LOGIN“ผมถือว่าคุณมนต์รับปากแล้วนะครับ หึหึ”
คนตรงหน้าแสยะยิ้มร้ายด้วยความพึงพอใจที่ได้ฟังคำตอบของฉัน พร้อมกับหัวเราะกลั้วในลำคอจนเสียงนั้นทำให้ฉันเริ่มที่จะหวั่นใจ
“อย่างที่มนต์บอกไงคะ ว่าถ้ามนต์ทำได้” คำพูดอ้อมแอ้มตอบกลับไป ด้วยกลัวใจเขาเหลือเกินว่าจะคิดให้ฉันทำอะไรแผลง ๆ
“รับรองได้ว่าคุณมนต์ทำได้แน่นอนครับ” คนตัวโตพูดพร้อมกับเชยปลายคางฉันให้เงยหน้าขึ้น ก่อนที่เขาจะจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตากลมสวยของฉันอย่างมีความหมาย
ส่วนฉันที่แม้ว่าจะกลัวเขาแทบหยุดหายใจ แต่ทว่า...ความรู้สึกข้างในกลับร้อนวูบวาบแปลก ๆ จนทำได้แค่หลบสายตาร้อนแรงที่คนตรงหน้าส่งมา
และทันทีที่สิ้นประโยคคำบอกของคนตัวโต เขาก็เริ่มปฏิบัติการออกคำสั่งถึงสิ่งที่ฉันต้องทำทันที
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณมนต์ทำตามที่ผมบอกด้วยนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์อย่างที่ไม่เคยพูดกับฉันมาก่อน ในขณะที่ขาของเขาก็ค่อย ๆ ย่างก้าวเดินเข้ามาประชิดตัวฉันมากขึ้น จนฉันที่รับรู้ถึงรังสีกดดันจากคนตรงหน้าได้แต่ถอยหลังหนี จนเพียงไม่กี่ก้าวที่ฉันร่นถอย...หลังของฉันก็ติดเข้ากับโต๊ะทำงานของตัวเองและไม่มีพื้นที่ให้ฉันได้ขยับหนีอีกแล้ว
“อ่ะ ทะ...ท่านประธาน ทะ...ท่านจะทำอะไรคะ” ฉันพูดตะกุกตะกัก ยกมือขึ้นยันหน้าอกของคนตรงหน้าที่เหลือไม่ถึงคืบร่างกายกำยำของเขาก็จะแนบชิดเข้ากับร่างฉันแล้ว โดยที่สายตาได้แต่เสมองไปยังด้านข้างไม่กล้าเงยหน้าไปมองเขาตรง ๆ
จนกระทั่ง...เมื่อจู่ ๆ เขาก็ได้ใช้สองมือของเขาจับมาที่เอวของฉัน แล้วจัดการอุ้มฉันตัวลอยขึ้นไปนั่งวางไว้บนโต๊ะทำงานของฉันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ว๊ายยยยย ~~” ฉันร้องเสียงหลงอีกทั้งยังเผลอเอื้อมมือขึ้นคล้องคอเขาเอาได้ด้วยกลัวตัวเองจะหงายเงิบตกลงไป
จากนั้น...สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายตัวเองก็พลันหลุดออกมาจนฉันถึงกับอ้าปากค้างเบิกตากว้างไปไม่เป็น
“อ้าขาออก!!”
