ไม่สามารถรัทได้ ไม่คลุ้มคลั่งเมื่อได้กลิ่นฟีโรโมน สรุปแล้วก็คือมันไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเพศดั้งเดิมของมนุษย์ที่มีแค่เพศหญิงและชาย ทุกคนจึงอยากได้เพศรองเป็นเบต้ามากกว่า ทว่าน่าเสียดายที่พวกเขาเลือกเพศรองเองไม่ได้ คงต้องหวังพึ่งดวงเอาเท่านั้น

“ถ้าโชคร้ายได้เป็นโอเมก้าฉันจะขอให้อัลฟ่าสักคนบอนด์” สโนว์

บอนด์ ก็คือการจับคู่กันระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้า หากโอเมก้าถูกบอนด์แล้วอาการฮีทก็จะอ่อนลงและฟีโรโมนของโอเมก้าก็จะไม่มีผลกับอัลฟ่าคนอื่นอีกออกต่อไปนอกจากอัลฟ่าที่เป็นคู่ ในขณะเดียวกันฟีโรโมนของโอเมก้าคนอื่นก็จะไม่ค่อยมีผลกับอัลฟ่ามากนักเช่นกัน เพราะงั้นการบอนด์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อจบปัญหาของคนที่โชคร้ายได้เพศรองเป็นอัลฟ่าและโอเมก้า ตราบใดที่โอเมก้าและอัลฟ่าที่เป็นคู่กันไม่ปล่อยฟีโรโมนใส่กันพวกเขาก็จะไม่เกิดอาการหน้ามืดตามัวอยากผสมพันธุ์กันกลางสนามรบจนจบลงด้วยการโดนปรสิตกะซวกไส้แน่นอน

“ฉันไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปบอนด์กับคนอื่นมัวซัว” ฟรอสต์เอ่ยห้ามปรามไว้ก่อน

“ไม่รู้สิ นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคตว่าฉันจะได้เพศรองเป็นอะไร” สโนว์ไหวไหล่อย่างปลงชีวิตและล้มตัวนอน

“ช่างเรื่องอนาคตมันเถอะ เรานอนกันดีกว่า” วินเตอร์โยนเรื่องปวดหัวทิ้งอย่างไม่สนใจไยดีแล้วล้มตัวลงนอนเหมือนกับสโนว์ 

ฟรอสต์ถอนหายใจปลงกับความไร้กังวลและการปล่อยวางเรื่องปวดหัวได้อย่างง่ายดายของสโนว์และวินเตอร์ แต่เอาเถอะ นอกสนามรบก็ควรปล่อยวางเรื่องปวดหัวบ้าง ไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นบ้าตายแทนที่จะถูกพวกปรสิตฆ่า พอถอนหายใจปลงได้สามวินาทีฟรอสต์ก็พบว่าเพื่อนทั้งสองคนของเขาได้นอนหลับไปแล้ว

เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสถานะที่พร้อมที่สุดการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการสู้รบ ทหารจึงมีเทคนิคที่จะทำให้นอนหลับเร็ว แต่หลับภายในสามวินาทีนี่มันก็เร็วไปหน่อยนะ

คงเหนื่อยกันมากสินะ…

ฟรอสต์ห่มผ้าให้สโนว์และวินเตอร์ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนตามไป

.

.

สามวันแห่งการพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็ต้องเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง ถึงเป้าหมายของภารกิจในครั้งนี้จะบอกว่าแค่เข้าไปสำรวจถ้ำใต้ดินก็เถอะ แต่สถานที่ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพวกปรสิตมันไม่มีทางที่จะเป็นสถานที่ปลอดภัยแน่นอน พวกเขาจึงต้องเตรียมตัวกันให้ดี ชุดป้องกันต้องพร้อม อาวุธต้องพร้อม เสบียงต้องพร้อมเพราะไม่รู้ว่าจะต้องติดอยู่ในนั้นอีกนานแค่ไหน

“พร้อมนะ” ขณะที่ยืนอยู่หน้าปากหลุมระเบิดขนาดใหญ่สโนว์ก็ถามความพร้อมของสมาชิกทีมทุกคน

