تسجيل الدخول“มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันสักหน่อย เอาเป็นว่าฉันจะส่งหนังสือแจ้งคนที่ทำผิดพวกนี้ก็แล้วกัน งั้นฉันไปก่อนนะโว้ย” ปรินทร์พูดบอกไปแล้วก้ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที เพราะเขาต้องไปสั่งลูกน้องทางฝั่งของเขาให้จัดการส่งหนังสือให้กับพวกนักศึกษาที่ได้ทุนไปแบบผิดๆ
ด้านปิ่นแก้วหลังจากที่เธอเจอภารัณและแฟนคนใหม่ของเขาเมื่อวานมันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอก็มั่นใจแล้วว่าเธอลืมภารัณได้แล้ว แต่พอเห็นเขามีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก “ปิ่น ตั้งแต่ที่คุณเจอคุณภารัณกับแฟนของเขาเมื่อวาน คุณก็ดูเงียบไปนะ คุณยังลืมเขาไม่ได้ใช่ไหม” ศิลาพูดออกไปขณะที่เขากำลังนั่งอยู่บนเตียงแล้วมองเธอกำลังยืนคิดอย่างเหม่อลอยอยู่ที่วิวกระจกตรงปลายเตียงใหญ่ “คิดมากไปแล้วค่ะ ช่วงนี้ปิ่นเครียดเรื่องงานน่ะค่ะ ไม่ได้คิดเรื่องของภามเขาสักหน่อย ถ้าปิ่นลืมเขาไม่ได้ปิ่นจะคบกับคุณมาทำไมตั้งสามปีล่ะคะ” ปิ่นแก้วเอ่ยพูดออกไปก็หันไปหาศิลาแล้วก็ยิ้ม ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเตียแล้วโอบกอดเขาอย่างอ้อนๆ เพื่อไม่ให้เขาคิดมาก “ไม่รู้สิ บางทีคุณอาจจะแค่คบผมเพราะต้องการลืมเขาก็ได้ อีกอย่างคุณก็ยังทำงานกับเขา เจอกันบ่อยๆด้วย จะไม่ให้ผมรู้สึกกลัวได้ยังไงล่ะ” ศิลาพูดออกไปแล้วก็ทำหน้าเศร้าๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง “ปิ่นไม่ได้คบคุณเพื่อลืมเขา เชื่อปิ่นเถอะนะคะ ตอนนี้ปิ่นรักคุณและปิ่นก็ดีใจที่เรามีช่วงเวลาดีๆร่วมกันมามากมาย จนปิ่นคิดว่าคงไม่มีใครจะรักและดูแลปิ่นได้ดีเท่ากับคุณอีกแล้วค่ะ จุ๊บ อย่าคิดมากเลยนะคะ” ปิ่นแก้วพูดบอกไปก็หอมแก้มของศิลาอย่างออดออ้นเขา เพราะเธอก็รู้สึกรักและผูกพันกับเขาจริงๆ และเธอก็คงจะเสียเขาไปเพราะเรื่องของภารัณไม่ได้ “งั้นเราสองคนแต่งงานกันได้ไหม ผมต้องการความมั่นใจจากคุณเพราะถ้าคุณยอมแต่งงานกับผม ผมจะไม่คิดมากเรื่องพวกนั้นเลย ผมจะเชื่อว่าคุณรักผมจริงๆ แต่งงานกับผมนะปิ่น” ศิลาพูดออกไป เพราะการเป็นแค่คู่หมั้นกับเธอมันยังไม่ทำให้เขามีสิทธิ์ในตัวเธอมากเท่ากับการได้แต่งงานด้วยกัน “คุณพูดจริงเหรอคะศิลา เรื่องแบบนี้อย่าเอามาพูดเล่นๆสิคะ” ปิ่นแก้วก็อึ้งไปทันทีทที่ได้ยินศิลาพูดบอกมาแบบนั้น เพราะถึงเธอกับเขาจะหมั้นกันแล้วแต่เธอก็ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานกับเขามาก่อน และเธอก็ไม่คิดว่าศิลาจะตัดสินใจพูดแบบนี้ออกมาด้วย นี่เขาพร้อมจะแต่งงานกับเธอจริงๆ หรือแค่ต้องการผูกหมัดเธอไว้แค่นั้น “ผมพูดจริงสิ แล้วผมก็คิดเรื่องแต่งงานนี้มาสักพักแล้ว แล้วผมก็ปรึกษาพ่อแม่ของผมกับพ่อแม่ของคุณเรียบร้อยแล้ว แล้วพวกท่านก็เห็นด้วยที่เราสองคนจะแต่งงานกัน