จู่ ๆ คนตรงหน้าก็ปรับโหมดเป็นดุดันเข้มขรึมขึ้นมาอย่างนั้นโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังออกคำสั่งที่ทำให้ฉันอึ้งกิมกี่
“ห๊ะ...!! วะ...ว่าไงนะคะ” ฉันตกใจหลังได้ยินคำสั่งของเขา จนนึกว่าตัวเองฟังผิดไป
“ผมบอกให้อ้าขาออก...!!” เขาเน้นย้ำทีละคำให้ฉันฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ โดยที่ฉันได้แต่ทำตัวเงอะ ๆ งะ ๆ ด้วยความไม่มั่นใจ และลังเลใจ จนกระทั่งเขาที่เห็นฉันมีอาการประหม่าถึงกับเอ่ยเสียงเข้มอีกครั้ง
“ผมจะไม่พูดซ้ำนะคุณมนต์ ผมสั่งให้คุณอ้าขาออก”
และทันทีที่ฉันได้ยินเสียงอันทรงพลังและมีอำนาจของคนตรงหน้าเอ่ยซ้ำ ตัวฉันถึงกับสะดุ้งโหยงสั่นสะท้าน ก่อนจะค่อย ๆ อ้าขาออกตามที่ได้รับคำสั่งทั้งที่ร่างทั้งร่างสั่นไหว
หลังจากที่ฉันทำตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ค่อย ๆ ใช้สองมือรูดกระโปรงของฉันให้ขึ้นมากองอยู่ที่เอวเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ และด้วยการกระทำของเขาฉันที่ตกใจถึงกับเอื้อมมือไปจับข้อมือของเขาเอาไว้เพื่อหยุดการกระทำเพื่อไม่ให้มันเลยเถิดไปมากกว่า
“ทะ...ท่านประธานอย่าค่ะ...!!” ฉันเบิกตากว้างร้องห้ามเสียงสั่นพร้อมกับมือที่พยายามดันมือของเขาเอาไว้ เนื่องจากบัดนี้กระโปรงที่ถูกยกขึ้นมากองที่เอวได้ปกปิดของสงวนฉันไว้เพียงแค่หมิ่นเหม่เท่านั้น
แต่ทว่า...เสียงห้ามของฉันกลับไม่เป็นผลเลยสักนิด เพราะนอกจากเขาจะไม่ฟังคำท้วงติงของฉันแล้ว เขายังฝืนข้อมือตัวเองแล้วดันกระโปรงฉันให้สูงขึ้นจนเผยให้เห็นถึงความอะร้าอร่ามของพื้นที่สามเหลี่ยมอวบอิ่มด้านล่างสู่สายตาคมเข้มของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“มันสวยมากเลยนะครับ โดยเฉพาะเมื่อยิ่งได้มองใกล้ ๆ แบบนี้ก็ยิ่งสวยมากจริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ โดยที่สายตามองมายังเบื้องล่างด้วยความลุ่มหลงอย่างไม่คิดปิดบัง และด้วยระยะระหว่างเราสองคนที่ใกล้กันมาก นั่นจึงทำให้เสียงพึมพำกับตัวเองของเขาดังมากพอที่จะทำให้ฉันได้ยิน จนทำให้ฉันถึงกับหน้าแดงแปร๊ดเพราะคำชมที่เผลอไผลของเขา
และในขณะที่ฉันลืมตัวได้แต่เสหน้าหลบเพราะอายต่อคำชมของเขาอยู่นั้น นั่นจึงทำให้ฉันไม่ทันได้สังเกตเลยว่าบัดนี้เจ้านายที่ฉันแอบปลื้มจะค่อย ๆ ใช้มือรูดซิปกางเกงสแล็คสีดำสุดหรูของตัวเองลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับเผยให้เห็นถึงอะไรบางอย่างที่ควรจะเป็นของส่วนตัวโผล่พ้นออกมาตั้งตรงชี้ปลายมนตรงมาทางฉัน
“อ้ากว้างกว่านี้อีกได้ไหม” เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว่าเดิมพร้อมกับตาที่จ้องมองมายังเนื้ออวบอูมของหญิงสาวไม่กะพริบ โดยที่มือของเขากำลังสาวรูดหนังหุ้มเอ็นอุ่นของเขาขึ้นลงไม่หยุด
“ค่ะ...!! ว่าไงนะคะ” ฉันถึงกับหันขวับมามองหน้าเขาเนื่องด้วยไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองเพิ่งได้ยินเมื่อครู่นี้ ก่อนจะเอ่ยถามเขาย้ำออกไปอีกครั้ง
และทันทีที่ฉันหันมา ภาพตรงหน้าก็ถึงกับทำให้ฉันหน้าซีดยกมือที่จับข้อมือคนตัวโตในตอนแรกขึ้นมาปิดปากแทบไม่ทัน
(ยะ...ใหญ่อะไรขนาดนี้เนี่ย...!!) (O.O)
