Masukเมื่อปลุกใจตัวเองเสร็จ มาลินก็สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำเดินออกมา
ทันทีที่เธอก้าวออกมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
สองหนุ่มฝาแฝดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเช่นกัน เดือนหนาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเว้าแขนลึกโชว์มัดกล้ามไหล่และแขนขาวผ่อง กางเกงวอร์มขายาวเอวต่ำที่เกาะหมิ่นเหม่ตรงสะโพกสอบ ส่วนดาวเหนือถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดรัดรูปสีดำกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นกล้ามขาแข็งแรง
สายตาสองคู่หันมาจ้องมองมาลินเป็นตาเดียว
เดือนหนาวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักพรวด ไอคอกแคกออกมา ส่วนดาวเหนือที่กำลังเช็ดแว่นอยู่มือชะงักค้าง สายตาคมกริบไล่มองสำรวจร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบังความสนใจ
มาลินรีบยกแขนขึ้นกอดอกปิดบังหน้าท้องอย่างประหม่า “มะ... มองอะไรกันเล่า! มันตลกมากเลยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วไงว่าเราอ้วน ใส่แบบนี้แล้วเหมือนแหนมป้าย่นเลย”
“ไม่เหมือนครับ...” ดาวเหนือพูดเสียงพร่า เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ราวกับเสือที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เหมือนซาลาเปา”
“หา นี่ด่าเราเหรอ!” มาลินหน้ามุ่ย
“เปล่าครับ” ดาวเหนือโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู กลิ่นหอมเย็นๆ ของโคโลญจน์ผู้ชายทำเอามาลินขนลุก “...หมายถึง ขาว นุ่ม น่า กิน ต่างหาก”
“ไอ้เหนือ อย่าเพิ่งใจร้อนสิวะ น้องกลัวหมดแล้ว” เดือนหนาวเดินเข้ามาสมทบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉาบอยู่บนใบหน้า เขาเอื้อมมือมาจับไหล่มาลินแล้วพาเดินไปที่ห้องกระจกอีกห้องหนึ่ง “ไปกันเถอะ พร้อมจะเบิร์นหรือยังคะ?”
มาลินเดินตัวเกร็งตามแรงชักจูงของสองหนุ่ม เข้าไปในห้องที่ดูเหมือนจะถูกดัดแปลงเป็นห้องออกกำลังกายขนาดย่อม มีเสื่อโยคะ ดัมเบล และลูกบอลลูกใหญ่ๆ วางอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้มาลินแปลกใจคือ...
กริ๊ก
เสียงล็อกประตูดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
มาลินหันขวับไปมองดาวเหนือที่ยืนพิงประตูที่เพิ่งลงกลอนเสร็จหมาดๆ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ “เอ่อ... เหนือ ล็อกประตูทำไมอะ?”
“กันเสียงรบกวนครับ” ดาวเหนือตอบหน้าตาย ขยับแว่นให้เข้าที่ “การฝึกสมาธิสำคัญมาก เสียงรบกวนจากข้างนอกจะทำให้หลินว่อกแว่ก”
“แต่ห้องนี้มันก็เงียบอยู่แล้วนะ ชั้นนี้ไม่มีคนอื่นอยู่แล้วนี่” มาลินแย้งเสียงอ่อย เริ่มรู้สึกถึงรังสีแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากแฝดทั้งสอง
เดือนหนาวเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ สัมผัสอุ่นร้อนจากแผงอกกว้างแนบชิดแผ่นหลังบางๆ ของเธอ มือหนาค่อยๆ เลื่อนมาจับที่เอวนุ่มนิ่มของมาลิน เบาๆ แต่หนักแน่น
“อย่าถามเยอะสิคะ” เดือนหนาวกระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนมาลินสะดุ้งเฮือก “...เรามาเริ่มวอร์มอัพกันดีกว่า”
“วอร์มอัพต้องวิ่งเหยาะๆ ใช่ไหม?” มาลินถามตะกุกตะกัก พยายามขยับตัวหนีแต่ก็ติดอ้อมแขนแกร่ง
