Share

บทที่ 2

Author: แมกไม้และม่านหมอก
ผมเอามือถือออกมาเปิดดูอีเมล

อีเมลล่าสุดเป็นเมลจากคณะกรรมการของงานประกวด

[เนื่องจากผลงานมีส่วนที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขการประกวด ภาพไม่สมบูรณ์และไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ต้องส่งผลงานแบบไม่ระบุชื่อ ผลงานดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์จากการประกวดในปีนี้]

ผมหันหน้าจอมือถือไปข้างหน้าเย่หล่าง

รอยยิ้มของเย่หล่างค่อยๆ หายไป

เย่หล่างเกาหัวแกรกๆ สีหน้าดูกระอักกระอ่วน แต่ก็พยายามกลบเกลื่อน

“กรรมการไม่มีอารมณ์ขันเลยเหรอ? ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาหัวโบราณขนาดนี้”

เขากระแอมเล็กน้อย น้ำเสียงเหมือนโดนคนอื่นโยนความผิดให้ยังไงยังงั้น

“ผมแค่อยากให้พี่ได้ผ่อนคลายบ้าง พี่หน้านิ่วคิ้วขมวดกับการประกวดนี้ทุกวัน ผมเห็นแล้วทนไม่ไหวจริงๆ พี่เหยียนอย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นได้ไหม เดี๋ยวผมจ่ายเงินค่าสมัครให้ก็ได้”

ซูหร่านดึงเย่หล่างไปหลบด้านหลัง

เธอทำแบบนี้จนชินแล้ว

ราวกับว่าแค่เขาทำตัวน่าสงสาร ผมก็จะต้องเป็นฝ่ายยอมโดยปริยาย

“อาเหยียน” ซูหร่านพูดเสียงขรึม “เย่หล่างไม่ได้ตั้งใจ เขาทำให้เรื่องพังก็จริง แต่ตอนแรกเขาก็ทำไปเพราะหวังดีกับนายนะ”

ผมมองเธอ

“ฉันถูกตัดสิทธิ์ประกวดแล้ว”

“ปีนี้ไม่ได้ประกวด ปีหน้าก็ยังประกวดได้” ซูหร่านขมวดคิ้ว “นายมีความสามารถ ปีนี้ไม่ได้ประกวดก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่เห็นต้องทำให้ทุกคนลำบากใจขนาดนี้”

เย่หล่างหลบอยู่ด้านหลังเธอ เขาพูดด้วยเสียงเบาว่า

“ผมก็บอกแล้วไงว่าจะจ่ายเงินค่าสมัครให้”

จู่ๆ ผมรู้สึกว่าห้องนี้แคบเหลือเกิน

แคบจนไม่สามารถรองรับเหตุผลที่พวกเขาคิดไปเองว่ามันถูกต้อง และผมก็ไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดได้อีกแล้ว

ผมก้มหน้าแคปประวัติการยกเลิกตั๋วเครื่องบิน ประวัติแชตในกลุ่ม และอีเมลที่ตอบกลับมา

ซูหร่านเห็นการกระทำของผม สีหน้าเธอแย่กว่าเดิม

“นายจะแคปไว้ทำไม? จะเก็บหลักฐานไว้ฟ้องเราเหรอ?”

ผมเก็บมือถือแล้วเดินไปตรงทางเข้าบ้าน เอากุญแจสำรองของผมออกมาจากพวงกุญแจของซูหร่าน

เธอเอามือจับพวงกุญแจทันที

“เจียงเหยียน”

ผมใช้แรงดึงกุญแจจนหลุดมาอยู่ในฝ่ามือ

“พวกนายสองคนทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงจริงๆ”

เย่หล่างสีหน้าหลากหลายอารมณ์ ท่าทางเหมือนโดนคนตบหน้ายังไงยังงั้น

แววตาของซูหร่านดูหมดความอดทนแล้ว

“วันนี้ถ้านายเดินออกไปแล้ว อย่าหวังว่าฉันจะง้อนายอีก”

ผมเปิดประตูแล้วลากกระเป๋าเดินทางออกไป

ก่อนปิดประตู ผมได้ยินเย่หล่างถามเธอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เขาทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า?”

