LOGINตอนที่ 5
แผนการของรุ่นพี่
"ว้าย ตามติดกันขนาดนี้ พวกเธอจะแต่งกันวันไหนจ๊ะ"
เสียงเอ่ยแซวลอยลมมาให้รำคาญหูเหมือนอย่างทุกวัน เมื่อสองเพื่อนสนิทอย่างกวินทร์และเฟยเดินผ่านเข้ามาให้ได้เห็น
ซึ่งนั่นมันทำให้สองคนที่ตกอยู่ในเป้าสายตาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรออกไป แล้วเลี่ยงไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำของตัวเอง อย่างไม่ใส่ใจเสียงนกกาของเพื่อนร่วมคณะขี้อิจฉาเจ้าเดิมที่กำลังจิกกัดเธออยู่
โดยใช้คำว่าหยอกล้อตามประสาเพื่อนมาบังหน้า
"จิกเก่ง กัดเก่ง"
เฟยเอ่ยขึ้นเบา ๆ ในขณะที่ตาก็จับจ้องไปยังกระดาษขาวตรงหน้าที่อัดแน่นไปด้วยตัวหนังสือมากมายด้วยความตั้งใจ ไม่ต่างจากตัวของกวินทร์เองที่ทำเพียงแค่ปรายตามองอีกฝ่ายเท่านั้น แล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องตัวหนังสือไม่ต่างกัน
"ก็แค่เรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง"
ใช่ทั้งตัวเขาและเฟยต่างก็คิดแบบนั้นไม่ต่างกันเลยสักนิดกับความไร้สาระที่ได้ยินจนเอียนหูนี่ ยอมรับเลยเหมือนกันว่าตอนแรกที่ได้ยินก็รู้สึกรำคาญปนไม่พอใจเหมือนกัน แต่เพราะพอมองเห็นว่านิสัยของมิลินนั้น ก็มักจะจิกกัดคนอื่นที่ตนไม่ชอบเป็นประจำ ทั้งคู่เลยเลือกจะปล่อยวางแทน
โดยปล่อยให้คนที่ยังเป็นบัวใต้ตมอย่างคนนั้น ภูมิใจว่าตนสามารถจิกกัดทั้งคู่ได้ โดยที่สองหนุ่มสาวไม่กล้าพอที่จะโต้ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย
"เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าสองคนนั้นมันไม่กล้าหือกับฉันหรอก โดยเฉพาะยัยเฟย รายนั้นกลัวฉันยังกับอะไรดี หึ"
มิลินเชิดหน้าเอ่ยออกมาราวตัวเองเป็นนางพญาหงส์ที่กำลังเหยียบคนอื่นให้ขึ้นสูงได้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะรู้เหตุผลดีก็ตามว่าทำไมเฟยถึงเลือกที่จะนิ่งเงียบแบบนี้
"แกนี่มันแน่จริงว่ะลิน ว่าแต่ทำไมยัยเฟยถึงได้ไม่กล้าหือกับแกอะ มีอะไรเล่าให้ฟังปะ"
"ก็จะอะไรล่ะ นอกจากบ้านของยัยเฟยต้องอาศัยยาจากบ้านมิลินอยู่ ก็คงกลัวว่าจะไม่มียามาขายคนไข้น่ะสิ" เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่ดูแคลนไม่น้อย อย่างอยากจะเอาใจเพื่อนว่าตนนั้นกำลังเข้าข้างอยู่
"ว่าขายก็ไม่ถูกหรอก เพราะเอาจริง ๆ ส่วนใหญ่เห็นว่าคนไข้จะแปะโป้งค่ายาเอาไว้เยอะนะ แบบว่าพวกไม่มีเงิน แต่อยากรักษาดีๆ"
"แบบนี้บ้านยัยเฟยก็ไม่มีเงินอะดิ"
"ก็ต้องแน่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นวันก่อนยัยลินจะได้เอาบิลเรียกเก็บมาทวงถึงมหาลัยหรือไงล่ะ"
เสียงพูดคุยนินทา บวกกับเสียงหัวเราะสนุกสนานดังขึ้นมาจากคนในกลุ่มในระดับที่ค่อนข้างดังอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นถามว่ามีใครสนใจไหม ก็คงไม่ เพราะในความคิดของพวกเธอนั้น อะไรที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็มักเป็นเรื่องตลกเสมอ
"เออนี่ แต่จะว่าไปกวินทร์นี่ก็ดูแลยัยเฟยดีนะ เทคแคร์ตลอด นี่ถ้าเป็นฉันคงใจอ่อนถวายตัวให้นานละ"
"ใช่ๆ ได้ข่าวว่าบ้านหมอนี่รวยมากไม่ใช่เหรอ" มิลินที่ได้ยินแบบนั้นบิดเบ้ริมฝีปากขึ้นมาทันที ด้วยความรู้สึกอดมันไส้ในตัวของชายหนุ่มในบทสนทนาไม่ได้
"ก็รวย แต่ก็แค่หมาโง่ตัวหนึ่งที่ใส่แว่นหนาเตอะ แต่ก็เหมาะสมกันดีนั่นล่ะ"
"จ้า ก็จะมีใครดีเท่าพี่รวยของเธอได้อีกละจ้ะ" คราวนี้สาวมั่นแบบมิลินเป็นฝ่ายออกอาการเขินขึ้นมาบ้างในระดับที่เรียกว่าน่า...หมั่นไส้เหลือเกิน ทั้งบิด ทั้งทำเหนียมอายเหมือนตัวร้ายถูกพระเอกเต๊าะไม่มีผิด ยามหูได้ยินชื่อของรุ่นพี่คนหนึ่งที่สาวเจ้าเล็งไว้ในช่วงนี้
"มันก็ต้องใช่แล้วปะ ใครมันจะไปเหมาะสมเท่าฉันกัน"
มิลินเชิดหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ไหล่ข้างหนึ่งจะถูกสะกิดแรง ๆ พร้อมกับน้ำเสียงตื่นเต้นเต็มที่
"แก พูดถึงพระเอก พระเอกก็มา นู้นยัยลินักหนา พี่รวยของแกเข้ามาทางนี้แล้ว ว่าแต่มาหาใครอะ"
"ก็ต้องเป็นเพื่อนเราอยู่แล้วสิยะ ร้อยวันพันปีไม่มาวันนี้นี่มันวันพิเศษอะไรนะ"
ยิ่งได้ยินเพื่อนพูดออกมาแบบนั้นอีก ความมั่นใจว่าเจ้าตัวมาหาตนนั้นมันพุ่งสูงมากจริง ๆ แต่แล้วก็ต้องแยกยับในเวลาต่อมาเช่นกัน เมื่อหนุ่มรุ่นพี่ที่หล่อล่ำคนนี้ ไม่ได้มาหาเธอแต่กลับเดินเลยตรงไปทางที่เฟยกำลังนั่งอยู่แทน
"อ้าว แก สรุปพี่เขามาหายัยเฟยเหรอ นึกว่ามาหาแกเสียอีก"
เพื่อนที่เคยพูดเข้าหูเวลานี้ฟังไม่เข้าหูกันสักนิด มันทำเอาคนฟังถึงกับอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีแล้วถลึงตาใส่เจ้าตัวไปเป็นรางวัล ก่อนจะเบนสายตามองตามรุ่นพี่ที่ตัวเองหมายปองเดินไปหาเพื่อนสาวที่ตนไม่ชอบขี้หน้า
ตัวของรุ่นพี่รวยนั้น เป็นหนุ่มหล่อที่หน้าตาจัดได้ว่าดีมากคนหนึ่ง ไหนจะรูปร่างที่เรียกน้ำลายได้อย่างไม่ยาก แถมพ่วงมาด้วยฐานะทางบ้านที่มีอันจะกินสมชื่อเจ้าตัวนั่นอีก มันเลยไม่แปลกที่มิลินผู้มองแต่คนฐานะเดียวกันจะชื่นชอบเป็นธรรมดา แม้จะไม่รู้ว่านิสัยเนื้อแท้กลับสิ่งที่เจ้าตัวแสดงออกมานั้นมันตรงกันหรือไม่ก็ตาม
"ขยันจังเลยนะครับน้องเฟย"
เสียงทักที่ดังขึ้นทำเอาเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองอย่างเสียมิได้ พอเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่มักจะเข้ามาชวนคุยด้วยเป็นประจำ ก็แอบทำหน้าคล้ายเหม็นเบื่อเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เสียมารยาทอะไรออกไป นอกจากส่งรอยยิ้มตอบรับไปให้ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของกวินทร์ที่มองดูอยู่
"พอดีช่วงวันหยุดพี่ไปเที่ยวยุโรปมา เลยได้ของฝากมาเยอะ นี่เป็นเบอร์รีชั้นดีเลยนะ เห็นแล้วคิดถึงน้องเฟย..."
