LOGINพรวด ~~ กึด…!!
“กรี๊ดดดดด ~~” ริมฝีปากสวยร้องลั่นออกมาอย่างลืมตัวด้วยความเจ็บปวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโพรงสาว อย่างที่ไม่คิดว่ามันจะทานทนได้อีกต่อไป
โดยร่างบางถึงกับกระตุกสะดุ้งเฮือก ปลายเท้าที่ถูกยกลอยกลางอากาศถึงกับจิกเกร็งจนหลังเท้าขึ้นเส้นเอ็นปูดนูน ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน พร้อมกันกับที่กลีบเนื้อสาวปริปลิ้นแยกออกจนคล้ายกับว่ามันได้ฉีกขาดออกจากกันอย่างสมบูรณ์แล้ว
“เจ็บ...มนต์เจ็บ...ท่านประธานทำแบบนี้ทำไมค่ะ...ฮึก...ฮึก...มันเจ็บ” ฉันยกมือขึ้นดันหน้าอกของเจ้านายหน้าหล่อที่ฉันหลงปลาบปลื้มมานานเอาไว้หมายจะดันให้ตัวเขาออกไปพร้อมกับอาวุธร้ายของเขาที่กำลังทำให้ฉันเจ็บตัวอยู่ ณ ตอนนี้
“มันเจ็บแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละมนต์...เชื่อผมสิ” เสียงเย็นที่ดูไม่ทุกข์ร้อนให้กับน้ำตาที่ไหลรื้นออกมายังหางตาของฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังเอ่ยปากออกมาเหมือนกับว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
“แต่มนต์เจ็บ เอาออกไปได้ไหมคะ ถือว่ามนต์ขอร้อง ฮึก...ฮึก...” เสียงอ้อนวอนดูน่าเวทนา แต่ทว่า...คนตรงหน้าก็ยังคงเฉยเมย
“ก็ถ้าคุณยังเกร็งแล้วหนีบของผมแน่นอยู่แบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้คุณเจ็บนะซิ เชื่อผมนะ...ปล่อยใจให้สบายแล้วผมรับรองว่ามันจะมอบความสุขให้มากกว่านิ้วของคุณเสียอีก”
คำพูดที่เหมือนกับว่าการที่ฉันเจ็บตัวอยู่ตอนนี้มันเป็นความผิดของฉันเสียอย่างนั้น และคำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาไม่หยุด
“จะร้องทำไมผมกำลังสนองสิ่งที่คุณต้องการอยู่นะ ทำอย่างกับว่าผมกำลังบังคับคุณอย่างนั้นแหละ” คนตัวโตที่เริ่มจะหงุดหงิดกับภาพตรงหน้า ด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงใต้ร่างถึงทำกับว่าจะเป็นจะตาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังช่วยตัวเองแล้วครางชื่อเขาอยู่แท้ ๆ
“ตะ...แต่มนต์ไม่ต้องการนี่ค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธ จริงอยู่ที่เธอจินตนาการถึงเขา แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่า ณ ตอนนี้จะมีตัวตนเขาอยู่ในกายของเธอและมันจะเจ็บปวดถึงขนาดนี้
“ไม่...นี่มันคือสิ่งที่คุณต้องการ...!!”
