LOGINบทที่ 1
ชีวิตที่มีแค่ลูก
“เฮือก!”
ร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เธอชันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเอามือกุมหัวใจที่เต้นแรง เธอไม่อยากเป็นแบบนี้ ไม่อยากนึกถึงภาพที่ต้องเดินออกจากชีวิตผู้ชายใจร้ายคนนั้น
“คุณแม่ขา...” เสียงแหลมเล็กของ ‘น้องลูกพีช’ หรือ ‘เด็กหญิงพรีญา’ ดังขึ้น ก่อนที่หนูน้อยวัยสี่ขวบจะปีนขึ้นมานั่งตักของเธอ
“น้องลูกพีช ทำไมตื่นเช้าจังเลยลูก”
“ป้าลัลน์มาปลุกน้องลูกพีชค่ะ บอกว่าวันนี้จะทำขนมให้กิน”
“ป้าลัลน์ปลุกหรือน้องลูกพีชอ้อนให้ป้าลัลน์ทำให้คะ” พรีมลภัสบอกลูกสาวอย่างรู้ทัน เพราะเชื่อว่า ‘ลัลน์มุกตา’ ไม่มีทางมาปลุกลูกสาวของเธอแน่ๆ
“คุณแม่ก็...รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ ป้าลัลน์ให้หนูมาตามคุณแม่ไปกินข้าวเช้าได้แล้ว”
“งั้นน้องลูกพีชลงไปรอแม่ข้างล่างนะคะ เดี๋ยวแม่รีบตามไป”
“รีบทราบค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยลงจากเตียงก่อนจะวิ่งลงจากชั้นสองของบ้าน จนพรีมลภัสอมยิ้มกับความน่ารักสดใสของลูกสาวของเธอ ลูกสาวที่เธอตั้งใจให้เกิดมา ขณะที่บางคนไม่อยากให้มี
ใบหน้าหวานจ้องมองตัวเองผ่านกระจกและได้แต่ขอบคุณตัวเองที่เข้มแข็งมาได้ถึงตอนนี้ อาจจะเพราะมีของขวัญสุดพิเศษอย่างน้องลูกพีชที่ทำให้เธอผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายมาได้ ช่วงเวลาที่เธอแทบไม่เหลือใครในชีวิต
“ผ่านมาห้าปีแล้วสินะ ที่เราไม่ได้เจอกัน”
ไม่ว่าจะนานแค่ไหนแต่ความทรงจำที่มีต่อผู้ชายคนนั้นไม่เคยเลือนหาย เขาคือคนที่เธอเคยรักมากที่สุด และเป็นคนที่ทำให้เธอเจ็บปวดมากที่สุดเช่นเดียวกัน
ร่างบอบบางของพรีมลภัสเดินไปที่ห้องอาหารก่อนจะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนที่คุ้นเคยดังขึ้น จนเธอได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมาเพราะสองคนนี้เจอกันที่ไรมีเรื่องทุกที
“ไอ้เชน! ทำไมต้องมาแย่งของของฉันด้วย ในจานตัวเองก็มีทำไมไม่กิน”
“ของเธอมันอร่อยกว่านี่ จริงไหมครับน้องลูกพีช” เสียงทุ้มของ ‘เชนธวัช’ ดังขึ้น ก่อนจะอ้าปากกินแซนวิชเข้าไปคำโต
“ไอ้!”
“อย่านะ อย่าพูดคำหยาบให้น้องลูกพีชได้ยินนะ ไม่อย่างนั้นเธอจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพ...” เชนธวัชชี้หน้าของลัลน์มุกตา ก่อนจะก้มมองสาวน้อยร่างเล็กที่กำลังดูผู้ใหญ่เถียงกันตาปริบๆ จนพรีมลภัสเดินมาปิดหูทั้งสองข้างของลูกสาวทันที
“กินข้าวกันค่ะน้องลูกพีช”
“กินข้าวกันค่ะคุณแม่”
ทั้งลัลน์มุกตาและเชนธวัชต่างตักอาหารใส่จานของหลานสาวคนสวย จนน้องลูกพีชฉีกยิ้มกว้างให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองคน ทำเอาพรีมลภัสพลอยมีความสุขไปด้วย เพราะความสุขเดียวของเธอคือการเห็นรอยยิ้มของลูกสาว
“พรีม...”
“ว่ายังไงเชน” ขณะที่คนตัวเล็กกำลังกินข้าว เสียงทุ้มของเชนธวัชก็ดังขึ้น
“พอดีพรุ่งนี้ที่กองมีแคสต์บทแม่ลูก เชนอยากให้พรีมกับน้องลูกพีชไปแคสนะ”
“เราบอกแล้วไงว่าเราไม่ถนัดงานแบบนั้น” เพราะเธอไม่ชอบออกกล้องเลยปฏิเสธเพื่อนอย่างเชนธวัชไป
“แต่อีกไม่กี่เดือนน้องลูกพีชต้องเข้าโรงเรียนแล้วนะ พรีมเองก็ต้องการเงินค่าเทอมลูกไม่ใช่เหรอ เชนว่าถ้าพรีมลองไปแคสต์ดูก็ไม่เสียหายนะ อีกอย่างน้องลูกพีชน่ารักมาก เชนว่าทุกคนต้องชอบน้องลูกพีชแน่เลย”
“แต่...”
“คุณแม่ขา น้องลูกพีชอยากถ่ายรูป น้องลูกพีชขอไปถ่ายรูปได้ไหมคะ” เสียงอ้อนหวานๆ ของลูกสาวรบเร้าให้พรีมลภัสตัดสินใจพาลูกสาวไปลองแคสต์งานดู อีกอย่างเธออยากให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องมีชีวิตแบบเดียวกับเธอ น้องลูกพีชจะต้องมีชีวิตที่มากกว่าเธอ และเธอจะไม่มีทางยอมให้ลูกลำบาก
“ก็ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้เราไปแคสต์งานกับลุงเชนนะคะ”
“ค่ะ...”
“ดีมากเด็กดี งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่จะมอบรางวัลให้กับพรีมทั้งคืนดีไหม” ชายหนุ่มกระหน่ำกระแทกกระทั้นเข้าใส่ช่องทางบวมแดงของหญิงสาวสอย่างแรง จนร่างกายของทั้งคู่ร้อนระอุเหมือนไฟ หยาดเหงื่อโซมกายราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก “ข้างในโคตรตอดเลยพรีม ตอดแรงมาก” เขานิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่านเมื่อความเป็นหญิงกำลังทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก “พรีมเสียว...” “พี่ก็เสียว เสียวจนเหมือนจะแตก” เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของหญิงสาวที่พาดอยู่ที่บ่าแกร่ง ก่อนจะกระหน่ำสะโพกสอบของตัวเองเข้าใส่คนตัวเล็กแบบนี้ไม่มียั้ง ด้วยความที่เขายืนอยู่ที่พื้นทำให้การเคลื่อนไหวค่อนข้างง่ายและทำให้เขาส่งแรงไปยังร่างเล็กได้เร็วและแรงกว่าเดิม “พี่ภู...” “พี่เหมือนจะแตก...” “อย่า...อย่าแตกข้างในนะ” หัวใจสาวไหววูบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มไม่ได้สวมใส่เครื่องป้องกัน เพราะฉะนั้นมันจึงเสี่ยงมากที่จะเกิดความผิดพลาด “ทำไม...จะเก็บไว้ให้ไอ้เชนมันแตกเหรอ ฝันไปเถอะ ร่องของเธอก็เคยโดนฉันแตกในมาแล้ว จะโดนอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป” ชายหนุ่มปัด
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และมันยิ่งทำให้เขาอยากครอบครองเธอมากกว่าเดิม มากกว่าไอ้นายแบบหน้าจืดคนนั้น ร่างเล็กบิดเร่าไปมา เมื่อความเสียวซ่านเข้าครอบงำ จนเธอหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งชายหนุ่มเคยทำอะไรกับเธอเอาไว้ พั่บ!! พั่บ!! พั่บ!! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นสอดประสานกับเสียงครางระงมของคนทั้งสองที่กำลังแนบชิดจนไม่มีส่วนใดของร่างกายห่างจากกัน ริมฝีปากของภูวริชประกบไปกับปากอวบอิ่มของหญิงสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะจูบแลกลิ้นด้วยความต้องการที่ร้อนแรง ลิ้นแกร่งเกี่ยวกระหวัดไปทั่วโพรงปากจนเธอขนลุกซู่ แต่ก็หยอกเอินตอบโต้เขาอย่างไร้ซึ่งความอาย จ๊วบ! เสียงจูบอย่างหื่นกระหายทำให้อุณหภูมิร่างกายของสองหนุ่มสาวร้อนระอุมากขึ้น ขณะที่กายเบื้องล่างยังคงทำงานอย่างหนัก ท่อนเนื้อแ
“อ๊ะ...อย่าจับนะ” เธอร้องเสียงหลงเมื่อปลายนิ้วร้อนๆ ลูบไล้ไปที่จุดกึ่งกลางของความเป็นหญิง จนขนในกายสาวลุกชัน ขาทั้งสองข้างกระตุกหนีบเข้าหากัน แต่เพราะมือร่างใหญ่คั่นกลางทำให้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “ไหนบอกไม่ชอบ ทำไมน้ำตรงนี้มันเยิ้มล่ะพรีม” ปลายนิ้วร้อนๆ ถูไถที่ปากร่องของรูรักจนน้ำหวานในกายสาวไหลเยิ้มจนเลอะนิ้ว “อย่าแหย่เข้ามา ขอร้อง...” “ไม่รู้เหรอว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ” เขาพูดแค่นั้นก็กดก้านนิ้วเข้าไปในช่องทางเปียกชื้นของเธอ จนคนตัวเล็กแอ่นตัวขึ้นมาอย่างเสียวซ่าน “ยะ...อย่า ขอร้อง” คนตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อภูวริชขยับเข้าออกในรูรักของเธอ จนใบหน้าใสแดงก่ำเพราะพิษรักจนแทบทนไม่ไหว “แค่นิ้วยังแน่นขนาดนี้ ถ้าใหญ่กว่านี้จะแน่นแค่ไหนพรีม” เขาครางกระหึ่มในลำคอเมื่อช่องทางรักของคนตัวเล็กบีบรัดนิ้วแกร่งของเขาจนแน่น “มะ...ไม่เอา พอแล้ว” เสียงหวานบอกอย่างขาดห้วง เมื่อคนตัวโตขยับนิ้วเข้าออกไม่หยุดจนความวาบหวามลามเลียไปทั่วร่างกายสาว สัมผัสที่ห่างหายมาตลอดห้าปีทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็น “พอแล้วจริงๆ
