Share

โชคชะตา 2

หากไม่ใช่โจรโง่ ๆ ที่สุ่มหาบ้านปล้นไปเรื่อย ก็ต้องเป็นคนคุ้นเคยที่รู้ว่ามันมีของมีค่าอะไรในที่แห่งนี้ ที่ดูผิวเผินเป็นแค่ร้านขายเสื้อธรรมดาบ้าง

         กุญแจร้านถูกหมุนบิดจนปลดล็อคได้จากด้านนอก ง่ายดายเสียจนไม่มีเสียงรบกวนออกมา แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย

         กระทั่งผู้บุกรุกก้าวเข้ามาจึงสังเกตได้ว่าบนพื้นมีรอยหยดน้ำ ซึ่งก่อนจะออกไปอิงอิงจำได้ว่าทำความสะอาดหมดแล้ว

         หญิงสาวรู้สึกระแวงขึ้นมาทันที เธอคว้าเก้าอี้ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาเป็นอาวุธก่อนจะย่องเข้าไปในร้านเมื่อมาถึงห้องด้านหลังถัดจากห้องน้ำมาก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับอยู่

         "พี่ฮวาฮวา?" อิงอิงชะโงกหน้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าใช่จริง ๆ

         เมื่อรู้ว่าเป็นคนคุ้นเคยเธอก็โล่งอก ตั้งใจจะหมุนตัวกลับไปปิดประตูร้าน ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นผู้บุกรุกเข้ามาที่ร้านจริง ๆ และชายผู้นั้นเหมือนจะรู้ตัวว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในในร้านเพียงคนเดียว

         กรี๊ดดดดด

         เสียงกรีดร้องหวีดแหลมดังจนปลุกคนที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา เว่ยหย่งฮวาสะดุ้งตัวโยน หันมองตามทิศทางของเสียง จากแสงไฟถนนที่ลอดเข้ามาทำให้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าได้ไม่ชัดเจน แต่เธอก็เห็นแล้วว่ามีคนสองคนอยู่ในห้องกับเธอทั้งที่เธอล็อคประตูไปแล้ว

         หญิงสาวเจ้าของร้านก็กรีดร้องออกมาซ้ำสอง ตกใจทั้งผู้บุกรุกและอื่น ๆ เพราะมันเห็นว่ามีคนอยู่ในร้านมากกว่าหนึ่งก็รามือแล้วรีบวิ่งหนีออกไป

         "อิงอิง! อิงอิงเหรอ!?" สองสาวเพิ่งมาหากัน กอดกันกลม ต่างคนต่างตัวสั่นเป็นลูกนก

         "พี่ฮวาฮวา ฉันกลัวมากเลย วันนี้เข้ามาไม่นึกว่าพี่จะมาวันนี้ฉันนึกว่าเป็นโจร พอเห็นเป็นพี่ก็โล่งใจ แต่เจ้าคนนั้นน่ากลัวมากจริง ๆ ฉันรีบไปล็อคประตูก่อนนะ"

         เธอกล่าวเร็ว ๆ รัว ๆ จนลิ้นพันกัน ก่อนจะรีบหันตัวออกไปปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว ชายผู้นั้นต้องเข้ามาพร้อมเธอแน่ ๆ

         "พี่นึกว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว แล้วนี่ย้อนกลับมาทำไม"

         "ฉันไม่สบายใจเรื่องเสื้อของพี่รอบนี้เลย กลับไปคงนอนไม่หลับแน่ฉันก็เลยกลับมาใหม่"

         "เธอแจ้งลงเว็บร้านแล้วเหรอว่าสินค้ารอบนี้มีปัญหา"

         เว่ยหย่งฮวาเป็นคนบอกลูกพี่ลูกน้องคนนี้เองว่าให้แจ้งสถานการณ์ที่หน้าเว็บไซต์ของร้านด้วย ลูกค้าบางคนตั้งใจรอสินค้าข้ามเดือนเพื่อให้ได้ใช้แบรนด์ของเธอ ซึ่งเธอก็รักษามาตรฐานตัวเองตลอด ทำให้ลูกค้ายังเหนียวแน่น

