เข้าสู่ระบบเมื่อสองสาวมายืนอยู่ตรงหน้าของร่างสูงโดยเพื่อนของเขาอีกสองคนยืนอยู่ข้างละคน ริชาไม่รอช้าใช้ความแรดเอ่ยทักทายไปยังเจ้าของใบหน้าหล่อที่มีสีหน้านิ่งอยู่
"สวัสดีค่ะพี่สรัน เจอกันอีกแล้วนะคะ" ริชาเอ่ยทักทายด้วยใบหน้าแป้นแล้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำเอาสรันลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนเพื่อนของเขาอีกสองคนก็ยิ้มมองมาทางเธอ พวกเขาชินเสียแล้วกับการที่มีผู้หญิงเข้าหาเพื่อนของพวกเขา "พี่สรันกินข้าวเที่ยงหรือยังคะ ถ้ายังหนูขอไปกินพร้อมพี่นะคะ" ริชายังคงใช้ความแรดบวกกับความหน้าด้านเอ่ยปากชวน ผิดกับนาลินที่ตอนนี้อยากจะหายตัวออกไปจากตรงนี้เสียให้ได้ แต่ริชาก็จับมือเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "นะคะพี่สรัน ให้เกียรติพวกเราสองคนได้กินข้าวพร้อมพี่สักครั้งนะคะ" ริชาใช้น้ำเสียงและสายตาอ้อนวอนอย่างสุดความสามารถ สรันที่ทนไม่ไหวจึงหันกลับมามองพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันไม่ชอบพวกแรด ทีหลังอย่ามาเข้าใกล้ฉันอีก จำเอาไว้" สรันเอ่ยพลางจ้องมองมายังริชาและนาลินซึ่งก้มหน้าอยู่จนคางเรียวฝังอยู่กลางหว่างอก ก่อนเจ้าของเรียวขายาวจะก้าวขาเดินออกไปอย่างไม่แยแส หลังจากที่ชายหนุ่มออกไปจากตรงนั้นแล้ว นาลินที่ก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับริชาที่ยังมองตามหลังสรันซึ่งเดินออกไปไกลแล้ว "เธอไม่น่าลากเรามาด้วยเลยริชา เขาหาว่าเราแรดไปด้วยเลยเห็นไหม" "เหอะน่า เธออย่าคิดมากสิ เธอรู้อยู่แก่ใจดีว่าเธอไม่ได้แรดอย่างที่เขาว่าสักหน่อย และเขาก็จำหน้าเธอไม่ได้ด้วย เธออย่าไปใส่ใจเลยนาลิน" "งั้นก็ไปกินข้าวกันเถอะริชา เราหิวแล้ว" "อืมไปกันเถอะ" จากนั้น สองสาวก็พากันไปยังโรงอาหารที่อยู่ไม่ไกล โรงอาหาร เมื่อสองสาวเข้ามาภายในโรงอาหารก็บังเอิญเจอกับสรันที่นั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อน ริชาที่เห็นแบบนั้นจึงรีบไปซื้อข้าวมานั่งโต๊ะข้างๆที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ ก่อนที่นาลินจะพูดออกมา "เราไปหาโต๊ะอื่นนั่งกันเถอะริชา เราไม่อยากนั่งโต๊ะนี้เลย" "เธออย่ากลัวเกินเหตุไปเลยนาลิน แค่นั่งโต๊ะข้างๆเขาเอง ไม่ได้ไปนั่งโต๊ะเดียวกับพี่สรันเขาสักหน่อย" ว่าแล้ว นาลินก็วางจานข้าวลงบนโต๊ะ ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆริชาและจัดการกินข้าวไป ส่วนริชานั้นหันไปมองแต่สรันไม่วางตา ข้าวแทบจะไม่ได้กิน เพราะมัวแต่มองเจ้าของร่างสูงที่นั่งหล่ออยู่โต๊ะข้างๆ หลังจากที่สรันกับเพื่อนทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสามหนุ่มก็ลุกออกไป ก่อนที่ริชากับนาลินจะลุกและก้าวตามหลังไปติดๆ "เธอเดินไปคนเดียวเถอะริชา เราไม่อยากไปกับเธอแล้ว" "ตามใจเธอแล้วกัน" ว่าจบ นาลินก็ปลีกตัวไปอีกทาง เพราะไม่อยากเดินไปกับริชาที่มัวแต่ตามตื๊อผู้ชายเป็นบ้าเป็นหลัง เมื่อถึงเวลาเรียนในช่วงบ่าย นาลินก็เข้ามานั่งในห้องเรียนก่อนเวลา จากนั้นไม่กี่นาทีริชาก็เข้าห้องเรียนมา ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆเธอ "เฮ้อ...ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ" ริชาถอนหายใจอย่างทดท้อใจพลางเอ่ย "เจ็บใจอะไรอีกล่ะริชา" นาลินหันถามริชาที่ทำสีหน้าเบื่อหน่ายอยู่ "เจ็บใจที่พี่สรันเขาไม่สนใจฉันเลย ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ใช่คนขี้เหร่เลยสักนิด" "เธอก็อย่าไปสนใจเขาสิ มีคนอื่นตั้งเยอะแยะนะริชาที่ไม่ใช่พี่สรันอะไรนั่น" "แต่คนอื่นฉันไม่เคยรู้สึกชอบเหมือนกับที่ชอบพี่สรันเลยนิ แค่ฉันเห็นพี่สรันอยู่ไกลๆ น้ำในช่องคลอดฉันก็เดินแล้วละ" "ริชา! เธอพูดอะไรออกมาน่ะ น่าเกลียด เดี๋ยวคนอื่นก็มาได้ยินหรอก" นาลินพูดปรามริชาที่พูดคำที่ไม่ควรพูดออกมา "ได้ยินก็ได้ยินไปสิ ใครๆก็ต้องเอากันทั้งนั้นแหละ" "เราไม่พูดกับเธอแล้วดีกว่า ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ" พูดจบ นาลินก็ส่ายหน้าเอือมระอาแล้วหันไปมองยังหน้าห้องเรียน เพราะไม่อยากจะพูดต่อเดี๋ยวจะไม่จบคอนโด ด้วยความที่สรันโหยหาคนตัวเล็กมานาน เมื่อประตูคอนโดปิดลงสรันก็จัดการถอดชุดเดรสของนาลินออกไปจนร่างของเธอเปลือยเปล่า "จะทำเลยเหรอคะพี่สรัน" "อืม yedก่อนแล้วค่อยคุยกัน" ว่าจบ สรันก็อุ้มร่างสวยที่ไร้เสื้อผ้าปกปิดเข้าไปในห้องนอนแล้ววางลงบนเตียง เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าสวย เลื่อนลงมามองสองเต้าอวบอิ่ม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินเนื้ออวบสวยเกลี้ยงเกลาที่เขาหลงใหลคลั่งไคล้ สรันอดใจยังไม่ดูดเลียเนินเนื้อนูนก่อน เขาโน้มตัวลงไปจุมพิตริมฝีปากสีหวาน ขบเม้มเบาๆทั้งกลีบปากบนและกลีบปากล่างอย่างนุ่มนวล เรียวลิ้นหนาแทรกเข้าไปยังโพรงปากหอมหวานก่อนจะตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นเล็กและสอดประสานกันอย่างเมามันจนทั้งคู่ส่งเสียงครางออกมา "อื้ม..." "อื้ม..." มือใหญ่คอยฟอนเฟ้นสองเต้ากลมกลึงสลับเปลี่ยนไปมา โดยนาลินเองก็แอ่นอกเข้าหามือสากด้วยความต้องการ เรียวปากหนาถอนจูบออกมาจากเรียวปากสีหวานของนาลินพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นขาวเนียนสลับไปมาทั้งสองข้าง สรันค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาโดยลิ้นหนาสัมผัสผิวกายนวลเนียนลงมาเรื่อยๆจนถึงสองเต้าอวบใหญ่ ริมฝีปากหยักได้ร