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เพื่อป้องการไม่ให้สายตาจาบจ้วงของภูวริชมอง “มากกว่านมฉันก็มองมาแล้ว จะมาอายอะไร” เขาเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย แค่เห็นเพียงร่างกายก็ทำให้บางอย่างที่อยู่ตรงซอกขาของเขาแข็งขึงขึ้นมา “หยาบคาย!” ภูวริชไม่โต้ตอบอะไร แต่เขาเลือกที่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก จนกายท่อนบนเปลือยเปล่า จากนั้นชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะปลดเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ จนหัวเข็มขัดกระทบกันจนเกิดเสียงดัง จนเธอใจหายวาบกับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้ เมื่อกางเกงในสีเข้มของเขาหลุดออกจากขาแข็งแกร่ง บางอย่างที่เคยซุกซ่อนในนั้นก็ดีดผึงน่ากลัว “อึก...” พรีมลภัสเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ทำให้เลือดลมในร่างกายสาวเดือดพล่าน นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ร่างกายของเธอปราศจากเ
คนตัวเล็กยกมือตีร่างใหญ่เป็นพัลวัน แต่เรี่ยวแรงของเธอกลับสู้อะไรชายหนุ่มไม่ได้ เขาจัดการรวบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็เหวี่ยงเธอขึ้นไปบนเตียงทันที จนที่นอนของเขาเปียกชื้นจากร่างกายที่ถูกฝนเทราดรดลงมา “อ๊ะ...จุกนะ” ยังไม่ทันที่ร่างใหญ่ของภูวริชจะก้าวขึ้นมาบนเตียง เสียงโทรศัพท์ของพรีมลภัสก็ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะโถมตัวไปคว้ามันขึ้นมาเพื่อกดรับ แต่ชายหนุ่มกลับไวกว่า จากนั้นเขาก็มองหน้าจอเป็นชื่อของเชนธวัช ทำเอาเลือดในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านทันที เมื่อนึกถึงมือไม้ของมันที่มาแตะต้องร่างกายของหญิงสาว “อย่ารับนะ ขอร้อง...” เธอบอกอย่างวิงวอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจกดรับเพราะอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรกับหญิงสาว ติ๊ด! (พรีม...อยู่ไหนครับ หากระเป๋าเจอหรือยัง) เสียงทุ้มของเชนธวัชถามด้วยความเป็นห่วง จนภูวริชถึงกับของขึ้นกับเสียงอ่อนเสียงหวานของพรีมลภัสที่พูดกับมัน “คะ...คือพรีม...” “บอกมันไปว่ามีธุระต้องไปทำต่อ วันนี้จะไม่กลับ” ภูวริชกระซิบข้างหูของพรีมลภัสจนเธอกำมือแน่น “อึก...ไม่”
บทที่ 3รำลึกความหลัง (ลึกซึ้ง) “ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ทำตัวอ่อยอยู่นี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีผ่านไป เธอจะดูยั่วเยเก่งขึ้นนะ!” มุมปากร้ายๆ กระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ก็มิวายหันไปมองร่างกายอวบอิ่มของพรีมลภัสเป็นระยะ “ว้าย! ไอ้ทุเรศ!” เมื่อเธอรู้ตัวว่าร่างกายที่เปียกชื้นของตัวเองกำลังเป็นที่จับจ้องของผู้ชายหื่นกามอย่างภูวริช ซึ่งเธอรู้ดีว่าตั้งแต่อดีตเขาเป็นผู้ชายเซ็กซ์จัดมากแค่ไหน ความหล่อร้ายของเขาทำเอาเธอที่ไม่ประสาโลกถึงกับอ่อนระทวย ยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง จนกระทั่งเขาสะบั้นรักอย่างไร้เยื่อใย จนเธอต้องอุ้มท้องตามลำพังท่ามกลางคำนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ “ปิดทำไม ฉันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เห็นนะ แต่...” เขาเว้นจังหวะแล้วชำเลืองมองคนตัวเล็กด้วยสายตากรุ้มกริ่ม จนพรีมลภัสแต่ได้ค่อนขอดเขาที่ทำตัวแย่มาก “จะมายุ่งกับฉันอีกทำไม เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งห้าปีแล้วนะ ฉันมีชีวิตของฉันแล้ว ปล่อยฉันไปนะ” “ปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าจืดนั่นน่ะเหรอ” เมื่อคิดถึงภาพของเชนธวัชที่ทั้งจับมือทั้งโอบเอวบอบบางก็ทำเอาเลือดในกายของเขาเดือ







