Share

บทที่ 3

Author: อวิ๋นชุย
แต่วินาทีต่อมา เขาก็ส่งสายตาตำหนิมาที่ฉัน

"ผมจำไม่ได้ ทำไมคุณถึงไม่พูด

อีกอย่างถ้ากินอาหารทะเลไม่ได้ บนโต๊ะนี้ก็ยังมีสเต็กทาร์ทาร์อยู่ไม่ใช่เหรอ"

แต่ฉันไม่เคยทานของดิบเลยสักครั้ง

ถานชิงเยี่ยนเคยจำได้ แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่เขาลืมมันไปหมดแล้ว

จู่ ๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าการที่ตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้มีความหมายอะไร

ฉันจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

ข้างหลังมีเสียงซุนอวี่เวยเอ่ยถามด้วยความกังวล "พี่เขากำลังไม่พอใจหรือเปล่าคะ"

ถานชิงเยี่ยนกดเสียงต่ำที่แฝงอารมณ์โกรธพูดขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง "ไม่ว่าโอกาสไหน เธอถนัดเรื่องทำลายบรรยากาศเก่งที่สุดเลย! อย่าไปสนใจเธอเลย พวกเรากินกันต่อเถอะ"

ฉันเดินออกจากร้านอาหารคนเดียว แล้วเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน

ครั้งนี้ ไม่มีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เหลืออยู่อีกแล้ว

ขั้นแรกฉันส่งอีเมลลาออกให้บริษัท แล้วเริ่มลงมือเก็บของ

ห้องแรกที่เก็บคือห้องหนังสือ

งานของถานชิงเยี่ยนมีความพิเศษ ต้องทำที่ทำงานเท่านั้น ห้องหนังสือห้องนี้ส่วนใหญ่ฉันจึงเป็นคนใช้

หนังสือ ภาพวาดและสมุดบันทึกข้างใน ทั้งหมดเป็นของฉัน

เก็บไปได้ครึ่งหนึ่ง ถานชิงเยี่ยนก็กลับมา

พอเห็นฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปทันที

ในสายตามีแต่ความผิดหวังอย่างลึกซึ้ง

"เจียงอวี่หาน คุณเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร เทศกาลดี ๆ คุณไม่ยอมฉลอง งอแงตั้งแต่เช้ายันค่ำต้องสร้างเรื่องจนทุกคนไม่มีความสุขเลยใช่ไหม คุณถึงจะพอใจ"

มันน่าตลกขนาดไหนกันล่ะ

จนป่านนี้เขาก็ยังว่าฉันงอแง ว่าฉันตั้งใจทำให้ทุกคนไม่มีความสุข

ฉันไม่อยากพูดอะไรกับเขาอีกแล้ว

"ถานชิงเยี่ยน พวกเราหย่ากันเถอะ"

เพิ่งจะพูดออกไป เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

มันคือเสียงเรียกเข้าเฉพาะของซุนอวี่เวย

ดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสจังหวะหนึ่ง

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของถานชิงเยี่ยนเป็นค่าเริ่มต้นของระบบมาโดยตลอด เขาบอกว่าขี้เกียจทำให้ยุ่งยาก

มีเพียงซุนอวี่เวยเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้นสำหรับเขา

พวกเราแต่งงานกันมาสามปี เขาเปลี่ยนโทรศัพท์ไปทั้งหมดสามเครื่อง ทุกครั้งที่ได้เครื่องใหม่ สิ่งแรกที่ทำคือการตั้งค่าเสียงดนตรีนี้

ฉันเคยถามด้วยความสงสัย

เขาอธิบายว่าเสียงดนตรีนี้อยู่เป็นเพื่อนเขามาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เขาชินแล้ว

ตอนหลังฉันถึงได้รู้ ว่าเสียงนี้เป็นของซุนอวี่เวยแค่คนเดียว

ฉันมองดูเขากดรับสายโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

ปลายสายไม่รู้ว่าพูดอะไร เขาหมุนตัวก้าวฉับ ๆ ออกไปทันที

"ไม่ต้องกลัวนะ ฉันกำลังจะไปถึงแล้ว!"