สิ้นน้ำเสียงเย้ยหยัน เอวหนาก็จัดการสวนกระแทกย้ำเข้ามาอย่างไร้ความปรานีทันที
ปั่ก...ปั่ก...ปั่ก
“อ่ะ เจ็บเอาออกไปนะ ฮือออออ ~~” เสียงร้องไห้ของหญิงสาว พร้อมกับมือบางที่พยายามดันหน้าอกของคนหน้ามืดให้ออกไป ก่อนที่ข้อมือบางคู่นั้นจะถูกยกขึ้นรวบไปไว้ยังเหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวของคนกำหนัด
ร่างบางที่ถูกกระแทกเขยื้อนสะบัดโยกย้ายจนทำให้โต๊ะทำงานขนาดใหญ่สั่นสะเทือนส่งผลทำให้ข้าวของเอกสารที่เคยอยู่บนโต๊ะต่างร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด
อีกทั้งเมื่อเสียงโต๊ะทำงานที่สั่นไหวผสานเข้ากับเสียงเนื้อมนุษย์ที่กระทบกันไม่หยุด ดังถึงขนาดที่กลบเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่กำลังถูกของแข็งเสียดสีร่องอุ่นนุ่มจนความเจ็บร้าวแผ่ซ่านคล้ายกับเนื้อกำลังถูกมีดกรีดเฉือนซ้ำ ๆ จนมิด
“อืมมมม ~~ แน่นมากเลยนะ ถ้าผมไม่ได้เห็นภาพก่อนหน้านี้คงคิดว่านี่เป็นครั้งแรกของคุณ” เสียงคำรามในลำคอเอื้อนเอ่ยชมร่องสาวที่หนีบแน่นตัวตนของเขาด้วยความรู้สึกแปลกใจว่าทำไมร่องนี้มันถึงฟิตแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ฮือออออ ~~ กะ...ก็มันคือครั้งแรกของมะ...มนต์” ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดร้าวทั้งตรงจุดกึ่งกลางกายสาวและเจ็บตรงหัวใจที่ไม่คิดว่าผู้ชายที่ฉันหลงปลาบปลื้มจะไร้ความปรานีกับครั้งแรกของฉันขนาดนี้
กระทั่งสิ้นคำบอกที่ปนด้วยเสียงสะอื้นของหญิงสาว บั้นเอวหนาที่กำลังระรัวสอบถึงกับหยุดชะงักลงทันที
“ครั้งแรก...??” เขาหยุดพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ไม่มีความเชื่อเลยแม้แต่น้อย
“ฮึก...ฮึก...ทำไมค่ะ หรือท่านประธานคิดว่ามนต์โกหก” ฉันจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา พร้อมกับความรู้สึกปวดหนึบในหัวใจ
“ใช่...!! ผมไม่เชื่อนั่นก็เพราะว่าสิ่งที่ผมเห็นมัน...”
และเพียงประโยคสั้น ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันถึงกับจุกแน่นในอกไปหมด
ความปวดร้าวที่ยังคงชัดเจนอยู่บริเวณจุดบอบบางตรงหว่างขาดูจะชาไปเลยเมื่อเทียบกับความรู้สึกปวดหนึบที่เกิดขึ้นกลางใจที่ถูกคนใจร้ายพูดจาเหยียดหยาม
(หึ...จะโทษใครได้ไม่ผิดที่เขาจะคิดแบบนั้น ก็ภาพที่เขาเห็นมันช่างน่ารังเกียจและชวนให้คิดเสียขนาดนั้น) ฉันปิดเปลือกตาลงตามเดิมพร้อมกับนึกสมเพชตัวเองในใจ โดยที่เจ้าของลำเอ็นขนาดใหญ่หลังจากที่หยุดชะงักอยู่เพียงครู่ก็กลับมาสะบัดบั้นเอวกระแทกกระทั้นต่อเหมือนไม่ได้แคร์เลยสักนิดว่าตัวฉันตอนนี้จะรู้สึกยังไง...แม้ว่าเขาจะได้รับรู้แล้วก็ตามว่านี่คือครั้งแรกของฉัน...
ร่างที่ถูกตอกด้วยลำเอ็นโบกสะบัดอยู่บนโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ก่อนที่ร่องสาวจะรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกถี่ยิบพร้อมกับแรงกระตุกของท่อนเอ็นที่อัดแน่นอยู่ข้างในร่องสวาท
“อ๊ะ...อืม...อืมมมมม ~~”
ภายในท้องน้อยรับรู้ได้ถึงความอุ่นที่พวยพุ่งออกมาเต็มข้างในไปหมด หลังจากที่คนบนร่างขยับบั้นเอวเข้าออกเร็วถี่เพียงไม่นาน ก่อนที่เขาจะถอดตัวตนที่ใหญ่โตของเขาออก
“หืมมมม ~~??”
