เข้าสู่ระบบร่องนุ่มอุ่นส่งแรงกระตุกตอดนิ้วสาวถี่ยิบ มาพร้อมกับปากอวบอิ่มที่ส่งเสียงกรีดร้องครวญครางไม่ได้ศัพท์จนดังกึกก้องลั่นห้องทำงาน โดยที่มีน้ำหวานเหนียวใสต่างทยอยพวยพุ่งออกมาไม่หยุดจนเปรอะเปื้อนเต็มอุ้งมือเป็นดั่งสัญญาณว่าเจ้าของร่องสวาทได้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการแล้ว
“แฮ่กๆๆ เฮือก ~~”
ลมหายใจถูกปล่อยออกมาพร้อมกับร่างที่ค่อย ๆ คลายอาการกระตุกเกร็ง และถึงแม้ว่าตัวฉันเองจะเคยดูหนังผู้ใหญ่มาบ้างก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้จัดการมอบความสุขให้กับตัวเอง นั่นจึงทำให้ฉันเองยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมถึงใจกล้าที่จะเอานิ้วแทรกแหวกกายเข้าไปหาความสำราญในถ้ำหรรษาอย่างไม่เคยทำมาก่อนแบบนี้
“นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ย...ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ยัยมนตราเอ๊ย...!!”
ริมฝีปากอวบอิ่มพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่ตายังหลับพริ้มอยู่ เพราะนับตั้งแต่ได้ปลดปล่อยสารแห่งความสุขออกไปแล้ว สติที่เหมือนจะหายไปก็ได้กลับคืนมาจนทำให้ฉันสำเหนียกได้ว่าไอ้สิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปเมื่อครู่นี้ถือเป็นความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะถึงแม้ว่ากฎของบริษัทจะไม่ได้มีระบุไว้ว่าห้ามทำเรื่องแบบนี้ แต่ด้วยจิตใต้สำนึกแล้วเราก็ควรจะคิดเองได้ว่าสิ่งนี้มันไม่สมควรทำ...!!
แต่ถึงกระนั้นด้วยพฤติกรรมที่เกินเลยอย่างไม่อาจหักห้ามใจเอาไว้ได้ นอกจากความรู้สึกสำนึกผิดที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ข้างในก็กลับบังเกิดความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่น่าให้อภัย...เพราะมันดันเป็นความรู้สึกต้องการที่มากขึ้น อีกทั้งร่างกายกลับดันชอบที่ตัวเองได้รับการปลดปล่อยออกมาแบบนั้น...ซึ่งมันช่างอันตรายเหลือเกินเพราะฉันได้สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก...
ร่างบางยังคงเอนตัวทิ้งร่างพิงเก้าอี้ประจำตำแหน่งเลขาด้วยท่าทางอ่อยอิง เพราะยังรู้สึกอิ่มเอมกับความสุขที่ตัวเองเพิ่งได้ค้นพบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าแค่การเข้ามาสูดกลิ่นและสัมผัสกับสิ่งของของผู้ชายที่ฉันแอบมีใจให้มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายของฉันได้ผ่อนคลายพร้อมที่จะสู้กลับงานในวันใหม่ แต่ทว่า...หลังจากได้รู้วิธีการปลดปล่อยสารแห่งความสุขออกไปเมื่อครู่นี้แล้วกลับมีความรู้สึกบางอย่างปะทุขึ้นมาแทน
นั่นก็เพราะว่าด้วยเรือนร่างที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนเป็นครั้งแรกเมื่อครู่กลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ถูกจุดติดแล้วซึ่งประกายไฟปรารถนาที่มาพร้อมกับเสียงร้องดังกึกก้องอยู่ภายในใจว่า...การช่วยเหลือตัวเองเมื่อสักครู่นี้ มันยังไม่พอสำหรับความต้องการของเจ้าของร่องอุ่นเลยแม้แต่น้อย...!!
ความคิดที่สวนทางกับสิ่งที่ตั้งมั่นเอาไว้เกิดขึ้นในขณะที่เปลือกตายังคงปิดเพื่อพักผ่อน พร้อมกันกับที่ร่างบางกำลังทิ้งกายพักหอบหายใจอยู่บนเก้าอี้ทำงานขนาดใหญ่อยู่นั้น...