ประตูถูกกระแทกปิด

เขาไม่ได้ยินเรื่องหย่าที่ฉันพูดเลย หรือบางทีอาจจะได้ยินแต่ไม่ได้ใส่ใจก็ได้

ฉันจ้องมองห้องรับแขกอันว่างเปล่า จู่ ๆ ก็รู้สึกขึ้นมา

บางที ชีวิตการแต่งงานของฉันกับถานชิงเยี่ยนอาจจะเป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่มีไว้ให้ซุนอวี่เวยคนเดียว

ที่อยู่จัดส่งเริ่มต้นที่ไม่เคยตัดใจลบทิ้งได้เลย

ของทั้งหมดที่จะซื้อให้ฉัน ให้พ่อแม่ฉัน กลับยกให้ซุนอวี่เวยจนหมด...

ถานชิงเยี่ยนแสดงออกชัดเจนขนาดนั้น

แต่ฉันกลับหวังลม ๆ แล้ง ๆ เสมอมา คิดว่าสักวันเขาจะมองเห็นฉันบ้าง จะได้สติ และยอมปรับเปลี่ยน

สุดท้ายแล้ว มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

มีแค่ฉันที่สูญเสียเวลาไปเปล่า ๆ สามปี เหมือนเป็นเรื่องตลก

พอแพ็กของในห้องหนังสือเสร็จเรียบร้อย ฉันก็กลับห้องนอนไปอาบน้ำพักผ่อน

ตอนออกมาก็ใกล้จะตีหนึ่งแล้ว ถานชิงเยี่ยนถึงเพิ่งส่งข้อความมา

[อวี่เวยเจอเรื่องนิดหน่อย คืนนี้ผมไม่กลับแล้วนะ]

ฉันไม่ได้ตอบกลับ ล็อกหน้าจอ ล้มตัวลงนอนและหลับไปอย่างรวดเร็ว

วันรุ่งขึ้นก็เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวต่อ

เมื่อก่อนไม่ได้สังเกต พอจะแพ็กของถึงได้พบว่า สามปีมานี้เพราะเขาจะส่งของไปที่บ้านซุนอวี่เวยเสมอ

ตัวฉันเองก็มีความดื้อรั้นและความน้อยใจที่บอกไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

ของชิ้นไหนที่เขาส่งผิด ฉันก็จะไม่ซื้อใหม่อีก

อย่างเช่น รองเท้าสลิปเปอร์คู่รัก ชุดอยู่บ้านคู่รัก ของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ หรือกระถางต้นไม้เล็ก ๆ ที่ฉันเล็งไว้...

แปรงสีฟันไฟฟ้าสองด้ามบนอ่างล้างหน้าในห้องนอนใหญ่เป็นรุ่นเบสิกที่เหมือนกันเป๊ะ

ทั้งน่าเกลียดทั้งใช้งานยาก

ตอนแต่งงานใหม่ ๆ แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ฟังก์ชันครบและสวยงามซึ่งฉันใช้เวลาทำการบ้านเลือกอยู่นาน พอจะกดสั่งซื้อ ถานชิงเยี่ยนก็บอกว่าเขาจะซื้อเอง

สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คาดไว้ มันถูกส่งไปให้ซุนอวี่เวยอีกตามเคย

ฉันบอกให้เขาไปเอาคืนมาเขาก็ไม่ยอม ด้วยความโมโหฉันเลยไปซื้อแปรงสองด้ามนี้มาจากซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านอย่างส่งเดช

แล้วติดสติ๊กเกอร์กันน้ำไว้ที่แปรงสีฟันของฉันเพื่อแยกให้รู้ว่าเป็นอันไหน

ฉันอดทนไม่ยอมไปซื้อด้ามใหม่เด็ดขาด

ฉันคิดว่าทุกวันที่เขาเห็นแปรงสีฟันไฟฟ้าสองด้ามนี้เขาจะรู้สึกผิด จะกระวนกระวายใจ และสั่งซื้อแปรงรุ่นที่ฉันเลือกไว้อีกครั้ง

แต่แปรงสีฟันรุ่นนั้นตอนนี้อัปเดตไปถึงรุ่นที่สามแล้ว เขากลับยังคงนิ่งเฉย

พวกเราสองคนยังคงใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าที่ใช้ยากสองด้ามนี้ต่อไป

ฉันยืนมองแปรงสีฟันสองด้ามนั้นนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือโยนพวกมันลงถังขยะไป

ตอนที่แพ็กของเสร็จ ถานชิงเยี่ยนก็โทรศัพท์เข้ามา

"เงินโบนัสจากหน่วยงานที่เคยเล่าให้ฟังครั้งก่อน วันนี้เข้าบัญชีแล้วนะ พวกเพื่อนร่วมงานเลยเชียร์ให้ผมเลี้ยงข้าว