หลังจากที่เขาถอนตัวตนออกมาแล้วนั้น ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับส่งเสียงออกมาด้วยความฉงนใจ หลังจากที่เขาเห็นว่าตรงปากทางร่องนุ่มของฉันได้มีของเหลวสีแดงเจือปนไปกับน้ำรักสีขาวขุ่นของเขา
“นี่คุณไม่เคยจริง ๆ งั้นหรอหรือเป็นเพราะว่าผมทำแรงเกินไป” คิ้วหนาเข้มยกขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับเอ่ยถามเสียงเรียบออกมาอย่างรู้สึกสงสัย เพียงแต่คำถามนั้นกลับพูดออกมาเหมือนแค่พึมพำกับตัวเองเท่านั้น
“ส่วนของชิ้นนี้ผมขอเก็บไว้ก่อนนะ เพราะผมยังไม่พอใจกับการที่คุณนอนเป็นท่อนไม้แบบนี้ อ่อ อีก 20 นาทีจะถึงเวลางานแล้ว คุณไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงานเถอะ...หลังเลิกงานค่อยว่ากันอีกที” ก่อนที่คนเจ้าเล่ห์จะพูดด้วยท่าทางสบายใจ พร้อมกับเก็บตัวประกันอย่างกางเกงชั้นในของฉันเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองไปตามเดิม
แต่ทว่า...ตัวฉันนั้นไม่อาจยินยอมได้และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ควรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้...
“คืนมาให้มนต์เถอะนะคะ ในเมื่อท่านประธานได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว อย่าผิดคำพูดแบบนี้เลยนะคะ” ฉันออกปากอ้อนวอนเขาอีกครั้งหลังจากลุกขึ้นมายืนเต็มความสูงแล้ว
“ผมว่าคุณไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ถ้าใครมาเห็น...เขาอาจจะเอาไปพูดต่อได้นะ” คนร่างโตที่เดินไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วเอ่ยขึ้น พร้อมกับส่งสายตาทอดมายังร่างกายส่วนล่างของฉันจนฉันต้องมองตาม
กระทั่งสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าคือ...คราบน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลย้อยลงมาตามเรียวขาสวย และด้วยภาพนั้นก็ถึงกับทำให้ฉันเบิกตากว้างใบหน้าเนียนฉาบไปด้วยความแดงฉานทันที
ร่างบางพลันหนีบขาแน่นอย่างอัตโนมัติ ก่อนจะพาร่างเดินเก้ ๆ กัง ๆ เตรียมตัวออกไปจากห้องทำงานแห่งนี้
“แล้วนั่นคุณจะไปไหนน่ะ...??” เสียงเข้มถาม
“กะ...ก็ไปห้องน้ำไงคะ” ฉันหันกลับมาตอบเอียงคอด้วยความสงสัย
“ใช้ห้องน้ำผมก็ได้” ก่อนที่เขาจะตอบกลับเสียบเรียบ โดยที่ใบหน้ายังคงก้มมองเอกสารที่อยู่ในมือ
“เอ่อ...” ฉันลังเล
“หรือจะเดินท่าทางแปลก ๆ แบบนี้ลงไปให้คนเขานินทาเล่นกันล่ะ” เขาพูดทั้งที่ยังไม่เงยหน้ามามองฉัน ส่วนฉันที่คิดตามคำพูดของเขาก็จำยอมทำตาม
“งะ...งั้นมนต์ขออนุญาตนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับเดินไปยังประตูที่อยู่ด้านข้างโต๊ะทำงานของเขาที่เบื้องหลังประตูบานนั้นคือห้องพักผ่อนภายในบริษัทของคนตัวโต
และทันทีที่ฉันผ่านพ้นประตูเข้าไปได้แล้ว...
ตุบ...
ร่างทั้งร่างพลันร่วงลงพื้นทันที พร้อมกับมือถึงยกขึ้นกอบกุมอยู่ตรงหน้าอกด้านซ้ายก่อนจะทุบมันลงไปอย่างต้องการให้มันบรรเทาความปวดหนึบที่มี
ภาพความทรงจำที่เกิดขึ้นมาเมื่อครู่ อีกทั้งความรู้สึกตื่นตกใจและเจ็บปวดตรงกึ่งกลางกายสาวยังคงไม่ทุเลาลงไปเลย ณ เวลานี้ แม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปก่อนหน้านี้มันผิดมากแค่ไหน แต่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากที่โดนกระทำแล้วตัวเองต้องมาเจอกับความเย็นชาอะไรแบบนี้ด้วย
“จะโทษใครเขาได้ละ...มนตรา...” ประโยคเพียงสั้น ๆ ที่เรียวปากบางพึมพำกับตัวเองพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ซึมไหลออกมาไม่รู้ตัว มันเป็นประโยคที่คล้ายกับว่าฉันได้ยอมรับโดยดุษณีแล้วถึงความผิดของตัวเองที่ทำลงไป และถึงแม้ว่าสิ่งที่ฉันเสียไปฉันได้เสียไปให้กับคนที่ฉันชอบมานานก็ตาม แต่ฉันก็ไม่นึกว่ามันจะไร้ซึ่งราคาได้ขนาดนี้
ร่างบางใช้เวลาตั้งสติพร้อมกับจัดการความคิดของตัวเองเพียงไม่นานมากนักเพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันก็จะกลับไปยังสถานะปกติเป็นลูกน้องดังเดิมแล้ว ก่อนที่ร่างบางจะหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปชำระคราบคาวที่ยังแสดงย้ำชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นตัวฉันไม่ได้ฝันไป...