...สิ่งที่ฉันไม่ทันได้คาดฝันก็พลันเกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เองที่เป็นเสมือนชนวนให้ฉันต้องมาชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไป...ดั่งคำที่เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า...เวรกรรมมันมักจะตามมาเร็วเสมอจริง ๆ ...
“โดนของจริงดีกว่าไหมครับ...แค่นิ้ว...มันคงไม่อาจจะสนองความต้องการของคุณมนต์ได้”
สิ้นเสียงทุ้มมีเสน่ห์ที่ฉันคุ้นเคยเพราะได้ยินอยู่ทุกวัน ทำให้ดวงตาที่หลับพริ้มอยู่นั้นถึงกับเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ
(O_O)
“…ท่านประธาน!!!!...”
(กรี๊ดดดดด~~ เจ้าพ่อเจ้าแม่ช่วยลูกช้างด้วย คุณวาคิมตัวเป็น ๆ มายืนอยู่ตรงหน้าฉันตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย แล้วเวลานี้มันใช่เวลาที่เขาจะมาปรากฏตัวซะที่ไหน...) (O///O) ใบหน้าสาวแดงแปร๊ดขึ้นมาด้วยความอับอาย ก่อนที่ตัวเองจะรีบกุลีกุจอจัดท่านั่งให้อยู่ในท่าปกติ พร้อมกับเอากระโปรงที่ร่นขึ้นมาอยู่ที่เอวให้กลับลงไปอยู่ตามเดิม
“อะ อะ เอ่อ...เออ” ฉันก้มหน้างุดพูดจาอึดอัดออกมาไม่เป็นคำเพราะด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี
“ว่าไงครับ อยากลองโดนของจริงดูไหมล่ะ หืมมมมม~~” คนตัวโตเอ่ยถามย้ำพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น จนฉันออกอาการลนลานทำอะไรไม่ถูก
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขะ...ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันที่ไม่รู้จะทำตัวยังไง ได้แต่พูดตะกุกตะกัก ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเพื่อเดินหนีเขาออกไป
แต่ในขณะที่ร่างบางยังไม่ทันได้ก้าวเท้าพ้นออกไปจากคนตัวโต ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง วงแขนแกร่งก็ได้ยกอ้ากว้างขึ้นเพื่อกักขังไม่ให้ร่างนุ่มนิ่มที่กำลังตื่นตระหนกออกไปไหนได้ และนั่นจึงทำให้หญิงสาวได้แต่ติดอยู่ในกรงขังของอ้อมแขนที่ตอนนี้กำลังเท้ายันกับกำแพงอยู่
“ทะ...ท่านประธานค่ะ มะ...มนต์ขอทางด้วยค่ะ” ฉันก้มหน้างุดเอ่ยปากอ้ำอึ้งบอกคนตรงหน้าออกไปโดยที่ตัวเองไม่กล้าเงยหน้ามองเขาแม้แต่น้อย
ช่างต่างกับคนตัวโตที่ตอนนี้ดูเขาเหมือนจะพอใจกับท่าทีอันตื่นตระหนกของเหยื่อในกรงเล็บของตัวเองเสียมากกว่า จนถึงขนาดที่เผลอแสยะยิ้มร้ายยกขึ้นมุมปาก พร้อมกับใช้สายตาคมกริบค่อย ๆ ลากไล้มองไปตามกรอบหน้าเนียนใสที่เขาเองก็ไม่เคยได้พินิจพิจารณาใกล้ ๆ แบบนี้มาก่อน จนตัวเองยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าภายใต้ใบหน้าเฉิ่มเชยดูไร้ความรู้สึกอยู่เสมอของคนร่างบางยามที่ทำงานกับเขากลับซ่อนความงามไร้ที่ติเอาไว้ได้เสียมิดชิดจนทำให้เสืออย่างเขาพลาดเหยื่ออันโอชะใกล้ตัวแบบนี้ไปได้อยู่นานหลายปี
และในขณะที่ทั้งสองร่างกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่แสนกระอักกระอ่วนใจอยู่นั้นจู่ ๆ ร่างบางก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจนต้องเงยหน้ามองคนตรงหน้าว่าทำไมเขาถึงนิ่งเงียบไป และในจังหวะที่ดวงตาสบเข้ากับใบหน้าคมก็พบว่าเขากำลังทอดสายตามองไปยังอะไรบางอย่างที่อยู่บนพื้นเบื้องล่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ปิดบัง
