Masuk“แล้วนายมีแฟนหรือยัง”พอเธอถามเรื่องนี้ สังเกตุว่าสีหน้าคีรินเปลี่ยนไปทันที ราวกับคำถามนี้ของเธอไปกระทบจิตใจของเขา ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีที่เอ่ยถามเรื่องนี้ออกไป
“อะ เอ่อ ขอโทษนะที่ถามเรื่องส่วนตัวของนาย” “ไม่เป็นไรหรอก แล้วเธอล่ะ เพื่อนมีแฟนกันหมดแล้วนี่ เธอมีหรือยังล่ะ” นับหนึ่งทำปากยื่นทันที เพื่อนในกลุ่มสามคนมีแฟนกันหมดแล้ว อีกทั้งใยไหมที่มีแฟนหลังสุด มีวี่แววว่าจะได้แต่งงานก่อนคนอื่นในกลุ่มอีกด้วย ในขณะที่เธอยังไม่มีผู้ชายเข้ามาจีบหรือทำความรู้จักเลยสักคน “ผู้ชายคงไม่ชอบผู้หญิงสไตล์ฉันล่ะมั้ง” “เป็นยังไง หน้าตาเธอก็ดี อย่าบอกนะว่าไม่มีใครมาจีบเลย” เธอส่ายหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของคีริน“ไม่มีเลย สงสัยเนื้อคู่ฉันไม่เกิดมั้ง อีกอย่างผู้ชายคงไม่ชอบผู้หญิงขี้เมาแบบฉัน”เธอเอ่ยติดตลกออกไป ทำให้คีรินที่ตอนแรกทำหน้าเครียด ยิ้มออกมาได้ทันที ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน โดยคีรินเป็นคนสอนงานที่ทำค้างอยู่ให้กับเธอ เป็นการแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของแผนกการเงิน ใช้เวลาในการทำเกือบสามชั่วโมง จนถึงเวลาพักเที่ยงพอดี “เที่ยงแล้ว เธอไปกินข้าวกับพวกเราไหม” “ไม่ไปกินกับพวกนาย แล้วจะให้ฉันไปกินกับใคร ฉันยังไม่รู้จักใครเลยนะ” “กูบายนะ มีนัดว่ะ”สกายที่ลุกขึ้นยืน เก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง เอ่ยออกมาทันที “นี่ถ้าไม่มีนับหนึ่ง กูคงไปกินข้าวคนเดียวสินะ ไอ้ตะวันถ้ากูให้เดาก็คงไปรับคาเทียร์” “นี่มึงน้อยใจเหรอว่ะ” “เออสิ กูคิดว่าจะเหลือมึงเป็นเพื่อนสักคน ที่ไหนได้มึงก็จะทิ้งกูไปอีก” “สัดคีริน เลี่ยนฉิบหาย กูต้องทำคะแนนหน่อยสิว่ะ กว่าน้องเขาจะใจอ่อนคุยกับกู มึงก็รู้ว่านานแค่ไหน” นับหนึ่งยืนมองหน้าของสกายขณะพูด ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้ม ดูมีความสุข เป็นสีหน้าของคนที่กำลังมีความรัก ที่รู้เพราะเธอเห็นสีหน้าแบบนี้จากเพื่อนสนิทของเธอบ่อยครั้ง “ขอให้มึงโชคดีกับผู้หญิง กี่คนว่ะ ตอนนี้มึงคุยกี่คน” "สัดคีริน กูคุยคนเดียวโว้ย พูดแบบนี้กูเสียหายหมด" "ไปกันเถอะนับ เดี๋ยวฉันพาไปกินของอร่อย" สกายยืนมองตามแผ่นหลังของเพื่อนสองคนเดินออกจากห้อง ภายในใจก็คิดถึงคำพูดของคีริน ไม่รู้ว่าเพื่อนคิดอย่างที่พูดจริงหรือเปล่า ที่บ่นว่าเหงาเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มมีแฟนกันไปหมดแล้ว เขาสังเกตุว่าอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนดูเหม่อลอยผิดปกติ เหมือนตอนก่อนหน้านี้ที่เขาเหลือบไปเห็นสีหน้าของเพื่อนตอนที่นับหนึ่งถามเรื่องแฟน ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะคุยแชทกับคนอื่นอยู่ แต่ก็ทันได้เห็นแววตาที่หม่นหมองลงไปของคีริน เวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงช่วงอาทิตย์สุดท้ายของการฝึกงาน เป็นช่วงที่คีรินกับตะวันตามรุ่นพี่ในแผนกออกไปทำงานข้างนอกเกือบทุกวัน