“ซี๊ดดดดด ~~ เจ็บจัง” เสียงซูดปากที่ถูกพ่นลมออกมาพร้อมกับสีหน้าเหยเก หลังจากที่สายน้ำจากสายชำระพุ่งตรงถูกรอยเนื้ออ่อนจนเกิดเป็นความเจ็บแสบ ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้ความบริสุทธิ์ที่เคยมีไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว
และในขณะที่ฉันกำลังจัดการตรงจุดอ่อนไหวของตัวเองอย่างแผ่วเบาอยู่นั้น...
เสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายที่ฉันมั่นใจว่าจะรักเขาเป็นคนสุดท้ายในฐานะสามีเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ให้ฉัน ก่อนที่เขานั้นจะยื่นแขนออกมาสวมกอดให้ฉันได้คลายความหนาวที่มี“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ หนะค่ะ อีกแป๊บเดียวก็ว่าจะเข้าไปนอนแล้ว พอดีคุณออกมาก่อน” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา พร้อมกับกอดกระชับวงแขนกำยำที่โอบรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นสำทับลงไป“คิดอะไรอยู่บอกผมได้ไหม ผมอยากรู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวของมนต์จังเลย” คำพูดหวานที่มักจะมีให้ฉันตลอดมาทุกครั้งที่มีโอกาส และยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยยกกว้างขึ้น“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ แล้วก็คิดว่า...อยากจะมีลูกให้คนแถวนี้อีกสักคนดีไหม” ใบหน้าสวยระบายยิ้ม อีกทั้งยังเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่รู้ดีว่าคนด้านหลังอยากได้ยินมากแค่ไหน“อ่ะ...ห๊ะ!! จริงเหรอ...!! นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม” ฟอด ฟอด ฟอด ~~ส่วนคนตัวโตที่ออกอาการดีใจก็พูดไม่พูดเปล่า แต่ยังโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันซ้ายขวาไม่หยุด“คริคริ...คุณมาตินค่ะ พอได้แล้วค่ะมนต์จักจี้ หนวดคุณมันทิ่มแก้มมนต์ไปหมดแล้ว” ฉันที่ได้แต่เสหน้าหลบไปมาด้วยความรู้สึกจักจี้ที่ใบหน้า เหตุก
ความคิดมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดยามที่ได้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งในอดีตวันวาน ความทรงจำที่ทั้งดีและร้ายแม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยังชัดเจนในใจ แต่ทว่า...มันกลับไม่มีผลต่อหัวใจหรือความรู้สึกสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วอีกทั้งพอได้นึกเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผ่านมา ครั้นเมื่อคิดไปถึงเรื่องของคุณวาคิมแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องราวของผู้ชายอีกคนที่แสนร้ายกาจไม่ต่างกัน...และเขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก...คุณไผ่...เรื่องราวของคุณไผ่นั้นนับได้ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลของการกระทำมากที่สุดก็ดูจะไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะแม้ว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก ด้วยเหตุผลหลักที่ฉันพอรู้ก็คือเขาไม่อยากมีปัญหากับคุณมาติน บุคคลที่มีคนใหญ่คนโตของประเทศหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากนักที่เขาจะเลิกยุ่งกับฉันหลังจากที่รู้ว่าฉันได้มาอยู่กับคุณมาตินแล้วจริง ๆเพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปีข่าวคราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณไผ่เขา มันกลับทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ...นั่นก็เพราะหลังจากที่เรื่องราวของความจริงในอีกด้านได้ถูกเปิดเผยขึ้น