“ไม่ครับ นั่นมันวิธีเก่า” ดาวเหนือเดินเข้ามาประชิดตัวเธอจากด้านหน้า ทำให้ตอนนี้มาลินตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของแฝดนรกโดยสมบูรณ์ สายตาของเขาจ้องมองไปที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมตามจังหวะการหายใจแรงของเธอ “สูตรของพวกพี่ ต้องวอร์มจาก ข้างใน ก่อน”
“ขะ... ข้างใน?” มาลินทวนคำอย่างงุนงง สมองประมวลผลไม่ทัน
เดือนหนาวหัวเราะในลำคอ มือข้างหนึ่งเลื่อนจากเอวลงมาวางแหมะบนหน้าท้องนุ่มนิ่ม ลูบวนเบาๆ รอบสะดือ จนมาลินต้องแขม่วท้องหนีด้วยความจั๊กจี้ปนเสียววูบวาบ
“ใช่ค่ะ วอร์มให้เลือดลมสูบฉีด...” เดือนหนาวก้มลงกดจูบเบาๆ ที่ลาดไหล่เนียน “และให้ร่างกาย ร้อน จนพร้อมสำหรับการใช้งานหนัก”
มาลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองหน้าดาวเหนือที่ยิ้มมุมปากนิดๆ และเดือนหนาวที่กำลังซุกไซ้ซอกคอเธออยู่ ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้คอร์สลดน้ำหนักนี้จะทำให้เธอผอม หรือจะทำให้เธอ ระทวย กันแน่
“งะ... งั้นเริ่มเลยไหม ท่าแรกทำยังไง” มาลินพยายามเบี่ยงประเด็น ทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่ขาเริ่มสั่นพั่บๆ ในเลกกิ้งรัดรูป
ดาวเหนือถอดแว่นตาออกวางไว้บนชั้นวางของ เผยให้เห็นแววตาดุดันที่ปราศจากสิ่งกั้นขวาง เขาเดินเข้ามาจับข้อมือทั้งสองข้างของมาลินตรึงไว้เหนือศีรษะแนบกับผนังห้องกระจก
“ท่าแรก...” ดาวเหนือกระซิบชิดริมฝีปากเธอ “เรียกว่าท่าตรวจสอบความยืดหยุ่นของลิ้นครับ”
วินาทีนั้น มาลินถึงได้รู้ตัวว่า เธอไม่ได้เดินเข้ายิม แต่เธอกำลังเดินเข้าปากเสือ (สองตัว) เต็มๆ!
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องออกกำลังกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆ แต่สำหรับมาลินแล้ว โลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพราะเธอจะเป็นลม!หลังจากผ่านช่วง ‘วอร์มอัพ’ ที่ทำเอาปากเจ่อและตัวอ่อนระทวยไปแล้ว ดาวเหนือ ผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยก็ประกาศลั่นว่าถึงเวลาของ ‘Leg Day’ หรือวันแห่งการบริหารขา ซึ่งเป็นวันที่มาลินเกลียดที่สุดในสามโลก รองจากวันที่ร้านชาบูบุฟเฟต์ปิดปรับปรุง“ยืนแยกขาออกกว้างเท่าหัวไหล่ครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม ขณะยืนกอดอกมองมาลินที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องมาลินในสภาพผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากกิจกรรมเมื่อครู่ ปอยผมสีน้ำตาลอ่อนตกลงมาคลอเคลียแก้มนวลที่แดงระเรื่อ เธอขยับขาตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะอยากทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นเย็นๆ ก็ตาม“แบบนี้เหรอ?” เธอถาม พลางกางขาออกกว้าง“กว้างไปครับ นั่นจะฝึกซูโม่แล้ว” เดือนหนาวที่นั่งเอกเขนกอยู่บนม้านั่งออกกำลังกายหัวเราะขำจนตาหยี เขาเท้าคางมองดูหญิงสาวตัวกลมด้วยสายตาเอ็นดู “ขยับเข้ามานิดนึง นั่นแหละ พอดี”“โอเค ทีนี้ย่อตัวลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้” ดาวเหนือสาธิตให้ดู เขาย่อตัวลงอย่างสวยงาม ห