ที่แผนกจึงเหลือนับหนึ่งกับสกายเพียงสองคน หากช่วงไหนที่ไม่มีงานทำ นับหนึ่งจะเห็นสกายเอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เธอต้องนั่งเหงาเพราะไม่มีเพื่อนคุย พอได้มาใกล้ชิดกัน เธอถึงได้รู้ว่าที่เธอเคยเห็นภายนอกว่าเขาเป็นคนขี้เล่น ให้ความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมคณะคนอื่นนั้นไม่เป็นความจริง สกายที่เธอเห็นตอนนี้ เขาค่อนข้างจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ดูเย็นชากับเธอมาก เธอจะเห็นรอยยิ้มของเขาก็ต่อเมื่อเขาคุยโทรศัพท์หรือคุยกับเพื่อนของเขาเท่านั้น กลับกันกับคีริน ที่มองดูภายนอกจะเป็นคนพูดน้อย ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยสนิทสนมกับเพื่อนคนไหน นอกจากในกลุ่มของตัวเอง แต่เขากลับให้ความสนิทสนมกับเธอ ไม่เคยปล่อยให้เธอไปทานข้าวเที่ยงคนเดียว เหมือนสองวันมานี้ ที่เธอต้องลงไปทานข้าวกับเกษรา เพราะสกายออกไปทานข้าวข้างนอก 12:10 น. นับหนึ่งเดินกลับมาจากห้องประชุมของแผนก วันนี้เธอรับหน้าที่เข้าไปเป็นผู้ช่วยของเกษรา ความอ่อนล้าและความหิวโหย ทำให้เธอก้าวเดินอย่างช้า ๆ ทว่าก่อนจะถึงแผนก เธอเจอสกายยืนพิงฝาผนังเหมือนกำลังรอใครสักคน เธอที่เห็นจึงทำเพียงยิ้มและเดินผ่านหน้าเขาไป "ไปกินข้าว" เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมา ทำให้เธอต้องหันมองซ้ายขวา เพราะไม่คิดว่าเขาจะชวนเธอไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน "นายชวนฉันเหรอ"นิ้วเรียวเล็กชี้ใบหน้าสวยของตัวเอง ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "เออ ก็มีเธออยู่คนเดียว" "ก็ทุกทีเห็นนายออกไปกินข้าวข้างนอก ว่าแต่ทำไมวันนี้ไม่ออกไปอ่ะ" มือหนายกขึ้นตีศรีษะเล็กของเธอเบา ๆ"ถามมากฉิบ จะไปไม่ไป" "ไปสิ คิดว่าจะต้องไปกินข้าวคนเดียวซะแล้ว" เธอเดินตามร่างสูงเข้าไปในลิฟต์ เว้นระยะห่างการยืนเพียงเล็กน้อย "ปกติเห็นตัวติดกับไอ้คีริน เธอคิดอะไรกับเพื่อนฉันหรือเปล่า" เขาถามพลางยกยิ้มมุมปาก สายตาคมของเขามีแววล้อเลียนเธออยู่ไม่น้อย "ไม่ได้คิดอะไรเลยนะ แล้วจะให้ฉันไปตัวติดกับพวกนายสองคนได้ยังไง ฉันไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้วหรอกย่ะ" คนตัวเล็กพูดจบความเงียบก็เข้ามาแทนที่ สกายเอาแต่มองเลขชั้นที่ค่อย ๆ ลดลง จนถึงชั้นโรงอาหารของบริษัท เธอก็ได้แต่งงกับการกระทำของเขา ว่าเธอเผลอไปพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปอีกหรือเปล่า เมื่อลิฟต์เปิดออก ก็ได้กลิ่นอาหารลอยฟุ้งอบอวลอยู่ในอากาศ จนน้ำย่อยในกระเพาะทำงานทันที เธอเดินไปร้านข้าวมันไก่ที่กำลังส่งกลิ่นหอมเด่นชัดที่สุด เป็นอาหารโปรดของเธอเลยก็ว่าได้ โดยสกายก็เดินตามเธอมาด้วย “นายชอบข้าวมันไก่ทอดหรือต้ม?” “ทอด” “เหมือนกันเลย”เธอหัวเราะเสียงใส“เดี๋ยวฉันสั่งให้นะ นายกินเผ็ดมั้ย?” “พอได้” เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ สั่งข้าวมันไก่สองจานกับป้าคนขาย ที่ยิ้มแย้มชวนเธอพูดคุยเสียงดัง สกายที่ยืนรอข้าง