ซูหร่านไม่ได้ตอบคำถามเขาในทันที

วินาทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ข้อความของเธอเด้งมาบนหน้าจอมือถือ

[สงบสติอารมณ์ได้แล้วค่อยกลับมา]

รถแท็กซี่จอดด้านนอกอาคารผู้โดยสาร ผมลากกระเป๋าเดินทางลงจากแท็กซี่

คนขับถามผมว่าให้ช่วยไหม

ผมส่ายหน้าไปมา เอามือถือแนบหู ฟังข้อความเสียงที่อาจารย์ที่ปรึกษาส่งมา

“เจียงเหยียน ที่ไอซ์แลนด์ยังมีโควตาว่างอยู่ ถ้านายจะมาจริงๆ เย็นนี้ฉันจะให้ทางสตูดิโอส่งจดหมายเชิญไปให้นาย”

ผมกดปุ่มอัดเสียง

“อาจารย์ ผมจะไป”

หลังจากกดส่งข้อความ ผมส่งอีเมลตอบกลับของทางงานประกวดไปให้เขา

อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็ว

[มาที่นี่ก่อน ผลงานเสียหายมันไม่ใช่จุดจบ ยังไงนายก็ยังอยู่นิ]

ผมอ่านข้อความแล้วรู้สึกจุกในลำคอ

ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่มีปัญหาจนถึงขั้นหย่าร้าง ทิ้งผมไว้กับหนี้สิน เย่หล่างแบ่งเงินค่าใช้จ่ายให้ผม ผ่านช่วงเวลาสองสามเดือนที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตมาพร้อมกับผม

ต่อมาอาการแพนิคของผมกำเริบ เกือบตายอยู่ที่ดาดฟ้า ซูหร่านเป็นคนพาผมไปโรงพยาบาล เฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งคืน

ผมเป็นคนที่ไม่ลืมบุญคุณคน

ผมจึงบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายผม เราแค่สนิทกันเกินไป จึงไม่ได้คิดถึงเรื่องขอบเขต

แต่วันนี้ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้ว

บุญคุณไม่ใช่ข้ออ้างที่พวกเขาจะเหยียบย่ำผมยังไงก็ได้

ตอนต่อแถวเช็กอินขึ้นเครื่อง ผมยกเลิกบัตรเครดิตที่เอาไว้ให้ซูหร่านใช้จ่าย แล้วก็ยกเลิกการแชร์โลเคชั่น

ซูหร่านโทรหาผมทันที

ผมกดรับสาย

“นายยกเลิกบัตรเครดิตเหรอ?” เสียงเธอเย็นยะเยือก “เจียงเหยียน นี่นายจะแยกเรื่องเงินกับฉันด้วยเหรอ?”

“อืม”

อีกฝ่ายเงียบไปแป๊บหนึ่ง

เสียงเย่หล่างแทรกเข้ามา

“พี่เหยียน นี่พี่ไปสนามบินจริงๆ เหรอ? พี่จะขู่กันทำไมเนี่ย พี่หร่านก็เลิกเถียงกับพี่แล้วนะ”

เหมือนซูหร่านเอามือถือออกห่างจากตัว แล้วก็เอามาแนบหูอีกครั้ง

“นายอยู่ประตูทางเข้าไหน? ฉันจะไปรับ ส่วนเรื่องอาร์ตบุ๊ก เดี๋ยวฉันสอบถามให้ ดูว่ายื่นเรื่องร้องเรียนได้หรือเปล่า”

“ไม่ต้อง”

“ไม่ต้องอะไร?” เสียงซูหร่านฟังดูเหมือนกำลังข่มความหงุดหงิดอยู่ “ยกเลิกโรงแรมที่ซานย่าไม่ได้ ถ้านายไม่ไป เราสองคนก็เที่ยวไม่สนุกเหมือนกัน”

เย่หล่างพูดเสียงเบาอยู่ข้างๆ

“มันก็ไม่ได้หมดสนุกหรอก แค่ขาดคนถ่ายรูป”

ผมยื่นพาสปอร์ตให้พนักงานที่เคาน์เตอร์เช็กอิน

พนักงานเช็กข้อมูลเสร็จแล้วยื่นตั๋วเครื่องบินให้ผม

“เดินทางปลอดภัยนะคะ”

ผมรับตั๋วเครื่องบินจากพนักงานแล้วพูดกับคนในสายว่า

“ฉันมีธุระต่อ แค่นี้นะ”

ซูหร่านปรี๊ดแตก

“เจียงเหยียน ทุกคนต้องทำตามอารมณ์ของนายเหรอ? เย่หล่างก็สำนึกผิดแล้ว นายจะเอายังไงอีก?”