“อย่าดื้อสิครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม พลางดันไหล่มาลินเบาๆ ให้เธอเซถอยหลังไปจนชนกับโซฟาเบดตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง “นั่งลง”มาลินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย ความนุ่มของเบาะหนังช่วยรองรับก้นงอนๆ ของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาคือชุดรัดรูปเจ้ากรรม พอนั่งปุ๊บ พุงกะทิน้อยๆ มันก็พับเป็นชั้นอย่างน่าเอ็นดู มาลินรีบคว้าหมอนอิงมาปิดพุงทันทีด้วยความเขินอาย“อย่าเอาหมอนปิด” เดือนหนาวดึงหมอนออกแล้วโยนไปให้พ้นทาง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเธอ แยกขาเธอออกเล็กน้อยแล้วแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางหว่างขาอวบอัด“เดือน! ทำอะไร ท่านี้น่าเกลียด” มาลินหนีบขาเข้าหากัน แต่ติดไหล่กว้างๆ ของเดือนหนาว“น่ารักออก” เดือนหนาวเงยหน้ามองเธอ ยิ้มจนตาหยี มือทั้งสองข้างวางแหมะลงบนต้นขาขาวๆ ของเธอ แล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ “ดูสิ ขาหมู... เอ้ย ขาหลินแน่นมาก กล้ามเนื้อ (ไขมัน) ทั้งนั้น ต้องนวดคลายเส้นก่อน”“ปากเสีย!” มาลินตีไหล่เดือนหนาวไปทีหนึ่ง “นี่เราอ้วนจนพวกแกต้องมานั่งบีบเล่นเป็นสไลม์เลยเหรอ”“ไม่ใช่อ้วน” ดาวเหนือเดินเข้ามานั่งซ้อนหลังมาลินบนโซฟา วงแขนแกร่งโอบรอบเอวเธอไว้หลวมๆ แล้วเกยคางไว้บนไหล่เธอ “เขาเรีย
บรรยากาศภายในห้องกระจกที่ถูกสมมติให้เป็น ‘ยิม’ ส่วนตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา แต่สำหรับมาลินแล้ว เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้คือเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นโครมครามราวกับกำลังรัวกลองชุดอยู่ในอก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ สวนทางกับอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนใบหน้าหวานเห่อร้อนไปหมดเบื้องหน้าของเธอคือดาวเหนือ แฝดผู้น้องที่ถอดแว่นตาทิ้งไปแล้ว เผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีเข้มที่ไร้ปราการขวางกั้น เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้เหนือศีรษะเธอ ส่วนอีกข้างวางทาบลงบนเอวคอดที่มีเนื้อปลิ้นนิดๆ ของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับจมูกรั้นๆ ของเธอ“ทะ... ท่าบริหารลิ้นเหรอ?” มาลินถามเสียงสั่น พยายามเบียดตัวเข้ากำแพงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มะ... มันช่วยเบิร์นไขมันตรงไหนอะ เหนือ”ดาวเหนือไม่ตอบในทันที เขาใช้สายตาไล่มองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังสั่นระริกของเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มาลินรู้สึกเหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือเขา“ช่วยบริหารกล้ามเนื้อกราม...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงวิชาการที่ฟังดูน่าเชื่อถืออย่างประหลาด “และกระตุ้
เมื่อปลุกใจตัวเองเสร็จ มาลินก็สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำเดินออกมาทันทีที่เธอก้าวออกมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสองหนุ่มฝาแฝดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเช่นกัน เดือนหนาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเว้าแขนลึกโชว์มัดกล้ามไหล่และแขนขาวผ่อง กางเกงวอร์มขายาวเอวต่ำที่เกาะหมิ่นเหม่ตรงสะโพกสอบ ส่วนดาวเหนือถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดรัดรูปสีดำกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นกล้ามขาแข็งแรงสายตาสองคู่หันมาจ้องมองมาลินเป็นตาเดียวเดือนหนาวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักพรวด ไอคอกแคกออกมา ส่วนดาวเหนือที่กำลังเช็ดแว่นอยู่มือชะงักค้าง