LOGINบรรยากาศภายในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่มาลินกลับรู้สึกเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เธอกำลังยืนอยู่กลางร้านขายอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดังรายล้อมไปด้วยหุ่นโชว์ที่สวมชุดรัดรูปโชว์ซิกแพ็กและกล้ามเนื้อเฟิร์มกระชับ ซึ่งดูช่างห่างไกลจากสภาพความเป็นจริงของเธอราวฟ้ากับเหว
วันนี้มาลินอยู่ในชุดเดรสกระโปรงบานสีพีชปิดเข่าที่ช่วยพรางหุ่นได้ดีระดับหนึ่ง ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบเป็นหางม้าสูงเผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มเครื่องสำอางโทนส้มพีชดูสดใส แต่คิ้วเรียวสวยกลับขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบ
“ตัวนี้ไม่ได้เหรอ?”
เสียงหวานเอ่ยถามอย่างมีความหวัง ในมือชูเสื้อยืดคอกลมสีเทาตัวโคร่งไซซ์ XXL ที่น่าจะใส่สบายและระบายอากาศดีให้สองหนุ่มฝาแฝดที่ยืนกอดอกทำหน้าเหมือนกรรมการตัดสินนางงามจักรวาลดู
ดาวเหนือขยับแว่นสายตาเล็กน้อย กวาดตามองเสื้อยืดในมือเธอด้วยสายตาประเมินค่าที่ติดลบ “ไม่ได้ครับ มันหลวมเกินไป”
“หลวมสิดี จะได้ขยับตัวสะดวกไง” มาลินเถียง
“ผิด” ดาวเหนือตอบสวนทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแบบอาจารย์บรรยายฟิสิกส์ “เสื้อผ้าที่หลวมเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการจัดระเบียบร่างกาย พี่จะมองไม่เห็นว่ากล้ามเนื้อของหลินทำงานถูกต้องไหม ถ้าจัดท่าผิดอาจจะบาดเจ็บได้ เข้าใจไหมครับ?”
เหตุผลร้อยแปดพันประการที่ฟังดูมีหลักการแบบแปลกๆ ทำให้มาลินอ้าปากค้าง เถียงไม่ออก ได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองหน้าแฝดน้องที่ทำหน้านิ่งสนิท ก่อนจะหันไปหาแฝดพี่เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เดือนหนาวกลับยิ้มเผล่ มือหนาหยิบไม้แขวนเสื้อจากราวอีกฝั่งยื่นมาตรงหน้าเธอแทน
“ต้องแบบนี้สิคะตัวเล็ก ผ้าระบายเหงื่อดี ยืดหยุ่นสูง เหมาะกับคาร์ดิโอหนักๆ”
มาลินก้มมองสิ่งที่เดือนหนาวส่งมาแล้วแทบจะเป็นลม มันคือสปอร์ตบราสีชมพูนมเย็นตัวจิ๋วที่มีสายไขว้หลังเส้นเล็กนิดเดียว กับกางเกงเลกกิ้งสีเดียวกันที่ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าถ้าใส่เข้าไป ขาเธอคงดูเหมือนแหนมป้าย่นแน่ๆ
“เดือน นี่มันชุดตุ๊กตาหรือเปล่า? ผ้าแค่นี้เอามาทำผ้าเช็ดหน้ายังเล็กไปเลยนะ” มาลินโวยวายหน้าแดง “ถ้าเราใส่ พุงเรามันต้องปลิ้นออกมาทักทายชาวโลกแน่ๆ ไม่เอาอะ อายเค้า”
