Mag-log inด้านปารารินหลังจากเธอพบกับภารัณเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับไปทำงานที่บริษัทของเธอต่อ แต่เพื่อนสาวคนสนิทของเธอที่อยากรู้เรื่องจนทนไม่ไหวก็ลงทุนมาส่งน้ำให้ถึงที่ ก่อนจะแวะเข้ามาหาเธอแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องวันนี้ว่าสรุปแล้วภารัณนั้นผิดจริงหรือเปล่า และปารารินก็พูดออกไปตามความจริงพร้อมกับบอกเรื่องที่เขาจะจ้างเธอให้เป็นแฟนกับเพื่อนสาวได้รู้ด้วย
“จ้างเป็นแฟนตั้งห้าแสนบาท ยัยปราง ทำไมแกไม่ตกลงเขาไปห้ะ” ชงโคพูดออกไปเสียงดัง ก่อนจะเอามือปิดปากของตัวเองอย่างลืมตัวว่าตอนนี้พวกเธออยู่ในที่ทำงานขงเพื่อนสาว ซึ่งพี่สาวของเธอก็ทำงานอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน “ตกลงทำไมล่ะแก พวกแกก็รู้ว่าฉันน่ะเคยแอบปลื้มเขามาก่อน ขืนตกลงไปเป็นแฟนปลอมๆของเขาถ้าฉันเกิดตกหลุมรักเขาขึ้นมาฉันก็ต้องเสียใจน่ะสิถ้าฉันช่วยเขาคืนดีกับแฟนได้ ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากเสียใจ” ปารารินพูดบอกไป เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าเธอยอมเป็นแฟนกับเขา เธอจะห้ามความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาไม่ได้ “อ่อ มันก็จริงนะแก ถ้าต้องแกล้งเป็นแฟนกันแล้วใกล้ชิดกันตลอด ยังไงมันก็ต้องมีเผลอใจให้เขาบ้างแหละ แต่แกไม่คิดบ้างเหรอว่าบางทีเขาอาจะเผลอใจให้แกเหมือนกัน มันก็เหมือนน้ำตาลใกล้หมดอ่ะแก” พีชญาพูดออกไป เพราะมันก็มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกันที่ทั้งสองคนจะตหลุมรักกันเอง “แกอย่าทำให้ฉันกลับไปเป็นชะนีขี้มโนแบบเมื่อก่อนได้ไหม แค่เขาไม่ได้ทำผิดเรื่องทุน ใจฉันมันก็แทบจะสั่นสู้เวลาเจออยู่แล้วนะแก” ปารารินพูดบอกเพื่อนสาวไปตามตรง เพราะเธอไม่มีข้อโต้แย้งอะไรที่จะห้ามใจตัวเองม่ให้ชอบเขาแบบก่อนหน้านี้อีกแล้ว “ใจร่านขึ้นมาเลยว่างั้น เฮ้อ ฉันก็ไม่รู้จะบอกแกยังไงอ่ะ มันก็อยู่ที่แกเลือกว่าจะรับข้อเสนอของเขาไหม แต่ฉันอยากให้แกทำตามหัวใจตัวเองนะ แล้วก็คิดดีๆ เพราะการที่แกจะได้ใกล้ชิดกับเขาแบบนี้มันจะไม่มีอีกแล้วนะยัยปราง ” ชงโคพูดบอกไป เพราะเห็นว่าเพื่อนสาวชอบผู้ชายคนนี้มานานแล้ว “เฮ้อ ฉันก็เสียดายแก แต่ฉันไม่อยากช่วยเขาทำให้คนอื่นเขาเลิกกันอ่ะ ปฏิเสธเขาไปแบบนี้แกละดีแล้ว ว่าแต่พวกแกตั้งหน้าตั้งตามาส่งน้ำถึงที่นี่ ก็เพราะอยากรู้เรื่องของฉันแค่เนี่ยอ่นะ” ปารารินพูดบอกไปแบบมาดมั่นว่าเธอจะไม่รับข้อเสนอใดๆของภารัณ ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาวทั้งสองไป “ก็เออน่ะสิ ฉันสองคนทนรอไม่ไหวนิ แต่พวกฉันก็มีเรื่องเด็ดอีกเรื่องให้แกฟังด้วย รับรองเลยว่าแกอึ้งแน่ๆ” พีชญาพูดบอกไป เพราะเธอพึ่งจะรู้ข่าวนี้มาเมื่อวานนี้เอง “เรื่องอะไรอ่ะ ยังมีอะไรที่เด็ดกว่าเรื่องของฉันอีกเหรอ” ปารารินถามออกไปอย่างสงสัย ก่อนจะมองหน้าของเพื่อนสาวทั้งสองสลับกับ และพีชญาก็สังสัญญาณให้ชงโคเป็นคนพูด “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ไอ้คิมมันทำเจนนี่ท้องก็แค่นั้นแหละ ไม่รู้มันสองคนไปบินกันอีท่าไหนถึงป่องมาแบบนั้นอ่ะ เมื่อวานเจนนี่มันติดต่อแกไม่ได้ มันก็เลยให้พวกฉันมาบอกกับแก แล้วก็บอกให้แกอย่าพึ่งบอกแม่มันอ่ะ” ชงโคพูดบอกไปเพราะเจนนี่ไม่ต้องการปิดบังเรื่องนี้กับปารารินซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและลูกพี่ลูกน้องกัน “ป้าฉันรู้เข้ายัยเจนนี่ตายแน่อ่ะ ท้องกับใครไม่ท้องดันมาท้องกับไอ้คิม โอ้ย ทำไมมันไม่รู้จักป้องกันเนี่ย แล้วเจนนี่มันบอกไหมว่าจะกลับไทยเมื่อไหร่” ปารารินพูดบ่นออกไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเธอรู้ว่าทั้งสองแอบกินกันมาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะท้องเร็วแบบนี้เลย “น่าจะเดือนหน้าอ่ะแก ตอนนี้เจนนี่มันหยุดบินแล้ว แต่มันรอให้ไอ้คิมลาหยุดแล้วกลับมาพร้อมกับมันอ่ะ” พีชญาพูดบอกไปตามที่เจนนี่และคิมบอกเอาไว้ “โอเค เดี๋ยวฉันจะโทรไปคุยเรื่องนี้กับสองคนนั้นเอง สงสัยคงต้องคุยกันยาวเลยแหละ อยู่ๆก็มีหลานมาให้ฉันแบบนี้ ” ปารารินพูดออกไปแล้วก็ทำหน้าส่ายไปมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะเธอต้องเจอเรื่องวุ่นวายแน่ๆ จากนั้นสามสาวก็เม้าท์มอยกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งชเอมเข้ามา แล้วไล่น้องสาวของตัวเองกลับไปที่ร้านกาแฟ ไม่ใช่มานั่งเม้าท์กันสนุกๆจนทำให้พนักงานคนอื่นมองว่าเธอนั้นปล่อยปะละเลยยอมให้คนนอกเข้ามายุ่มย่ามในบริษัทได้ หนึ่งเดือนผ่านไป หลังจากที่ยื่นข้อเสนอไปแล้วไม่ได้รับการติดต่อจากปาราริน ภารัณก็โทรติดต่อและถามเธออีกครั้งและเขาก็ได้รับการปฏิเสธดังเดิม ทำให้เขาคิดว่าเขาคงจะใช้วิธีนี้ไม่ได้แล้วเมื่อเธอไม่ยินยอมจะช่วยเขา เขาจึงยอมล้มเลิกความคิดนี้ไป แล้วเขาก็คิดหาวิธีอื่นแทน “ภามเรียกปิ่นเข้ามาพบวันนี้มีอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ” ปิ่นแก้วเอ่ยถามออกไป เพราะช่วงนี้เธอยุ่งเรื่องของการเตรียมตัวเรื่องงานแต่งจนไม่ได้เข้ามาที่บริษัทของภารัณในประชุมต่างๆ จึงสงสัยว่าภารัณมีเรื่องด่วนอะไรถึงอยากคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว “อ่อ พอดีผมไม่เห็นปิ่นเข้าร่วมประชุมเลยช่วงนี้ ก็เลยเป็นห่วง อ่อ ห่วงเรื่องโครงการใหม่ของเราน่ะ ผมอยากให้ปิ่นเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้ไหม ไม่ใช่ส่งคนมาแทน” ภารัณพูดออกไปอย่างต้องการที่จะเจอปิ่นแก้วบ่อยขึ้น และหากเธอเป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้ เขาก็จะได้เจอเธอบ่อยขึ้น “อ่อ เรื่องนี้นี่เอง ปิ่นขอโทษนะคะภามที่ส่งคนมาประชุมแทน