         คืนนั้นเธอนอนค้างกับอิงอิงที่ร้าน แต่เกิดความไม่สบายใจบางอย่างจนเธอหลับไม่ลง เว่ยหย่งฮวารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี กว่าเธอจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้า

         ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเช้าครั้งสุดท้ายของตัวเองจะมาถึงเมื่อไร เว่ยหย่งฮวาก็ไม่รู้เช่นกัน…

เช้าวันรุ่งขึ้น เว่ยหย่งฮวาก็ตื่นขึ้นมาในตอนสาย เธองัวเงียเปิดเข้าอีเมลว่าทางโรงงานติดต่อมาหรือยัง ซึ่งก็ตอบกลับมาจริงแล้วให้เธอถ่ายรูปส่งหลักฐานไป เว่ยหย่งฮวาไม่ลังเลที่จะส่งรูปที่ถ่ายตั้งแต่เมื่อคืนไป

เธอพบว่าอิงอิงตื่นนานแล้วและกำลังทำมื้อเช้าอยู่ในครัวเล็กๆ ของร้านที่มีประตูอีกบานปิดไว้กันกลิ่น

ป้าของเธอหรือก็คือแม่แท้ ๆ ของอิงอิง รับเธอไปดูแลตั้งแต่ยังเด็กหลังพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ เว่ยหย่งฮวาไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่หลงเหลือมากนัก แล้วก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับครอบครัวของป้านอกจากอิงอิง

ป้าเลี้ยงดูเธอด้วยมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ไม่ได้เลี้ยงทิ้งขว้างแต่ก็ไม่ใส่ใจเท่าลูก ๆ ของตัวเอง ทำให้หญิงสาวค่อนข้างด้านชาทางความรู้สึกอยู่พอสมควร

อาจเป็นเหตุผลนี้ด้วยเช่นกันที่ทำให้ทีมงานในกองถ่ายไม่ชอบเท่าไร นอกจากตอนสวมบทเป็นตัวละครแล้ว เว่ยหย่งฮวาแสดงอารมณ์ค่อนข้างน่าเบื่อเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ รอบตัว

"อิงอิง พี่จะไปที่โรงงาน ฝากร้านให้เธอดูนะ"

"พี่เชื่อมือฉันได้เลย แต่ไม่ทานข้าวก่อนไปสักหน่อยล่ะ"

"พี่จะไปกินข้างนอกน่ะ อยากแก้งานให้เสร็จเร็วๆ"

"งั้นฉันใส่ตู้เย็นไว้ให้แล้วกัน"

เธอพยักหน้าให้อิงอิงผู้มีรอยยิ้มสดใสตลอดเวลา น้องสาวคนนี้เป็นความสดใสรอบตัวเธอที่ไม่มีใครเหมือน หญิงสาวยิ้มตอบผู้เป็นนอกก่อนออกไป

เว่ยหย่งฮวาเรียกแท็กซี่ไปส่งที่คอนโดแล้วจึงค่อยนำรถของตัวเองขับออกไป

ทั้งที่เป็นตอนกลางวันที่ไม่น่าจะมีอะไรบดบังทัศนวิสัยของคนขับได้มากเท่าตอนกลางคืน หรืออาจเป็นเพราะการอดหลับอดนอนเพื่อทำงานก็ไม่อาจรู้แน่ชัดในตอนนี้

แต่การที่รถบรรทุกจากเลนตรงข้ามพุ่งออกมาหลังสัญญาณไฟจราจรของฝั่งนั้นหมดลง เป็นอะไรที่เว่ยหย่งฮวาไม่ได้คาดคิดไว้

เธอไม่มีแม้เวลาจะกรีดร้องด้วยซ้ำ พาหนะหุ้มเหล็กถูกกระแทกจนตัวโครงสร้างยุบอย่างยับเยิน ทิวทัศน์เบื้องหน้าถูกย้อมไปด้วยเลือดของตัวเองที่ไหลลงมาจากศีรษะ ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าในที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ 2 (จบ)