“พร้อมอยู่แล้ว” วินเตอร์เป็นคนเดียวที่ตอบ 

แต่ไม่ว่าคนอื่นจะตอบหรือไม่อย่างไรทันทีที่ได้รับสัญญาณพวกเขาก็ต้องโรยตัวลงไปในหลุมระเบิดและเข้าไปในรูอุโมงค์ที่ปรากฏอยู่ตามผนังหลุม ทีมสำรวจแต่ละทีมแบ่งหน้าที่กันไปสำรวจคนละอุโมงค์และหวังว่าตัวเองจะไม่ใช่ทีมที่โชคร้ายไปเจอพวกปรสิตที่อาจยังหลงเหลืออยู่

สโนว์ วินเตอร์ และฟรอสต์ที่ยังเป็นสมาชิกทีมเดียวกันเหมือนเดิมพร้อมกับสมาชิกทีมชั่วคราวอีกสี่คนเข้ามาในอุโมงค์แล้ว หน้าทางเข้าพวกเขาไม่พบอะไรผิดปกติจึงมุ่งหน้าเดินเข้าไปต่อทันที เส้นทางในอุโมงค์นั้นลากยาวลงไปข้างล่างทีละนิด พวกเขาไม่พบทางแยกในอุโมงค์เลย

“ดูเหมือนมันจะยาวมาก” วินเตอร์ส่องไฟฉายไปยังเส้นทางข้างหน้า ในอุโมงค์นั้นยาวและมืดมาก ไฟฉายที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุดก็ยังส่องไปไม่ถึงปลายอุโมงค์เลยด้วยซ้ำ

“จนกว่าจะพบอะไรสักอย่างเราก็จะต้องไปต่อ…สงสัยฉันคิดถูกที่เอาเสบียงมาเยอะ” สโนว์คาดไว้ว่าพวกเธอคงต้องอยู่ในนี้อีกนานจนกว่าจะเสร็จภารกิจที่ไม่มีแม้แต่จะกำหนดเวลามาให้

พวกเขาเดินสำรวจลึกลงโดยไม่คิดจะหยุดพักจนลืมเวลา การที่ต้องอยู่ในอุโมงค์ที่มืดและแคบสร้างความสับสนทางด้านเวลาให้สมองไม่น้อย รู้สึกตัวอีกทีพวกเขาก็เดินกันมาทั้งวันแล้วและที่น่าเศร้าก็คือพวกเขาก็ยังไปไม่ถึงปลายทางของอุโมงค์และยังไม่เจออะไรเลย พวกเขาเจอทางแยกระหว่างทางบ้างแต่ทางแยกพวกนั้นก็เหมือนจะมุ่งลงข้างล่างเหมือนกัน พวกเขาจึงเลือกเดินลงเส้นทางตรงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นทางตรงที่ยาวไกลช่วยให้รู้สึกย่อท้อมาก

ทุกคนจึงเริ่มเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจหลังจากเดินมาทั้งวันก็ยังไม่ถึงปลายทาง พวกเขาตัดสินใจหยุดพักเอาแรงก่อน

“เราต้องเข้าไปอีกไกลแค่ไหน?” ทหารร่วมทีมคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา ความรู้สึกหมดกำลังใจปรากฏขึ้นมาในใจเล็กน้อยเพราะต้องมาอยู่ในที่มืดมิดและแคบเป็นเวลานาน และต้องมาคอยหวาดระแวงว่าจะมีศัตรูโผล่ออกมาโจมตีตลอดเวลา มันสร้างความกดดันและความเหน็ดเหนื่อยในใจมากไม่น้อย

“ฉันขอแนะนำว่านายไม่ควรถามหรือคิดเกี่ยวกับมันนะ” สโนว์เอ่ย “ถ้าคิดเกี่ยวกับพวกมันมากเกินไปมันจะไปบั่นทอนจิตใจของนายซะเปล่า อีกอย่างมันคือภารกิจ” 

จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ต่างคนต่างก็พักผ่อนแต่ก็ไม่มีใครลดความระมัดระวังตัวของตัวเองลงเพราะพวกเขารู้ตัวดีว่าถ้าลดกำแพงลงแค่นิดเดียวมันอาจจะหมายถึงการสูญเสียชีวิตของตัวเองไป แต่ถ้าจะให้มีสติเต็มร้อยตลอดเวลาเพื่อระวังอันตรายพวกเขาก็คงไม่ได้พักผ่อนกันพอดี พวกเขาจึงสลับกันเฝ้ายามทุกชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังอันตรายและเพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนกันอย่างเพียงพอ

สโนว์ใช้ไหล่ของฟรอสต์เป็นหมอนและหลับฝันไป แต่พอตื่นขึ้นมาสโนว์ก็ลืมไปแล้วว่าเธอฝันถึงอะไร