“ไม่ต้องอาย ใครจะกล้าว่าหลินของพี่” เดือนหนาวพูดเสียงนุ่ม โน้มหน้าลงมาใกล้จนจมูกโด่งแทบจะชนแก้มใส “อีกอย่าง เราเทรนกันในที่ส่วนตัว ไม่มีใครเห็นหรอก นอกจากพวกพี่”
“แล้วถ้าหลินใส่ชุดปิดมิดชิด...” ดาวเหนือพูดเสริมขึ้นมาลอยๆ ขณะหยิบกางเกงเลกกิ้งอีกตัวที่สั้นเสมอหูขึ้นมาพิจารณา “...เหงื่อจะออกยาก การเผาผลาญจะไม่ดี เชื่อเถอะครับ พวกพี่เรียนมา”
สุดท้าย ด้วยสกิลการหว่านล้อมระดับเทพและการตัดบทด้วยการควักบัตรเครดิตจ่ายให้เสร็จสรรพ มาลินจึงต้องจำยอมหอบถุงกระดาษใบใหญ่เดินตามสองหนุ่มต้อยๆ ออกจากร้าน โดยมีสายตาของผู้คนมองตามแผ่นหลังกว้างของสองแฝดที่เดินขนาบข้างสาวอวบตัวเล็กอย่างอิจฉา…
เมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุด มาลินก็ต้องตื่นตะลึงกับความอลังการของเพนท์เฮาส์ พื้นห้องปูด้วยหินอ่อนสีดำตัดกับเฟอร์นิเจอร์หนังแท้สีน้ำตาลไหม้ดูเท่และดุดัน บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสสูงจรดเพดาน เผยให้เห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ยามบ่ายแก่ๆ แบบพาโนรามา
“ห้องสวยจัง...” มาลินรำพึงเบาๆ ขณะถอดรองเท้า
“ทำตัวตามสบายนะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง” เดือนหนาวเดินมาโอบไหล่เธอพาเดินเข้ามาด้านใน “ห้องเปลี่ยนชุดอยู่ทางขวา เข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ เดี๋ยวพี่เตรียมน้ำไว้ให้”
มาลินพยักหน้าหงึกหงัก คว้าถุงชุดออกกำลังกายแล้วรีบหลบเข้าห้องน้ำไปทันที ภายในห้องน้ำกว้างขวางหรูหราจนนอนได้ มีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน แต่ตอนนี้มาลินไม่มีอารมณ์มาชื่นชมสุขภัณฑ์ เพราะเธอกำลังทำสงครามยืดเยื้อกับกางเกงเลกกิ้ง
“ฮึบ เข้าไปสิลูกแม่... ฮึบ!”
เสียงหอบหายใจดังลอดออกมาเบาๆ มาลินกำลังกระโดดดึ๋งๆ เพื่อยัดสะโพกและต้นขาอันอวบอัดของตัวเองลงไปในกางเกงผ้ายืดที่เดือนหนาวเลือกให้ มันรัดแน่นจนเธอรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในถูกจัดระเบียบใหม่ แขม่วพุงจนหน้าเขียวหน้าเหลืองกว่าจะรูดขึ้นมาถึงเอวได้
เมื่อสวมเสร็จ มาลินเงยหน้ามองกระจกแล้วอยากจะร้องไห้
ภาพที่เห็นคือสาวหมวยแก้มป่องในชุดสปอร์ตบราสีชมพูหวานแหววที่ดันหน้าอกหน้าใจจนแทบจะล้นออกมา กางเกงรัดรูปเน้นให้เห็นส่วนโค้งเว้า และส่วนเกินชัดเจนทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะพุงกะทิน้อยๆ ที่โผล่พ้นขอบกางเกงออกมาหายใจ
“เหมือนหมูยอห่อใบตองชัดๆ เลยไอ้หลินเอ๊ย” เธอบ่นอุบอิบกับตัวเอง พยายามดึงชายสปอร์ตบราลงมาปิดพุง แต่มันก็ดีดกลับขึ้นไปที่เดิมทันทีที่ปล่อยมือ “เอาวะ เพื่อหุ่นสวย ท่องไว้มาลิน ท่องไว้ ผอม สวย รวย ผัวหล่อ!”