    เว่ยเหลียนเล่อไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจมากกว่ากัน เขาโดนหางเลขไปกับยอดบัณฑิตคนนั้นเสียแล้วเว่ยหย่งฮวาเห็นสหายบวกตำแหน่งพี่สะใภ้เขินจนตัวเกร็งก็เห็นใจ นางคงอยากเจอสามีเหมือนกัน จึงไม่ได้เอ่ยหยอกเย้าอะไรต่อ พอดีกับที่อู๋ซือหนิงพาเด็ก ๆ มา จึงได้เวลาแลกหน้าที่กันนางเดินออกจากซุ้มร้านค้ามาหาตั้งแต่เห็นเขากับลูก ๆ อยู่ไกลลิบทั้งครอบครัวเดินเที่ยวชมเมืองด้วยกัน การเดินทางครั้งนั้นเหมือนยาวนาน แต่เพียงพริบตาก็จะได้เวลากลับถึงบ้านแล้วจากการเดินทางแบบขบวนสินค้าเมื่อครั้งนั้น ชื่อเสียงพลอยมรกตของตระกูลเซียนและร้านแพรของนางก็ยิ่งขจายออกไป แต่คนที่มาเมืองหลวงครั้งแรกนั้นก็ยังหาร้านนางไม่เจออยู่ดี ซึ่งเว่ยหย่งฮวาก็ไม่คิดเปลี่ยนด้วยตอนนี้นางเป็นทั้งท่านหญิงจวิ้นจู เป็นฮูหยินสกุลอู๋ แต่ชาวเมืองก็ยังติดเรียกนางว่าคุณหนูสามเช่นเดิม"กลับไปคราวนี้น้องหญิงคงได้ลายใหม่ ๆ ออกมาอีก"ภรรยาของเขามักมีมีความคิดสร้างสรรค์พลุ่งพล่านเหมือนการทอยลูกเต๋า บางครั้งที่นางไม่ได้จุดประกายอะไรกลับมาจากการเดินทางหรือพบปะผู้คนหน้าใหม่ๆ แต่ส่วนมากแล้วมันบังเกิดผล พอเป็นเช่นนั้นนางก็จะหมกตัวอยู่ในห้องทำงานเกือบทั้งวัน"ไม

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ 1

    "ดูนั่นสิ เจ้าเห็นหรือไม่"สตรีกลุ่มหนึ่งชี้ชวนกันดูหญิงสาวที่โดดเด่นอยู่กลางพรมสีแดง ตั้งแต่เจ้าถิ่นรับงานเป็นหุ่นแสดงเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้บรรดาพี่สาวที่นางนับถือก็รู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นมากมาย นางถูกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเอ่ยถึงได้ชื่นชม เจ้าตัวจึงรู้สึกยินดีอย่างมาก"งดงามมากจริงๆ ถ้าไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ธรรมดา นึกว่าเทพเซียนประทานมาเสียอีก"คำสรรเสริญเยินยอมีเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะเท่าที่เห็น ชุดที่คุณหนูจ้าวสวมใส่อยู่ใครต่อใครก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่างดงามไร้ที่ติไม่ว่าจะผ่านเมืองไหนก็ต้องถูกพูดถึง สินค้าของสองท่านหญิงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการบอกเล่าปากต่อปากของชาวเมือง การเดินทางใกล้สิ้นสุดแล้ว ตอนนี้ขบวนสินค้าของท่านหญิงเซียนซูอิงอยู่ห่างจากชายแดนไม่กี่ก้าว หลังจากเสร็จธุระที่เมืองนี้แล้วก็เหลืออีกครึ่งทางก่อนจะกลับถึงเมืองหลวง"ใต้เท้าอู๋มิต้องกลับเมืองหรือ?"จากความรู้สึกเอือมระอาเริ่มกลายเป็นความหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ เพราะอู๋ซือหนิงเอาแต่เกาะติดเพื่อนนางทั้งวัน การงานไม่เสีย แถมมาพลอดรักกันต่อหน้า จากความเอือมระอาที่มีเริ่มกลายเป