ฉับพลันที่สายตาของฉันทอดมองตามสายตาของคนตัวโตไปนั้นก็ได้สบเข้ากับปลายทางที่สายตาคมจับจ้องมอง ก่อนที่ดวงตากลมสวยจะถึงกับเบิกกว้าง เหงื่อกาฬก็ต่างทยอยผุดออกมาเต็มฝ่ามือและกรอบหน้าสวยทันที เพราะภาพตรงหน้าที่เห็นนั่นก็คือภาพที่เขากำลังมองลงไปยังพื้นก่อนจะก้มลงไปคว้าชิ้นส่วนของอะไรบางอย่างที่มันเคยใช้ปกปิดร่างกายของฉันเอาไว้อยู่ก่อนหน้านี้ พร้อมกับยกมันขึ้นมาควงอยู่ในมืออย่างคนกำชัย
(ฉิบ...หายแล้วไอ้มนต์!! ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงวะ) (O//_//O) ฉันถึงกับเบิกตากว้างสบถกับตัวเองในใจทันทีที่เห็นการกระทำของเขา
“ผมจะถามคุณอีกครั้งนะมนต์ว่าสนใจจะลองของจริงไหม” คนตัวโตแสยะยิ้มร้ายถามย้ำด้วยสายตาเจ้าเล่ห์อย่างคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า แต่ทว่า...ฉันที่ทำตัวไม่ถูกได้แต่เอ่ยปากปฏิเสธออก
“ไม่...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรค่ะ แล้วก็ขะ...ขอของของมนต์คืนด้วยค่ะ” ฉันยังคงก้มหน้างุดตอบพร้อมกับมือที่กำชายกระโปรงแน่น โดยที่ดวงหน้าสวยได้แต่ร้อนผ่าวแดงฉานอย่างไม่อาจปกปิดได้
“ทำไมล่ะ...ก็เมื่อครู่นี้คุณยัง...ครา...ง”
และในขณะเขากำลังจะพูดในสิ่งที่ฉันไม่อาจปล่อยให้เขาพูดมันออกมาได้นั้น...
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ และได้โปรดคืนของของมนต์ด้วยเถอะนะคะ” ฉันโพล่งออกไปเสียงดังลั่น แต่ดวงหน้านั้นก็ยังไม่กล้าเงยขึ้นไปมองคนตัวโตที่ยืนคร่อมร่างฉันอยู่ดี
“...หึ...ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตไม่คืนสิ่งนี้ให้นะครับ” คนเจ้าเล่ห์พูดด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มพร้อมกับหยุดควงแพนตี้ตัวจิ๋วในมือ ก่อนจะยื่นมายังตรงหน้าของฉันหมายอยากให้ฉันได้เห็นเต็มตาว่าตัวประกันที่อยู่ในมือเขาสำคัญต่อฉันมากแค่ไหนหากฉันปฏิเสธเขาออกไป
สิ้นข้อเสนอของคนตัวโตที่หยิบยื่นมาให้ ฉันถึงกับเม้มปากแน่นเผลอเงยหน้ามองเขาไปอย่างลืมตัว ใบหน้าคมเข้มที่แสดงสีหน้ามาดร้ายอย่างที่ฉันเองก็ไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อนมันทำให้ฉันถึงกับรู้สึกวูบโหวงในใจด้วยคิดว่าตอนนี้หายนะได้คืบคลานมาใกล้ปลายจมูกก็ไม่ปาน
“ไม่...!! อย่าเอาไปเลยนะคะ คะ...คืนมนต์มาเถอะค่ะท่านประธาน” ฉันร้องลั่นออกมาทันที พร้อมกับเด้งตัวที่แนบกับกำแพงจนแทบจะสิงเข้าไปในนั้นอยู่แล้วเพื่อจะคว้ากางเกงชั้นในของตัวเองให้กลับคืนมา
แต่ด้วยความสูงของเขาที่มากกว่าฉันเกือบ 20 ซม. ทั้งที่ฉันเองก็มีความสูงไม่น้อยเลยถ้านับตามมาตรฐานความสูงของผู้หญิง นั่นจึงทำให้ฉันได้แต่กระโดดเอื้อมมือไขว่คว้ากางเกงในตัวเองอยู่แบบนั้น โดยที่คว้าได้เพียงแค่อากาศเท่านั้น
“ท่านประธานค่ะ ได้โปรดขอของของมนต์คืนด้วยนะคะ” ฉันที่จนปัญญาที่จะแย่งของออกจากมือเขาได้แต่เอ่ยปากขอร้องเขาดี ๆ อีกที
“ก็ถ้าอยากได้คืน มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนไงครับ” คนตัวโตพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อีกทั้งแววตายังมีเลศนัยจนฉันอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังวาบ
“ละ...แลกเปลี่ยน ถ้าอย่างนั้นท่านประธานบอกมนต์มาได้เลยนะคะ ถ้ามนต์ทำให้ได้มนต์ยินดีทำให้ทุกอย่างค่ะ” ฉันเงยหน้าสบดวงตาคมเข้มด้วยความรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยปากบอกออกไปด้วยความใสซื่อ
โดยที่หารู้ไม่ว่าไอ้ความใสซื่อที่เอื้อนเอ่ยออกไปนั้นมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองให้ถลำลึกจนเจ็บปวดแทบขาดใจ...
เสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายที่ฉันมั่นใจว่าจะรักเขาเป็นคนสุดท้ายในฐานะสามีเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ให้ฉัน ก่อนที่เขานั้นจะยื่นแขนออกมาสวมกอดให้ฉันได้คลายความหนาวที่มี“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ หนะค่ะ อีกแป๊บเดียวก็ว่าจะเข้าไปนอนแล้ว พอดีคุณออกมาก่อน” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา พร้อมกับกอดกระชับวงแขนกำยำที่โอบรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นสำทับลงไป“คิดอะไรอยู่บอกผมได้ไหม ผมอยากรู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวของมนต์จังเลย” คำพูดหวานที่มักจะมีให้ฉันตลอดมาทุกครั้งที่มีโอกาส และยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยยกกว้างขึ้น“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ แล้วก็คิดว่า...อยากจะมีลูกให้คนแถวนี้อีกสักคนดีไหม” ใบหน้าสวยระบายยิ้ม อีกทั้งยังเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่รู้ดีว่าคนด้านหลังอยากได้ยินมากแค่ไหน“อ่ะ...ห๊ะ!! จริงเหรอ...!! นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม” ฟอด ฟอด ฟอด ~~ส่วนคนตัวโตที่ออกอาการดีใจก็พูดไม่พูดเปล่า แต่ยังโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันซ้ายขวาไม่หยุด“คริคริ...คุณมาตินค่ะ พอได้แล้วค่ะมนต์จักจี้ หนวดคุณมันทิ่มแก้มมนต์ไปหมดแล้ว” ฉันที่ได้แต่เสหน้าหลบไปมาด้วยความรู้สึกจักจี้ที่ใบหน้า เหตุก
ความคิดมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดยามที่ได้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งในอดีตวันวาน ความทรงจำที่ทั้งดีและร้ายแม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยังชัดเจนในใจ แต่ทว่า...มันกลับไม่มีผลต่อหัวใจหรือความรู้สึกสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วอีกทั้งพอได้นึกเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผ่านมา ครั้นเมื่อคิดไปถึงเรื่องของคุณวาคิมแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องราวของผู้ชายอีกคนที่แสนร้ายกาจไม่ต่างกัน...และเขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก...คุณไผ่...เรื่องราวของคุณไผ่นั้นนับได้ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลของการกระทำมากที่สุดก็ดูจะไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะแม้ว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก ด้วยเหตุผลหลักที่ฉันพอรู้ก็คือเขาไม่อยากมีปัญหากับคุณมาติน บุคคลที่มีคนใหญ่คนโตของประเทศหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากนักที่เขาจะเลิกยุ่งกับฉันหลังจากที่รู้ว่าฉันได้มาอยู่กับคุณมาตินแล้วจริง ๆเพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปีข่าวคราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณไผ่เขา มันกลับทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ...นั่นก็เพราะหลังจากที่เรื่องราวของความจริงในอีกด้านได้ถูกเปิดเผยขึ้น