"เชิญนั่งก่อนสิคะพี่สรัน พี่สรันมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ" หลังจากหายจากอาการตกใจแล้ว ริชาก็ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี จากนั้นสรันก็นั่งลง ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ "นาลินมาที่นี่หรือเปล่า" "ไม่ได้มาค่ะ" "แล้วนาลินได้โทรมาหาเธอหรือเปล่า" "หนูกับนาลินไม่ได้ติดต่อกันมาสามวันแล้วค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะพี่สรัน" "นาลินไม่ได้อยู่ที่คอนโด ฉันโทรหานาลินเท่าไหร่ก็โทรไม่ติด ฉันไปหานาลินที่บ้านแต่นาลินไม่ได้อยู่ที่บ้าน เธอพอจะรู้ไหมว่านาลินจะไปไหนได้บ้าง" "หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะพี่สรัน" "อืม งั้นฉันกลับก่อนนะ" พูดจบ สรันก็ลุกออกจากโซฟาแล้วทำท่าจะก้าวออกไป ทว่า "เดี๋ยวก่อนค่ะพี่สรัน" "มีอะไร" สรันหันถามพลางขมวดคิ้วนึกสงสัย "เมื่อสามปีก่อนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนของหนูเองค่ะ ด้วยความเอาแต่ใจของหนู หนูจึงขู่และบังคับให้นาลินไปขอพี่สรันเป็นแฟน นาลินมีหนี้ที่พ่อยืมไว้ และนาลินต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน แล้วอยู่ๆเจ้าหนี้บังคับให้นาลินจ่ายทั้งต้นทั้งดอกภายในสามวัน รวมแล้วก็สองแสนบาท ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะยึดบ้านของนาลิน พอหนูรู้หนูจึงให้นาลินยืมเงินไปจ่ายหนี้ก่อน พอหลังจากนั้นหนูก็บังคับ
หกเดือนต่อมา ครบกำหนดเวลาหกเดือนแล้วที่นาลินมาอยู่กับสรัน และสามเดือนเต็มกับการที่สรันทำดีกับนาลิน เขาพาเธอออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ เขาเอาอกเอาใจเธอสารพัดหวังให้เธอกลับมาเชื่อใจเขาอีกครั้ง แต่ทว่านาลินก็ยังมีท่าทีกับเขาเหมือนเดิมคือเธอจะไม่พูดกับเขาก่อน ต้องให้เขาพูดหรือถามก่อนเธอถึงจะพูดด้วย เนื่องจากว่าความรู้สึกที่เสียไปแล้วนั้นกว่าจะให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มันไม่ง่ายเลย เธอพยายามทำใจให้ลืม แต่คำพูดของเขานั้นมันก็แวบเข้ามาในหัวเธอเป็นระยะๆจนทำให้ความรู้สึกของเธอดรอปลงทุกทีเมื่อคำพูดที่เขาเคยต่อว่าเธอย้อนเข้ามาในสมอง สรันเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนแล้วเข้าไปสวมกอดร่างบอบบางของนาลินที่กำลังดึงผ้าปูที่นอนให้เรียบตึงอยู่ พร้อมกับหอมแก้มนุ่มๆไปหนึ่งที หมับ! ฟอดด "อุ๊ย! คุณสรัน" นาลินที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ถึงกับตกใจเมื่อคนตัวสูงกอดและหอมแก้มของเธอจากทางด้านหลัง ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเขากอดและหอมแก้มเธอทุกวัน ก่อนออกไปทำงานตอนเช้าเขาจะกอดและหอมแก้มเธอทุกครั้ง พอกลับมาตอนเย็นเขาก็กอดและหอมแก้มเธออีก และรวมไปถึงก่อนนอนด้วย นาลินคิดในใจว่าเขาไม่เบื่อบ้างหรือไง "เมียใครหอมจังครับ" "ไม่รู้