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ความคลั่งรักของสามี 2

    เซียนซูอิงไม่ได้หมายตาซุ้มนักกวี แต่เธอก็ไม่อาจมองข้ามได้ เจ้าของขบวนสินค้าเดินทางไปติดต่อย่านการค้าที่ตนได้เช่าหน้าร้านไว้เพราะในช่วงสองวันนี้จะมีการชุมนุมของกลุ่มการค้าหลายกลุ่มในเมือง ไม่ใหญ่เทียบเท่างานเทศกาลแต่ก็เหมาะแก่การเปิดหูเปิดตาและทดลองตลาดจ้าวจินกับเว่ยหย่งฮวาเดินเล่นในเมืองได้อิสระจนกว่าจะถึงช่วงเย็นที่งานชุมนุมกลุ่มการค้าจะเริ่มคึกคักอู๋เถียนที่เพลียจากการเดินทางกลับอยู่กับอกผู้เป็นพ่อ เว่ยหย่งฮวาจูงมือบุตรชายไว้โดยให้เขาเดินกลางระหว่างพ่อแม่"เสี่ยวหรง เจ้าหิวหรือยัง""ข้ายังไม่หิวเท่าไร พึ่งกินเปาจื่อไปหนึ่งลูกบนรถ" เด็กชายตอบมารดาโดยที่มือก็ยังถือเปาจื่อลูกที่สองเอาไว้ด้วย"ท่านพี่ล่ะ อยากกินอะไรหรือไม่""ฮวาฮวาอยากกินอะไรข้าก็กินด้วยทั้งนั้น" อู๋ซือหนิงยิ้มตอบภรรยา เว่ยหย่งฮวาเห็นเขายิ้มตลอดจนคิดว่าหากวันใดเห็นหน้าโกรธเป็นยักษ์มาร โลกคงถึงคราวหายนะแน่"ข้ายังไม่หิวเท่าไร เราเดินเล่นในเมืองสักรอบก่อนก็ได้ ข้ากลัวท่านกับลูกๆ จะล้าเกินไป วันนี้หลังทานมื้อเย็นเสร็จท่านพักอยู่โรงเตี๊ยมกับเด็กๆ ไปเถอะนะ""ฮวาฮวาไม่อยากให้ไปช่วยด้วยหรือ?""ลูกเจอคนเยอะจนจะเฉาอยู่แล้ว ข้า

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   ความคลั่งรักของสามี 1

    "ข้ารู้ว่าเขาทั้งรักทั้งหลงเจ้ามาก แต่นี่มันเกินความคาดหมายของข้าไปไปหน่อยนะ" เซียนซูอิงแทบจะเท้าเอวมองสามีของสหายตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนหน้านี้ไม่นานระหว่างกำลังทำการประชาสัมพันธ์ร้านพลอยและเสื้อผ้าในงาน คนที่ไม่ควรอยู่ก็โผล่มาทั้งที่ยังไม่ทันข้ามวันดีด้วยซ้ำ"คงต้องขอรบกวนท่านหญิงสักระยะ" อู๋ซือหนิงว่ายิ้ม ๆ เขายืนอยู่กับที่ยังดูเหมือนรูปสลัก เมื่อก่อนสง่างามอย่างไร วันนี้ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหลงใหลในตัวภรรยาเกินพอดี"นี่ท่านไม่ได้หนีงานมาใช่ไหม" เว่ยหย่งฮวากระซิบถามสามี"ฮวาฮวาอย่าใส่ร้ายข้าสิ เห็นข้าติดเจ้าแบบนี้แต่การงานข้าไม่เคยเสียนะ" เขาก้มลงไปอุ้มบุตรชายที่ยืนเกาะขาอยู่ขึ้นมา ตอนยังอุ้มได้ต้องอุ้มให้เยอะ ๆ เพราะโตไปกว่านี้คงไม่ยอมให้อุ้มแล้ว"แล้วใต้เท้ามาได้อย่างไร?""ท่านหญิงถามเป็นทางการเหลือเกิน ข้าไม่ได้หนีงานมาจริงๆ นะ""น่าสงสัยสุดๆ""ข้ามีงานราชการที่นี่พอดี ฮ่องเต้เลยทรงอนุญาตให้เป็นการทำงานนอกสถานที่"สรุปก็คือหาทางจะมาให้ได้อยู่นั่นล่ะ!เซียนซูอิงหมดคำจะเอ่ยนางจึงปล่อยเลยตามเลย อู๋ซือหนิงต้องไปพักโรงเตี๊ยมอื่นเพราะที่จองไว้ไม่มีที่พอสำหรับเขา หลังจากแวะมาทักทาย

