LOGINบ้านนาลิน ตอนเย็น
เมื่อนาลินกลับมาถึงบ้านก็เห็นลูกน้องของเจ้าหนี้มารออยู่หน้าบ้าน และพวกเขามากันสามคน "สวัสดีค่ะพี่ พวกพี่มาทำไมเหรอคะ" "คุณโสมให้มาทวงหนี้" "ทวงหนี้? ฉันเพิ่งจ่ายดอกเบี้ยไปเมื่อไม่กี่วันนี้เองนะคะ" "คุณโสมต้องการเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกภายในสามวัน รวมทั้งหมดสองแสนบาท ถ้าเธอไม่สามารถนำเงินมาคืนคุณโสมได้ เธอก็ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้เลย" "เจ้านายพี่จะยึดบ้านฉันเหรอ" "ใช่" "ฉันขอเวลาสักสองเดือนได้ไหมคะ ถ้าสามวันฉันคงหาไม่ทัน" ขอต่อรองไว้ก่อน เผื่อว่าอาจจะมีช่องทางหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ "คุณโสมขีดเสันตายเอาไว้ว่าภายในสามวันเท่านั้น งั้นพวกฉันไปก่อนนะ เพราะจะไปทวงหนี้บ้านอื่นต่อ" ว่าแล้ว ชายทั้งสามคนก็พากันไปขึ้นรถและขับออกไป ปล่อยให้นาลินยืนอยู่ด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ ในสมองตื้อตันไปหมด ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนตั้งสองแสนในเวลาจิมจวนแบบนี้ วันต่อมา ด้วยความที่เมื่อคืนเครียดและคิดไม่ตกว่าจะหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ยังไง วันนี้นาลินจึงไม่ไปเรียน ดังนั้นเธอจึงโทรไปบอกริชา ตู๊ด~ 'ว่าไงย่ะ' 'ริชาวันนี้เราไม่ไปเรียนนะ' พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด 'เธอเป็นอะไรนาลิน ไม่สบายเหรอ' 'คือเรามีเรื่องให้เครียดน่ะ ก็เลยไม่อยากไปเรียน เพราะถึงไปเรียนก็ไม่เข้าสมองแน่ และเราก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปเรียนด้วย' 'เธอเครียดเรื่องอะไรนาลินบอกฉันมา เผื่อฉันอาจจะช่วยแก้ปัญหาให้เธอได้' 'เมื่อวานเจ้าหนี้มาทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน' 'เธอไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยให้เขาเหรอ' 'เราจ่ายทุกเดือน แต่เมื่อวานเขาบอกว่าให้เราคืนทั้งต้นทั้งดอก' 'เท่าไหร่นาลิน' 'สองแสนบาท' '...' ริชาเงียบไปพร้อมกับใช้ความคิด 'ริชาทำไมถึงเงียบไปล่ะ' 'อ อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก' 'งั้นแค่นี้ก่อนนะริชา' 'เดี๋ยวอย่าเพิ่งวาง' 'ทำไมเหรอริชา' 'ฉันจะให้เธอยืมเงินไปจ่ายหนี้ทั้งหมด' 'ฮะ! เธอว่าอะไรนะ เธอจะให้เรายืมเงินตั้งสองแสนบาทงั้นเหรอ' 'ก็ใช่น่ะสิ เพื่อนเดือดร้อนฉันก็ต้องช่วยสิ' 'แต่เงินมันเยอะนะริชา' 'เยอะสำหรับเธอแต่มันน้อยสำหรับฉัน วันเดียวฉันช้อปปิ้งหมดไปมากกว่าสองแสนอีก' 'เรารู้ริชา แต่...' 