Masuk“เป็นอะไรหรือเปล่า ผมเห็นคุณเข้ามาตั้งนานแล้ว”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนฉันถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยไม่คิดว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นจะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว
“อ่ะ ท่านประธานเข้ามาได้ยังไงคะ” (O.O) ฉันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นคนที่ทำให้ฉันเจ็บแสบตรงกึ่งกลางกายสาวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าแบบนี้
“มนต์จำได้ว่ามนต์...” ฉันที่ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงทุ้มก็เอ่ยแทรกขึ้นมา
“ล็อกประตู...!!”
และด้วยคำตอบของฉันก็ทำให้ฉันได้แต่พยักหน้างึก ๆ
“ก็นี่มันห้องส่วนตัวของผมนะ” ก่อนที่เขาจะเฉลยออกมาถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเข้ามาในห้องนี้ได้แม้ว่าฉันจะล็อกประตูไว้ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
“อ่ะ...แต่ว่ามนต์กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่นะคะ” ฉันแย้งออกไปหลังจากเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง
และในจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว...
พรึ่บ!!
“ว๊ายยยยย ~~”
ร่างทั้งร่างของฉันถูกฉุดลอยขึ้นจากชักโครก ก่อนที่จะถูกยกตัวขึ้นไปนั่งยังอ่างล้างหน้าขนาดใหญ่
“นะ...นี่...ท่านประธานจะทำอะไรคะ ปล่อยมนต์ลงเดี๋ยวนี้เลยนะคะ” ฉันละล่ำละลักบอกด้วยกลัวเหลือเกินว่าเขาจะรังแกฉันเหมือนกับตอนที่อยู่บนโต๊ะทำงานอีก
“อยู่เฉย ๆ เถอะน่า” คนตัวโตพูดก่อนจะจับเรียวขาทั้งสองข้างแหวกออกอย่างถือวิสาสะ และด้วยการกระทำอันบุ่มบ่ามของเขาก็ทำให้ฉันเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งด้วยความตกใจ
“ท่านประธาน...!!” ฉันถึงกับอุทานลั่น
“ตอนแรกไม่เห็นแดงขนาดนี้เลยนิ” เสียงเข้มเอ่ย โดยที่สายตายังจับจ้องมายังดอกไม้ช้ำไม่วางตา
ส่วนฉันที่ถึงกับหน้าชาทำอะไรไม่ถูกหลังจากที่ถูกเขาแสดงพฤติกรรมใส่แบบนั้น
จากนั้น...
ติ๊ดๆๆๆ
เขาที่จู่ ๆ ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครสักคน โดยที่ร่างกายยังคงแทรกอยู่ตรงกลางหว่างขาของฉันเหมือนกลัวว่าฉันจะเผลอหุบขาแล้วทำให้เขาไม่เห็นร่องรอยของความบอบช้ำที่เกิดขึ้น
“ช่วยซื้อยาทาแก้บวมช้ำตรงนั้นของผู้หญิงให้หน่อย แล้วก็ยาคุมฉุกเฉินด้วย ถ้าเข้ามาไม่เจอก็เอาวางไว้ที่โต๊ะทำงานแล้วออกไปซะ”
สิ้นเสียงคำสั่งแสนเย็นชาพร้อมมือที่กดตัดสายทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ฉันที่ได้ยินชัดถอดทุกคำก็ยิ่งเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก
“ท่านประธาน ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลยก็ได้นี่คะ ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่า...” ฉันพูดตะกุกตะกักเอ่ยปฏิเสธออกไปทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงกกหู ด้วยความรู้สึกอย่างเดียวที่เกิดขึ้นคืออายลูกน้องเขาที่ต้องไปซื้อสิ่งเหล่านั้นมาให้เหลือเกิน
แต่ทว่า...คนตัวโตกลับไม่ได้คิดแบบนั้น...
“ทำไมอยากมีลูกกับผมงั้นเหรอ” เขาเลิกคิ้วถาม
“ปะ...เปล่า มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เพียงแต่เรื่องพวกนี้ มนต์จัดการตัวเองได้ค่ะ” ฉันก้มหน้าลงเล็กน้อยหนีสายตาคมที่ยังจ้องมองมาไม่หยุด ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วในท้ายประโยค
“แค่ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณพูดจะคือเรื่องจริง” จู่ ๆ เขาก็พูดถึงเรื่องที่หญิงสาวบอกก่อนหน้านี้
“ค่ะ...??” แต่ทว่า...หญิงสาวกลับเต็มไปด้วยความสงสัย
“ก็ที่บอกว่านี่คือครั้งแรกของคุณไง” เขายังคงตอบเสียงเรียบเหมือนเรื่องที่กำลังพูดเป็นเรื่องธรรมดา และด้วยประโยคของเขาเหล่านั้นก็ทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ทำไมเสียใจที่ผมเป็นคนแรกของคุณงั้นเหรอ” ทันทีที่คนตัวโตได้ยินเสียงถอนหายใจพร้อมกับเห็นอากัปกิริยาของหญิงสาวที่ส่งออกมาก็เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก เพราะทั้งที่เธอเองเป็นคนเอาเขาไปจินตนาการจนสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองตั้งแต่แรกแท้ ๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับมาทำหน้าซังกะตายใส่เขาแบบนี้เนี่ยนะ
ส่วนฉันที่ไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี ไม่ใช่ว่าฉันเสียใจที่มอบครั้งแรกให้กับเขา เพียงแต่ฉันแค่รู้สึกเสียใจที่ครั้งแรกของฉันมันควรจะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรักมากกว่านี้ ไม่ใช่...เกิดขึ้นเพราะเรื่องอะไรบ้า ๆ แบบนี้ และด้วยความเงียบที่มีของฉันจึงทำให้เขาเลือกที่จะพูดคำบางคำออกมาโดยที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าไอ้คำเหล่านี้มันจะออกมาจากปากคนตรงหน้าได้...
“เท่าไร...!!”
“ค่ะ...??” เขาที่จู่ ๆ โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนทำให้ฉันจำต้องเงยหน้ามองไปยังต้นเสียงอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ก็ค่าครั้งแรกของคุณไง บอกมาว่าซิว่าอยากได้เท่าไร” คนตัวโตพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉยเหมือนกับมองดูเหตุการณ์เดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่ตนเคยเจอมานับครั้งไม่ถ้วน
(หึ...คงไม่พ้นเรื่องเงินซินะ ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด ตอนแรกก็ยั่วยวน พอสนองให้ก็คร่ำครวญทำเป็นร้องไห้ สุดท้ายแล้วก็คงไม่พ้นเรียกร้องเงินทองอยู่ดี) ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งอย่างนึกรังเกียจในใจ พร้อมกับคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ตนเคยประสบพบเจอมา
“คุณวาคิม...!!”
ส่วนฉันที่ทั้งตกใจ ทั้งเสียใจในคำพูดของเขา ถึงกับเผลอตะคอกเขาออกไปด้วยความไม่พอใจ อีกทั้งยังจ้องไปยังดวงตาคมเข้มดุดันดุจราชสีห์ที่จ้องจะเขมือบเหยื่อตรงหน้าอย่างลืมกลัว
“ฮึ่ม...ในเมื่อมันเป็นความผิดของมนต์เองที่ทำเรื่องน่าเกลียดไม่เหมาะสมแบบนั้นในห้องทำงานของท่านประธาน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ถือซะว่ามนต์ชดใช้ให้แล้วกันนะคะ ส่วนสิ่งที่มนต์ต้องการเพียงอย่างเดียวก็คือสิ่งที่อยู่ในกางเกงของท่านประธานเท่านั้นแหละค่ะ...!!” ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะพรั่งพรูคำพูดออกไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างเต็มท่วมท้น แต่ทว่า...คำตอบที่เขาตอบกลับมากับทำให้ฉันรู้สึกไม่เข้าใจ
“แต่ตรงนั้นของคุณมันยังบวมอยู่เลยนะ คุณยังต้องการมันอีกเหรอ” ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
และด้วยท่าทางของคนตรงหน้าที่ตอบกลับมา ก็ได้ทำให้ฉันเข้าใจว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้น มันกำลังทำให้เขาเข้าใจผิดกันไปใหญ่ จนฉันได้แต่รีบลนลานปฏิเสธออกไปทันที
“มะ...มนต์หมายถึงกางเกงชั้นในของมนต์ที่อยู่ในกระเป๋าท่านประธานต่างหากค่ะ มะ...ไม่ใช่...” (O///O) ใบหน้าสาวแดงแปร๊ดจนถึงกกหูอย่างคนเสียอาการ หลังจากจับคำพูดและอากัปกิริยาของคนตัวโตได้ว่าเขาหมายถึงอะไรและความอายก็ทำให้ฉันพลันลืมความโกรธที่มีต่อเขาเมื่อครู่จนหมดสิ้น
“ก็นึกว่าต้องการ เพราะผมเองพร้อมเสมอ...หึหึหึ” คนตัวโตถึงกับยกยิ้มขึ้นมุมปากเล็กน้อยด้วยความพอใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูฉันเบา ๆ
การกระทำของเขาทำให้ฉันได้แต่หน้าร้อนผ่าวตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกก่อนจะก้มหน้าหนีความอายและหนีสายตาคมกริบที่จับจ้องมองมาที่ฉันไม่หยุด จากนั้นไม่นานเสียงด้านนอกก็ดังเขามาเป็นสัญญาณว่าของที่คุณวาคิมสั่งลูกน้องไปซื้อมาก่อนหน้านี้ ลูกน้องคนสนิทของเขาได้นำมาส่งให้แล้ว
“รออยู่นี่แหละ” เขาพูดห้ามหลังจากที่เห็นว่าฉันพยายามหยัดตัวเพื่อลงจากอ่างล้างหน้า ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเอง...
เพียงแค่อึดใจเดียว คนตัวโตที่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยก็ได้เดินล้วงกระเป๋าข้างหนึ่งเข้ามาด้วยท่าทางสบาย ๆ ต่างกับฉันที่ตอนนี้นั่งกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก ก่อนที่เขาจะยื่นถุงกระดาษที่ด้านหน้ามีโลโก้ร้านขายยาตรงมายังตรงหน้าของฉัน
“ทาซะ แล้วนี่สิ่งที่คุณต้องการที่อยู่ในกางเกงของผม” เขาเอ่ยปากสั่ง โดยไม่ลืมที่จะล้วงเอากางเกงชั้นในของฉันที่เขาใช้เป็นตัวประกันก่อนหน้านี้ส่งคืนมาให้
และเมื่อคำตัวโตสั่งการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินออกไปเพื่อปล่อยให้หญิงสาวได้จัดการตัวเองอีกครั้ง...
เสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายที่ฉันมั่นใจว่าจะรักเขาเป็นคนสุดท้ายในฐานะสามีเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ให้ฉัน ก่อนที่เขานั้นจะยื่นแขนออกมาสวมกอดให้ฉันได้คลายความหนาวที่มี“พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ หนะค่ะ อีกแป๊บเดียวก็ว่าจะเข้าไปนอนแล้ว พอดีคุณออกมาก่อน” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา พร้อมกับกอดกระชับวงแขนกำยำที่โอบรัดร่างนุ่มนิ่มแน่นสำทับลงไป“คิดอะไรอยู่บอกผมได้ไหม ผมอยากรู้ทุกอย่างที่อยู่ในหัวของมนต์จังเลย” คำพูดหวานที่มักจะมีให้ฉันตลอดมาทุกครั้งที่มีโอกาส และยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าสวยยกกว้างขึ้น“ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแหละค่ะ แล้วก็คิดว่า...อยากจะมีลูกให้คนแถวนี้อีกสักคนดีไหม” ใบหน้าสวยระบายยิ้ม อีกทั้งยังเอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่รู้ดีว่าคนด้านหลังอยากได้ยินมากแค่ไหน“อ่ะ...ห๊ะ!! จริงเหรอ...!! นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปใช่ไหม” ฟอด ฟอด ฟอด ~~ส่วนคนตัวโตที่ออกอาการดีใจก็พูดไม่พูดเปล่า แต่ยังโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันซ้ายขวาไม่หยุด“คริคริ...คุณมาตินค่ะ พอได้แล้วค่ะมนต์จักจี้ หนวดคุณมันทิ่มแก้มมนต์ไปหมดแล้ว” ฉันที่ได้แต่เสหน้าหลบไปมาด้วยความรู้สึกจักจี้ที่ใบหน้า เหตุก
ความคิดมากมายยังคงถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดยามที่ได้นึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งในอดีตวันวาน ความทรงจำที่ทั้งดีและร้ายแม้จะมีบางเหตุการณ์ที่ยังชัดเจนในใจ แต่ทว่า...มันกลับไม่มีผลต่อหัวใจหรือความรู้สึกสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วอีกทั้งพอได้นึกเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผ่านมา ครั้นเมื่อคิดไปถึงเรื่องของคุณวาคิมแล้ว มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเรื่องราวของผู้ชายอีกคนที่แสนร้ายกาจไม่ต่างกัน...และเขาคนนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก...คุณไผ่...เรื่องราวของคุณไผ่นั้นนับได้ว่าเขาเป็นคนที่ได้รับผลของการกระทำมากที่สุดก็ดูจะไม่ผิดไปอย่างที่พูด เพราะแม้ว่านับตั้งแต่วันนั้นเขาจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันอีก ด้วยเหตุผลหลักที่ฉันพอรู้ก็คือเขาไม่อยากมีปัญหากับคุณมาติน บุคคลที่มีคนใหญ่คนโตของประเทศหนุนหลังอยู่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากนักที่เขาจะเลิกยุ่งกับฉันหลังจากที่รู้ว่าฉันได้มาอยู่กับคุณมาตินแล้วจริง ๆเพียงแต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ปีข่าวคราวที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับคุณไผ่เขา มันกลับทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ...นั่นก็เพราะหลังจากที่เรื่องราวของความจริงในอีกด้านได้ถูกเปิดเผยขึ้น
หลายปีต่อมา ~~นับตั้งแต่คืนวันแต่งงาน ทั้งฉันกับคุณมาตินก็ต่างมอบความรักให้กันอย่างดูดดื่มแทบจะทุกวัน จนกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้จากฉันก็สำเร็จเมื่อฉันได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคนที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องใจให้กับคุณมาติน ส่วนเขาที่พอได้ลูกชายก็ออกอาการดีใจเห่อไม่หยุด และแม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าเขาเองก็อยากจะมีลูกกับฉันเพิ่มอีกก็ตาม เพียงแต่เขานั้นยังไม่กล้าเอ่ยปากขอออกมาด้วยเพราะเขากลัวว่าฉันจะไม่พอใจแต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ...ตัวฉันเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าฉันจะมีลูกให้กับเขาอีก เพียงแต่ฉันอยากจะเลี้ยงลูกชายให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน แล้วค่อยมีลูกให้เขาอีกคนอีกทั้งฉันที่ยังรู้สึกตื้นตันใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาที่มีให้มาเสมอไม่ว่ากับฉันหรือลูกของฉันก็ตาม เขาที่ยังคงเอ็นดูสเตล่าลูกสาวของฉันที่เกิดกับคุณวาคิมเสมือนกับเป็นลูกในไส้ตัวเองเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนกับวันแรกที่ลูกสาวของฉันคลอดออกมาอย่างไงก็อย่างงั้น แถมยังดูว่าเขาจะรักลูกสาวฉันมากขึ้นด้วยซ้ำนับตั้งแต่ที่ฉันคลอดลูกชายออกมาส่วนข่าวคราวของคุณวาคิมพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวฉัน แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะไม่ลด
และในขณะที่ฉันยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่นั้น อาจจะเพราะด้วยบางครั้งฉันยังคงคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในฝันแสนหวานที่กลัวว่าจะต้องตื่นขึ้นในสักวันหนึ่ง“ถ้าคุณยังคิดมาก...ถ้างั้นผมขอลูกชายให้ผมสักคนได้ไหมครับ...ที่รัก...หืมมมมม ~~” จุ๊บ ~~น้ำเสียงกระอ้อมกระแอ้มจากคนตัวโตที่ส่งมาอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากมากนัก ด้วยเพราะนับตั้งแต่ที่เขากับหญิงสาวตัดสินใจคบหากันมาจนกระทั่งได้แต่งงานกัน เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากหญิงสาวเลยสักครั้งแม้ว่าเธอจะไม่มีทีท่ารังเกียจเขาเลยก็ตาม ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาขอไปเธอจะเต็มใจมอบให้หรือเปล่าและหลังจากที่ฉันได้ยินคำขอจากเขา ฉับพลันฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีลูกให้กับเขา เพียงแต่ฉันเองกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่เขาไม่นึกรังเกียจแม่ม่ายลูกติดอย่างฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังให้เกียรติฉันมากขนาดนี้อีกด้วย“แต่ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจแล้วละก็...ไ...ม่...”ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ได้รีบพูดสวนกลับไปก่อนด้วยไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้“ได้แน่นอนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความสามารถของคุณนะคะคุณมาติน” (^-^)รอยยิ้
พั่บ...พั่บๆๆๆ“อ๊ะ...อ๊ะ...อือออออ...มาตินค่ะ...อ่าาาาา ~~” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นร้องครวญครางกระเส่าเสียงดังลั่นห้อง อีกทั้งมือบางทั้งสองข้างยังยกขึ้นมากอบกุมสองเต้างามงอนแล้วจัดการบีบขยี้เล่นอย่างต้องการระบายความเสียวที่กำลังตีมวนอยู่ในท้องน้อยยามนี้“อ่าาาาา...มนต์...ผมรักคุณ...มนต์...ซี๊ดดดดด ~~” ส่วนคนตัวโตที่มีใบหน้าเหยเกไม่ต่างกันก็กำลังกัดฟันแน่นด้วยความกระสัน พร้อมกับลำเอ็นที่กำลังจะปะทุลาวาสีขาวขุ่นออกมาอีกครั้งแล้ว แม้ว่าเขาจะปลดปล่อยมันไปมากมายก่อนหน้านี้แล้วก็ตามและด้วยเสียงร้องคำรามที่ออกมาจากคนใต้ร่าง ก็เป็นเหมือนดั่งแรงส่งให้ร่างบางเร่งขยับขย่มลำเอ็นแข็งระรัวถี่ยิบ จนกระทั่งเมื่อร่องอุ่นเสียดสีเข้ากับปลอกเนื้อหยุ่นอีกเพียงไม่กี่อึดใจ แรงกระตุกตอดของมัดกล้ามเนื้อด้านในก็ได้ส่งให้ร่างทั้งสองก็ต่างกู่ก้องร้องคำรามลั่นออกมาด้วยความสุขสมอย่างพร้อมเพรียงกัน“กรี๊ดดดด...อร๊ายยยย ~~ / อ่าาาาส์ ~~”ความร้อนอุ่นสาดซัดเข้าเต็มท้องน้อยอีกครั้งจนรู้สึกได้ พร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งตัวลงไปนอนบนอกแกร่งอย่างอ่อนแรง ทั้งที่ในร่องสาวยังคงปล่อยให้ครอบงำกลืนกินเอ็นอุ่นอยู่แบบนั้นด้วยเพราะแ
ส่วนคุณมาตินที่พอเห็นฉันพูดออกไปแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนจะยิ้มด้วยความพึงพอใจพร้อมกับจูบลงมาที่ขมับของฉันเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ จากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาจากนั้นเขาก็ได้จับตัวฉันให้หันหลังพิงเขา แล้วใช้มือข้างหนึ่งอ้อมมาประคองเอวกิ่วของฉันเอาไว้ โดยที่มืออีกข้างหนึ่งก็จัดการทำความสะอาดลูบไล้ไปตามร่างกายฉันอย่างประณีตนุ่มนวล จนฉันเองเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“อื้ออออ...สบายจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่รัก” จุ๊บ ~~ ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกดีและรู้สึกตื้นตันใจในความดีของเขา ก่อนจะหันหน้าไปหาเขาแล้วบรรจงจุ๊บแก้มเขาคืนเช่นกันและด้วย...สังเวียนสวาทที่เกิดขึ้นภายในห้องน้ำของสองเรานั้น ก็เป็นอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ โดยหลังจากที่เขารับปากว่าจะอาบน้ำให้ฉัน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าฟอกสบู่บนตัวฉัน พร้อมกับชำระร่างกายให้จนสะอาดหมดจดอย่างที่เขาบอก ก่อนที่เขาจะจัดการอุ้มฉันในท่าเจ้าสาวอีกครั้งแล้วนำไปวา
--- วาคิม Talk ---ณ เพนท์เฮ้าส์สุดหรูใจกลางเมืองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ~~หลังจากที่หญิงสาวได้เปิดประตูออกไปพร้อมกับทิ้งระเบิดแห่งความไม่พอใจเอาไว้ให้ผม ผมที่แทบอยากจะวิ่งเข้าไปจับเธอเอาไว้แล้วจัดการกดเธอลงกับเตียงให้สาแก่ใจ ถ้าไม่เป็นเพราะว่าผมไม่อยากทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายไปมากกว่านี้ผมคงจะทำอย่
ณ โถงบริษัทรุ่งเรืองโรจน์รัตนกิจ“สวัสดีค่ะคุณมาติน รอมนต์นานไหมคะ” ฉันเดินเข้าไปทักทายชายหนุ่มหน้าตาดีรัศมีเจิดจรัสที่ยืนเด่นสง่าออร่ากระจายจนเรียกให้เหล่าบรรดาพนักงานสาวที่ต่างทยอยกันออกมาจากห้องทำงานเนื่องด้วยเป็นเวลานี้เป็นเวลาพักเที่ยงพากันมองจนเลี้ยวหลังคอแทบหัก“ให้รอทั้งชีวิตก็ยังได้เลยครับ
“อะ...เอ่อ...อ่า”เสียงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของปราบทำให้ผมอดไม่ได้ที่เงยหน้าขึ้นไปมอง“มีอะไร คำถามมันยากนักหรือไงถึงตอบไม่ได้สักที” ดวงตาคมกริบหรี่มองคนตรงหน้าอย่างต้องการจับผิด“ปะ...เปล่าครับนาย เพียงแต่คุณมนตราเธอไปทานอาหารครับ” ปราบตอบทั้งที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา“ห้องอาหารของบริษัทก็อยู่แค่นี้ ทำไ
“เป็นยังไงบ้างคะนายดีขึ้นไหมคะ” ป้าแจ่มถามด้วยความเป็นห่วง“ดีขึ้นแล้วค่ะ พักอีกสักวันสองวันก็น่าจะหายดี” ฉันตอบไปตามสิ่งที่เห็น“ดีเลยค่ะ ปกติป้าไม่ค่อยเห็นนายป่วยเลย” ป้าแจ่มออกความคิดเห็นตามที่เธอสงสัย“คงจะดื้อโหมงานไม่หยุดนั่นแหละค่ะ” ส่วนฉันได้แต่ตอบเลี่ยง ๆ ออกไป เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ร







![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)