ตอนเย็น เมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องมา ก่อนจะพากันไปขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของสรัน ย้อนกลับไปเมื่อตอนเที่ยง ตู๊ด~ 'ว่าไงลูก' 'วันนี้ตอนเย็นผมจะเข้าไปกินข้าวที่บ้านนะครับ' 'ลูกจะพาหนูพลอยใสมาด้วยใช่ไหม' 'ไม่ใช่พลอยใสครับ แต่เป็นแฟนของผมหรือลูกสะใภ้ของพ่อกับแม่นั่นแหละ เธอชื่อนาลินครับ' 'ลูกมีแฟนแล้วเหรอ แล้วมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ถึงไม่เคยรู้เลย' 'แม่จะรู้ได้ยังไงล่ะครับก็ในเมื่อผมยังไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย' 'แล้วหนูพลอยใสล่ะ' 'พลอยใสเป็นได้แค่เลขาของผมเท่านั้นแหละครับแม่ เป็นมากกว่านั้นไม่ได้หรอก' 'อ๋อ ถ้าอย่างนั้นแม่จะเตรียมอาหารไว้ต้อนรับลูกสะใภ้ก็แล้วกันนะลูก' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่ เอาไว้ตอนเย็นเจอกัน แม่ช่วยโทรไปบอกพ่อให้ด้วยนะครับ" 'ได้ๆ เดี๋ยวแม่จะโทรไปบอกพ่อว่าตอนเย็นให้รีบกลับบ้านมารอต้อนรับลูกสะใภ้' 'ครับแม่ งั้นผมวางสายแล้วนะครับ' บ้านสรัน ทันทีที่รถหรูของสรันเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหลังใหญ่ นาลินที่นั่งอยู่เบาะข้างก็หันถามเขาทันที และเธอรู้ว่าที่นี่คงเป็นบ้านของเขาถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยมาก็ตาม "ไหนคุณบอกว่าจะพานาลินไปกินข้าวไงคะ แล้ว
สี่เดือนต่อมา เป็นเวลาสี่เดือนแล้วที่นาลินมาอยู่กับสรัน โดยหนึ่งเดือนให้หลังมานี้สรันจะเข้ามานอนกับนาลินทุกคืนและกอดเธอทุกคืน ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เขาดูเปลี่ยนไปมาก เขาไม่พูดจาร้ายๆใส่เธอเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน เขาเข้าครัวทำอาหารเองทุกวันก่อนออกไปทำงาน ทว่านาลินก็ยังไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เขาทำ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอเขาที่โรงพยาบาลแล้วพาเธอมาที่นี่ เธอยังจำได้ดีว่าเขาทำอะไรกับเธอบ้าง รวมไปถึงคำพูดของเขาที่เสียดแทงหัวใจเธอมาตลอดสามเดือน ช่วงแรกๆเธอก็พอจะทำใจได้บ้างเพราะคิดว่าตัวเองเคยทำร้ายจิตใจเขามาก่อนเธอจึงทนให้เขาว่า แต่พอหลังๆมาคำพูดของเขาดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนเธอรู้สึกว่าใจเธอรับไม่ไหวแล้ว อย่าคิดว่าแค่มาทำดีกับเธอแค่เดือนเดียวแล้วเธอจะลืมได้ง่ายๆ เขาเป็นคนพูดไม่ได้จำและไม่ได้เจ็บเหมือนเธอ แต่เธอเป็นคนฟังยังจำได้ไม่เคยลืม พอนึกถึงคำที่เขาต่อว่าเธอทีไรหัวใจก็ยังมีความรู้สึกชาวาบขึ้นมาทุกที "ฉันไปทำงานก่อนนะ ตอนเย็นฉันจะรีบกลับมา" หลังจากที่ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วสรันก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมา เมื่อเห็นว่านาลินนั่งอยู่ในห้องรับแขก เรียวปากหยักสวยจึงเอ่ยบอ