พอดีช่วงนี้ปิ่นยุ่งๆน่ะค่ะ ยังไงต่อไปปิ่นจะมาเข้าร่วมประชุมทุกครั้งนะคะ ปิ่นจะดูแลโครงการนี้ให้ดีที่สุดค่ะ ภามไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” ปิ่นแก้วพูดไปก็ยิ้มใส่อดีตคนรักอย่างอ่อนโยน “ได้ยินแบบนี้แล้วผมก็สบายใจ ไหนนี่ก็เที่ยงแล้ว ผมว่าเราไปหาอะไรทานดีไหม เอาร้านประจำที่ปิ่นชอบทานก็ได้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้กับปิ่นแก้ว เพราะเขายังจำทุกอย่างที่เธอชอบได้เสมอ ถึงแม้ว่าในเวลานั้นเขาจะไม่ได้ใส่ใจเธอมากพอก็ตาม “ได้สิคะ แต่ว่าแฟนของคุณจะว่าอะไรหรือเปล่าคะภามที่เราจะไปทานข้าวด้วยกัน” ปิ่นแก้วเอ่ยถามออกไปอย่างลองเชิงดูว่าภารัณจะตอบอย่างไร เพราะเธออยากรู้ว่าเขาไปมาหาสู่กับแฟนของเขาถึงไหนแล้ว “อ่อ แฟนผมเหรอ เขาไม่ว่าอะไรหรอก เขาเข้าใจ” ภารัณได้ยินปิ่นแก้วถามแบบนั้นก็ตอบไปแบบข้างๆคูๆ เพราะเขามีแต่แฟนมโนเท่านั้นแหละ จะมีใครมาว่าเขาได้กัน “ดีจังเลยนะคะที่เขาเข้าใจ คราวก่อนเจอกันปิ่นยังไม่ทันได้รู้จักอะไรเธอเลย คุณชวนเธอมาทานข้าวกับเราด้วยสิคะ ปิ่นอยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้ค่ะ อยากรู้ว่าเธอทำยังไงถึงทำให้ภามกลายเป็นคนมุ้งมิ้งแบบวันนั้นได้ ต่างจากตอนที่คุณคบกับปิ่นลิบลับเลย และดูเหมือนเธอจะสำคัญกับคุณมากนะคะ ” ปิ่นแก้วพูดออกไปแล้วก็ยิ้มมุมปากออกไป ทั้งที่ในใจของเธอนั้นกำลังทดสอบภารัณอยู่ ว่าระหว่างเธอและแฟนของเขา เขาจะให้ความสำคัญกับใครมากกว่า “เราอย่าพูดถึงอดีตเลยนะ ตอนนั้นผมโง่เองแหละที่ปล่อยคุณไปง่ายๆ แล้วมันก็ยังทำให้ผมเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้ และผมอยากให้คุณรู้เอาไว้นะปิ่น ว่าคุณยังเป็นคนสำคัญสำหรับผมเสมอ” ภารัณพูดบอกไปก็มองหน้าของปิ่นแก้วอย่างจริงจัง ก่อนจะจับมือของเธอขึ้นมาอย่างแสดงความจริงใจ เพราะเขายังรู้สึกดีกับเธออยู่จริงๆ “สำคัญมากกว่าแฟนของคุณอีกเหรอคะ” ปิ่นแก้วถามออกไปแล้วมองภารัณอย่างลุ้นว่าเขาจะตอบยังไง เพราะคำพูดของภารัณที่พูดกับเธอตอนนี้มันเหมือนว่าเขายังมีใจให้เธออยู่ ภารัณก็มองหน้าของปิ่นแก้วอย่างจดจ้อง แล้วเขาก็คิดในใจว่าถ้าเขาบอกความในใจของเขาไปตอนนี้ เธอจะยังให้โอกาสเขาได้แก้ตัวอีกไหม ภารัณคิดได้ยังไงก็ถอนหายใจแล้วก็ตัดสินใจจะพูดออกไป “ก๊อกๆ ปิ่นผมมารับคุณไปทานข้าว” ศิลาที่รู้ว่าปิ่นแก้วมาที่บริษัทของภารัณ เขาก็รีบตามมาเพราะไม่ไว้ใจให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง และพอเขาเข้ามาในห้องทำงานของภารัณแล้วเจอทั้งสองกำลังจับมือกันอยู่ มันก็ทำให้เขาอึ้งๆไปทันที “อ่อ ศิลา คุณมาได้ยังไงคะ” ปิ่นแก้วพูดไปอย่างตกใจ ก่อนจะรีบดึงมือของตัวเองออกมาจากมือของภารัณทันที เพราะไม่ต้องการให้ศิลาเข้าใจผิด“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