ตอนนี้ถ้าคุณตกลงผมจะไปบอกพ่อแม่ของผม ให้ไปตกลงเรื่องแต่งงานของเรากับพ่อแม่ของคุณวันนี้เลย” ศิลาพูดออกไป เพราะเขาไม่อยากจะรออีกแล้ว เขาไม่ต้องการเสียเธอให้ใครโดยเฉพาะภารัณ เขาก็ควรจะรีบทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขาโดยสมบูรณ์ ปิ่นแก้วก็นิ่งไป แล้วก็คิดในใจว่าถ้าเธอตกลงแต่งงานกับศิลาแล้วมันจะกลายเป็นการผูกหมัดเธอมากกว่าการเป็นคู่หมั้นกัน แต่ตอนนี้ภารัณเองก็มีแฟนใหม่ไปและมันก็ผ่านมานานมากแล้วด้วย เรื่องระหว่างเธอกับเขามันก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฎิเสธคนดีๆอย่างศิลาได้อีกต่อไป “ค่ะ ปิ่นจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ปิ่นแก้วพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้กับศิลาไปอย่างอ่อนโยน “จริงเหรอปิ่ม ผมดีใจที่สุดเลย ผมจะรีบบอกให้พ่อแม่ของผมไปคุณกับคุณลุงคุณป้าวันนี้เลย จุ๊บ ผมรักคุณนะปิ่น” ศิลาพูดบอกไปอย่างดีใจที่ปิ่นแก้วตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว มันทำให้เขารู้สึกมั่นใจมาก ปิ่นแก้วเองก็ยิ้มไปอย่างยินดีที่ได้เห็นเขาดีใจแบบนี้ และหวังว่าเธอจะตัดสินใจไม่ผิดที่แต่งงานกับเขา จากนั้นไม่นานศิลาก็ก้มลงมามองหน้าของเธอแล้วก็จูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่จะเริ่มมีอารมณ์พิศสวาทกันจนยากจะเกินต้านทาน ณ เวลาบ่ายโมงตรง ปารารินก็มาพบภารัณที่บริษัทของเขาตามนัด และเขาก็ให้เลขาของเขาไปรอรับเธอขึ้นมายังชั้นของผู้บริหาร จนมีพนักงานหลายคนมอง และวันนี้เธอก็ไม่ได้แต่งตัวแบบชิวๆอย่างเมื่อวานมา เพราะเธอไม่ต้องการให้ใครมามองหรือดูถูกเธอ เธอจึงใส่ชุดเดรสรัดรูปอย่างคล่องแคล่ว “มาตรงเวลาดีนิ นึกว่าจะได้รอซะอีก” ภารัณพูดออกไปก็มองนาฬิกาข้อมือของตัวเองทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเลขาของเขา “นี่คงเป็นสาวน้อยที่ถามคุณภารัณเมื่อวานสินะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมปรินทร์เป็นผู้บริหารฝ่ายการตลาดครับ” ปรินทร์พูดแนะนำตัวออกไปแล้ว็ยิ้มให้กับสาวสวยคนนี้ไปอย่างเป็นมิตร เพราะเธอมีอะไรๆที่น่าสนใจไม่น้อยเลย “อ่อ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณปรินทร์ ฉันปารารินค่ะ จะเรียกว่าปรางเฉยๆก็ได้ค่ะ” ปารารินพูดบอกไปก็ยกมือไหว้เขา เพราะเขาน่าจะอายุไล่เลี่ยกับภารัณซึ่งแก่กว่าเธอมาก แต่เขากลับพูดจาไพเราะน่าเป็นมิตรมากกว่านายภารัณเป็นไหนๆ “ครับคุณปราง งั้นเชิญนั่งก่อนนะครับ แล้วทางเราจะชี้แจงทุกอย่างให้คุณได้ทราบกับเรื่องที่เกิดขึ้น” ปรินทร์พูดบอกไปก็ยิ้ม แล้วก็รู้สึกชอบเด็กสาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ก็ดูสิกริยาท่าทางของเธอมันโคตรจะน่ารักเลย ภารัณก็มองปรินทร์และปารารินด้วยสายตาจดจ้อง