ผมก้มดูจุดหมายปลายทางบนตั๋วเครื่องบิน

“ฉันอยากไปให้พ้นจากพวกเธอสองคน”

ผมวางสายแล้วเปิดโซเชียลเช็กหน้าฟีด

เย่หล่างโพสต์รูปเซลฟี่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว สีหน้าดูเหนื่อยใจสุดๆ แถมยังกอดหน้ากากดำน้ำไว้ด้วย

[ฉันดีใจสุดๆ อยากเซอร์ไพรส์ใครบางคน แต่เขากลับมองว่าฉันประสงค์ร้าย คนที่แกล้งเล่นไม่ได้นี่เข้าหายากจริงๆ]

มีคนคอมเมนต์ปลอบใจเขาด้วย

คอมเมนต์ของซูหร่านสะดุดตาสุดๆ

[ไม่ต้องสนใจเขาหรอก ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า เขาเป็นคนหัวดื้อ เมินใส่สักสองสามวันเดี๋ยวก็กลับมาขอโทษเอง]

ผมไม่ได้กดไลก์ แล้วก็ไม่ได้คอมเมนต์ด้วย

ผมกดซ่อนโพสต์ของพวกเขา

ก่อนหน้าจอมือถือจะล็อก มีแจ้งเตือนของสายการบินเด้งมาบนหน้าจอ

[เนื่องจากปัญหาทางสภาพอากาศ ทำให้เที่ยวบินที่เดินทางไปเรคยาวิกดีเลย์สี่ชั่วโมง]

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 8

    หลังจากผ่านไปสามปี ช่วงฤดูหนาวผมบินกลับไปจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์บ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้หลินทิงกลับมากับผมด้วยหลังจากทำเอกสารเรียบร้อย ตอนเดินออกมาจากล็อบบี้ หิมะตกหนักมากเธอยื่นมือมากระชับผ้าพันคอของผมให้แน่นขึ้น“หนาวไหม?”“โอเคอยู่”“รถอยู่ฝั่งตรงข้าม เดี๋ยวฉันไปขับมา นายรอฉันหน้าประตูนะ”ผมส่ายหน้าไปมา“ไปด้วยกันสิ”ตอนเราเดินมาถึงทางแยก ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งยองอยู่ริมถนนเธอใส่เสื้อโค้ทเก่าๆ รูปร่างผอมบาง กอดเค้กสตรอว์เบอร์รีไว้ในอ้อมแขนซูหร่านเธอจำผมไม่ได้จะบอกว่าเธอไม่ได้มองผมก็ได้ เพราะสายตาของเธอเอาแต่จ้องหน้าจอมือถือบนหน้าจอเป็นโปรไฟล์ของบัญชีโซเชียลมีเดียที่ปิดใช้งานไปแล้วเธอพูดเสียงแผ่วเบา เหมือนกลัวจะทำให้ใครตื่นยังไงยังงั้น“อาเหยียน วันนี้คือวันเกิดนาย ฉันไม่ได้ซื้อผิดนะ เพราะนายไม่ได้แพ้สตรอว์เบอร์รี”เธอเงียบไปแป๊บหนึ่ง แล้วก็ค่อยๆ พูดอีกว่า“ฉันไม่พนันกับใครแล้ว นายเปิดประตูได้ไหม?”ห่างออกไปไม่ไกล เย่หล่างในชุดพนักงานร้านสะดวกซื้อเดินหิ้วถุงผักลดราคาเข้ามาหาเธอความหนาวทำให้มือเขาแดงก่ำ ใบหน้าดูอิดโรย ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยเมื่อเห็นซูหร

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 7

    ซูหร่านผอมจนจำแทบไม่ได้ เสื้อโค้ทสีดำหลวมโคร่งเย่หล่างก็ไม่ได้มีออร่าเปล่งประกายเหมือนเมื่อก่อน ผมเผ้าไม่เป็นทรง ใต้ตาดำคล้ำเห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบมาที่นี่มากซูหร่านเดินฝ่ากลุ่มคนมาตรงหน้าผมขอบตาของเธอแดงก่ำ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน“อาเหยียน”ผมไม่ได้ตอบเธอเอากล่องแหวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นมันมาตรงหน้าผมแขกที่อยู่บริเวณรอบๆ เงียบลง“ฉันไม่ได้พนันกับใครทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้ล้อเล่นด้วย” เธอเงยหน้ามองผม เสียงสั่นเครือ “ฉันมาขอนายแต่งงานจริงๆ ฉันขอใช้ทั้งชีวิตชดใช้ให้นายได้ไหม?”เย่หล่างก็เดินเข้ามาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ เขาจะยื่นมือมาจับแขนเสื้อผม“พี่เหยียน ผมรู้จักคำว่าขอบเขตแล้ว ผมแซวเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้หญิงแบบมั่วซั่ว ทำให้โดนบริษัทไล่ออก ตอนนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?”ผมถอยหลังหลบมือของเขาซูหร่านยังยืนถือกล่องแหวนอยู่อย่างนั้น“ฉันขายคอนโดนั้นแล้ว นายเอาเงินไปเลย เรื่องประกวด เรื่องโน้ตบุ๊ก ทุกสิ่งที่ทำพลาดไป ฉันจะชดใช้ให้นาย นายจะให้ฉันทำอะไรก็ได้”ผมมองเธอ“ซูหร่าน สิ่งที่ฉันต้องการคือพวกเธอไม่ควรเอาชีวิตฉันมาล้อเล่นตั้งแต่แรก”

