로그인ภารัณก็มองปิ่นแก้วรีบดึงมือเธอกลับไปอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าเธอกลัวคงไม่อยากให้นายศิลาเข้าใจผิด เขาก็รู้สึกจุกๆอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มออกไป
“ทำอะไรกัน” ศิลาถามออกไปก็เดินตรงเข้าไปหาทั้งสองด้วยสายตาไม่ไว้ใจ เพราะถ่านไฟเก่าของทั้งสองมันยังคงประทุได้เสมอ “ผมก็แค่จะชวนปิ่นไปทานข้าวด้วยก็เท่านั้น ไม่มีอะไรหรอกครับ” ภารัณพูดบอกไปอย่างตรงๆ ก่อนจะมองหน้าของศิลาที่ดูเหมือนจะไม่พอใจเขาเอามากๆ “แค่ชวนไปทานข้าว ทำไมต้องจับมือถือแขนกันด้วย คุณควรจะรู้นะว่าคุณไม่ควรจับมือถือแขนกับคู่หมั้นของคนอื่น” ศิลาพูดไปอย่างหวงๆก่อนจะเอามือโอบไหล่ของปิ่นแก้วอย่างเป็นเจ้าของ “ไม่มีอะไรจริงๆค่ะศิลา คุณจะมารับปิ่นไปทานข้าวไม่ใช่เหรอคะ เราไปกันเถอะค่ะ อ่อ ภามคะ เรื่องทานข้าวของเราเอาไว้ครั้งหน้านะคะ” ปิ่นแก้วพูดบอกไปอย่างไม่ต้องการให้ศิลาหาเรื่องภารัณ เธอจึงรีบพูดบอกไปเพื่อนตัดปัญหาทุกอย่าง “อืม” ภารัณพยักหน้าตอบไป เพราะเขาก็ไม่อยากให้เธอต้องลำบาก เพราะความขี้หึงของศิลาที่ดูจะไม่ “เดี๋ยวสิ ก่อนที่จะไป ผมขอเอาการ์ดแต่งงานของเราให้อดีตคนรักของคุณก่อนละกัน เขาจะได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับเราสองคน” ศิลาพูดออกไปก็ยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะเขาตั้งใจจะเอาการ์ดมาให้ภารัณโดยเฉพาะ เพื่อที่มันจะได้รู้ว่าต่อไปปิ่นแก้วจะเป็นผู้หญิงของเขาคนเดียวเท่านั้น “การ์ดแต่งงานงั้นเหรอ” ภารัณพูดออกไปแบบอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าทั้งสองจะกำลังแต่งงานกันแล้ว “ใช่ ผมกับปิ่นกำลังจะแต่งงานกัน และงานจะถูกจัดขึ้นเดือนหน้านี้แล้ว นี่การ์ดเชิญไปงานแต่งของเรา หวังว่าคุณจะไปนะครับ อ่อ ถ้าจำไม่ผิดคุณก็มีแฟนใหม่แล้ว ยังไงผมก็ขอเชิญเธอไปงานพร้อมกับคุณด้วยนะครับ คุณจะได้ไม่ต้องไปจับมือผู้หญิงของคนอื่นมั่วๆอีก เพราะมันคงจะดูไม่ดีถ้าผู้บริหารระดับสูงกลายเป็นชู้กับผู้หญิงของคนอื่น ”ศิลาพูดออกไปแล้วส่งการ์ดงานแต่งของเขาให้กับศิลาไปด้วยรอยยิ้มสะใจที่ได้เห็นหน้าของไอ้หมอนี่ “ศิละคะ คุณพูดแรงไปแล้วนะคะ ปิ่นกับภามเราไม่ได้ทำอะไรแบบที่คุณกำลังคิดเลยนะคะ” ปิ่นแก้วพูดออกไปอย่างทนไม่ไหวกับคำพูดของศิลาที่ดูไม่ให้เกียรติเธอเลยสักนิด “ไม่แรงไปหรอกปิ่น คุณน่ะอยู่เงียบๆ ผมบอกกี่ครั้งแล้วห้ะว่าเวลาจะมาหาเขาให้บอกผม แต่คุณก็แอบมาเจอกันสองต่อสองทุกครั้ง จะให้ผมคิดยังไง” ศิลาพูดกัดฟันออกไปอย่างโกรธๆ ก่อนจะเอามือจับแขนของปิ่นแก้วอย่างแรงด้วยความโมโห “อื้อ ปิ่นกับภามเราจบกันไปนานแล้วนะคะ แล้วปิ่นก็บอกคุณมาตลอดว่ามันไม่มีทางกลับไปเหมือนกันได้แล้ว ทำไมคุณยังไม่เชื่ออีก ปิ่นเลือกที่จะแต่งงานกับคุณเพราะปิ่นรักคุณ คุณอย่าทำให้ปิ่นต้องตัดสินใจผิดเลยนะคะศิลา” ปิ่นแก้วพูดออกไปแล้วมองหน้าของศิลาอย่างตัดเพ้อที่เขาหึงหวงเธอจนขาดสติ “ผมจะเชื่อได้ยังไงในเมื่อคุณยังจับมือถือแขนกับเขาอย่างนั้นน่ะห้ะ” ศิลาพูดไปก็ยิ่งบีบแขนของปิ่นแก้วแรงขึ้น ส่วนภารัณที่ได้ยินคำว่ารักของปิ่นแก้วที่พูดออกไปแบบนั้นก็กำหมัดแน่นอย่างจุกๆกับคำพูดของเธอ ที่มันตอกย้ำให้เขารู้ว่าเรื่องของเธอและเขามันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว ในเมื่อเธอได้เลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตของเธอแล้ว “อย่าทะเลาะกันเพราะผมเลย ผมมีแฟนแล้ว และผมก็ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องกลับไปยุ่งกับปิ่นในทำนองนั้น ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกัน คุณอย่าทำร้ายปิ่นอีกเลย ปล่อยมือจากแขนของเธอซะ” ศิลาพูดบอกไป เพราเขาเห็นสีหน้าของปิ่นแก้วว่าเธอกำลังเจ็บ ศิลาพอได้ยินแบบนั้นก็จับแขนของปิ่นแก้วเบาลง และรู้สึกผิดที่ทำรุนแรงกับเธอไป แต่เวลาเขาเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไร เขาก็ห้ามความคิดหึงหวงขึ้นมาไม่ได้ “ผมจะพาแฟนของผมไปงานแต่งของคุณกับปิ่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับปิ่นแล้ว และหวังว่าต่อไปคุณจะไม่ทำอะไรรุนแรงกับปิ่นอีก เพราลูกผู้ชายเขาไม่ทำร้ายผู้หญิง คุณเข้าใจใช่ไหมคุณศิลา” ภารัณกัดฟันพูดไปแล้วก็ฝืนยิ้มออกไปอย่างอดทน เพราะถ้าปิ่นแก้วตัดสินใจจะแต่งงานกับศิลาแล้ว เขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป “อืม ถ้าคุณทำได้อย่างที่พูด ผมจะไม่มีวันทำให้ปิ่นเจ็บตัวแน่” ศิลาพูดออกไปแล้วมองหน้าของภารัณอย่างจดจ้อง “งั้นเรากลับกันเถอะค่ะศิลา ถ้าคุณยังอยากให้มีงานแต่งงานของเราอยู่ ปิ่นกลับก่อนนะภาม ” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็สะบัดมือของศิลาออกแล้วเดินออกไปทันที เพราะเธอไม่ต้องการให้ศิลาพูดจายั่วโมโหอะไรภารัณอีก และถ้าเขายังไม่หยุดทำตัวแบบนั้น เธอคงต้องคิดเรื่องการแต่งงานใหม่แล้ว ภารัณก็มองตามทั้งสองออกไปจนประตูห้องปิดลง แล้วเขาก็ก้มลงมามองการ์ดแต่งงานของทั้งสองอย่างเจ็บใจที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ แถมเขายังโดนนายศิลาพูดหยามศักดิ์ศรีจนไม่อาจยอมรับได้ สงสัยงานแต่งงานของทั้งสอง เขาคงต้องพาตัวแฟนมโนของเขาไปด้วยจริงๆซะแล้ว เพื่อยุติปัญหาทุกอย่างที่ทำให้ปิ่นแก้วต้องลำบากเพราความหึงหวงของนายศิลา จากนั้นภารัณก็เดินไปกดเรียกให้เลขาของเขาเข้ามาในห้อง เพราตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ และเขาจะต้องใช้เด็กผู้หญิงคนนั้น และคราวนี้เขาจะไม่ทำให้เธอไม่สามารถปฎิเสธข้อเสนอของเขาได้อีกต่อไป “คุณวิ โทรนัดผู้บริหารของบริษัทที่ปารารินทำงานอยู่ให้ผมที แล้วบอกเขาว่าผมต้องการเทคโอเวอร์บริษัทของเขาให้เข้ามาอยู่ในเครือบริษัทของเรา ให้เขาเสนอราคามาได้เลย” ภารัณพูดบอกไปด้วยเสียงเข้ม เพราะเสียเงินเท่าไหร่เขาไม่ว่า แต่เขาจะเสียหน้าไม่ได้ “เทคโอเวอร์เหรอคะ นี่คุณภามจะซื้อบริษัทที่เด็กคนนั้นทำงานมาทำไมคะ” วิชุดาถามออกไปแบบงงๆ เพราะบริษัทก็มีบรัษัทออกแบบอยู่แล้ว “ผมให้คุณถามเหรอคุณวิ ไปทำตามที่ผมสั่งก็พอ แล้วหาวันนัดกับทางนั้นให้เร็วที่สุดด้วย” ภารัณพูดออกไปด้วยเสียงโมโห จนวิชุดาตกใจ “ค่ะๆ ได้ค่ะคุณภาม เดี๋ยววิจะรีบติดต่อให้เลยค่ะ” วิชุดาพูดบอกไปแบบกลัวๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างว่องไว เพราะดูจากสถานการณ์แล้วเธอไม่ควรอยู่ในนี้“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