'เดี๋ยวฉันจะโอนเงินสองแสนให้เธอไปจ่ายหนี้วันนี้เลย เธอจะได้ไม่ต้องเครียดตายไปซะก่อน ถ้าเธอตายไปฉันก็ไม่มีเพื่อนคบ เพราะคนที่คบฉันและจริงใจกับฉันก็มีแต่เธอเท่านั้นแหละ' 'ขอบใจเธอมากนะริชาที่ช่วยเรา' 'ไม่เป็นไร เอาเงินไปจ่ายหนี้ก่อน เดี๋ยวฉันจะบอกเธอว่าจะให้เธอช่วยฉันยังไง' 'ได้ๆ เรายินดีช่วยเธอ' 'เธอจะช่วยฉันได้ทุกอย่างตามที่ฉันขอใช่ไหมนาลิน' 'ใช่ๆ เธออยากให้เราช่วยอะไรก็บอกได้เลย เราพร้อมจะช่วยเธอ' 'โอเค งั้นฉันจะโอนเงินให้เธอเดี๋ยวนี้เลย ฉันวางสายแล้วนะนาลิน' จากนั้น นาลินก็กดวางสาย ก่อนจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าสองแสนบาทจากริชา หลังจากที่นาลินเข้าเช็กยอดเงิน เธอจึงโทรไปหาเจ้าหนี้และจัดการโอนเงินไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนก็ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง มหาวิทยาลัย วันต่อมา "เป็นไงล่ะ พอหมดหนี้ก็โล่งเลยล่ะสิ" ริชาเอ่ยขึ้นเมื่อหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆนาลิน "ใช่ รู้สึกโล่งมากๆเลย เราต้องขอบใจเธออีกครั้งนะริชาที่ช่วยเรา เราจะไม่ลืมบุญคุณของเธอเลยริชา" "อีกไม่กี่วันเธอได้ตอบแทนบุญคุณฉันแน่นาลิน" ริชาเอ่ยพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยน์ "ว่าแต่เธอมีอะไรให้เราช่วยเหรอ" "พักเที่ยงฉันจะบอกเธอเองว่าเธอจะช่วยฉันยังไง" ริชาตอบพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ จนทำเอานาลินนึกตงิดใจ ก่อนอาจารย์จะก้าวเข้ามาอยู่หน้าห้องเรียน ดังนั้นเธอจึงหันไปสนใจอาจารย์ที่เริ่มทำการสอนคอนโด ด้วยความที่สรันโหยหาคนตัวเล็กมานาน เมื่อประตูคอนโดปิดลงสรันก็จัดการถอดชุดเดรสของนาลินออกไปจนร่างของเธอเปลือยเปล่า "จะทำเลยเหรอคะพี่สรัน" "อืม yedก่อนแล้วค่อยคุยกัน" ว่าจบ สรันก็อุ้มร่างสวยที่ไร้เสื้อผ้าปกปิดเข้าไปในห้องนอนแล้ววางลงบนเตียง เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าสวย เลื่อนลงมามองสองเต้าอวบอิ่ม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินเนื้ออวบสวยเกลี้ยงเกลาที่เขาหลงใหลคลั่งไคล้ สรันอดใจยังไม่ดูดเลียเนินเนื้อนูนก่อน เขาโน้มตัวลงไปจุมพิตริมฝีปากสีหวาน ขบเม้มเบาๆทั้งกลีบปากบนและกลีบปากล่างอย่างนุ่มนวล เรียวลิ้นหนาแทรกเข้าไปยังโพรงปากหอมหวานก่อนจะตวัดพันเกี่ยวกับลิ้นเล็กและสอดประสานกันอย่างเมามันจนทั้งคู่ส่งเสียงครางออกมา "อื้ม..." "อื้ม..." มือใหญ่คอยฟอนเฟ้นสองเต้ากลมกลึงสลับเปลี่ยนไปมา โดยนาลินเองก็แอ่นอกเข้าหามือสากด้วยความต้องการ เรียวปากหนาถอนจูบออกมาจากเรียวปากสีหวานของนาลินพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นขาวเนียนสลับไปมาทั้งสองข้าง สรันค่อยๆเคลื่อนตัวลงมาโดยลิ้นหนาสัมผัสผิวกายนวลเนียนลงมาเรื่อยๆจนถึงสองเต้าอวบใหญ่ ริมฝีปากหยักได้ร
