LOGINเวลาต่อมา
บริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ปจำกัด... 12:30. พิณรณี มีอำนวย..... "ฉันมาสัมภาษณ์งานค่ะ"ฉันเอ่ยขึ้นบอกกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ฝ่ายต้อนรับของบริษัทไป "คุณพิณรณีมีอำนวยใช่ไหม?"พนักงานผู้หญิงเอ่ยขึ้น ฉันก็พยักหน้าแบบงงๆว่าทำไมถึงรู้ชื่อฉัน หรือจะเป็นเอกสารสมัครงานของฉันที่มีรูปถ่ายของฉันอยู่ "เชิญที่ชั้นห้าห้องท่านรองประธานได้เลยท่านรอคุณอยู่แล้ว"เธอคนนั้นว่าพลางมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ "อ้อขอบคุณค่ะ" ฉันเอ่ยขอบคุณเธอก่อนจะเดินออกมาจากหน้าเคาน์เตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านข้างหลังจากที่เข้าพ้นประตูหน้าทางเข้าของตัวอาคารมาแล้ว ฉันเดินไปที่ลิฟต์รอไม่นานลิฟต์ก็มาหยุดลงตรงหน้า พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ถูกเปิดออก ฉันก้มตัวลงเพื่อทำการทักทายคนที่อยู่ในลิฟท์ เธอแต่งตัวภูมิฐานเหมือนพวกคุณหญิงคุณนาย เธอไม่ได้มองฉันและเดินสวนกับฉันออกไปเลยทันทีที่ประตูลิฟท์เปิด ฉันที่การทักทายของฉันถูกเมิน ยิ้มที่กว้างของฉันต้องหุบลงอย่างหน้าเจื่อนก่อนจะเดินเข้าไปและกดชั้นที่ต้องการจะไป แต่แล้วสายตาของฉันก็ไปสบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่กำลังส่องประกายระยิบระยับจนฉันต้องหรี่ตาเพ่งมองว่ามันคืออะไร "สร้อยข้อมือ?"ฉันพึมพำขึ้นมาก่อนจะเดินไปยังจุดที่วัตถุระยิบระยับตกอยู่ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู ก็พบว่ามันคือสร้อยข้อมือ ที่ประดับประดาไปด้วยเพชรหลายสิบเม็ด "ของคนนั้นแน่?"ฉันเอ่ยตามขึ้นมาอีกก่อนจะนึกได้ว่าก่อนที่ผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นกำลังจะเดินออกจากลิฟท์เธอหยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาสวมใส่ อาจจะเป็นตอนนั้นที่สร้อยคอมือที่หลวมอยู่ก่อนหน้าได้หลุดออกจากข้อมูือของเธอ เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉันก็ไม่รอช้ารีบเดินไปก็หยุดชั้นของลิฟท์เพื่อให้ประตูได้เปิดออกอีกครั้ง กริ๊ง ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกที่ชั้นสี่ ก่อนจะไปถึงชั้นจุดหมายของฉัน ฉันไม่รอช้ารีบกดปิดประตูลิฟท์และเลือกชั้นหนึ่งอีกครั้ง ทุกวินาทีที่ลิฟท์เคลื่อนตัวลง มันช่างช้าเสียเหลือเกิน ไม่ร้อนรุ่มเหมือนใจฉันในตอนนี้เลย กริ๊ง เมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออกอีกครั้ง จุดหมายคือชั้นหนึ่ง ฉันรีบวิ่งออกมาจากลิฟต์และสาดส่องสายตามองไปรอบๆก็ไม่พบกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว "ลานจอดรถ" เมื่อสิ้นคำพูดฉัน