ด้วยความใหญ่โตที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนแม้จะเคยดูหนัง AV ผ่านตามาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นว่ามันจะใหญ่โตอะไรได้ขนาดนี้ และด้วยสิ่งที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้ปฏิกิริยาแรกของร่างกายสั่งให้ฉันหุบเรียวขาอย่างอัตโนมัติทันที
และด้วยเพราะปฏิกิริยาของฉันที่มีจึงทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
“คุณมนต์ผมสั่งให้อ้ากว้างออกอีก ไม่ใช่หุบเข้าแบบนี้นะ” เขาเอ่ยเสียงเข้มแกมดุใส่ฉัน ส่วนฉันที่ยังไม่หายตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นก็ได้แต่ตัวสั่นปิดปากนิ่ง พยายามไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องด้วยความตกใจดังออกมา
“อ้าขาออก...!! อย่าให้ผมต้องออกแรงบังคับนะ เพราะว่ามันจะไม่สนุกแน่...!!” คนตัวโตที่เริ่มมีอารมณ์เอ่ยปากสั่งอีกรอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เริ่มหงุดหงิด
กระทั่งเมื่อเสียงเข้มกึ่งตวาดได้ทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยง จนรีบละสายตาออกจากอวัยวะขนาดมหึมา แล้วเสหลบไปมองด้านข้างดังเดิม
แต่ทว่า...หลังจากที่ละสายตาออกจากความใหญ่โตของเขาแล้ว น่าแปลกที่ถึงแม้ว่าความรู้สึกแรกของฉันมันจะรู้สึกกลัวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่พอได้ตั้งสติดี ๆ แล้วข้างในกลับเกิดความรู้สึกปั่นป่วนบางอย่าง มันเป็นความรู้สึกวาบหวามที่พากันวิ่งพล่านไปตามร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะภาพท่อนเนื้อเอ็นสีน้ำตาลอ่อนที่ตามลำตัวของมันมีเส้นเอ็นปูดปูนคล้ายกลับงูตัวเล็ก ๆ เลื้อยพันกันสะเปะสะปะไปหมด ภาพนั้นกลับช่างตราตรึงใจฉันเหลือเกินแม้จะมองได้เพียงไม่นานก็ตาม อีกทั้งปลายหัวมนสีชมพูที่เคลือบมันวาวไปด้วยน้ำสีใส ภาพนั้นยิ่งทำให้ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว
ฉันสลัดความคิดน่าอายนั้นออกจากหัวสมองก่อนจะทำตามที่เขาบอกอย่างลืมตัวไปเสียสนิทว่าทำไมฉันถึงต้องทำตามคำสั่งนั้นด้วย จากนั้นเรียวขาสวยที่ค่อย ๆ แบะอ้ากว้างออกอีกครั้งจนความกว้างนั้นแทบจะ 90 องศาก็ได้เผยให้เห็นสามเหลี่ยมอวบอูมที่มีเส้นไหมสีน้ำตาลรำไรปกปิดอยู่ค่อย ๆ แย้มกลีบเนื้อสองข้างให้แยกออกจากกันจนแหวกให้เห็นเนื้อสีชมพูที่ตอนนี้ด้านในยังมีคราบน้ำเหนียวสีใสแต่งแต้มอยู่ดูวาววับ
และด้วยการกระทำที่แสนจะน่าอายนั้น ก็ทำให้ฉันได้แต่ปิดดวงตากลมสวยปี๋ด้วยความรู้สึกอายเกินจนกว่าจะมองใบหน้าของคนตรงหน้ายามจับจ้องมองของสงวนได้
“เฮือก ~~ ดะ...ดีมาก สวยมากจริง ๆ” เสียงกลืนน้ำลายดังเฮือกที่ถูกส่งมาจากคนตรงหน้า ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านวูบวาบบริเวณท้องน้อยไม่หยุด
“ทะ...ทีนี้ท่านประธานจะคืนของให้มนต์ได้หรือยังค่ะ” ฉันที่ยังคงหลับตาปี๋อ้าขาอยู่อย่างนั้นถามออกไป ด้วยเพราะคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการแลกเปลี่ยนมีเพียงเท่านี้
ก่อนคำพูดที่สวนมาแทบจะทันควัน จะทำให้ฉันถึงกับหน้าถอดสีกระทั่งยอมเปิดเปลือกตาขึ้นไปจ้องมองใบหน้าเจ้านายของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ
“ยัง...!!!”