ๆ มือหนาล้วงกระเป๋า ใบหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าสายตาคมของเขาจับจ้องใบหน้าสวยของนับหนึ่ง ท่าทางและการพูดคุยของเธอ มันดูมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนเขากำลังถูกดูดกลืนไปกับท่าทางและการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของเธอ ก่อนเธอจะหันกลับมา ถือถาดที่มีจานข้าวมันไก่สองจานกับน้ำซุป“ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า” เขาพยักหน้า เป็นคนรับถาดนั้นมาถือไว้ในมือ เดินตามเธอไปยังโต๊ะนั้น ก่อนเขาจะวางถาดลงบนโต๊ะ และเป็นคนอาสาเดินมาซื้อน้ำด้วยตัวเอง ระหว่างทาน นับหนึ่งพูดไม่หยุด เรื่องงาน เรื่องประชุม เรื่องรุ่นพี่ในแผนกที่ชอบแซวเธอ เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ เรื่องเพื่อนสนิท โดยสกายก็นั่งฟังเงียบ มีพยักหน้าตอบเธอบ้าง เวลาเธอถามความคิดเห็นของเขา “นายเงียบจังเลยนะ" เขามองหน้าแล้วยิ้มออกมา“รู้ตัวหรือเปล่าว่าเธอเป็นคนพูดเยอะ ขนาดฉันว่าตัวเองพูดเยอะแล้วนะ ยังสู้เธอไม่ได้เลย” นับหนึ่งหัวเราะลั่นกับคำพูดของเขา"เพราะอย่างนี้ไง ถึงไม่มีใครกล้าจีบฉันสักคน เขาคงไม่ชอบผู้หญิงพูดเยอะกัน" สกายระบายยิ้มออกมา นับหนึ่งมองหน้าเขาด้วยความตกตะลึง สำหรับเธอนี่คือครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าเราสองคนสนิทกัน เขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอคิดห้าปีต่อมา ชีวิตคู่ของสกายและนับหนึ่ง ดำเนินมาจนถึงช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งคู่มีลูกน้อยที่น่ารักสองคนเข้ามาเติมเต็ม คนที่หนึ่งเป็นผู้ชายอายุสี่ขวบชื่อปกป้อง เป็นเด็กที่ช่างพูดและหน้าตาถอดแบบคนเป็นแม่มาไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนที่สองเป็นผู้หญิงชื่อออดอ้อน คนนี้เป็นเด็กขี้อ้อนเหมือนชื่อ หน้าตาเหมือนคนเป็นพ่อราวกับแกะ และที่สำคัญคือติดสกายมาก ตอนนี้ทั้งสี่คนกำลังมุ่งไปยังเกาะเสม็ด เพื่อใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด โดยสกายเป็นคนขับรถพาครอบครัวมาด้วยตัวเอง เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายว่า หากมีวันหยุด เขาจะพาลูกมาเล่นน้ำที่ทะเล ใช้เวลาขับรถกว่าสี่ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือบ้านเพ ที่จะพาไปยังเกาะเสม็ด จากท่าเรือนั้นต้องเดินทางอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงจะถึงที่พักวิลล่าที่เขาจองเอาไว้ “เดี๋ยวกายอุ้มลูกเอง?” สกายหันไปรับลูกสาวคนเล็กมาจากภรรยา ส่วนปกป้องนั้น ตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับน้ำทะเลที่เห็น จนไม่สนใจสิ่งอื่น แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ลูกของเขาทั้งสองคนไม่มีใครมีอาการเมาเรือ ที่รู้ก็เพราะเขาเคยพาไปนั่งเรือยอร์ชเมื่อเดือนที่แล้ว ห้องพักที่สกายจองนั้น เป็นห้องพักวิลล่าแบบครอบครัว มีสอ