คุณก็มาด้วยสิ เดี๋ยวผมส่งโลเคชันโรงแรมให้"

ทีแรกฉันตั้งท่าจะปฏิเสธ

แต่กลับได้ยินเขาพูดขึ้นว่า "พ่อกับแม่ผมก็มาด้วย คุณอย่ามาสายล่ะ"

ฉันชะงักไปเล็กน้อย ไม่ได้พูดปฏิเสธไป ปล่อยให้เขากดวางสายไปเอง

ในเมื่อตัดสินใจจะหย่าแล้ว ยังไงก็ควรบอกกล่าวกับพ่อแม่ของเขาต่อหน้าสักคำ

ฉันรอจนบริษัทขนส่งด่วนมารับของถึงหน้าบ้าน แล้วส่งของทั้งหมดออกไป

แล้วก็โทรศัพท์หาแม่ ให้ท่านช่วยเซ็นรับของให้ เดี๋ยวเย็น ๆ ฉันจะกลับบ้านไปอธิบายให้ท่านฟัง

ฉันมองเรือนหอที่อยู่กับถานชิงเยี่ยนมาสามปีหลังแต่งงานเป็นครั้งสุดท้าย

แล้วเดินจากไปอย่างไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 8

    บางครั้งแม่จะโทรหรือส่งข้อความมาบอกว่า ถานชิงเยี่ยนไปที่บ้านเราอีกแล้วอยากจะตามหาฉันผ่านทางพ่อกับแม่ต่อมาพวกเขาจึงบอกไปว่าฉันออกไปเที่ยวข้างนอกเขาถึงได้เลิกไปโผล่ที่ใต้ตึก ตอนเช้าตรู่หรือตอนกลางคืนก็คอยโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวจนคนอื่นตกใจฉันฟังเสียงอันนุ่มนวลของแม่เล่าเรื่องราวที่บ้าน เล่าเรื่องของถานชิงเยี่ยนพอได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง ในใจก็ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวอีกต่อไปสำหรับฉัน เขาได้กลายเป็นอดีตโดยสมบูรณ์แบบไปแล้วถานชิงเยี่ยนถูกฉันตั้งค่าเป็นโหมดห้ามรบกวนไว้ ข้อความของเขาฉันแทบจะไม่เคยเปิดอ่านเลยเดิมทีฉันวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวสักหนึ่งเดือน ซื้อตั๋วไว้ตั้งนานแล้ว พอถึงเวลาก็นั่งเครื่องบินกลับบ้านตอนไปเที่ยวข้างนอก พอเจออะไรที่น่าสนใจหรือมีความหมาย ฉันก็ซื้อแล้วเรียกขนส่งส่งกลับบ้านทันทีที่อยู่ก็กรอกเป็นบ้านของฉันเองไม่มีทางส่งผิด และยิ่งไม่มีใครมาบอกว่าตั้งใจส่งให้คนอื่น ไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้วแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทางฉันก็ส่งกลับบ้านไปแล้วการเดินทางขากลับของฉันผ่อนคลายยิ่งกว่าตอนก้าวออกจากบ้านเสียอีกพอเครื่องบินลงจอด แม่ก็เตรียมดอกไม้ไว้ให้ฉันช่อหนึ่งแม่ยื่น

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 7

    วันที่สามของการเดินทางท่องเที่ยว ฉันได้รับสายจากแม่"ถานชิงเยี่ยนตามมาหาถึงที่บ้านเรา พ่อแกไม่ยอมให้เขาเข้าประตูบ้าน ท่าทีเขาดีมากเลยนะ หิ้วข้าวของพะรุงพะรัง บอกว่าจะมาขอโทษขอโพยแก ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าจะทำเรื่องงี่เง่าพวกนั้นออกมาได้! ถ้าไม่ใช่เพราะแกเล่าเรื่องตลอดสามปีที่แต่งงานกับเขาให้ฟังชัด ๆ ก่อนไปเที่ยว แม่กับพ่อคงคิดไม่ถึงแน่นอน อาจจะยอมปล่อยให้เขาเข้าบ้านมาแล้วก็ได้"นั่นสิถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็อาจจะยอมปิดบังความจริง อาจเพื่อปกปิดความน่าอับอาย หรืออาจเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง หรือไม่ก็กลัวคนอื่นจะหัวเราะเยาะ เลยเลือกที่จะบอกแค่ว่าเข้ากันไม่ได้ อยู่ด้วยกันต่อไปไม่ไหวแล้วแต่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นในเมื่อไม่ใช่ความผิดฉัน ทำไมฉันต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องน่าอับอายด้วย ทำไมต้องกลัวคนอื่นหัวเราะเยาะ ในเมื่อคนที่ทำเรื่องพวกนั้นยังไม่กลัวเลยฉันย้ำกับพ่อแม่ว่า "เขาโทรหาและส่งข้อความมาหาหนูแต่หนูไม่สนใจ เขาถึงได้ไปหาพ่อกับแม่ค่ะ หนูส่งหนังสือหย่าฉบับใหม่ไปให้เขาแล้ว ถ้าสุดท้ายเขาไม่ยอมเซ็นชื่อ หนูจะยื่นฟ้องหย่าต่อศาล เอาเป็นว่าการหย่าครั้งนี้หนูเอาจริ