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องออกกำลังกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆ แต่สำหรับมาลินแล้ว โลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพราะเธอจะเป็นลม!หลังจากผ่านช่วง ‘วอร์มอัพ’ ที่ทำเอาปากเจ่อและตัวอ่อนระทวยไปแล้ว ดาวเหนือ ผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยก็ประกาศลั่นว่าถึงเวลาของ ‘Leg Day’ หรือวันแห่งการบริหารขา ซึ่งเป็นวันที่มาลินเกลียดที่สุดในสามโลก รองจากวันที่ร้านชาบูบุฟเฟต์ปิดปรับปรุง“ยืนแยกขาออกกว้างเท่าหัวไหล่ครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม ขณะยืนกอดอกมองมาลินที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องมาลินในสภาพผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากกิจกรรมเมื่อครู่ ปอยผมสีน้ำตาลอ่อนตกลงมาคลอเคลียแก้มนวลที่แดงระเรื่อ เธอขยับขาตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะอยากทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นเย็นๆ ก็ตาม“แบบนี้เหรอ?” เธอถาม พลางกางขาออกกว้าง“กว้างไปครับ นั่นจะฝึกซูโม่แล้ว” เดือนหนาวที่นั่งเอกเขนกอยู่บนม้านั่งออกกำลังกายหัวเราะขำจนตาหยี เขาเท้าคางมองดูหญิงสาวตัวกลมด้วยสายตาเอ็นดู “ขยับเข้ามานิดนึง นั่นแหละ พอดี”“โอเค ทีนี้ย่อตัวลงเหมือนจะนั่งเก้าอี้” ดาวเหนือสาธิตให้ดู เขาย่อตัวลงอย่างสวยงาม ห
“อย่าดื้อสิครับ” ดาวเหนือสั่งเสียงเข้ม พลางดันไหล่มาลินเบาๆ ให้เธอเซถอยหลังไปจนชนกับโซฟาเบดตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง “นั่งลง”มาลินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย ความนุ่มของเบาะหนังช่วยรองรับก้นงอนๆ ของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาคือชุดรัดรูปเจ้ากรรม พอนั่งปุ๊บ พุงกะทิน้อยๆ มันก็พับเป็นชั้นอย่างน่าเอ็นดู มาลินรีบคว้าหมอนอิงมาปิดพุงทันทีด้วยความเขินอาย“อย่าเอาหมอนปิด” เดือนหนาวดึงหมอนออกแล้วโยนไปให้พ้นทาง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเธอ แยกขาเธอออกเล็กน้อยแล้วแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางหว่างขาอวบอัด“เดือน! ทำอะไร ท่านี้น่าเกลียด” มาลินหนีบขาเข้าหากัน แต่ติดไหล่กว้างๆ ของเดือนหนาว“น่ารักออก” เดือนหนาวเงยหน้ามองเธอ ยิ้มจนตาหยี มือทั้งสองข้างวางแหมะลงบนต้นขาขาวๆ ของเธอ แล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ “ดูสิ ขาหมู... เอ้ย ขาหลินแน่นมาก กล้ามเนื้อ (ไขมัน) ทั้งนั้น ต้องนวดคลายเส้นก่อน”“ปากเสีย!” มาลินตีไหล่เดือนหนาวไปทีหนึ่ง “นี่เราอ้วนจนพวกแกต้องมานั่งบีบเล่นเป็นสไลม์เลยเหรอ”“ไม่ใช่อ้วน” ดาวเหนือเดินเข้ามานั่งซ้อนหลังมาลินบนโซฟา วงแขนแกร่งโอบรอบเอวเธอไว้หลวมๆ แล้วเกยคางไว้บนไหล่เธอ “เขาเรีย
บรรยากาศภายในห้องกระจกที่ถูกสมมติให้เป็น ‘ยิม’ ส่วนตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา แต่สำหรับมาลินแล้ว เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้คือเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นโครมครามราวกับกำลังรัวกลองชุดอยู่ในอก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ สวนทางกับอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนใบหน้าหวานเห่อร้อนไปหมดเบื้องหน้าของเธอคือดาวเหนือ แฝดผู้น้องที่ถอดแว่นตาทิ้งไปแล้ว เผยให้เห็นดวงตาคมกริบสีเข้มที่ไร้ปราการขวางกั้น เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้เหนือศีรษะเธอ ส่วนอีกข้างวางทาบลงบนเอวคอดที่มีเนื้อปลิ้นนิดๆ ของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับจมูกรั้นๆ ของเธอ“ทะ... ท่าบริหารลิ้นเหรอ?” มาลินถามเสียงสั่น พยายามเบียดตัวเข้ากำแพงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มะ... มันช่วยเบิร์นไขมันตรงไหนอะ เหนือ”ดาวเหนือไม่ตอบในทันที เขาใช้สายตาไล่มองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังสั่นระริกของเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มาลินรู้สึกเหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือเขา“ช่วยบริหารกล้ามเนื้อกราม...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงวิชาการที่ฟังดูน่าเชื่อถืออย่างประหลาด “และกระตุ้