สามเดือนผ่านไป ทะเลอันดามันตอนเช้าตรู่ สีฟ้าครามใสจนเห็นเงาของเรือยอร์ชลอยอยู่ใต้ผิวน้ำ สกายยืนอยู่ที่หางเสือ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างโอบเอวนับหนึ่งที่ยืนพิงหน้าอกของเขา ชุดเดรสสีขาวบางของเธอปลิวไปตามสายลม ผมยาวสีน้ำตาลปลิวไสว จนเขาต้องเอามือจับไปไว้ข้างหนึ่ง “แน่ใจนะว่าอยากทิ้งสมอตรงนี้?”สกายถามเสียงแผ่ว ก้มลงจูบที่ขมับของเธออย่างแสนรัก “แน่ใจสิ”นับหนึ่งหันมายิ้ม“ตรงนี้แหละ ห่างไกลผู้คนดี โรแมนติกที่สุด?” เป็นความคิดของเธอเอง ที่อยากมาฮันนีมูนบนเรือยอร์ชกลางทะเล โชคดีที่ครอบครัวของสกายมีธุรกิจเรือยอร์ชพอดี เธอจึงถือโอกาสมาจัดงานแต่งที่ทะเลด้วยเสียเลย งานแต่งจบปุ๊บก็ขึ้นเรือมาฮันนีมูนทันที ทว่าเจ้าบ่าวหมาด ๆ ของเธอคงไม่รู้ว่าการมาล่องเรือของเธอนั้น มันมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ ตกตอนเย็น พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มเรืองรองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าคราม เรือยอร์ชจอดนิ่งอยู่กลางอ่าวลับตาผู้คน ไม่มีเรือลำไหนแล่นผ่านเลยสักลำ เหมือนผืนน้ำแห่งนี้ มีเพียงคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันเป็นเจ้าของ นับหนึ่งนอนเอนตัวบนเก้าอี้ผ้าใบสีสันสดใส ตรงดาดฟ้าด้านหน้าเรือ บิกินี่สีดำสนิทสุดเซ็กซ
เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เรียวปากสีแดงก่ำแตะลงบนกลีบปากของเขาอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะกดจูบลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างเร่าร้อน แต่ทว่ามีความนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน คนตัวสูงหลับตาพริ้ม ตอบรับจูบร้อนแรงนั้นโดยอัตโนมัติ มือหนาของเขายกขึ้นกอดเอวบางของเธอโดยไม่รู้ตัว จูบนั้นไม่เร่งรีบ ไม่ดุดันอย่างที่คิด มันเต็มไปด้วยความรักที่ล้นทะลักจนเขารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะสลาย ไม่นานคนตัวเล็กก็ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า สกายที่ยังคงหลับตาอยู่ ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด กำลังหอบหายใจเบา ๆ แต่ทว่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นวาบที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงง ๆ เห็นนับหนึ่งส่งยิ้มหวานให้เขา เธอยังคงอยู่ในชุดคอสเพลย์แมวเซ็กซี่ แต่ทว่าท่าทางของเธอกลับจริงจังขึ้นมาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอยกมือขวาขึ้น โชว์แหวนเพชรสีเงินที่มีเพชรเม็ดโตส่องแสงระยิบระยับใต้แสงไฟสลัว หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ กับภาพนั้น ก้มมองนิ้วมือของตัวเองที่มีแหวนสีเงินราบเรียบแบบของผู้ชายอยู่ในนิ้วนางข้างซ้าย “กาย”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ“ตั้งแต่เรื่องคืนนั้นของเราเกิดขึ้น ถึงแม้ตอนแรกมันจะไม่ชัดเจน แต่มันเปลี่ยนแ
นับหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ ขาทั้งสองข้างพาดลงพื้นอย่างยั่วเย้า ร่างกายของเธอห่อหุ้มด้วยชุดแมวยั่วสวาทที่เซ็กซี่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ชุดนั้นเป็นหนังสีดำมันวาว รัดรูปเข้ากับเรือนร่างโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ หูแมวเล็ก ๆ สีชมพูครอบทับอยู่บนศีรษะ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลทองของเธอถูกปล่อยลงมาแผ่สลายเต็มแผ่นหลัง หางแมวห้อยย้อยลงมาจากบั้นท้ายงอนงาม ปลายหางสั่นไหวเบา ๆ ตามจังหวะการหายใจของเธอ ชุดนั้นเปิดเผยมากพอที่จะทำให้หัวใจแกร่งของเขากระหน่ำเต้นแรงขึ้นทันที คอเสื้อเว้าลึกจนถึงสะดือ เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลง กระโปรงสั้นกุดที่แค่อ้าขาออก ก็มองเห็นเนินอวบอิ่มที่มีกางเกงในตัวจิ๋วผ้าเนื้อบางโผล่ออกมา แทบจะปกปิดส่วนนั้นของเธอไม่มิด ปล่อยให้ต้นขาเรียบเนียนและเรียวขาของเธอที่มีถุงน่องตาข่ายสีขาว เพิ่มความเซ็กซี่มากขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตของเธอมองตรงมาที่เขา ด้วยแววตายั่วยวนที่เต็มไปด้วยความซุกซนและขี้เล่น ทว่ามีไฟแห่งความปรารถนาปะปนอยู่ด้วย ในตอนนั้นเอง ที่ความรู้สึกของเขาพุ่งทะลักราวกับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดถล่มเข้ามา ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ใครจะคิดว่าเธอจะกล้ายั่วยวนเขาด้วยชุดคอสเพลย์
ห้าเดือนผ่านไป มือหนาของสกายแตะคีย์การ์ดหน้าห้องพักของแฟนสาว ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออก ภายในห้องกลับมืดและเงียบสนิท ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่ หัวคิ้วหนาขมวดมุ่น ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจออีกครั้ง เป็นข้อความล่าสุดจากเธอที่เขาได้รับ นับหนึ่ง: เลิกงานแล้ว มาที่คอนโดนะ เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปมา ก็คิดว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจอะไรผิด เมื่อเช้าเขาเป็นคนมาส่งเธอที่คอนโด เพราะเธอบอกว่าปวดหัว อยากนอนพัก และจะเริ่มเก็บของ เพื่อย้ายไปอยู่คอนโดของเขา ขาเรียวยาวก้าวอย่างมั่นคงไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิท มือหนาจับลูกบิดหมุนออก ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องนอน ภายในห้องก็เงียบและมืดสนิทไม่ต่างกันกับด้านนอก เขากำลังจะกดสวิตช์ไฟเพื่อเปิด แต่ทว่าได้ยินเสียงหวานของเจ้าของห้องดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลังของเขาเสียก่อน "อย่าเปิดนะ" ยอมรับว่าเขาสะดุ้งตกใจในช่วงแรก แต่ก็ถูกความวาบหวามจากฝ่ามือเล็กที่กำลังลูบไล้แผงอกแกร่งของเขาจากด้านหลัง ลำตัวด้านหน้าของเธอแนบสนิทไปกับแผ่นหลังกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอม ของเธอลอยขึ้นแตะจมูก จนกลืนกินความรู้สึกตกใจไปจนหมดสิ้น "เล่นอะไร หืม?" คนตัวเล็กด้านหลังยิ้มกริ่มในค