“ฉันทำเธอตื่นรึเปล่า?” วินเตอร์ก้มหน้าลงมาถามเมื่อเห็นคนที่ใช้ตักของเขาเป็นหมอนตื่นนอนแล้ว 

สโนว์ไม่ได้แปลกใจนักว่าทำไมตัวเองไม่รู้สึกตัวเลยว่าหมอนจำเป็นของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไม่หรอก” เป็นเรื่องปกติที่ทหารในสนามรบจะตื่นตัวตลอดเวลาจนมักจะตื่นอย่างง่ายดายเมื่อมีบางสิ่งมารบกวนตอนนอน แต่ด้วยความคุ้นเคยและไว้ใจสโนว์ก็เลยไม่รู้สึกตัวเลยว่าฟรอสต์และวินเตอร์เปลี่ยนท่านอนให้เธอตอนไหน “กี่โมงแล้ว” 

“อีกสามสิบนาทีก็หมดเวลาพัก” วินเตอร์ตอบคำถามของสโนว์ที่เหมือนจะยังไม่อยากตื่นก็เลยนอนซุกตักเขาต่อ 

“ฉันฝากปลุกด้วย” พอรู้ว่ายังเหลือเวลาพักสโนว์ก็เลยนอนหลับต่อภายในสิบวินาทีต่อมาโดยมีวินเตอร์ช่วยลูบหัวกล่อมให้หลับสนิท แต่พอโดนลูบหัวไปได้สักพักสโนว์ก็เหมือนจะรำคาญ เธอละเมอคว้ามือของวินเตอร์ไปและกำไว้แน่นเพื่อไม่ให้เขามาก่อกวนอีก

วินเตอร์ที่ถูกยึดมือไปข้างหนึ่งยิ้มชอบใจและใช้มือข้างที่ว่างจิ้มแก้มของสโนว์และลูบวนไปจนสโนว์ละเมอจับมือเขาไว้อีกข้าง แต่ครั้งนี้เขาชักมือกลับได้ทันก็เลยไม่โดนยึดมือไปอีกข้าง วินเตอร์ยิ้มกว้างและเลิกแกล้งเพราะถ้าแกล้งมากกว่านี้สโนว์อาจจะตื่นขึ้นมาข่วนหน้าเขาแน่ ไม่สิ ชกหน้าต่างหากล่ะ

แย่ล่ะสิ เขาเผลอมองสโนว์เป็นแมวไปอีกแล้ว วินเตอร์คิดพลางหัวเราะแห้งในใจ ถ้าเกิดสโนว์รู้ว่าเขาคิดว่าเธอน่ารักเหมือนแมวเธอจะต้องโกรธแน่เลย ทั้งที่แมวออกจะน่ารัก วินเตอร์ไม่เข้าใจเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [50] [สงครามอันดุเดือด]

    [50] [สงครามอันดุเดือด]บนท้องฟ้ามีตัวปัญหา ขณะเดียวกันเมื่อมองลงไปดูสนามรบภาคพื้นดินมันก็มีตัวปัญหาเช่นเดียวกันพื้นดินกำลังสั่นสะเทือนก่อนที่ปรสิตขนาดยักษ์จะพุ่งตัวออกมาจากใต้พื้นดิน มันมีความสูงมากถึง 7 เมตรและมีความยาวกว่า 20 เมตร มันมีรูปร่างเหมือนตะขาบเนื่องจากมันมีลำตัวยาวเป็นปล้องและมีขาคล้ายตะขอตามลำตัวเป็นจำนวนมากเหมือนขาตะขาบ แต่ส่วนหัวมีขากรรไกรเหมือนสว่านที่สามารถหมุนทะลุดินได้ปรสิตตะขาบหัวสว่านปั่นป่วนสนามรบด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และลำตัวที่มีเกราะแข็งหุ้มทั้งตัวและขามากมายของมัน กระสุนธรรมดาไม่สามารถเจาะลำตัวของมันได้และขาคล้ายตะขอจำนวนมากของมันก็คมมากจนสามารถตัดผู้คนให้กลายเป็นชิ้นเนื้อได้ง่ายๆ ด้วยการเคลื่อนตัวผ่านไปเท่านั้นแต่ไม่รู้ว่าเพราะขนาดตัวที่ใหญ่เกินไปหรือตาของมันไม่ค่อยดีกันแน่มันถึงเผลอตัดร่างของพวกเดียวกันไปด้วยเป็นจำนวนมากเช่นกันตอนนี้ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ตัวของปรสิตตะขาบหัวสว่านได้เลยแม้แต่พวกปรสิตแต่นั่นน่าจะใช้ไม่ได้ผลกับวินเตอร์วินเตอร์เปิดโล่ของเขาและพุ่งเข้าไปชกปรสิตตะขาบหัวสว่านอย่างรุนแรงหลายมัดตึง! ตึง! ตึง!ปรสิตตัวใหญ่ถึงกับสะเทือน แม้ว่าเกรา