หลายปีต่อมา ~~นับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ทั้งฉันกับคุณมาตินก็ต่างมอบความรักให้กันอย่างดูดดื่มแทบจะทุกวัน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้จากฉันก็สำเร็จเมื่อฉันได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคนที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจให้กับคุณมาติน ส่วนเขาที่พอได้ลูกชายก็ออกอาการดีใจเห่อไม่หยุด และแม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าเขาเองก็อยากจะมีลูกกับฉันเพิ่มอีกก็ตาม เพียงแต่เขานั้นยังไม่กล้าเอ่ยปากขอออกมาด้วยเพราะเขากลัวว่าฉันจะไม่พอใจแต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ...ตัวฉันเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฉันจะมีลูกให้กับเขาอีก เพียงแต่ฉันอยากจะเลี้ยงลูกชายให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วค่อยมีลูกให้เขาอีกคนอีกทั้งฉันที่ยังรู้สึกตื้นตันใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้มาเสมอไม่ว่ากับฉันหรือลูกของฉันก็ตาม เขาที่ยังคงเอ็นดูสเตล่าลูกสาวของฉันที่เกิดกับคุณวาคิมเสมือนกับเป็นลูกในไส้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนกับวันแรกที่ลูกสาวของฉันคลอดออกมาอย่างไงก็อย่างงั้น แถมยังดูว่าเขาจะรักลูกสาวฉันมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่ฉันคลอดลูกชายออกมาส่วนข่าวคราวของคุณวาคิมพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวฉัน แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะไม่ลด
และในขณะที่ฉันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น อาจจะเพราะด้วยบางครั้งฉันยังคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝันแสนหวานที่กลัวว่าจะต้องตื่นขึ้นในสักวันหนึ่ง“ถ้าคุณยังคิดมาก...ถ้างั้นผมขอลูกชายให้ผมสักคนได้ไหมครับ...ที่รัก...หืมมมมม ~~” จุ๊บ ~~น้ำเสียงกระอ้อมกระแอ้มจากคนตัวโตที่ส่งมาอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากมากนัก ด้วยเพราะนับตั้งแต่ที่เขากับหญิงสาวตัดสินใจคบหากันมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากหญิงสาวเลยสักครั้งแม้ว่าเธอจะไม่มีทีท่ารังเกียจเขาเลยก็ตาม ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาขอไปเธอจะเต็มใจมอบให้หรือเปล่าและหลังจากที่ฉันได้ยินคำขอจากเขา ฉับพลันฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีลูกให้กับเขา เพียงแต่ฉันเองกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาไม่นึกรังเกียจแม่ม่ายลูกติดอย่างฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังให้เกียรติฉันมากขนาดนี้อีกด้วย“แต่ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจแล้วละก็...ไ...ม่...”ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ได้รีบพูดสวนกลับไปก่อนด้วยไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้“ได้แน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสามารถของคุณนะคะคุณมาติน” (^-^)รอยยิ้
พั่บ...พั่บๆๆๆ“อ๊ะ...อ๊ะ...อือออออ...มาตินค่ะ...อ่าาาาา ~~” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นร้องครวญครางกระเส่าเสียงดังลั่นห้อง อีกทั้งมือบางทั้งสองข้างยังยกขึ้นมากอบกุมสองเต้างามงอนแล้วจัดการบีบขยี้เล่นอย่างต้องการระบายความเสียวที่กำลังตีมวนอยู่ในท้องน้อยยามนี้“อ่าาาาา...มนต์...ผมรักคุณ...มนต์...