สายตาคมกริบไล่มองสำรวจร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบังความสนใจมาลินรีบยกแขนขึ้นกอดอกปิดบังหน้าท้องอย่างประหม่า “มะ... มองอะไรกันเล่า! มันตลกมากเลยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วไงว่าเราอ้วน ใส่แบบนี้แล้วเหมือนแหนมป้าย่นเลย”“ไม่เหมือนครับ...” ดาวเหนือพูดเสียงพร่า เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ราวกับเสือที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เหมือนซาลาเปา”“หา นี่ด่าเราเหรอ!” มาลินหน้ามุ่ย“เปล่าครับ” ดาวเห
บรรยากาศภายในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่มาลินกลับรู้สึกเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เธอกำลังยืนอยู่กลางร้านขายอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดังรายล้อมไปด้วยหุ่นโชว์ที่สวมชุดรัดรูปโชว์ซิกแพ็กและกล้ามเนื้อเฟิร์มกระชับ ซึ่งดูช่างห่างไกลจากสภาพความเป็นจริงของเธอราวฟ้ากับเหววันนี้มาลินอยู่ในชุดเดรสกระโปรงบานสีพีชปิดเข่าที่ช่วยพรางหุ่นได้ดีระดับหนึ่ง ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบเป็นหางม้าสูงเผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มเครื่องสำอางโทนส้มพีชดูสดใส แต่คิ้วเรียวสวยกลับขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบ“ตัวนี้ไม่ได้เหรอ?”เสียงหวานเอ่ยถามอย่างมีความหวัง ในมือชูเสื้อยืดคอกลมสีเทาตัวโคร่งไซซ์ XXL ที่น่าจะใส่สบายและระบายอากาศดีให้สองหนุ่มฝาแฝดที่ยืนกอดอกทำหน้าเหมือนกรรมการตัดสินนางงามจักรวาลดูดาวเหนือขยับแว่นสายตาเล็กน้อย กวาดตามองเสื้อยืดในมือเธอด้วยสายตาประเมินค่าที่ติดลบ “ไม่ได้ครับ มันหลวมเกินไป”“หลวมสิดี จะได้ขยับตัวสะดวกไง” มาลินเถียง“ผิด” ดาวเหนือตอบสวนทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแบบอาจารย์บรรยายฟิสิกส์ “เสื้อผ้าที่หลวมเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการจัดระเบียบร่างกาย พี่จะม
มาลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางตะเกียบลงอย่างจำยอม ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ “เฮ้อ แต่ยิหวาก็พูดถูกนะ เราอึดอัดตัวเองจะตายอยู่แล้ว เสื้อผ้าเก่าๆ ก็เริ่มใส่ไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ยกตู้ เปลืองเงินพ่อแม่อีก แถมนี่ยังเหนื่อยง่ายด้วย เดินขึ้นบันไดตึกเรียนแค่สามชั้นก็หอบแฮ่กแล้วอะ”เธอบ่นพึมพำพลางเอามือจับแก้มยุ้ยๆ ของตัวเอง “อยากผอมอะ แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย ยิมก็แพง อาหารคลีนก็จืดชืด ทำไมพระเจ้าถึงสร้างหมูกระทะมาให้อร่อยขนาดนี้ด้วยนะ”ทันใดนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แฝดนรกสบตากันข้ามศีรษะมาลิน รอยยิ้มมุมปากของเดือนหนาวกว้างขึ้นอีกนิด ในขณะที่ดาวเหนือขยับแว่นอีกครั้งเป็นการส่งสัญญาณ“ถ้าหลินอยากลดจริงๆ” เดือนหนาวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงดูจริงจังขึ้นมานิดหน่อยแต่ยังเจือความขี้เล่น “...สนใจมาเทรนกับพวกเราไหมล่ะ?”“หืม เทรนเหรอ?” มาลินหันขวับ ดวงตาเป็นประกาย “พวกแกจะเทรนให้เราเหรอ?”“อื้ม ก็พวกเราเข้ายิมกันประจำอยู่แล้วนี่” เดือนหนาวเบ่งกล้ามโชว์เล็กน้อย พอให้เห็นมัดกล้ามสวยๆ ใต้เสื้อเชิ้ต “เทรนเนอร์ฟรี ความรู้แน่น สถานที่พร้อม อุปกรณ์ครบ สนไหมครับคุณหนู?”“ฟรีเหรอ!” คำว่า ‘ฟรี’ กระแทกใจสา