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 6

    ลมหนาวที่เรคยาวิกทำให้รู้สึกแสบผิวมาก เหมือนเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ พัดใส่หน้าตอนอาจารย์ที่ปรึกษามารับผมที่สนามบิน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผ้าพันแผลที่แขนผมเขาไม่ได้ถามอะไรมาก ทำเพียงแค่ถอดผ้าพันคอของตัวเองมาพาดไว้บนไหล่ผม“ที่สตูดิโอเปิดฮีตเตอร์ไว้ นายไปพักผ่อนสักหน่อยดีกว่า”ผมพยักหน้าที่นี่ไม่มีใครเอาความอดทนของผมมาเดิมพัน แล้วก็ไม่มีใครมองว่าการที่ผมมีขอบเขตเป็นเรื่องน่าอึดอัดผมเริ่มจัดการอาร์ตบุ๊กอีกครั้งโน้ตบุ๊กที่พังถูกส่งไปซ่อมแล้ว ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในฮาร์ดดิสก์ส่วนเลเยอร์ภาพที่ขาดหายไป ผมค่อยๆ วาดใหม่อีกครั้งบางครั้งวาดจนถึงตอนเช้าตรู่ จะรู้สึกคันตรงแผลที่แขนอาจารย์ที่ปรึกษาเคาะประตูแล้วเอาซุปร้อนๆ มาวางไว้ข้างโต๊ะ“ไม่ต้องรีบ เจียงเหยียน อย่าเอาสุขภาพตัวเองไปแลกกับผลงาน”สัปดาห์ที่สาม ผมเจอหลินทิงที่สตูดิโอเธอเป็นภัณฑารักษ์ที่อาจารย์ที่ปรึกษาทำงานด้วย ประจำอยู่ที่ไอซ์แลนด์หลายปีแล้ว เธอพูดภาษาจีนช้ามาก แต่ออกเสียงชัดเจนทุกคำเธอเดินมาหยุดข้างโต๊ะ ก่อนจะยื่นกาแฟให้ผม เธอพูดว่า“นายดื่มกาแฟดำเฉยๆ หรือต้องเพิ่มนมด้วย?”ผมชะงักเล็กน้อย“กาแฟดำก็ได้”เธอพยักหน้

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 5

    ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมา แขนผมถูกล็อกไว้ข้างเตียงผู้ป่วยพยาบาลกำลังทำแผลให้ผม พอเห็นผมลืมตาขึ้นมา เธอเอ่ยเสียงเบาว่า“แขนของคุณเย็บเจ็ดเข็ม เสียเลือดค่อนข้างมาก ยามที่คอนโดได้ยินเสียงกระจกแตกก็เลยพังประตูเข้าไป แล้วก็พาคุณมาส่งโรงพยาบาล”ผมมองเพดาน ตั้งสติอยู่แป๊บหนึ่ง เพิ่งจะรู้สึกว่าลำคอแห้งผากมากพยาบาลยื่นมือถือให้ผม“เพิ่งชาร์จแบต มือถือคุณดังอยู่นานมาก”บนหน้าจอมีแจ้งเตือนสายไม่ได้รับหลายสิบสายเป็นสายจากซูหร่านทั้งหมดเย่หล่างก็ส่งข้อความเสียงมาเยอะมากผมยังไม่ทันกดเข้าไปดูเพื่อนดันส่งคลิปมาให้ก่อนเป็นคลิปที่ซูหร่านนั่งอยู่บนโซฟาในคลับ เธอถือแก้วอยู่ในมือ พูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย“ฉันตามใจเจียงเหยียนจนเขานิสัยเสีย ขังไว้สัก 3-4 ชั่วโมง เดี๋ยวเขาก็รู้เองว่าใครที่หวังดีกับเขาจริงๆ”มีคนหัวเราะแล้วถามว่า“นี่เธอล็อกประตูจริงเหรอ?”ซูหร่านเอนหลังพิงพนักโซฟา“เมื่อก่อนตอนอาการแพนิคของเขากำเริบ ฉันเป็นคนที่อยู่กับเขาตลอด แล้วฉันจะคิดร้ายกับเขาได้ยังไง? เขาแค่หัวร้อน ต้องให้บทเรียนเขาสักหน่อย”คลิปถึงตรงนี้แล้วก็ตัดไปเพื่อนส่งข้อความมาอีก[พี่เหยียน เกิดอะไรขึ้นที่บ้านพ