ซี๊ดดดดด ~~” ส่วนคนตัวโตที่มีใบหน้าเหยเกไม่ต่างกันก็กำลังกัดฟันแน่นด้วยความกระสัน พร้อมกับลำเอ็นที่กำลังจะปะทุลาวาสีขาวขุ่นออกมาอีกครั้งแล้ว แม้ว่าเขาจะปลดปล่อยมันไปมากมายก่อนหน้านี้แล้วก็ตามและด้วยเสียงร้องคำรามที่ออกมาจากคนใต้ร่าง ก็เป็นเหมือนดั่งแรงส่งให้ร่างบางเร่งขยับขย่มลำเอ็นแข็งระรัวถี่ยิบ จนกระทั่งเมื่อร่องอุ่นเสียดสีเข้ากับปลอกเนื้อหยุ่นอีกเพียงไม่กี่อึดใจ แรงกระตุกตอดของมัดกล้ามเนื้อด้านในก็ได้ส่งให้ร่างทั้งสองก็ต่างกู่ก้องร้องคำรามลั่นออกมาด้วยความสุขสมอย่างพร้อมเพรียงกัน“กรี๊ดดดด...อร๊ายยยย ~~ / อ่าาาาส์ ~~”ความร้อนอุ่นสาดซัดเข้าเต็มท้องน้อยอีกครั้งจนรู้สึกได้ พร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งตัวลงไปนอนบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง ทั้งที่ในร่องสาวยังคงปล่อยให้ครอบงำกลืนกินเอ็นอุ่นอยู่แบบนั้นด้วยเพราะแ
ส่วนคุณมาตินที่พอเห็นฉันพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนจะยิ้มด้วยความพึงพอใจพร้อมกับจูบลงมาที่ขมับของฉันเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“อื้ออออ...สบายจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่รัก” จุ๊บ ~~ ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกดีและรู้สึกตื้นตันใจในความดีของเขา ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาแล้วบรรจงจุ๊บแก้มเขาคืนเช่นกันและด้วย...สังเวียนสวาทที่เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของสองเรานั้น ก็เป็นอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ โดยหลังจากที่เขารับปากว่าจะอาบน้ำให้ฉัน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าฟอกสบู่บนตัวฉัน พร้อมกับชำระร่างกายให้จนสะอาดหมดจดอย่างที่เขาบอก ก่อนที่เขาจะจัดการอุ้มฉันในท่าเจ้าสาวอีกครั้งแล้วนำไปวา
นับตั้งแต่วันที่คุณไผ่รู้ว่าฉันตั้งท้อง เขาก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีมากขึ้นกว่าเดิม จนแม้กระทั่งคนรอบข้างยังสังเกตได้ ทุกอย่างอีกทั้งบรรยากาศที่เกิดขึ้นในบ้านต่างอบอวลไปด้วยมวลความสุขเล็ก ความตึงเครียดที่เคยมีก่อนหน้านี้ด้วยเพราะคุณไผ่เธอไม่เคยแสดงสีหน้า ทั้งทางหน้าตาและอารมณ์ของความสุขให้ใครได้เห็นเลย
กระทั่งเมื่อสิ้นสุดภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้แตะต้องผู้หญิงคนนั้นเลยก็ไม่ผิดไปจากที่เขาพูดเอาไว้จริง ๆ“แต่คุณก็สกปรกอยู่ดี โดยเฉพาะตรงนั้นมันโดนน้ำลายผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว และฉันก็ไม่ชอบซ้ำรอยใคร” ฉันหลบสายตาร้ายที่ตอนนี้ฉายชัยชนะอยู่เต็มแวว ก่อนจะพูดออกไปด้วย
ฉันรีบพาร่างตัวเองออกมาจากห้องนั้นด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่สองขาที่สั่นเทาจะพาไปได้ กระทั่งเมื่อร่างทั้งร่างพาตัวเองเข้าไปในลิฟต์ได้แล้วทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ร่างที่เคยฝืนไม่ให้ร่วงลงพื้นนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพบาดตาบาดใจก็พลันร่วงทรุดลงพื้นอย่างอ่อนแรง พร้อมกันกับที่น้ำตาที่เคยกลั้นเอาไว
ฉันที่ได้แต่ลอบมองบนใส่ให้กับความภูมิใจในสิ่งผิด ๆ ของเขา ก่อนจะเอ่ยปากแกมร้องขอเนื่องจากตอนนี้ร่างทั้งร่างอ่อนล้าไปหมดแล้ว“ครั้งนี้พอเถอะนะคะ ไม่เป็นอันทำอะไรแล้วเนี่ย” ฉันบุ้ยปากใส่คนตัวโตที่ในแววตายังเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด“ก็คุณนั่นแหละไม่เลิกยั่วผมสักที” ส่วนพ่อตัวด