"เชิญนั่งก่อนสิคะพี่สรัน พี่สรันมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ" หลังจากหายจากอาการตกใจแล้ว ริชาก็ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี จากนั้นสรันก็นั่งลง ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ "นาลินมาที่นี่หรือเปล่า" "ไม่ได้มาค่ะ" "แล้วนาลินได้โทรมาหาเธอหรือเปล่า" "หนูกับนาลินไม่ได้ติดต่อกันมาสามวันแล้วค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะพี่สรัน" "นาลินไม่ได้อยู่ที่คอนโด ฉันโทรหานาลินเท่าไหร่ก็โทรไม่ติด ฉันไปหานาลินที่บ้านแต่นาลินไม่ได้อยู่ที่บ้าน เธอพอจะรู้ไหมว่านาลินจะไปไหนได้บ้าง" "หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะพี่สรัน" "อืม งั้นฉันกลับก่อนนะ" พูดจบ สรันก็ลุกออกจากโซฟาแล้วทำท่าจะก้าวออกไป ทว่า "เดี๋ยวก่อนค่ะพี่สรัน" "มีอะไร" สรันหันถามพลางขมวดคิ้วนึกสงสัย "เมื่อสามปีก่อนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนของหนูเองค่ะ ด้วยความเอาแต่ใจของหนู หนูจึงขู่และบังคับให้นาลินไปขอพี่สรันเป็นแฟน นาลินมีหนี้ที่พ่อยืมไว้ และนาลินต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน แล้วอยู่ๆเจ้าหนี้บังคับให้นาลินจ่ายทั้งต้นทั้งดอกภายในสามวัน รวมแล้วก็สองแสนบาท ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะยึดบ้านของนาลิน พอหนูรู้หนูจึงให้นาลินยืมเงินไปจ่ายหนี้ก่อน พอหลังจากนั้นหนูก็บังคับ
หกเดือนต่อมา ครบกำหนดเวลาหกเดือนแล้วที่นาลินมาอยู่กับสรัน และสามเดือนเต็มกับการที่สรันทำดีกับนาลิน เขาพาเธอออกไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ เขาเอาอกเอาใจเธอสารพัดหวังให้เธอกลับมาเชื่อใจเขาอีกครั้ง แต่ทว่านาลินก็ยังมีท่าทีกับเขาเหมือนเดิมคือเธอจะไม่พูดกับเขาก่อน ต้องให้เขาพูดหรือถามก่อนเธอถึงจะพูดด้วย เนื่องจากว่าความรู้สึกที่เสียไปแล้วนั้นกว่าจะให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มันไม่ง่ายเลย เธอพยายามทำใจให้ลืม แต่คำพูดของเขานั้นมันก็แวบเข้ามาในหัวเธอเป็นระยะๆจนทำให้ความรู้สึกของเธอดรอปลงทุกทีเมื่อคำพูดที่เขาเคยต่อว่าเธอย้อนเข้ามาในสมอง สรันเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนแล้วเข้าไปสวมกอดร่างบอบบางของนาลินที่กำลังดึงผ้าปูที่นอนให้เรียบตึงอยู่ พร้อมกับหอมแก้มนุ่มๆไปหนึ่งที หมับ! ฟอดด "อุ๊ย! คุณสรัน" นาลินที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ถึงกับตกใจเมื่อคนตัวสูงกอดและหอมแก้มของเธอจากทางด้านหลัง ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเขากอดและหอมแก้มเธอทุกวัน ก่อนออกไปทำงานตอนเช้าเขาจะกอดและหอมแก้มเธอทุกครั้ง พอกลับมาตอนเย็นเขาก็กอดและหอมแก้มเธออีก และรวมไปถึงก่อนนอนด้วย นาลินคิดในใจว่าเขาไม่เบื่อบ้างหรือไง "เมียใครหอมจังครับ" "ไม่รู้