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [49] [สงครามกับกองทัพปรสิตนับล้าน]

    [49] [สงครามกับกองทัพปรสิตนับล้าน]คลื่นหนาทึบเริ่มคืบคลานออกมาจากแนวป่าทึบพร้อมเสียงกรีดร้องแหลมประหลาดดังเป็นระลอก คลื่นอากาศสั่นสะเทือนจนฝุ่นทรายลอยหมุนวนอย่างไร้ทิศทาง แท้จริงแล้วคลื่นสีดำนั่นคือฝูงปรสิตที่มีจำนวนหนาแน่น เมื่อมองจากที่ห่างไกลมันจึงดูเหมือนคลื่นสีดำที่กำลังไหลเข้ามาหาเงาร่างมหึมาหลายสิบร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นโดดเด่นท่ามกลางคลื่นปรสิต มันคือสัตว์ประหลาดกึ่งอมนุษย์กึ่งแมลงซึ่งสูงกว่า 3 เมตร ผิวหนังสีคล้ำมันวาวดุจเปลือกเหล็ก ขาแขนเรียวยาวบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ฟันแหลมคมเรียงซ้อนกันหลายชั้นในปากที่ขยับไม่หยุดดวงตาเรืองแสงสีเหลืองนับร้อยนับพันนับแสนคู่จ้องมองฐานทัพเหมือนนักล่าที่ล็อกเป้าเหยื่อสำเร็จแล้ว เสียงคำรามต่ำดังขึ้นพร้อมกันราวกับมันกำลังสื่อสารกันโดยไร้ถ้อยคำ หรือความเป็นจริงแล้วมันกำลังรับคำสั่งจากใครบางคนที่ห่างไกลออกไปกันแน่?สิ่งแรกที่เคลื่อนตัวออกมาจากกลุ่มก็คือปรสิตจำพวกที่มีปีก มันบินมาเป็นฝูงดุจคลื่นน้ำบนท้องฟ้า[การโจมตีเริ่มขึ้นแล้ว! ทุกหน่วยเตรียมประจำการ!] พลโทเทเลอร์สั่งการผ่านวิทยุสื่อสารทันทีเหล่าทหารเคลื่อนไหวกันอย่างเป็นระเบียบและเริ่มเปิดการโจมตีด

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [48] [ศัตรูในเงามืด]

    [48] [ศัตรูในเงามืด]เมื่อร่างกายได้รับความสุขซ้ำแล้วซ้ำเล่าสติก็จะเริ่มล่องลอยจนไม่อาจแยกแยะเวลาที่ผ่านไปได้อีกต่อไป“สโนว์? หลับไปแล้วเหรอ?”เสียงกระซิบแผ่วเบาและนุ่มนวลที่ข้างหูทำให้สติของสโนว์กลับมาเล็กน้อย เธอยกเปลือกตาขึ้นด้วยดวงตาพร่ามัวและไม่จดจ่อ เธอยังคงนั่งอยู่บนตักและหันหน้าแนบชิดลำตัวส่วนหน้าเข้าหาฟรอสต์เหมือนเดิมก่อนที่จะหมดสติไป เธอวางคางอยู่บนไหล่หนาของเขาพร้อมทั้งทิ้งตัวพิงเขาด้วยท่าทางไร้น้ำหนัก“เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว?” เธอพึมพำถามเสียงเบา ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้สโนว์พยายามตื่นตัว“ยังเหลือเวลาอีกหน่อย” ฟรอสต์กระซิบตอบเธอขณะที่โอบกอดเธอด้วยแขนทั้งสองข้างด้วยเรี่ยวแรงที่แข็งแกร่งขณะที่ประทับจูบไปตามไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน แต่เมื่อเขาเห็นรอยจูบที่วินเตอร์ทิ้งไว้เขาก็อดไม่ได้ที่จะจูบให้หนักมากขึ้นอีกหน่อยจนกลบทับรอยเก่าไปได้“พอแล้ว” สโนว์เอียงคอหลบจูบและเอ่ยห้ามปราม เธอรู้สึกว่ามันเพียงพอแล้วเพราะท้องของเธอรู้สึกแน่นมาก น้ำที่อัดแน่นในท้องของเธอไม่สามารถหาทางออกมาได้เพราะแท่งอุ่นของฟรอสต์ยังคงฝังอยู่ข้างใน“ไม่ได้” ฟรอสต์ปฏิเสธ ในเมื่อยังไม่รู้สึกเพียงพอเขาจะยอมปล