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 6

    มีพ่อกับแม่มาช่วย ไม่นานฉันก็แกะของที่แพ็กไว้ออกมาจัดเก็บเรียบร้อยฉันได้กลับมาห้องนอนที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กจนโตอีกครั้งเป็นห้องเล็ก ๆ ที่มีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะทำงานหนึ่งตัว ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นตัวฉันตอนเย็นพ่อกับแม่ทำอาหารที่มีแต่ของโปรดของฉันเต็มโต๊ะเมื่อวานเป็นเทศกาลไหว้บะจ่าง ฉันเคยบอกไว้ล่วงหน้าว่าถานชิงเยี่ยนจะกลับมาฉลองเทศกาลที่บ้านกับฉันพ่อกับแม่ตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบไปครึ่งค่อนโต๊ะ แต่สุดท้ายเขากลับไม่มารสชาติที่เขาชอบไม่เหมือนกับพวกเรา สุดท้ายกับข้าวบนโต๊ะจึงเหลืออยู่เยอะเลยตอนนี้ครอบครัวเราก็ไม่ต้องคอยเอาอกเอาใจถานชิงเยี่ยนอีกต่อไปแล้วหลังทานข้าวเสร็จ พ่อกับแม่ก็ตั้งใจชวนฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกพวกเราเดินไปบนทางเดินหินแผ่นเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวพ่อกับแม่ปลอบใจฉัน "ชีวิตคนเราน่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเจอเรื่องแย่ ๆ หรอก กลัวแค่ล้มแล้วจะลุกไม่ขึ้นต่างหาก หานหาน ในเมื่อแกตัดสินใจจะหย่าแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เขามามีอิทธิพลต่อจิตใจแกอีกเลยนะ"ฉันพยักหน้า "แน่นอนค่ะ หนูตัดใจจากเขาสนิทแล้วถึงได้พูดเรื่องหย่า "หนูอยากเปลี่ยนงานตั้งนานแล้

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 5

    ถานชิงเยี่ยนมองหนังสือหย่าตรงหน้าอย่างงุนงงในห้องวีไอพีเงียบลงในชั่วพริบตาซุนอวี่เวยลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก มองถานชิงเยี่ยนด้วยสีหน้าลนลาน "พี่เยี่ยน พี่สะใภ้เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ พี่รีบอธิบายให้เธอฟังเร็วสิ!"เธอหันมามองฉันอีกครั้ง "พี่สะใภ้ ทุกคนก็แค่ดื่มเยอะไปหน่อยเลยล้อเล่นกัน พี่อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลยนะคะ..."ฉันใช้สายตาเย็นเยียบมองความตึงเครียดบนใบหน้าที่เดิมทีก็ตกตะลึงอยู่แล้วของถานชิงเยี่ยน ซึ่งมันค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโมโหและความหงุดหงิดตามคำพูดของซุนอวี่เวยเขาข่มอารมณ์พูดกับฉันว่า "เจียงอวี่หาน วันนี้มีเพื่อนร่วมงานกับเพื่อน ๆ อยู่กันเยอะขนาดนี้ พ่อกับแม่ผมก็อยู่ด้วย ทุกคนแค่ล้อเล่นกันขำ ๆ ถ้าคุณไม่พอใจก็แค่ไม่พูดถึงอีก อย่ามางอแงสร้างเรื่องให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะแบบนี้"พ่อกับแม่ของเขามองมาด้วยใบหน้าฝืนยิ้ม พร้อมโน้มน้าวฉัน "เสี่ยวเจียง เมื่อกี้พวกต้าเฟยอาจจะปากไม่มีหูรูดไปหน่อย แต่เธอก็อย่าเอะอะก็เอาแต่พูดเรื่องหย่าเลยนะ หนุ่มสาวอย่างพวกเธอยังไม่ปรัสีประสา อย่าใช้อารมณ์เอาเรื่องหย่ามาประชดกันอีกเด็ดขาด ประชดบ่อย ๆ เดี๋ยววาสนาที่มีจะหายหมดนะ"ฉันเงียบไปครู่เ