ตอนเย็น เมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องมา ก่อนจะพากันไปขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของสรัน ย้อนกลับไปเมื่อตอนเที่ยง ตู๊ด~ 'ว่าไงลูก' 'วันนี้ตอนเย็นผมจะเข้าไปกินข้าวที่บ้านนะครับ' 'ลูกจะพาหนูพลอยใสมาด้วยใช่ไหม' 'ไม่ใช่พลอยใสครับ แต่เป็นแฟนของผมหรือลูกสะใภ้ของพ่อกับแม่นั่นแหละ เธอชื่อนาลินครับ' 'ลูกมีแฟนแล้วเหรอ แล้วมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ถึงไม่เคยรู้เลย' 'แม่จะรู้ได้ยังไงล่ะครับก็ในเมื่อผมยังไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย' 'แล้วหนูพลอยใสล่ะ' 'พลอยใสเป็นได้แค่เลขาของผมเท่านั้นแหละครับแม่ เป็นมากกว่านั้นไม่ได้หรอก' 'อ๋อ ถ้าอย่างนั้นแม่จะเตรียมอาหารไว้ต้อนรับลูกสะใภ้ก็แล้วกันนะลูก' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่ เอาไว้ตอนเย็นเจอกัน แม่ช่วยโทรไปบอกพ่อให้ด้วยนะครับ" 'ได้ๆ เดี๋ยวแม่จะโทรไปบอกพ่อว่าตอนเย็นให้รีบกลับบ้านมารอต้อนรับลูกสะใภ้' 'ครับแม่ งั้นผมวางสายแล้วนะครับ' บ้านสรัน ทันทีที่รถหรูของสรันเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหลังใหญ่ นาลินที่นั่งอยู่เบาะข้างก็หันถามเขาทันที และเธอรู้ว่าที่นี่คงเป็นบ้านของเขาถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยมาก็ตาม "ไหนคุณบอกว่าจะพานาลินไปกินข้าวไงคะ แล้ว
สี่เดือนต่อมา เป็นเวลาสี่เดือนแล้วที่นาลินมาอยู่กับสรัน โดยหนึ่งเดือนให้หลังมานี้สรันจะเข้ามานอนกับนาลินทุกคืนและกอดเธอทุกคืน ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เขาดูเปลี่ยนไปมาก เขาไม่พูดจาร้ายๆใส่เธอเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน เขาเข้าครัวทำอาหารเองทุกวันก่อนออกไปทำงาน ทว่านาลินก็ยังไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เขาทำ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอเขาที่โรงพยาบาลแล้วพาเธอมาที่นี่ เธอยังจำได้ดีว่าเขาทำอะไรกับเธอบ้าง รวมไปถึงคำพูดของเขาที่เสียดแทงหัวใจเธอมาตลอดสามเดือน ช่วงแรกๆเธอก็พอจะทำใจได้บ้างเพราะคิดว่าตัวเองเคยทำร้ายจิตใจเขามาก่อนเธอจึงทนให้เขาว่า แต่พอหลังๆมาคำพูดของเขาดูจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนเธอรู้สึกว่าใจเธอรับไม่ไหวแล้ว อย่าคิดว่าแค่มาทำดีกับเธอแค่เดือนเดียวแล้วเธอจะลืมได้ง่ายๆ เขาเป็นคนพูดไม่ได้จำและไม่ได้เจ็บเหมือนเธอ แต่เธอเป็นคนฟังยังจำได้ไม่เคยลืม พอนึกถึงคำที่เขาต่อว่าเธอทีไรหัวใจก็ยังมีความรู้สึกชาวาบขึ้นมาทุกที "ฉันไปทำงานก่อนนะ ตอนเย็นฉันจะรีบกลับมา" หลังจากที่ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วสรันก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมา เมื่อเห็นว่านาลินนั่งอยู่ในห้องรับแขก เรียวปากหยักสวยจึงเอ่ยบอ