หลายปีต่อมา ~~นับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ทั้งฉันกับคุณมาตินก็ต่างมอบความรักให้กันอย่างดูดดื่มแทบจะทุกวัน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้จากฉันก็สำเร็จเมื่อฉันได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคนที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจให้กับคุณมาติน ส่วนเขาที่พอได้ลูกชายก็ออกอาการดีใจเห่อไม่หยุด และแม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าเขาเองก็อยากจะมีลูกกับฉันเพิ่มอีกก็ตาม เพียงแต่เขานั้นยังไม่กล้าเอ่ยปากขอออกมาด้วยเพราะเขากลัวว่าฉันจะไม่พอใจแต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ...ตัวฉันเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฉันจะมีลูกให้กับเขาอีก เพียงแต่ฉันอยากจะเลี้ยงลูกชายให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วค่อยมีลูกให้เขาอีกคนอีกทั้งฉันที่ยังรู้สึกตื้นตันใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้มาเสมอไม่ว่ากับฉันหรือลูกของฉันก็ตาม เขาที่ยังคงเอ็นดูสเตล่าลูกสาวของฉันที่เกิดกับคุณวาคิมเสมือนกับเป็นลูกในไส้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนกับวันแรกที่ลูกสาวของฉันคลอดออกมาอย่างไงก็อย่างงั้น แถมยังดูว่าเขาจะรักลูกสาวฉันมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่ฉันคลอดลูกชายออกมาส่วนข่าวคราวของคุณวาคิมพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวฉัน แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะไม่ลด
และในขณะที่ฉันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น อาจจะเพราะด้วยบางครั้งฉันยังคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝันแสนหวานที่กลัวว่าจะต้องตื่นขึ้นในสักวันหนึ่ง“ถ้าคุณยังคิดมาก...ถ้างั้นผมขอลูกชายให้ผมสักคนได้ไหมครับ...ที่รัก...หืมมมมม ~~” จุ๊บ ~~น้ำเสียงกระอ้อมกระแอ้มจากคนตัวโตที่ส่งมาอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากมากนัก ด้วยเพราะนับตั้งแต่ที่เขากับหญิงสาวตัดสินใจคบหากันมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากหญิงสาวเลยสักครั้งแม้ว่าเธอจะไม่มีทีท่ารังเกียจเขาเลยก็ตาม ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาขอไปเธอจะเต็มใจมอบให้หรือเปล่าและหลังจากที่ฉันได้ยินคำขอจากเขา ฉับพลันฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีลูกให้กับเขา เพียงแต่ฉันเองกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาไม่นึกรังเกียจแม่ม่ายลูกติดอย่างฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังให้เกียรติฉันมากขนาดนี้อีกด้วย“แต่ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจแล้วละก็...ไ...ม่...”ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ได้รีบพูดสวนกลับไปก่อนด้วยไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้“ได้แน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสามารถของคุณนะคะคุณมาติน” (^-^)รอยยิ้