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เดินทางไปต่างเมือง 2

    เว่ยหย่งฮวาทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบออกมา "เหมาะแก่การลงทุน ทว่าหากไม่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จะสู้ร้านในท้องถิ่นไม่ได้""เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร""ช่างฝีมือในท้องที่สามารถดึงจุดเด่นจากสีย้อมผ้าออกมาได้ดี เลือกหาเครื่องประดับที่เหมาะสมได้เพราะเป็นคนในท้องถิ่น เติบโตมากับสิ่งของในชีวิตประจำวันเหล่านี้ เป็นไปตามธรรมชาติของพวกเขา ทีนี้ก็ต้องถามท่านหญิงแล้วว่ารับมือกับนิสัยเฉพาะตัวของคนในท้องที่ได้หรือไม่"ประชาชนฝั่งทางเหนือของแคว้นต้าซานมีความภาคภูมิใจในต้นกำเนิดของตัวเองมาก หาคนนอกจะเข้ามาแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของตนแบบดูสุดโต่งเกินไปอาจถูกต่อต้านได้ ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากมีเรื่องทะเลาะกันเพราะความเห็นไม่ลงรอยในวันนี้วันหน้าก็จะประสานงานกันได้ยากหากเซียนซูอินตั้งใจจะตั้งร้านที่นี่เพิ่มจริงๆ นางต้องใจเย็นพอที่จะรับมือกับอุปนิสัยนั้นได้ พวกเขาซึมซับมาจากบรรพบุรุษและภาคภูมิใจกับมัน ฝังรากลึกราวกับเป็นเลือดในกาย"เช่นนั้นทำเป็นร้านสาขาเล็ก ๆ จะดีกว่าล่ะสินะ""ถ้าหากเจ้าคิดเช่นนั้นข้าก็เห็นด้วย เพราะยังไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเปิดร้านใหญ่ แต่หากทำให้ร้านสาขานั้นได้รับ

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เดินทางไปต่างเมือง 1

    กองคาราวานของท่านหญิงเซียนซูอิงเคลื่อนออกไปในเวลาสายของวัน อู๋ซือหนิงมายืนรอส่งภรรยาตั้งแต่เช้าและอยู่เป็นเพื่อนนางจนกระทั่งรถม้าออก รถมาที่ห่างออกไปยิ่งย้ำเตือนให้ในใจวูบโหวง วันนี้กลับจวนไปแล้วก็คงไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ อีก ไม่มีเสียงภรรยาคอยบ่นอยู่ข้างกาย กว่าพวกเขาจะกลับมาคงมีคนเหงาตายแน่ อู๋ซือหนิงคิดว่าหากความคิดถึงทำให้คนตายได้ เขาคงเป็นหนึ่งในนั้นอู๋ซือหนิงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อไม่มีสายตาของผู้คนจับจ้อง เขาหันหลังกลับเข้าไปในบ้านโดยมีบ่าวรับใช้คนสนิทเดินตาม ตงฟางเห็นผู้เป็นนายทำหน้าเศร้าก็รู้สึกเป็นห่วง ถึงแม้เขาจะจิกกัดคุณชายอยู่ตลอดแต่ลึกๆ ก็เป็นห่วงเจ้านายผู้นี้เห็นเขามีใจต่อท่านหญิงมาตั้งแต่แรก พยายามทำอะไรต่อมิอะไรที่บางครั้งไม่ใช่นิสัยตัวเอง สุดท้ายแล้วก็สมหวังในความรักทั้งคู่ และดูเหมือนว่าคุณชายของเขาจะติดภรรยากับลูกเป็นอย่างมากไม่รู้ว่าหากอายุมากไปกว่านี้ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่หรือไม่ แต่ตงฟางคิดว่าเป็นไปได้ยากที่เขาจะเปลี่ยน แม้จะได้รับฉายายอดบัณฑิต กิริยาทุกท่วงท่าเป็นอย่างสุภาพชน แต่เนื้อแท้ในใจแล้วก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง"นายท่าน วันนี้ข้าจะอุ