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [47] [ไม่อนุญาตให้จับ] NC

    [47] [ไม่อนุญาตให้จับ]ฟรอสต์รู้สึกว่ามันเป็นการทรมานทางร่างกายอันแสนหวานทางด้านสโนว์กลับรู้สึกว่ามันไม่น่าพอใจนักทำไมมันยากจัง สโนว์คิดขณะที่เช็ดคราบน้ำสีขาวออกจากริมฝีปากของเธอที่มีอาการชาเล็กน้อยสโนว์ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะทักษะของเธอแย่มากหรือเพราะฟรอสต์อดทนเก่งกันแน่ กว่าที่ฟรอสต์จะถึงจุดสุดยอดมันก็ใช้เวลานานมาก ลิ้นและปากของเธอรู้สึกเมื่อยไปหมดแล้ว“รสชาติค่อนข้างแปลก” สโนว์หน้านิ่วคิ้วขมวดขณะคายน้ำสีขาวข้นที่ยังเหลืออยู่ในปากออกไป“สโนว์” ฟรอสต์เอ่ยปากเรียกสโนว์เสียงเคร่งขรึม แต่อันที่จริงเขากำลังกระสับกระส่าย การถึงจุดสุดยอดเพียงครั้งเดียวมันไม่เพียงพออย่างแน่นอนแต่ตอนนี้สโนว์ไม่อยากจะช่วยให้ฟรอสต์เสร็จอีกรอบ เธออยากจะคลายความกระสับกระส่ายของตัวเองก่อนมากกว่า เธอวางมือลงบนท้องน้อยของตัวเองที่รู้สึกวูบวาบอย่างแปลกประหลาดยากที่จะบรรยาย เธอรู้ว่าถ้าหากข้างในมันได้รับการเติมเต็มและกระแทกสักหน่อยร่างกายของเธอก็จะรู้สึกพอใจมากสายตาของสโนว์เหลือบไปมองแก่นกายของฟรอสต์ที่สามารถเติมเต็มความตั้งการของเธอได้ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปมองใบหน้านิ่งเรียบของเขาแต่สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [46] [เรื่องราวการแก้แค้นบนเตียง?] NC

    [46] [เรื่องราวการแก้แค้นบนเตียง?] NC“อย่าดิ้นรนสิ” สโนว์กล่าวเสียงเข้มพร้อมทั้งกดศีรษะของฟรอสต์ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าและกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้ร่างของเธอให้ใบหน้าของเขาแนบชิดกับเตียงนอนจนเขาไม่สามารถผงกหัวขึ้นมาได้“…กำลังทำอะไรอยู่?” ฟรอสต์ที่ถูกบังคับให้อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเอ่ยถามด้วยความยอมจำนนสโนว์จับแขนของเขาไขว้หลังและมัดพวกมันไว้ด้วยพลังน้ำที่แม้จะดูอ่อนแอแต่มันกลับไม่ง่ายที่จะทำลาย ความยืดหยุ่นของน้ำที่แม้จะถูกทำลายมันก็จะกลับมารวมตัวกันใหม่ได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นเชือกพันธนาการที่แน่นหนาเหมือนเดิม“ฉันจะได้กัดคอนายได้อย่างสะดวกยังไงล่ะ ฟรอสต์” สโนว์ยกยิ้มมุมปาก อันที่จริงเธอกำลังแก้แค้นต่างหาก “ยอมเชื่อฟังแต่โดยดีแล้วฉันจะบอนด์ให้”สโนว์กล่าวพลางตบบั้นท้ายเปลือยเปล่าที่มีแต่กล้ามเนื้อของฟรอสต์สองสามครั้ง มุมปากของฟรอสต์กระตุกเล็กน้อยแต่เขาก็ผ่อนคลายร่างกายและยอมแพ้ให้กับผู้หญิงที่นั่งคร่อมอยู่ข้างหลังของเขา เขาทำได้เพียงหลับตาลงและสูดดมกลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าที่ทำให้ร่างกายที่กำลังอยู่ในรอบฮีทของเขาร้อนรุ่มมากกว่าเดิมประสาทสัมผัสของฟรอสต์ในขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและ

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [45] [ครั้งหน้าสามคนไปเลย]

    [45] [ครั้งหน้าสามคนไปเลย]เมื่อกลับมาถึงฐานทัพทหารทางเหนือ ฟรอสต์ก็มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของผู้บัญชาการฐานทัพทันทีเนื่องจากว่าฟรอสต์เป็นผู้รับผิดชอบรายงานต่อผู้บัญชาการฐานทัพเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะออกไปฝึกฝนครั้งนี้อย่างไรก็ตามการรายงานของฟรอสต์กินเวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว ขณะนี้บรรยากาศในห้องทำงานของผู้บัญชาการฐานทัพเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดันเนื่องจากว่าการรายงานเปลี่ยนเป็นการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ผู้บัญชาการฐานทัพย่อยหรือพลโทเทเลอร์วางมือบนพนักพิงเก้าอี้พลางหลับตาลงเพื่อสงบอารมณ์จากการประชุมที่ตึงเครียดนานเกือบชั่วโมง ใบหน้าของชายที่กำลังเข้าสู่วัยชราเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้มากมายแต่ก็ยังเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมพลโทเทเลอร์ลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยสายตามุ่งมั่นราวกับพร้อมที่จะต่อสู้และตายไปพร้อมกับศัตรู เขามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังดูเยาว์วัยแต่อารมณ์และบรรยากาศนั้นกลับเหมือนทหารผ่านศึกมามากมายเหมือนชายชราเช่นเขา และยังบรรยากาศของพลังอันแข็งแกร่งนั่น…พลโทเทเลอร์รู้สึกไว้วางใจขึ้นมาจึงผ่อนคลายใบหน้าตึงเครียดลงเ

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [6] [เพศรอง] 

    [6] [เพศรอง]“อย่าโง่น่าฟรอสต์” สโนว์บ่นเมื่อเห็นเขามาปรากฏตัวข้างกายพวกเธอทั้งที่เขาควรจะวิ่งหนีไปไกลแล้ว“พวกนายมันงี่เง่า” ฟรอสต์กล่าวขณะหยิบปืนขึ้นมายิงสกัดปรสิตที่พยายามตามเข้ามาโจมตีพวกเขา เนื่องจากว่าอ

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [5] [สิ่งที่ไม่คาดฝัน]

    [5] [สิ่งที่ไม่คาดฝัน]สถานการณ์น่าลุ้นระทึกผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ให้ความรู้สึกยาวนาน กว่าวินเตอร์จะเอาตัวอย่างอุกกาบาตมาได้สโนว์ที่รอลุ้นอยู่บนเพดานก็เผลอกลั้นหายใจไปนานหลายนาทีด้วยความโชคดีและความสามารถของวินเตอร์ ในที่สุดเขาก็สามารถเอาตัวอย่างอุกกาบาตมาได้และสามารถแอบหลบกลับมาได้โดยไม่ถูกจับได้เ

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [4] [สิ่งที่ไม่คาดฝัน] 

    [4] [สิ่งที่ไม่คาดฝัน]ในวันที่สองของการสำรวจอุโมงค์พวกเขาตัดสินใจที่จะเร่งฝีเท้าเพื่อเข้าไปให้ถึงปลายทางให้เร็วที่สุด แม้มันจะเสี่ยงที่พวกเขาจะขาดการตรวจสอบที่ละเอียดจนพลาดที่จะสังเกตเห็นพวกปรสิตจนทำให้พวกปรสิตรับรู้ถึงตัวตนของพวกเขาก่อ

  • ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก   [2] [ตายตอนนี้ก็คงมีแค่นรกที่เปิดรับ]

    [2] [ตายตอนนี้ก็คงมีแค่นรกที่เปิดรับ]โลกมันช่างโหดร้าย สาเหตุที่ทำให้โลกตกอยู่ในสภาพนี้มันเกิดมาจากอุกกาบาตปริศนามากมายที่ตกลงมาบนโลกเมื่อห้าสิบปีก่อน อุกกาบาตไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับพื้นโลกและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่โดยรอบ มันยังได้พาปรสิตต่างดาวมาด้วย ปรสิตพวกนั้นจะเข้าไปควบคุมสมองของทุกสิ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status