พั่บ...พั่บๆๆๆ“อ๊ะ...อ๊ะ...อือออออ...มาตินค่ะ...อ่าาาาา ~~” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นร้องครวญครางกระเส่าเสียงดังลั่นห้อง อีกทั้งมือบางทั้งสองข้างยังยกขึ้นมากอบกุมสองเต้างามงอนแล้วจัดการบีบขยี้เล่นอย่างต้องการระบายความเสียวที่กำลังตีมวนอยู่ในท้องน้อยยามนี้“อ่าาาาา...มนต์...ผมรักคุณ...มนต์...ซี๊ดดดดด ~~” ส่วนคนตัวโตที่มีใบหน้าเหยเกไม่ต่างกันก็กำลังกัดฟันแน่นด้วยความกระสัน พร้อมกับลำเอ็นที่กำลังจะปะทุลาวาสีขาวขุ่นออกมาอีกครั้งแล้ว แม้ว่าเขาจะปลดปล่อยมันไปมากมายก่อนหน้านี้แล้วก็ตามและด้วยเสียงร้องคำรามที่ออกมาจากคนใต้ร่าง ก็เป็นเหมือนดั่งแรงส่งให้ร่างบางเร่งขยับขย่มลำเอ็นแข็งระรัวถี่ยิบ จนกระทั่งเมื่อร่องอุ่นเสียดสีเข้ากับปลอกเนื้อหยุ่นอีกเพียงไม่กี่อึดใจ แรงกระตุกตอดของมัดกล้ามเนื้อด้านในก็ได้ส่งให้ร่างทั้งสองก็ต่างกู่ก้องร้องคำรามลั่นออกมาด้วยความสุขสมอย่างพร้อมเพรียงกัน“กรี๊ดดดด...อร๊ายยยย ~~ / อ่าาาาส์ ~~”ความร้อนอุ่นสาดซัดเข้าเต็มท้องน้อยอีกครั้งจนรู้สึกได้ พร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งตัวลงไปนอนบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง ทั้งที่ในร่องสาวยังคงปล่อยให้ครอบงำกลืนกินเอ็นอุ่นอยู่แบบนั้นด้วยเพราะแ
ส่วนคุณมาตินที่พอเห็นฉันพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนจะยิ้มด้วยความพึงพอใจพร้อมกับจูบลงมาที่ขมับของฉันเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“อื้ออออ...สบายจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่รัก” จุ๊บ ~~ ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกดีและรู้สึกตื้นตันใจในความดีของเขา ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาแล้วบรรจงจุ๊บแก้มเขาคืนเช่นกันและด้วย...สังเวียนสวาทที่เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของสองเรานั้น ก็เป็นอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ โดยหลังจากที่เขารับปากว่าจะอาบน้ำให้ฉัน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าฟอกสบู่บนตัวฉัน พร้อมกับชำระร่างกายให้จนสะอาดหมดจดอย่างที่เขาบอก ก่อนที่เขาจะจัดการอุ้มฉันในท่าเจ้าสาวอีกครั้งแล้วนำไปวา
นับตั้งแต่วันที่คุณไผ่รู้ว่าฉันตั้งท้อง เขาก็ดูแลฉันเป็นอย่างดีมากขึ้นกว่าเดิม จนแม้กระทั่งคนรอบข้างยังสังเกตได้ ทุกอย่างอีกทั้งบรรยากาศที่เกิดขึ้นในบ้านต่างอบอวลไปด้วยมวลความสุขเล็ก ความตึงเครียดที่เคยมีก่อนหน้านี้ด้วยเพราะคุณไผ่เธอไม่เคยแสดงสีหน้า ทั้งทางหน้าตาและอารมณ์ของความสุขให้ใครได้เห็นเลย
กริ๊ง...กริ๊งงงงง ~~ผมหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นช้า ๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เพราะความสงสัยที่เกิดขึ้นอย่างแรกเลยคือ เธอไม่เคยทิ้งโทรศัพท์ไว้แบบนี้มาก่อน...ใจที่สั่นสะท้านไม่ต่างกับมือที่กำโทรศัพท์ของตัวเองแน่น เสียงส่งสัญญาณรอสายที่ยังคงดังเข้ารูหู ทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ผ
มันเป็นวันที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม...ภาพที่ฉันเกือบจะโดนพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ...ยังคงฝังร่างหยั่งลึกลงในจิตใจของฉันเสมือนว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดมาเมื่อวาน ร่างบางที่ดิ้นรนกรีดร้องหนีตายอย่างสุดเสียง แต่ด้วยสภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ที่ดูกักขฬะที่เหล่าบรรดาผู้มีอนามัยมักจะให้สมญานามสถานที่แห่งนี้ว่า
ฉันที่ได้แต่ลอบมองบนใส่ให้กับความภูมิใจในสิ่งผิด ๆ ของเขา ก่อนจะเอ่ยปากแกมร้องขอเนื่องจากตอนนี้ร่างทั้งร่างอ่อนล้าไปหมดแล้ว“ครั้งนี้พอเถอะนะคะ ไม่เป็นอันทำอะไรแล้วเนี่ย” ฉันบุ้ยปากใส่คนตัวโตที่ในแววตายังเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด“ก็คุณนั่นแหละไม่เลิกยั่วผมสักที” ส่วนพ่อตัวด