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เตรียมตัวเดินทาง 1

    ร้านแพรลับมักมีแขกแวะเวียนมาอยู่เสมอ วันนี้ห้องพักบนชั้นสองก็ได้ต้อนรับท่านหญิงเซียนซูอิงอีกเช่นเคย ทั้งสองนั่งอยู่คนละฝั่ง พื้นที่ตรงกลางถูกเว้นว่างเอาไว้ให้เด็ก ๆ วิ่งได้โดยไม่ไปชนอะไรเข้า บริเวณโต๊ะทำงานของเว่ยหย่งฮวามีฉากกั้นคั่นไว้เป็นพื้นที่เล็กๆ ไม่ต่างกับคอกแมวหญิงสาวเจ้าของร้านนั่งถักไหมพ

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   พรสวรรค์ของบุตรชาย 2

    "น้องหญิง สีอยู่ทางนี้" อู๋ซือหนิงร้องเรียกภรรยาอีกหนเมื่อเห็นนางยืนนิ่งอยู่หน้าของตั้งแสดงเสียนาน"น้องหญิงสนใจของพวกนั้นหรือ เจ้าซื้อได้นะ" ชายหนุ่มเอ่ยสนับสนุน เขามีเงินมากพอจะเลี้ยงลูกภรรยาและพูดอยู่แล้ว นี่ก็เป็นความรับผิดชอบในฐานะสามีและพ่อเช่นกัน"ข้าคิดว่าได้ซื้อแน่ค่ะ เพียงแต่จะเป็นเงินส่ว

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   เจ้าก้อนแป้งคนที่สอง 1

    กิจวัตรประจำวันใหม่ของเว่ยหย่งฮวา คือการเดินตามหลังบุตรชายเพื่อดูว่าจะไปล้มหกคะเมนที่ไหนอีก เจ้าก้อนแป้งน้อยที่เหมือนมีห้าชั้นซ้อนกันเดินเตาะแตะพร้อมอุ้มตุ๊กตายัดนุ่นตัวหนึ่งไว้ เพราะไม่มีใครมีเหมือน อู๋จางหรงเลยหวงแหนมาก ๆ มารดาทำตุ๊กตาตัวนี้ให้ตนแค่คนเดียว"ท่านแม่ น้องจะมาเมื่อไหร่เหรอ""อีกไม่น

  • ร้านแพรลับของคุณหนูสาม   กาลเวลาผันผ่าน 2

    "เว่ยหย่งฮวา ข้าไม่ได้ตั้งใจ เพียงอยากหยอกล้อเท่านั้น แต่เมื่อครู่ข้าพูดอะไรไม่ทันคิดไปเสียหน่อย ขอโทษด้วย""ไม่ ๆ ข้าเข้าใจ แต่ว่าก็ตกใจจริง ๆ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้จริงจังในคำพูดนั้น แต่ใจก็หล่นวูบอยู่ดี รู้ได้เลยว่าหากวันใดเจ้าพูดจริงจัง ข้าคงยืนไม่อยู่" นางเอ่ยติดตลกแก้สถานการณ์ และใจก็คิดอย่างนั้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status