เวลาต่อมา รถคันหรูจอดที่โรงรถของบ้านพ่อแม่ของนับหนึ่ง สกายนั้นมีท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้เกร็งเหมือนตอนที่เธอไปเจอพ่อแม่เขาก่อนหน้านี้ “ไหนบอกว่าความรู้สึกไม่เหมือนกันไง” “ก็ไม่เหมือน แต่คิดว่ายังไงก็ต้องเจอกัน เรื่องแบบนี้มันหนีกันไม่พ้นหรอก” เขาดึงมือเธอมาจับเอาไว้ และเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ในขณะที่นับหนึ่งได้แต่ภาวนาให้คนเป็นพ่อ ไม่พูดอะไรที่ทำให้สกายลำบากใจ “มากันแล้วเหรอลูก”ธนิดาคนเป็นแม่ เดินออกมาต้อนรับลูกสาวคนเล็ก ที่เดินควงคู่กันมากับแฟนหนุ่ม เธอยิ้มดีใจอย่างไม่คิดปิดบัง มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่ลูกสาวของเธอมีผู้ชายที่เพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง เข้ามาดูแล “สวัสดีครับ”สกายยกมือไหว้ผู้อาวุโส ก่อนจะเดินตามเข้ามาในห้องรับแขก เห็นหน้าก้องภพ พ่อของนับหนึ่งที่เขาเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง ก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “นั่งลงสิ” ช่วงแรกคนตัวสูงก็ยอมรับว่าเกร็งเหมือนกัน ที่จะต้องพูดคุยกันในฐานะอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องงานเหมือนที่บริษัท แต่ทว่าก็แค่เพียงช่วงแรก เพราะหลังจากที่ย้ายมาพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศทุกอย่างก็ดีขึ้นมาก รวมถึงนับหนึ่งที่คลายความกังวลทุกอย่าง
"ทำไมนับหนึ่งถึงมานั่งเมากับรุ่นพี่ในแผนกบริษัทมึงได้ว่ะ" คีรินยิงคำถามใส่เขาทันที ที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ สายตาของเขาตอนนี้ จ้องมองไปยังร่างเล็กที่ยกแก้วขึ้นดื่มไม่พัก มองดูก็รู้ว่าเธอเริ่มเมาแล้ว "มึงคิดว่าไง?" "ก็คิดว่าที่เขากลับมาทำงานที่นี่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันมีอะไรแอบแฝงอยู่" "สัด!!! มึ
เขาทำเสียงออดอ้อน ขยับตัวเข้าหาเธอมากขึ้น จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียว "ขอดูดนิดเดียวเองนะ" นับหนึ่งลังเลใจเพียงนิด ก่อนจะดึงผ้าห่มออกจากอกอวบ สกายที่เห็นแบบนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนทับตักเล็กของเธอ เหมือนท่าที่แม่กำลังให้นมลูก เขาจับเต้าอวบของเธอ อ้าปากอมส่วนจุดยอดเข้าไปดูดเม้มแรง "อ่ะ ยะ อย่าดูดแรง"
เสียงอ้อนของเขาปลุกกระตุ้นเธออีกหน วางสายตาเอาไว้ที่อวัยวะตั้งลำตรงหน้า ความใหญ่ยาวของมันทำให้เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะยกมือเล็กสั่นเทาขึ้นประคองปลายโคนของเขาไว้ ความลังเลใจเพราะไม่เคยทำในขณะที่สติสัมปชัญญะครบถ้วนแบบนี้ ถูกกลืนหายไปทันที ก่อนจะเริ่มด้วยการแลบลิ้นเลียส่วนหัวแดงก่ำ จินตนา
นับหนึ่งรอไม่นาน ใยไหมก็มาถึงคอนโด เพื่อนไม่ได้รอให้เธอเปิดประตูให้ แต่กลับแตะคีย์การ์ดเข้ามาเอง เข้ามายืนมองเธออยู่ที่หน้าโซฟาตัวยาว ที่เธอกำลังนอนเหม่ออยู่ตอนนี้ "มึงจะเกลียดกูไหม ถ้ารู้ว่ากูทำตัวไม่ดี ทำผิดศีลธรรม" "คนเรามันก็เคยทำผิดศีลด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่มึงน่าจะผิดข้อห้าหนักสุด นอกนั้นกู

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