ก่อนจะเบะปากออกไปอย่างอดหมั่นไส้เธอไม่ได้ เพราะปารารินดูเป็นมิตรกับปรินทร์มากจนเกินหน้าเกินตา “ในเมื่อคุณก็มาแล้ว งั้นผมก็จะไม่อ้อมค้อมนะ หลังจากที่คุณมากล่าวหาผมเมื่อวานว่าผมนอนกับนักศึกษาเพื่อจะให้ทุนกับพวกเขา ตอนนี้ผมสืบทุกอย่างอย่างชัดเจนและหาตัวคนที่ทำความผิดร้ายแรงนี้ได้แล้ว และเพื่อเป็นการยืนยัน ผมจะให้คุณนั่งอยู่ที่นี่ด้วย คุณวิ ไปบอกให้คุณเรวัติเข้ามาได้เลย” ภารัณพูดบอกไปก็มองหน้าของปารารินอย่างจริงจัง ก่อนจะหันไปบอกเลขาของเขาให้เชิญตัวเรวัติเข้ามา “ค่ะคุณภารัณ” วิชุดาพูดออกไปก็เดินไปเปิดประตูห้องประชุม พร้อมกับเดินไปเรียกเรวัติที่กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะรับแขกในชั้นของผู้บริหาร จากนั้นเธอก็พาเรวัติเข้ามาในห้องด้วยใจที่ลุ้นระทึกว่าเรวัติจะต้องเจอกับอะไรบ้าง “สวัสดีครับคุณภารัณ สวัสดีครับคุณปรินทร์” เรวัติพูดทักทายออกไปก็ไปนั่งที่เก้าอี้ทันที ก่อนจะมองสำรวจว่าในห้องนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น จึงทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าจะประชุมอะไรกัน หรือว่าผู้หญิงสวยๆคนนี้จะเป็นลูกค้า เรวัติคิดไปอย่างค้นๆหน้าของเธอเหมือนเขาเคยเจอที่ไหนสักที่ “นี่คือปาราริน นักศึกษาที่ได้ทุนเรียนจากบริษัทของเราจนจบปริญาตรี และเธอเข้ามาร้องเรียนกับผมเรื่องที่รายชื่อของเธอถูกปรับเปลี่ยนกับเพื่อนที่มีเกรดเฉลี่ยน้อยกว่าเธอ ซึ่งมันก็ต่ำกว่าเกฑณ์ที่ทางบริษัทกำหนด คุณจะชี้แจงเรื่องนี้ว่ายังไงคุณเรวัต” ภารัณพูดออกไปด้วยเสียงเข้ม พร้อมกับไม่บอกว่าตอนนี้เขาได้หลักฐานมาแล้ว เขาแค่ต้องการจะทดสอบเรวัติดูว่าเขาจะยอมรับผิดของตัวเองหรือไม่ “ผะ ผมว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ จะมีการเปลี่ยนทุนให้คนที่เกรดเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐานของบริษัทได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อทุนทุกอันก็ได้รับคำอนุมัติจากคุณภารัณทั้งหมด นั่นก็หมายความว่าคุณภารัณได้ตรวจอย่างดีแล้ว ผมว่าเด็กคนนี้โกหกคุณภารัณแล้วล่ะครับ ได้ทุนเรียนแล้วยังไม่สำนึกแล้วยังกล้ามาก่อความวุ่นวายแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน ให้คนมาจับตัวออกไปเถอะครับ” เรวัติพูดออกไปอย่างไม่ยอมรับ และเขาจะไม่ยอมให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอมาทำให้ชีวิตของเขาพังเด็ดขาด “นี่คุณ มาว่ากันแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ฉันแค่มาร้องเรียนเพื่อความยุติธรรมของตัวเอง ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิดก็อย่ารีบร้อนตัวสิคะ” ปารารินพูดออกไปแล้วมองหน้าของผู้ชายคนนี้อย่างอดทนกับคำพูดของเขา“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