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 4

    ผมนั่งแท็กซี่กลับมาที่คอนโดคนเดียวผมเอนหลังพิงเบาะรถ หลับตาแล้วสูดหายใจลึก ในที่สุดความรู้สึกหายใจไม่ออกและอาการหูอื้อก็ค่อยๆ บรรเทาลงตอนลงจากรถ คนขับช่วยเอากระเป๋าเดินทางมาวางไว้ด้านล่างคอนโด อีกฝ่ายถามผมว่าให้ไปส่งหน้าลิฟต์ไหมผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมใช้มือซ้ายกอดโน้ตบุ๊กที่พังไปแล้ว มือขวาลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในคอนโดหลังจากเข้ามาในห้อง ผมไปหาฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูลในห้องหนังสือฮาร์ดดิสก์ยังอยู่ด้านในสุดของลิ้นชักผมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ไปหยิบขวดยาที่โต๊ะข้างหัวเตียงเมื่อผมหยิบขวดยาขึ้นมา เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นซูหร่านยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าขุ่นมัวมาก“นายกลับมาจริงด้วย”ผมเอาฮาร์ดดิสก์ใส่ไว้ในช่องด้านในกระเป๋าเดินทาง“ออกไป”เธอยังนิ่ง สายตามองมาที่ขวดยาในมือผมจู่ๆ เธอเดินเข้ามาแย่งขวดยาจากมือผม“เจียงเหยียน นายเลิกงี่เง่าได้หรือยัง? ฉันบอกแล้วว่าจะซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ให้ แล้วก็จะให้เย่หล่างขอโทษนายด้วย นายจะเย็นชาใส่เราไปถึงเมื่อไร?”ผมยื่นมือไปแย่งขวดยา“เอาคืนมา”ซูหร่านยกมือขึ้น สีหน้าดูเหมือนกำลังข่มความโกรธอยู่“เย่หล่างคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

  • ลมหนาวพัดรักลา   บทที่ 3

    ผมซื้อกาแฟร้อนที่ร้านในเกทสนามบินเพิ่งปิดฝาแก้ว จู่ๆ ก็มีคนมาตบไหล่ผมอย่างแรงกาแฟกระเด็นออกมาโดนนิ้วผมเล็กน้อยเมื่อผมหันไปมอง เห็นซูหร่านกับเย่หล่างยืนอยู่ด้านหลังซูหร่านติดกระดุมเสื้อคลุมผิดไปหนึ่งเม็ด ตรงขมับมีเหงื่อซึมออกมาด้วยเย่หล่างยังกำตั๋วเครื่องบินไปซานย่าอยู่ในมือ เขาหอบจนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว“พอได้แล้ว” ซูหร่านยื่นมือมาเอาแก้วกาแฟของผม เธอเอามือแตะข้างแก้ว แล้วก็คืนแก้วให้ผม “ยังดีที่รู้จักซื้อกาแฟร้อน หนาวไหมเนี่ย”น้ำเสียงเธอเหมือนกำลังง้อ แล้วก็เหมือนกำลังบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว“เราไม่ไปซานย่าแล้ว เราตกเครื่องเพราะมาตามหานาย ครั้งนี้ถือว่าหายกัน กลับบ้านกับฉันเถอะ”เย่หล่างหายเหนื่อยแล้ว เขาเอามือค้ำเข่าแล้วเงยหน้ามองผม“พี่เหยียน พี่มาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศทำไม? จะหนีออกจากบ้านเหมือนในละครเหรอ?”ผมหันไปมองซูหร่าน“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”สายตาเธอวูบไหวเล็กน้อย“ระบบยกเลิกบัตรเครดิตมันแจ้งเตือนล่าช้า มีข้อความที่นายซื้อกาแฟส่งมาเมื่อกี้”“เธอก็เลยเช็กดูอย่างนั้นเหรอ?”“ก็ฉันเป็นห่วงนายไง” ซูหร่านขมวดคิ้ว “มันคือความเป็นห่วงตามปกติ นายอย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status