“มะ...หมายความว่ายังไงคะ...??” ฉันที่แม้จะพอดูออกถึงสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น แต่เพราะฉันเองก็อยากจะฟังจากปากเขามากกว่าว่าสิ่งที่เขาต้องการจากฉันจริง ๆ มันจะเป็นสิ่งเดียวกับที่ฉันหวาดหวั่นไหม
และในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้คำตอบจากคนที่มองตรงจุดกึ่งกลางกายด้วยสายตาหื่นกระหาย เขาก็ได้อาศัยจังหวะที่เหมือนกับคำถามของฉันเป็นเพียงธาตุอากาศค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น จนทำให้ฉันถึงกับขยับร่นหนีออกเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น
แต่นั่นก็ไม่เป็นผลเลยสักนิด เนื่องจากการกระทำของฉันกลับไม่ได้ทำให้เขาลดละความต้องการลงไปแม้แต่น้อย เพราะนอกจากเขาจะไม่หยุดเคลื่อนกายเข้ามาหาฉันแล้ว เขายังใช้มือหนาตรงมากอบกุมเอวคอดของฉันเอาไว้แน่นแล้วจัดการกระชับเข้าหาตัวเขาอีกด้วย
“คุณมนต์ผมขอแนะนำให้คุณอ้าขาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนี่คือคำเตือน...!! ถ้าคุณไม่อยากหมดสนุกเสียก่อน” เสียงเย็นเอื้อนเอ่ยนิ่ม ๆ แต่กลับสามารถทำให้คนฟังรู้สึกสั่นสะท้านได้อย่างน่าประหลาด
“พะ...พอเถอะค่ะ ปล่อยมนต์ไปเถอะนะคะ” ฉันที่เริ่มรู้สึกถึงความน่ากลัวในคำเตือนของเขารางๆ เอ่ยปากร้องขอ เพียงแต่ว่าร่างกายที่ควรต่อต้านกลับทอดกายเชื้อเชิญเขาเสียอย่างนั้น
และก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัวหรือเอ่ยปากพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ คนตัวโตที่จับเอ็นอุ่นมาจ่ออยู่ปากทางรูรักอยู่นานแล้วก็ไม่ได้ฟังคำร้องขออะไรจากฉันเลยแม้แต่น้อย แถมเขายังสวนลำเอ็นขนาดมหึมาสอดเข้ามายังร่องสีชมพูโดยที่ตัวฉันยังไม่ทำได้ตั้งตัวอีกด้วย...
เสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายที่ฉันมั่นใจว่าจะรักเขาเป็นคนสุดท้ายในฐานะสามีเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ให้ฉัน ก่อนที่เขานั้นจะยื่นแขนออกมาสวมกอดให้ฉันได้คลายความหนาวที่มี“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ หนะค่ะ อีกแป๊บเดียวก็ว่าจะเข้าไปนอนแล้ว พอดีคุณออกมาก่อน” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา พร้อมกับกอดกระชับวงแขนกำยำที่โอบรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นสำทับลงไป“คิดอะไรอยู่บอกผมได้ไหม ผมอยากรู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวของมนต์จังเลย” คำพูดหวานที่มักจะมีให้ฉันตลอดมาทุกครั้งที่มีโอกาส และยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยยกกว้างขึ้น“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ แล้วก็คิดว่า...อยากจะมีลูกให้คนแถวนี้อีกสักคนดีไหม” ใบหน้าสวยระบายยิ้ม อีกทั้งยังเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่รู้ดีว่าคนด้านหลังอยากได้ยินมากแค่ไหน“อ่ะ...ห๊ะ!! จริงเหรอ...!! นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม” ฟอด ฟอด ฟอด ~~ส่วนคนตัวโตที่ออกอาการดีใจก็พูดไม่พูดเปล่า แต่ยังโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันซ้ายขวาไม่หยุด“คริคริ...คุณมาตินค่ะ พอได้แล้วค่ะมนต์จักจี้ หนวดคุณมันทิ่มแก้มมนต์ไปหมดแล้ว” ฉันที่ได้แต่เสหน้าหลบไปมาด้วยความรู้สึกจักจี้ที่ใบหน้า เหตุก
ความคิดมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดยามที่ได้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งในอดีตวันวาน ความทรงจำที่ทั้งดีและร้ายแม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยังชัดเจนในใจ แต่ทว่า...มันกลับไม่มีผลต่อหัวใจหรือความรู้สึกสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วอีกทั้งพอได้นึกเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผ่านมา ครั้นเมื่อคิดไปถึงเรื่องของคุณวาคิมแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องราวของผู้ชายอีกคนที่แสนร้ายกาจไม่ต่างกัน...และเขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก...คุณไผ่...เรื่องราวของคุณไผ่นั้นนับได้ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลของการกระทำมากที่สุดก็ดูจะไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะแม้ว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก ด้วยเหตุผลหลักที่ฉันพอรู้ก็คือเขาไม่อยากมีปัญหากับคุณมาติน บุคคลที่มีคนใหญ่คนโตของประเทศหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากนักที่เขาจะเลิกยุ่งกับฉันหลังจากที่รู้ว่าฉันได้มาอยู่กับคุณมาตินแล้วจริง ๆเพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปีข่าวคราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณไผ่เขา มันกลับทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ...นั่นก็เพราะหลังจากที่เรื่องราวของความจริงในอีกด้านได้ถูกเปิดเผยขึ้น
หลายปีต่อมา ~~นับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ทั้งฉันกับคุณมาตินก็ต่างมอบความรักให้กันอย่างดูดดื่มแทบจะทุกวัน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้จากฉันก็สำเร็จเมื่อฉันได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคนที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจให้กับคุณมาติน ส่วนเขาที่พอได้ลูกชายก็ออกอาการดีใจเห่อไม่หยุด และแม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าเขาเองก็อยากจะมีลูกกับฉันเพิ่มอีกก็ตาม เพียงแต่เขานั้นยังไม่กล้าเอ่ยปากขอออกมาด้วยเพราะเขากลัวว่าฉันจะไม่พอใจแต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ...ตัวฉันเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฉันจะมีลูกให้กับเขาอีก เพียงแต่ฉันอยากจะเลี้ยงลูกชายให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วค่อยมีลูกให้เขาอีกคนอีกทั้งฉันที่ยังรู้สึกตื้นตันใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้มาเสมอไม่ว่ากับฉันหรือลูกของฉันก็ตาม เขาที่ยังคงเอ็นดูสเตล่าลูกสาวของฉันที่เกิดกับคุณวาคิมเสมือนกับเป็นลูกในไส้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนกับวันแรกที่ลูกสาวของฉันคลอดออกมาอย่างไงก็อย่างงั้น แถมยังดูว่าเขาจะรักลูกสาวฉันมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่ฉันคลอดลูกชายออกมาส่วนข่าวคราวของคุณวาคิมพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวฉัน แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะไม่ลด
และในขณะที่ฉันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น อาจจะเพราะด้วยบางครั้งฉันยังคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝันแสนหวานที่กลัวว่าจะต้องตื่นขึ้นในสักวันหนึ่ง“ถ้าคุณยังคิดมาก...ถ้างั้นผมขอลูกชายให้ผมสักคนได้ไหมครับ...ที่รัก...หืมมมมม ~~” จุ๊บ ~~น้ำเสียงกระอ้อมกระแอ้มจากคนตัวโตที่ส่งมาอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากมากนัก ด้วยเพราะนับตั้งแต่ที่เขากับหญิงสาวตัดสินใจคบหากันมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากหญิงสาวเลยสักครั้งแม้ว่าเธอจะไม่มีทีท่ารังเกียจเขาเลยก็ตาม ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาขอไปเธอจะเต็มใจมอบให้หรือเปล่าและหลังจากที่ฉันได้ยินคำขอจากเขา ฉับพลันฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีลูกให้กับเขา เพียงแต่ฉันเองกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาไม่นึกรังเกียจแม่ม่ายลูกติดอย่างฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังให้เกียรติฉันมากขนาดนี้อีกด้วย“แต่ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจแล้วละก็...ไ...ม่...”ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ได้รีบพูดสวนกลับไปก่อนด้วยไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้“ได้แน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสามารถของคุณนะคะคุณมาติน” (^-^)รอยยิ้
