Masuk“คุณเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเหรอคะ?”
ฉันถาม
เขาไม่ได้ตอบทันที
เพียงหันไปมองเจ้าหน้าที่คนอื่น ก่อนสั่งเสียงเรียบ
“ขอคุยผมกับเธอตามลำพังหน่อยนะครับ”
อาเธอร์ลุกขึ้นทันที
“ผมจะอยู่ด้วย”
“นี่เป็นเรื่องในคดี”
“เธอเป็นน้องสาวผม”
“และตอนนี้เธออาจเป็นเป้าหมายของคนที่ลักพาตัวพ่อคุณ”
น้ำเสียงของคีรินทร์ไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นพอให้อาเธอร์หยุด
สุดท้ายเราสามคนจึงย้ายไปคุยกันในห้องทำงานของพ่อ โดยมีอาเธอร์ยืนอยู่ใกล้ประตู ขณะที่คีรินทร์วางแฟ้มเอกสารบาง ๆ ลงบนโต๊ะ
เขาเปิดออก
ภายในเป็นภาพถ่ายขาวดำเก่า ๆ ใบหนึ่ง
ภาพนั้นแสดงกลุ่มคนประมาณยี่สิบคนยืนล้อมวงอยู่กลางลานดิน ทุกคนสวมหน้ากากไม้รูปสัตว์ และตรงกลางมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเสา
หัวใจฉันเต้นแรงทันที
“ฉันเคยเห็นที่นี่”
อาเธอร์หันมามอง
“ในฝัน?”
ฉันพยักหน้า
“เหมือนกันทุกอย่าง”
คีรินทร์เลื่อนภาพถ่ายมาใกล้ฉันมากขึ้น
“รูปนี้ถ่ายเมื่อประมาณแปดสิบปีก่อน ทางภาคเหนือของไทย”
“มันคืออะไร”
“หลักฐานจากคดีคนหายหลายคดีที่ถูกปิดไปแล้ว”
ฉันจ้องเขา
“ปิดคดีไปแล้ว หมายความว่าไม่มีคนผิดเหรอ”
“หมายความว่าเอกสารถูกสั่งเก็บ และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้สืบต่อ”
อาเธอร์ขมวดคิ้ว
“ใครเป็นคนสั่ง”
คีรินทร์ปิดแฟ้มลงช้า ๆ
“คนที่มีอำนาจมากพอจะทำให้เรื่องคนหายหลายสิบคนกลายเป็นเพียงข่าวลือ”
ฉันนึกถึงครอบครัวของหญิงสาวชุดแดง
ท่าทีของตำรวจในคืนที่โรงพัก
สายตาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่หลบเลี่ยงคำถามของพ่อ
“ครอบครัวเธอคนนั้นเกี่ยวข้องด้วยใช่ไหมคะ?”
คีรินทร์ไม่ได้ตอบตรง ๆ
“ผมยังไม่มีหลักฐาน”
“ไม่มีหลักฐานอีกแล้วเหรอ? เหอะ”
ฉันหัวเราะทั้งที่ไม่รู้สึกขำ
“ทุกคนพูดแต่ไม่มีหลักฐาน ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นบอกเองว่าต้องการให้ฉันไปหา”
“เพราะถ้าเราจับกุมโดยไม่มีหลักฐาน เธอจะออกมาภายในไม่กี่ชั่วโมง และคนที่สั่งการอยู่ข้างหลังก็จะรู้ว่าเรารู้อะไรบ้าง”
“แล้วพ่อฉันล่ะ”
คีรินทร์เงียบไป
“ผมจะตามหาเขา”
“ก่อนหรือหลังพิธีกรรมของพวกมันล่ะ”
อาเธอร์วางมือบนไหล่ฉัน
“ใจเย็นก่อน”
ฉันปัดมือเขาออก
“ฉันใจเย็นไม่ได้แล้ว พ่ออาจกำลังจะตายนะ!”
เสียงของฉันดังลั่นห้อง
หลังจากนั้นไม่มีใครพูดอยู่หลายวินาที
คีรินทร์มองฉันนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ผมไม่ได้จะให้คุณนั่งรอเฉย ๆ”
เขาหยิบนามบัตรอีกใบออกจากกระเป๋า เขียนหมายเลขโทรศัพท์อีกหมายเลขหนึ่งลงด้านหลัง แล้วส่งให้ฉัน
“นี่เป็นเบอร์ส่วนตัวของผม เก็บไว้กับตัวตลอดเวลา”
“แล้วคุณจะทำอะไร”
“ผมจะสืบว่าข้อความที่ส่งหาพ่อคุณมาจากไหน รวมถึงตรวจประวัติครอบครัวของผู้หญิงคนนั้น”
“คุณรู้ชื่อเธอหรือยัง?”
คีรินทร์พยักหน้า
“อลิซาเบธ วาเรนท์”
ชื่อของเธอฟังไม่เหมือนคนไทย และดูเข้ากับใบหน้าขาวซีดกับท่าทางสูงศักดิ์ของเจ้าตัวอย่างประหลาด
“ครอบครัววาเรนท์ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าหรู โรงแรม และสถานบันเทิงหลายแห่ง รวมถึงผับที่พวกคุณไปในคืนนั้น”
อาเธอร์สบถเบา ๆ
“แปลว่าการเจอเธออาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้”
“แล้วซาเวียร์ล่ะ” ฉันถาม “เป็นแค่แบรนด์ของเล่นจริงรึเปล่า?”
คีรินทร์ถอดแว่นออก เช็ดเลนส์ด้วยผ้าผืนเล็ก ทั้งที่มันไม่ได้เปื้อน
ดูเหมือนเขากำลังใช้เวลาเลือกคำตอบ
“บริษัทที่จดทะเบียนแบรนด์ XAVIER มีชื่อเจ้าของเป็นบริษัทต่างประเทศ แต่ย้อนกลับไปหลายทอด สุดท้ายผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคือเครือวาเรนท์”
“แล้วคำนี้หมายถึงอะไร”
“ยังไม่รู้แน่ชัด”
“แต่คุณสงสัย”
คีรินทร์สวมแว่นกลับ
“ในเอกสารเก่า คำนี้ไม่ได้ถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษ มันปรากฏในรูปแบบสัญลักษณ์ และถูกใช้เรียกสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าจะเลือกเหยื่อของมันเอง”
ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง
“เลือกเหยื่อ…”
“คนที่ถูกเลือกจะเริ่มฝันเห็นพิธีกรรมเก่า เห็นการตายของเหยื่อคนก่อน และได้ยินเพลงเรียก”
ห้องทั้งห้องเงียบสนิท
ฉันมองอาเธอร์ เขาเองก็หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถาม
“ไม่นาน”
“แต่คุณก็ปล่อยอลิซาเบธไป”
“ผมไม่ได้เป็นคนออกคำสั่ง”
คีรินทร์ตอบเสียงเรียบ
“แล้วใครเป็นคนสั่ง”
เขาไม่ตอบ
แต่ความเงียบนั้นเพียงพอแล้ว
เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม
เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน
หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ
หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย
พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร
วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด







