FAZER LOGINเพราะว่า...การช่วยตัวเอง...ในที่ทำงานมันผิด!! “โดนของจริงดีกว่าไหมครับ...แค่นิ้ว...มันคงไม่อาจจะสนองความต้องการของคุณได้” นี่จึงเป็นบทลงโทษที่เธอต้องรับมันไป...โทษฐานที่ทำให้ท่านประธานอย่างเขาจับได้...!!
Ver maisเสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายที่ฉันมั่นใจว่าจะรักเขาเป็นคนสุดท้ายในฐานะสามีเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ให้ฉัน ก่อนที่เขานั้นจะยื่นแขนออกมาสวมกอดให้ฉันได้คลายความหนาวที่มี“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ หนะค่ะ อีกแป๊บเดียวก็ว่าจะเข้าไปนอนแล้ว พอดีคุณออกมาก่อน” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา พร้อมกับกอดกระชับวงแขนกำยำที่โอบรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นสำทับลงไป“คิดอะไรอยู่บอกผมได้ไหม ผมอยากรู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวของมนต์จังเลย” คำพูดหวานที่มักจะมีให้ฉันตลอดมาทุกครั้งที่มีโอกาส และยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยยกกว้างขึ้น“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ แล้วก็คิดว่า...อยากจะมีลูกให้คนแถวนี้อีกสักคนดีไหม” ใบหน้าสวยระบายยิ้ม อีกทั้งยังเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่รู้ดีว่าคนด้านหลังอยากได้ยินมากแค่ไหน“อ่ะ...ห๊ะ!! จริงเหรอ...!! นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม” ฟอด ฟอด ฟอด ~~ส่วนคนตัวโตที่ออกอาการดีใจก็พูดไม่พูดเปล่า แต่ยังโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันซ้ายขวาไม่หยุด“คริคริ...คุณมาตินค่ะ พอได้แล้วค่ะมนต์จักจี้ หนวดคุณมันทิ่มแก้มมนต์ไปหมดแล้ว” ฉันที่ได้แต่เสหน้าหลบไปมาด้วยความรู้สึกจักจี้ที่ใบหน้า เหตุก
ความคิดมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดยามที่ได้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งในอดีตวันวาน ความทรงจำที่ทั้งดีและร้ายแม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยังชัดเจนในใจ แต่ทว่า...มันกลับไม่มีผลต่อหัวใจหรือความรู้สึกสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วอีกทั้งพอได้นึกเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผ่านมา ครั้นเมื่อคิดไปถึงเรื่องของคุณวาคิมแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องราวของผู้ชายอีกคนที่แสนร้ายกาจไม่ต่างกัน...และเขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก...คุณไผ่...เรื่องราวของคุณไผ่นั้นนับได้ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลของการกระทำมากที่สุดก็ดูจะไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะแม้ว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก ด้วยเหตุผลหลักที่ฉันพอรู้ก็คือเขาไม่อยากมีปัญหากับคุณมาติน บุคคลที่มีคนใหญ่คนโตของประเทศหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากนักที่เขาจะเลิกยุ่งกับฉันหลังจากที่รู้ว่าฉันได้มาอยู่กับคุณมาตินแล้วจริง ๆเพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปีข่าวคราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณไผ่เขา มันกลับทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ...นั่นก็เพราะหลังจากที่เรื่องราวของความจริงในอีกด้านได้ถูกเปิดเผยขึ้น
หลายปีต่อมา ~~นับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ทั้งฉันกับคุณมาตินก็ต่างมอบความรักให้กันอย่างดูดดื่มแทบจะทุกวัน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้จากฉันก็สำเร็จเมื่อฉันได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคนที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจให้กับคุณมาติน ส่วนเขาที่พอได้ลูกชายก็ออกอาการดีใจเห่อไม่หยุด และแม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าเขาเองก็อยากจะมีลูกกับฉันเพิ่มอีกก็ตาม เพียงแต่เขานั้นยังไม่กล้าเอ่ยปากขอออกมาด้วยเพราะเขากลัวว่าฉันจะไม่พอใจแต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ...ตัวฉันเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฉันจะมีลูกให้กับเขาอีก เพียงแต่ฉันอยากจะเลี้ยงลูกชายให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วค่อยมีลูกให้เขาอีกคนอีกทั้งฉันที่ยังรู้สึกตื้นตันใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้มาเสมอไม่ว่ากับฉันหรือลูกของฉันก็ตาม เขาที่ยังคงเอ็นดูสเตล่าลูกสาวของฉันที่เกิดกับคุณวาคิมเสมือนกับเป็นลูกในไส้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนกับวันแรกที่ลูกสาวของฉันคลอดออกมาอย่างไงก็อย่างงั้น แถมยังดูว่าเขาจะรักลูกสาวฉันมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่ฉันคลอดลูกชายออกมาส่วนข่าวคราวของคุณวาคิมพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวฉัน แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะไม่ลด
และในขณะที่ฉันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น อาจจะเพราะด้วยบางครั้งฉันยังคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝันแสนหวานที่กลัวว่าจะต้องตื่นขึ้นในสักวันหนึ่ง“ถ้าคุณยังคิดมาก...ถ้างั้นผมขอลูกชายให้ผมสักคนได้ไหมครับ...ที่รัก...หืมมมมม ~~” จุ๊บ ~~น้ำเสียงกระอ้อมกระแอ้มจากคนตัวโตที่ส่งมาอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากมากนัก ด้วยเพราะนับตั้งแต่ที่เขากับหญิงสาวตัดสินใจคบหากันมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากหญิงสาวเลยสักครั้งแม้ว่าเธอจะไม่มีทีท่ารังเกียจเขาเลยก็ตาม ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาขอไปเธอจะเต็มใจมอบให้หรือเปล่าและหลังจากที่ฉันได้ยินคำขอจากเขา ฉับพลันฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีลูกให้กับเขา เพียงแต่ฉันเองกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาไม่นึกรังเกียจแม่ม่ายลูกติดอย่างฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังให้เกียรติฉันมากขนาดนี้อีกด้วย“แต่ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจแล้วละก็...ไ...ม่...”ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ได้รีบพูดสวนกลับไปก่อนด้วยไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้“ได้แน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสามารถของคุณนะคะคุณมาติน” (^-^)รอยยิ้
วันเวลายังคงดำเนินผ่านพ้นไปจากวันเลื่อนเป็นเดือน จากเดือนเลื่อนเป็นปี จนบัดนี้ฉันได้จบการศึกษาเป็นบัณฑิตเต็มตัว และด้วยเพราะฉันไม่มีญาติที่ไหนฉันจึงเลือกที่จะไม่เข้ารับปริญญาบัตรไม่เหมือนกับเพื่อนคนอื่นในคณะ และมุ่งมั่นที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ให้สำเร็จ...ย้อนกลับไปก่อนที่ฉันจะจบการศึกษา
“ชื่ออะไรน่ะเรา”คุณไผ่ถามฉันก่อนจะอัดบุหรี่เข้าเต็มปอดอีกครั้ง“มะ...มนต์...มนตรา ค่ะ” ฉันจำได้ดีว่าฉันตอบกลับไปพร้อมกับพยายามกลั้นลมหายใจเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะเผลอหายใจแรงจนทำให้คนตรงหน้าขุ่นเคือง“เรียนอยู่หรือเปล่า” คุณไผ่ถามต่อโดยที่สายตาปรายมองมาที่ฉันเล็กน้อย“ระ...เรียนอยู่ค่ะ” ฉันยังก้มหน้าตอ
ในวันนั้นฉันสัญญากับตัวเองด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา โดยไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำแบบนั้นกับฉัน คำพูดที่ดูสวยหรูนั้น เขาแค่ต้องการให้ความเป็นมาของฉันใสสะอาด เผื่อว่าในอนาคตยามที่ฉันต้องเข้าไปเอี่ยวกับคนที่เขาต้องการแก้แค้น คนคนนั้นจะได้สืบประวัติไม่เจอ...วันเวลาเคลื่อนคล้อยดำเนินไปอย่างราบรื่น
‘ตอนนี้เธอมีใครคบอยู่หรือเปล่า’คุณไผ่ถามออกมา และด้วยคำถามนั้นฉันถึงกับไปไม่เป็น‘อ่ะ...เอ่อ...’ฉันที่ไม่รู้จะตอบยังไงถึงความสัมพันธ์ในตอนนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับคุณวาคิมดี คู่นอนงั้นหรือ หรือว่าเครื่องระบายความใคร่ แล้วฉันจะบอกเขาแบบนั้นไปได้ยังไงกันอีกทั้งถ้าหากว่าในวันนี้ฉันกับคุณวาคิมเป็น












avaliações