ฉันก็รีบวิ่งไปยังลานจอดรถของทางบริษัททันทีด้วยความเร็ว โดยไม่สนใจว่ารองเท้าที่ฉันใส่มาจะเป็นรองเท้าคัทชูที่มันกำลังกัดกินเนื้อที่ส้นเท้าของฉันจนรู้สึกแสบจี๊ดขึ้นมา ตึกๆๆๆๆๆ "อือๆๆๆ" ฉันยืนหอบใจหายเหนื่อยถี่หัวใจเต้นรัวเร็วจากการที่ฉันวิ่งมาอย่สงไม่หยุดพัก แต่ฉันจะมาเหนื่อยนานไม่ได้ เพราะของมีค่าที่อยู่ในมือฉัน กำลังรอเจ้าของอยู่ ฉันเริ่มมองไปรอบๆอีกครั้งก็พบกับผู้หญิงเจ้าของสร้อยข้อมือนั้นแล้ว เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ และดูเหมือนเธอกำลังจะเดินขึ้นรถลีมูซีนคันสีดำสุดหรูนั้นไปนะ "คุณคะ!!"ฉันตะโกนสุดเสียงไปก่อน แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยิน ระยะทางที่ฉันและเธออยู่ตอนนี้ ก็ห่างกันเกือบร้อยเมตรด้วย ฉันจึงไม่รอช้า เรียกเธออย่างหวังลมๆแล้งๆแบบนี้อีกแล้ว รีบวิ่งมุ่งตรงไปหาเธอที่เดินขึ้นรถไปแล้ว "เดี๋ยวก่อนค่ะ!!" "คุณคะ!!"ฉันตะโกนไปด้วย วิ่งไปด้วยยิ่งเหนื่อยและสายตาก็ไปเห็นกับป้ายที่เขียนว่าทางออก จึงคิดได้ทันที ว่าทีนี่มีทางเข้าและทางออกคนละทางกันแต่เป็นทางเดียว ฉันจึงเบนเท้าวิ่งไปยังประตูทางออกเพื่อไปดักรอรถตรงนั้น เพราะรถทุกคันจะต้องมาออกทางนี้ ไม่มีทางอื่น ฉันยืนหอบหายใจเหนื่อยในมือก็ดำสร้อยคอมือแน่น พลางยิ้มอย่างดีใจแทนคนที่จะได้ของคืน พรึบ เอี๊ยยยดดดด!!! ฉันที่ห่วงก้มดูสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือจนเพลินลืมตาขึ้นมาอีกที รถลีมูซีนคันนั้นก็อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว ฉันเซล้มลงและหลับตาปี๋เสียงของแตรดังกึกก้องอยู่ในห้วงประสาทฉัน จนอื้อไปหมด "เป็นอะไรไหมครับคุณ?"เสียงทุ้มของผู้ชายเอ่ยขึ้นเรียกสติของฉันให้กลับมา ฉันค่อยลืมตาไปมองยังเจ้าของเสียง ก็พบว่าเป็นคุณลุงที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มสีดำ กำลังนั่งยองๆมองหน้าฉันอยู่ด้วยสายตาตกใจหน้าตาตื่นตระหนก "เป็นอะไรไหมแม่หนู?" "เธอเป็นไงบ้างชนหรือเปล่าตาสม?"เสียงหวานของผู้หญิงเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของคุณลุง น้ำเสียงของเธอดูเป็นกังวลและตกใจไม่ต่างจากคุณลุงคนนั้นหน้าฉัน ที่ผู้หญิงคนนั้นเรียกว่าลุงสม "ไม่ชนครับคุณผู้หญิง"ลุงสมหันไปเอ่ยตอบผู้หญิงคนนั้น ฉันเองก็มองตามไปด้วย ก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเธอเป็นคนเดียวกับเจ้าของสร้อยข้อมือที่อยู่ในมือฉันจริงด้วย "โอ๊ะโอย!" ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อที่ตัวเองรีบลุกจนเกินไปจนไม่รู้ตัวว่าข้อเท้าของฉันกำลังเจ็บ พรึ่บ "ระวังหนู!!"