เมื่อปลุกใจตัวเองเสร็จ มาลินก็สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำเดินออกมาทันทีที่เธอก้าวออกมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสองหนุ่มฝาแฝดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเช่นกัน เดือนหนาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเว้าแขนลึกโชว์มัดกล้ามไหล่และแขนขาวผ่อง กางเกงวอร์มขายาวเอวต่ำที่เกาะหมิ่นเหม่ตรงสะโพกสอบ ส่วนดาวเหนือถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดรัดรูปสีดำกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่เผยให้เห็นกล้ามขาแข็งแรงสายตาสองคู่หันมาจ้องมองมาลินเป็นตาเดียวเดือนหนาวที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักพรวด ไอคอกแคกออกมา ส่วนดาวเหนือที่กำลังเช็ดแว่นอยู่มือชะงักค้าง สายตาคมกริบไล่มองสำรวจร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบังความสนใจมาลินรีบยกแขนขึ้นกอดอกปิดบังหน้าท้องอย่างประหม่า “มะ... มองอะไรกันเล่า! มันตลกมากเลยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วไงว่าเราอ้วน ใส่แบบนี้แล้วเหมือนแหนมป้าย่นเลย”“ไม่เหมือนครับ...” ดาวเหนือพูดเสียงพร่า เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ราวกับเสือที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เหมือนซาลาเปา”“หา นี่ด่าเราเหรอ!” มาลินหน้ามุ่ย“เปล่าครับ” ดาวเห
บรรยากาศภายในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่มาลินกลับรู้สึกเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เธอกำลังยืนอยู่กลางร้านขายอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดังรายล้อมไปด้วยหุ่นโชว์ที่สวมชุดรัดรูปโชว์ซิกแพ็กและกล้ามเนื้อเฟิร์มกระชับ ซึ่งดูช่างห่างไกลจากสภาพความเป็นจริงของเธอราวฟ้ากับเหววันนี้มาลินอยู่ในชุดเดรสกระโปรงบานสีพีชปิดเข่าที่ช่วยพรางหุ่นได้ดีระดับหนึ่ง ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบเป็นหางม้าสูงเผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง ใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มเครื่องสำอางโทนส้มพีชดูสดใส แต่คิ้วเรียวสวยกลับขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบ“ตัวนี้ไม่ได้เหรอ?”เสียงหวานเอ่ยถามอย่างมีความหวัง ในมือชูเสื้อยืดคอกลมสีเทาตัวโคร่งไซซ์ XXL ที่น่าจะใส่สบายและระบายอากาศดีให้สองหนุ่มฝาแฝดที่ยืนกอดอกทำหน้าเหมือนกรรมการตัดสินนางงามจักรวาลดูดาวเหนือขยับแว่นสายตาเล็กน้อย กวาดตามองเสื้อยืดในมือเธอด้วยสายตาประเมินค่าที่ติดลบ “ไม่ได้ครับ มันหลวมเกินไป”“หลวมสิดี จะได้ขยับตัวสะดวกไง” มาลินเถียง“ผิด” ดาวเหนือตอบสวนทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแบบอาจารย์บรรยายฟิสิกส์ “เสื้อผ้าที่หลวมเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการจัดระเบียบร่างกาย พี่จะม
มาลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางตะเกียบลงอย่างจำยอม ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ “เฮ้อ แต่ยิหวาก็พูดถูกนะ เราอึดอัดตัวเองจะตายอยู่แล้ว เสื้อผ้าเก่าๆ ก็เริ่มใส่ไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ยกตู้ เปลืองเงินพ่อแม่อีก แถมนี่ยังเหนื่อยง่ายด้วย เดินขึ้นบันไดตึกเรียนแค่สามชั้นก็หอบแฮ่กแล้วอะ”เธอบ่นพึมพำพลางเอามือจับแก้มยุ้ยๆ ของตัวเอง “อยากผอมอะ แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย ยิมก็แพง อาหารคลีนก็จืดชืด ทำไมพระเจ้าถึงสร้างหมูกระทะมาให้อร่อยขนาดนี้ด้วยนะ”ทันใดนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แฝดนรกสบตากันข้ามศีรษะมาลิน รอยยิ้มมุมปากของเดือนหนาวกว้างขึ้นอีกนิด ในขณะที่ดาวเหนือขยับแว่นอีกครั้งเป็นการส่งสัญญาณ“ถ้าหลินอยากลดจริงๆ” เดือนหนาวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงดูจริงจังขึ้นมานิดหน่อยแต่ยังเจือความขี้เล่น “...สนใจมาเทรนกับพวกเราไหมล่ะ?”“หืม เทรนเหรอ?” มาลินหันขวับ ดวงตาเป็นประกาย “พวกแกจะเทรนให้เราเหรอ?”“อื้ม ก็พวกเราเข้ายิมกันประจำอยู่แล้วนี่” เดือนหนาวเบ่งกล้ามโชว์เล็กน้อย พอให้เห็นมัดกล้ามสวยๆ ใต้เสื้อเชิ้ต “เทรนเนอร์ฟรี ความรู้แน่น สถานที่พร้อม อุปกรณ์ครบ สนไหมครับคุณหนู?”“ฟรีเหรอ!” คำว่า ‘ฟรี’ กระแทกใจสา