20.50 น. สรันจำเป็นต้องหน้าด้านเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของนาลินอีกครั้ง จึงเห็นว่าเธอนอนดูโทรศัพท์อยู่บนเตียง นาลินที่เห็นร่างสูงเปิดประตูเข้ามาจึงวางโทรศัพท์ลง ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยถามออกไป "คุณจะเข้ามาทำไมอีกคะ" "คือ...ฉันจะเข้ามานอนกับเธอด้วย" "คุณมีอะไรกับนาลินมาห้าคืนแล้วนะคะ" "ฉันแค่เข้ามานอนเฉยๆ แต่ไม่ได้จะทำอะไรหรอก ขอนอนแบบเมื่อคืนไง" "นาลินอยากนอนคนเดียว" "ฉันขอนอนด้วยนะ" "ไม่" "เถอะนะ ฉันรู้สึกว่าฉันชอบนอนห้องนี้มากกว่าห้องโน้นซะอีก" "ผีเข้าหรือไง" "ฉันผีออกแล้วต่างหากล่ะ" เขาพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นาลินเห็นในรอบสามเดือนที่อยู่กับเขา แต่อย่านึกนะว่าแค่ยิ้มให้แล้วเธอจะญาติดีด้วย พูดทำร้ายจิตใจเธอมาตั้งเท่าไหร่ มายิ้มให้แค่นี้คิดว่าเธอจะดีใจเหรอ ไม่หรอกอย่าพยายามเลย "ถ้าคุณอยากนอนห้องนี้คุณก็นอนไป แต่นาลินไม่อยากนอนกับคุณ" พูดจบ นาลินก็หยิบหมอนกับผ้าห่มเพื่อไปนอนบนโซฟาในห้องรับแขก "เธอจะไปนอนที่ไหน" "ห้องรับแขกค่ะ" "งั้นฉันจะไปนอนห้องรับแขกกับเธอด้วย" "คุณบ้าไปแล้วเหรอคุณสรัน ทำไมอยู่ๆถึงได้มาทำตัวติดนาลินแบบนี้" "ฉันหายบ้าแล้วต่างหากล่ะ" "จะบ
ห้างสรรพสินค้า เมื่อสองสาวเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า ริชาจึงหันไปพูดกับนาลินที่เดินอยู่ข้างตัวเอง "ฉันอยากไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยไปช้อปปิ้งกัน" "เอางั้นก็ได้ แล้วเธออยากกินอะไรล่ะ" นาลินถาม "วันนี้ฉันอยากกินสเต็กน่ะ" "งั้นก็ไปร้านสเต็กกัน" จากนั้น สองสาวก็พากันไปยังร้านสเต็กที่อยู่ชั้นถัดไป เมื
วันต่อมาวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ริชาไปรับนาลินที่บ้านแล้วมาเรียนพร้อมกัน รถหรูของริชาเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังลานจอดรถที่จอดประจำ ทันใดนั้นรถสปอร์ตคันหรูสีดำของสรันก็ขับเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยพอดี ริชาที่เห็นเช่นนั้นจึงหันบอกกับนาลินที่นั่งอยู่เบาะข้างทันที"รถพี่สรันมาโน่นแล้ว เธอรอพี่สรันอยู่ตรงนี้นะ
ตอนเที่ยงหลังจากที่นาลินกับริชารับประทานอาหารกันเสร็จแล้วก็พากันมานั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่มักจะนั่งกันประจำ ก่อนที่ริชาจะหันบอกกับนาลิน"เมื่อวานเธอรับปากว่าจะช่วยฉันใช่ไหมนาลิน""ใช่ แล้วเธอจะให้เราช่วยอะไรล่ะ" นาลินถามด้วยใบหน้าแช่มชื่นพร้อมที่จะช่วย"ฉันจะให้เธอไปตื๊อพี่สรันอย่างที่ฉันเคยทำ""ฮ
มหาวิทยาลัย วันต่อมาวันนี้ริชาขับรถไปรับนาลินที่บ้านแล้วมาเรียนพร้อมกัน ในขณะที่นาลินกับริชากำลังลงจากรถนั้น รถสปอร์ตหรูสีดำของสรันก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดพอดี ทันทีที่ริชาเห็นเธอจึงไม่รอช้ารีบแจ้นเข้าไปหาเขาทันทีเมื่อร่างสูงเปิดประตูรถออกมา โดยนาลินนั้นยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่กล้าเดินไปกับริชา เพราะกลั