พั่บ...พั่บๆๆๆ“อ๊ะ...อ๊ะ...อือออออ...มาตินค่ะ...อ่าาาาา ~~” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นร้องครวญครางกระเส่าเสียงดังลั่นห้อง อีกทั้งมือบางทั้งสองข้างยังยกขึ้นมากอบกุมสองเต้างามงอนแล้วจัดการบีบขยี้เล่นอย่างต้องการระบายความเสียวที่กำลังตีมวนอยู่ในท้องน้อยยามนี้“อ่าาาาา...มนต์...ผมรักคุณ...มนต์...ซี๊ดดดดด ~~” ส่วนคนตัวโตที่มีใบหน้าเหยเกไม่ต่างกันก็กำลังกัดฟันแน่นด้วยความกระสัน พร้อมกับลำเอ็นที่กำลังจะปะทุลาวาสีขาวขุ่นออกมาอีกครั้งแล้ว แม้ว่าเขาจะปลดปล่อยมันไปมากมายก่อนหน้านี้แล้วก็ตามและด้วยเสียงร้องคำรามที่ออกมาจากคนใต้ร่าง ก็เป็นเหมือนดั่งแรงส่งให้ร่างบางเร่งขยับขย่มลำเอ็นแข็งระรัวถี่ยิบ จนกระทั่งเมื่อร่องอุ่นเสียดสีเข้ากับปลอกเนื้อหยุ่นอีกเพียงไม่กี่อึดใจ แรงกระตุกตอดของมัดกล้ามเนื้อด้านในก็ได้ส่งให้ร่างทั้งสองก็ต่างกู่ก้องร้องคำรามลั่นออกมาด้วยความสุขสมอย่างพร้อมเพรียงกัน“กรี๊ดดดด...อร๊ายยยย ~~ / อ่าาาาส์ ~~”ความร้อนอุ่นสาดซัดเข้าเต็มท้องน้อยอีกครั้งจนรู้สึกได้ พร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งตัวลงไปนอนบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง ทั้งที่ในร่องสาวยังคงปล่อยให้ครอบงำกลืนกินเอ็นอุ่นอยู่แบบนั้นด้วยเพราะแ
ส่วนคุณมาตินที่พอเห็นฉันพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนจะยิ้มด้วยความพึงพอใจพร้อมกับจูบลงมาที่ขมับของฉันเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“อื้ออออ...สบายจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่รัก” จุ๊บ ~~ ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกดีและรู้สึกตื้นตันใจในความดีของเขา ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาแล้วบรรจงจุ๊บแก้มเขาคืนเช่นกันและด้วย...สังเวียนสวาทที่เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของสองเรานั้น ก็เป็นอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ โดยหลังจากที่เขารับปากว่าจะอาบน้ำให้ฉัน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าฟอกสบู่บนตัวฉัน พร้อมกับชำระร่างกายให้จนสะอาดหมดจดอย่างที่เขาบอก ก่อนที่เขาจะจัดการอุ้มฉันในท่าเจ้าสาวอีกครั้งแล้วนำไปวา
นับตั้งแต่วันที่คุณไผ่รู้ว่าฉันตั้งท้อง เขาก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีมากขึ้นกว่าเดิม จนแม้กระทั่งคนรอบข้างยังสังเกตได้ ทุกอย่างอีกทั้งบรรยากาศที่เกิดขึ้นในบ้านต่างอบอวลไปด้วยมวลความสุขเล็ก ความตึงเครียดที่เคยมีก่อนหน้านี้ด้วยเพราะคุณไผ่เธอไม่เคยแสดงสีหน้า ทั้งทางหน้าตาและอารมณ์ของความสุขให้ใครได้เห็นเลย
กริ๊ง...กริ๊งงงงง ~~ผมหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นช้า ๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เพราะความสงสัยที่เกิดขึ้นอย่างแรกเลยคือ เธอไม่เคยทิ้งโทรศัพท์ไว้แบบนี้มาก่อน...ใจที่สั่นสะท้านไม่ต่างกับมือที่กำโทรศัพท์ของตัวเองแน่น เสียงส่งสัญญาณรอสายที่ยังคงดังเข้ารูหู ทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ผ
มันเป็นวันที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม...ภาพที่ฉันเกือบจะโดนพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ...ยังคงฝังร่างหยั่งลึกลงในจิตใจของฉันเสมือนว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดมาเมื่อวาน ร่างบางที่ดิ้นรนกรีดร้องหนีตายอย่างสุดเสียง แต่ด้วยสภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ที่ดูกักขฬะที่เหล่าบรรดาผู้มีอนามัยมักจะให้สมญานามสถานที่แห่งนี้ว่า
ร่างบางถูกคนตัวโตพาเข้ามายังในห้องน้ำ เขาที่ค่อย ๆ วางหญิงสาวลงบนฝานั่งชักโครกอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะยืนมองร่างนุ่มนิ่มนั้นโดยไม่ยอมเดินกลับออกไปจากนั้น...ภายในห้องน้ำก็ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบที่มีเพียงแค่เสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ต่างฝ่ายต่างเงียบงันไม่ยอมพูดอะไรออกมาก่อน เหมือนกับว่ากำลังรอให