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 4

    ถานชิงเยี่ยนจองห้องจัดเลี้ยงห้องใหญ่ไว้ มีสองโต๊ะ นั่งกันเต็ม ๆ เกือบสามสิบคนโต๊ะที่พ่อกับแม่ของถานชิงเยี่ยนนั่งอยู่ ซุนอวี่เวยก็อยู่นั่งตรงนั้นด้วยเธอนั่งชิดกับพ่อแม่ของถานชิงเยี่ยน โดยมีถานชิงเยี่ยนนั่งอยู่ทางมือขวาตอนที่บริกรพาฉันผลักประตูเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ก็เห็นถานชิงเยี่ยนเอียงหน้ากำลังพูดอะไรบางอย่างกับซุนอวี่เวยพอดีทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก สีหน้าแววตามีแต่แววอมยิ้มพอเห็นฉันเดินเข้ามา ในห้องจัดเลี้ยงก็เงียบลงในชั่วพริบตาเดียวถานชิงเยี่ยนรีบผงะถอยท่อนบน เว้นระยะห่างออกจากซุนอวี่เวยเหมือนเพื่อปกปิดบางอย่าง เขาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวตรงมาหาฉัน"คุณมาแล้วเหรอ"เขากวักมือเรียกบริกรให้เข้ามา แล้วพูดกับฉันว่า "รอแค่คุณคนเดียวเลย รีบมานั่งสิ"ฉันพยักหน้า เดินไปข้างกายพ่อแม่ของถานชิงเยี่ยนแล้วเอ่ยทักทายพวกท่านถานชิงเยี่ยนอธิบายกับฉันว่า "แม่ฉันคิดถึงอวี่เวยน่ะ เลยตั้งใจให้ฉันเรียกเธอมาด้วย"เขากระซิบใกล้ ๆ ฉันด้วยเสียงเบา "วันนี้เพื่อนร่วมงานมากันเยอะ มีเธอเพิ่มมาอีกคนคงไม่เป็นไรหรอก ใช่ไหม"ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าว หลบลมหายใจของเขาแล้วตอบอย่างเย็นชา "คุณตัดสินให้เองได้เ

  • ลมพัดวันวาน ถวิลหาคนเก่า   บทที่ 3

    แต่วินาทีต่อมา เขาก็ส่งสายตาตำหนิมาที่ฉัน"ผมจำไม่ได้ ทำไมคุณถึงไม่พูด อีกอย่างถ้ากินอาหารทะเลไม่ได้ บนโต๊ะนี้ก็ยังมีสเต็กทาร์ทาร์อยู่ไม่ใช่เหรอ"แต่ฉันไม่เคยทานของดิบเลยสักครั้งถานชิงเยี่ยนเคยจำได้ แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่เขาลืมมันไปหมดแล้วจู่ ๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าการที่ตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้มีความหมายอะไรฉันจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างหลังมีเสียงซุนอวี่เวยเอ่ยถามด้วยความกังวล "พี่เขากำลังไม่พอใจหรือเปล่าคะ"ถานชิงเยี่ยนกดเสียงต่ำที่แฝงอารมณ์โกรธพูดขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง "ไม่ว่าโอกาสไหน เธอถนัดเรื่องทำลายบรรยากาศเก่งที่สุดเลย! อย่าไปสนใจเธอเลย พวกเรากินกันต่อเถอะ"ฉันเดินออกจากร้านอาหารคนเดียว แล้วเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านครั้งนี้ ไม่มีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เหลืออยู่อีกแล้วขั้นแรกฉันส่งอีเมลลาออกให้บริษัท แล้วเริ่มลงมือเก็บของห้องแรกที่เก็บคือห้องหนังสืองานของถานชิงเยี่ยนมีความพิเศษ ต้องทำที่ทำงานเท่านั้น ห้องหนังสือห้องนี้ส่วนใหญ่ฉันจึงเป็นคนใช้หนังสือ ภาพวาดและสมุดบันทึกข้างใน ทั้งหมดเป็นของฉันเก็บไปได้ครึ่งหนึ่ง ถานชิงเยี่ยนก็กลับมาพอเห็นฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status