เสียงของลุงสมพร้อมกับมือของเขาที่มารับร่างของฉันไว้ จนไม่ให้ฉันล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง "ขอโทษและขอบคุณค่ะ"ฉันหันไปเอ่ยบอกคุณลุงและก้มศีรษะให้แกอย่างรู้สึกผิด ลุงสมที่พยุงร่างฉันก็ปล่อยให้ฉันได้ยืนทรงตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับคำขอบคุณและคำขอโทษจากฉัน "แล้วเธอเป็นอะไรมายืนขวางหน้ารถฉันทำไมดีนะตาสมไม่ชนเอาน่ะ!"เสียงของคุณนายคนนั้นแข็งกร้าวขึ้นมา แต่ในน้ำเสียงของเธอ ฟังเหมือนเธอเป็นห่วงฉัน "หนูต้องขอโทษที่เกือบทำให้คุณลุงเดือดร้อนแต่หนูไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะคะ" "หนูแค่ต้องการเอาสร้อยคอมือของคุณมาคืน"ฉันว่าพร้อมกับยกมือไปขอโทษคนทั้งสองไปก่อนจะเดินตรงไปหาคุณนาย และยื่นสร้อยคอมือที่ฉันกำไว้แบออกให้เธอได้เห็นว่ามันเป็นของเธอ เธอก็มองก่อนจะทำหน้าตกใจและรีบยกข้อมือของตัวเองขึ้นมาดู ก็พบว่าสร้อยคอมือของเธอได้หายไปจากแขนของเธอจริงๆ "จริงด้วยขอบใจนะหนู" เธอว่าก่อนจะยื่นมือมารับสร้อยข้อมือจากมือฉันไป ฉันก็ยิ้มและให้เธอก่อนจะพยักหน้าด้วยความดีใจที่เห็นว่าเธอคนนี้ดีใจที่ได้ของคืน "หายไปคงแย่"เธอบ่นอุบก่อนจะยื่นมือให้ลุงสมสวมใส่ติดตะขอสร้อยข้อมือให้เธอ "ขอบใจหนูมากที่เอาของมาคืนฉันถึงมันจะไม่กี่แสนแต่ถ้าหายไปฉันคงรู้สึกเสียใจแย่"เธอเอ่ยขึ้นพลางจับสร้อยข้อมือที่ตอนนี้มันได้กลับไปอยู่ในแขนของเจ้าของแล้ว ไม่กี่แสน? เธอรวยถึงขนาดไหนกัน ถึงบอกว่าไม่กี่แสนน่ะ?"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ
"คุณพูดภาษาสเปนได้?" "ใช่ค่ะ" "แต่ผมไม่เห็นในใบสมัคร?"ท่านรองเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าฉันด้วยความสงสัย "ใช่ค่ะดิฉันไม่ได้เขียนลงไปค่ะ" "คุณนี่ทำให้ผมทึ่งได้หลายเรื่องเลยนะแต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณเรื่องที่ทำให้คุณมิตเชลล์ร่วมลงทุนกับเราได้ถ้าเราได้ตีตลาดในประเทศเขา" "จะเพิ่มรายได้ให้เราได้มากกว่านี้แน่" "ค่ะดิฉันเต็มใจค่ะทำให้ท่านรองค่ะ" "อืมผมก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดีไปทำงานของคุณเถอะ" "ค่ะ" "วันนี้คุณไปร่วมงานกับผมนะ" "คะ?"ฉันหันขวับกลับไปมองหน้าท่านรองอีกครั้งด้วยควาตกใจที่เขาพูดเมื่อกี้ ไปร่วมงานกับผมนะ "ท่านรองไม่ได้ไปกับคุณอังศิญาหรือคะ?" "อังเขาก็ไปแต่เขาไปในนามประธานมูลนิธิแต่ผมกับคุณไปในนามบริษัท" "เผื่อเราจะได้ไปพบลูกค้าใหม่ๆ" "หรือคุณไม่ว่าง?" "ว่างค่ะได้ค่ะเดี๋ยวดิฉันจะไปกับคุณ" "วันนี้เป็นงานวันเกิดของคุณหญิงนฤมิตรท่านรองเตรียมของขวัญให้ท่านหรือยังคะ?" "เตรียมแล้วนะคุณหญิงร่ำรวยเงินทองมีของมีค่าที่ท่านอยากได้ผมเลยไม่รู้จะนำอะไรไปให้ท่าน" "เลยจัดของแบบทุกปีไปให้ท่าน" "ปกติคุณน้ำทิพย์จะเตรียมให้ผมน่ะอ้อคุณน้ำทิพย์เป็นเลขาคนเก่าของผม" ถึงว่า บริษัทวิหารไก