20.50 น. สรันจำเป็นต้องหน้าด้านเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของนาลินอีกครั้ง จึงเห็นว่าเธอนอนดูโทรศัพท์อยู่บนเตียง นาลินที่เห็นร่างสูงเปิดประตูเข้ามาจึงวางโทรศัพท์ลง ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามออกไป "คุณจะเข้ามาทำไมอีกคะ" "คือ...ฉันจะเข้ามานอนกับเธอด้วย" "คุณมีอะไรกับนาลินมาห้าคืนแล้วนะคะ" "ฉันแค่เข้ามานอนเฉยๆ แต่ไม่ได้จะทำอะไรหรอก ขอนอนแบบเมื่อคืนไง" "นาลินอยากนอนคนเดียว" "ฉันขอนอนด้วยนะ" "ไม่" "เถอะนะ ฉันรู้สึกว่าฉันชอบนอนห้องนี้มากกว่าห้องโน้นซะอีก" "ผีเข้าหรือไง" "ฉันผีออกแล้วต่างหากล่ะ" เขาพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นาลินเห็นในรอบสามเดือนที่อยู่กับเขา แต่อย่านึกนะว่าแค่ยิ้มให้แล้วเธอจะญาติดีด้วย พูดทำร้ายจิตใจเธอมาตั้งเท่าไหร่ มายิ้มให้แค่นี้คิดว่าเธอจะดีใจเหรอ ไม่หรอกอย่าพยายามเลย "ถ้าคุณอยากนอนห้องนี้คุณก็นอนไป แต่นาลินไม่อยากนอนกับคุณ" พูดจบ นาลินก็หยิบหมอนกับผ้าห่มเพื่อไปนอนบนโซฟาในห้องรับแขก "เธอจะไปนอนที่ไหน" "ห้องรับแขกค่ะ" "งั้นฉันจะไปนอนห้องรับแขกกับเธอด้วย" "คุณบ้าไปแล้วเหรอคุณสรัน ทำไมอยู่ๆถึงได้มาทำตัวติดนาลินแบบนี้" "ฉันหายบ้าแล้วต่างหากล่ะ" "จะบ
ห้างสรรพสินค้า เมื่อสองสาวเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า ริชาจึงหันไปพูดกับนาลินที่เดินอยู่ข้างตัวเอง "ฉันอยากไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยไปช้อปปิ้งกัน" "เอางั้นก็ได้ แล้วเธออยากกินอะไรล่ะ" นาลินถาม "วันนี้ฉันอยากกินสเต็กน่ะ" "งั้นก็ไปร้านสเต็กกัน" จากนั้น สองสาวก็พากันไปยังร้านสเต็กที่อยู่ชั้นถัดไป เมื
สองเดือนต่อมา เป็นเวลาสองเดือนแล้วที่นาลินมาอยู่กับสรัน ในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมานี้สรันก็ยังมีท่าทีมึนตึงกับเธอเหมือนเดิม ไม่เคยมีรอยยิ้มให้เธอเหมือนตอนที่เป็นแฟนปลอมกัน เขาจะเข้ามามีอะไรกับเธอติดต่อกันสามวันและหยุดหนึ่งวัน หรือบางทีก็ติดต่อกันสี่วันรวดก็มี พอเสร็จเรื่องนั้นเขาก็กลับไปนอนห้องข
ตอนเที่ยง แกร่ก! ภูเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของสรันพร้อมพูดแซว "สวัสดีครับว่าที่ท่านประธาน" "มาทำไม" สรันแซวเล่นกลับไป "คิดถึงมึงก็เลยมาหา" ว่าแล้ว ภูก็ทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟาตัวหรูที่วางอยู่ไม่ไกลกับโต๊ะทำงานของสรัน "มึงกินข้าวมายัง" "ยัง กูกะว่าจะชวนมึงออกไปกินอยู่นี่แหละ แต่มึงเป็นคนจ่ายตัง
หกเดือนต่อมา มหาวิทยาลัย ตอนเย็น เป็นเวลาหกเดือนแล้วที่สรันกับนาลินอาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกัน ตอนนี้สรันก็เรียนจบแล้ว ส่วนนาลินนั้นก็จบปีหนึ่งแล้วเหมือนกัน และมันถึงเวลาแล้วที่นาลินจะต้องบอกเลิกสรัน "วันนี้แล้วสินะที่เธอจะต้องบอกเลิกกับพี่สรัน" ริชาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนกับนาลินเอ่ยขึ้น "อือ"