ฉันกลับมานั่งลงที่เดิมหลังจากที่วางของพักเบรกให้กรรมการบริหารทุกท่านแล้ว"พักการประชุมสิบนาที"ท่านรองเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของกรรมการทุกท่านดูอิดโรย อาจจะง่วงจากอาหารกลางวันด้วยบ่ายแก่ๆอากาศเย็นๆแบบนี้เหมาะกับการนอนที่สุดเช่นคนข้างๆฉัน เธอแอบโงกหลายโงกแล้วนะ"เอ่อท่านรองครับพอดีมิตเชลล์เพิ่งมาและเขาก็สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทเราแต่เขาเป็นคนสเปนผมพูดสเปนไม่ได้ลามก็ติดงาน""ได้สิครับระหว่างพักเบรกผมจะให้เลขาของผมอธิบายการประชุมที่เราเพิ่งประชุมกันไปเมื่อครู่ให้คุณมิตเชลล์ได้ฟัง""ได้ครับท่านรอง"หนึ่งในกรรมการเอ่ยรับรู้ก่อนจะหันไปมองที่คุณมิตเชลล์ที่เขากำลังนั่งมองมาทางนี้ด้วยสายตาเศร้าท่านรองหันมามองที่ฉันและคุณเคท"ผมจะให้โอกาสคุณทั้งสองคนใครจะเป็นคนไปอธิบายให้คุณมิตเชลล์ฟังเรื่องการประชุมในวันนี้""และถ้าคุณมิตเชลล์ยินดีที่จะร่วมลงทุนกับเราวันนี้ผมจะให้โบนัสพิเศษกับคนนั้นและจะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษในตำแหน่งเลขาของผม" ท่านรองเอ่ยขึ้นและหันมองฉันสลับกับคุณเคท ฉันเองก็หันไปมองคุณเคท เธอก็มองมาที่ฉันแวบหนึ่งฉันแอบเห็นสายตาวิตกกังวลของคุณเคทแต่ก็แค่แวบเดียวก่อนที่เธอจะเปลี
13:30น.ฉันเก็บกล่องข้าวน้อยที่ห่อมาลงกลับเข้าไปในกระเป๋าผ้าใบเก่าก่อนจะหันมาเปิดฝาขวดน้ำดื่มที่ไปกรอกมาจากห้องครัวมากิน"ขนมเธออร่อยมากพรุ่งนี้ทำกับข้าวมาเผื่อพี่อีกสิฝีมือเธอดีมากอร่อยทุกอย่าง"พี่สายเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชมฉัน เธอเองก็จัดการเก็บกล่องข้าวของเธอลงในถุงเหมือนกันฉันก็ยกมือไหว้ขอบคุณเธอไป ฉันที่บังเอิญไปเห็นว่าพี่สายห่อข้าวมากิน ฉันจึงชวนเธอมากินด้วยกันที่จริงบริษัทของเราก็มีอาหารมื้อกลางวันให้พนักงานได้กินฟรี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครเข้าไปกิน ฉันเพิ่งจะรู้เลยห่อข้าวมากินจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ ในเมื่อฉันรู้แล้วต่อไปคงไม่ห่อข้าวมาแต่ขอไปกินที่โรงอาหารของพนักงานดีกว่าเห็นพี่สายบอกว่าอยู่ชั้นสามนะ พรุ่งนี้ต้องไปซะหน่อยแล้ว"ขอบคุณจ๊ะพี่ไว้พรุ่งนี้เพลงจะทำมาให้พี่อีกนะ""ที่จริงเธอขายก็ได้นะ""ขายหรือจ๊ะ?"ฉันเอ่ยถามพี่สายไปพร้อมกับแววตาเป็นประกาย"ใช่คนมีฝีมือแบบเธอน่าจะทำอะไรก็อร่อยไปหมดอย่างขนมไทยนี้พี่ไม่เคยชอบกินแต่พอเป็นเธอทำพี่กลับกินได้""คนที่บริษัทมีแต่คนสมัยใหม่เธอลองทำพวกแซนวิชอะไรพวกนี้ดูไหม""หรือไม่ก็อาหารสุขภาพพวกสลัด" พี่สายเอ่ยขึ้พลางมองฉันด้วยสายตาลุ้นฉันเต็มที