"แต่พอดีว่าพวกเราทานข้าวกันมาแล้วครับ จุกเลยด้วย ผมว่ารุ่นพี่เก็บเอาไว้ดีกว่านะ" กวิทร์พูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้าคล้ายใสซื่อ แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นที่มองอยู่ มันไม่ได้ใสเลยสักนิด ทำเอารุ่นพี่ถึงกับชักสีหน้าออกมาให้ได้เห็น
"แต่อย่างน้อยก็น่าจะรับเอาไปหน่อยนะครับ น้ำใจคนซื้อมารักษาหน่อยสิ"
"ก็ไม่ได้อยากได้นี่ครับ"
"แต่พี่ก็ไม่ได้ซื่อมาให้นาย พี่ซื้อมาให้เฟยต่างหาก"
"แต่..."
"พอเถอะค่ะทั้งสองคนนั่นละ" สุดท้ายคนกลางที่นั่งฟังมานานก็เอ่ยแทรกขึ้นมาในที่สุด เมื่อเสียงของทั้งคู่มันรบกวนการซึมซับตัวหนังสือของเธอแบบเข้าขั้นรุนแรง จนต้องหาทางตัดรำคาญลง
"ขอบคุณรุ่นพี่มากจริงๆ ที่อุตส่าห์ซื้อมาฝากนะคะ" รอยยิ้มการค้าถูกส่งให้หนุ่มรุ่นพี่ตามมารยาท ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีด้วยคิดว่าคนน้องต้องมีใจให้ไม่ต่างกันแน่
"รับรองเลยอร่อยมาก"
"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ว่าแต่ตอนนี้รุ่นพี่ไม่มีเรียนหรืออ่านหนังสือเหรอคะ"
"ระดับพี่แล้ว ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะสมองพี่มันระดับเพชร เนื้อหาอะไรแค่มองผ่านๆ ก็เข้าหัวหมดแหละ"
"แหม เก่งจังเลยนะคะ" เฟยว่าขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมรอยยิ้มน่ารักที่ส่งไปให้ ทำเอารวยยิ่งหน้าบานคิดว่าสาวเจ้าประทับใจตัวเองมากขึ้นไปอีก เลยยิ่งออกปากคุยฟุ้งกว่าเดิม หวังจะใช้เสน่ห์มัดใจให้คนน้องหลงหัวปักหัวปำไม่ต่างจากรายอื่น ๆ ที่ตนเก็บเข้าคลังมาหมดแล้ว
"รอบนี้ขอลองของใหญ่บ้าง ได้ข่าวว่าเข้าถึงตัวยากนักหนา หึ"
คิดในใจพร้อมหมายมั่นปั้นมือจะเอาหญิงสาวข้างหน้ามาเป็นของตน หารู้ไม่ว่าที่พวกคนลือกันว่า เฟยนั้นเข้าถึงตัวยาก ไม่ใช่เพราะเจ้าตัวหยิ่งหรือวางตัวสูงแต่อย่างใด หากเป็นเพราะใครจะเข้าหา ก็มักจะเป็นเพื่อนชายข้างกายที่ชื่อกวินทร์ต่างหากที่คอยขวางไว้
***
ตอนที่ 5แผนการของรุ่นพี่"ว้าย ตามติดกันขนาดนี้ พวกเธอจะแต่งกันวันไหนจ๊ะ"เสียงเอ่ยแซวลอยลมมาให้รำคาญหูเหมือนอย่างทุกวัน เมื่อสองเพื่อนสนิทอย่างกวินทร์และเฟยเดินผ่านเข้ามาให้ได้เห็นซึ่งนั่นมันทำให้สองคนที่ตกอยู่ในเป้าสายตาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรออกไป แล้วเลี่ยงไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำของตัวเอง อย่างไม่ใส่ใจเสียงนกกาของเพื่อนร่วมคณะขี้อิจฉาเจ้าเดิมที่กำลังจิกกัดเธออยู่โดยใช้คำว่าหยอกล้อตามประสาเพื่อนมาบังหน้า "จิกเก่ง กัดเก่ง" เฟยเอ่ยขึ้นเบา ๆ ในขณะที่ตาก็จับจ้องไปยังกระดาษขาวตรงหน้าที่อัดแน่นไปด้วยตัวหนังสือมากมายด้วยความตั้งใจ ไม่ต่างจากตัวของกวินทร์เองที่ทำเพียงแค่ปรายตามองอีกฝ่ายเท่านั้น แล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องตัวหนังสือไม่ต่างกัน"ก็แค่เรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง"ใช่ทั้งตัวเขาและเฟยต่างก็คิดแบบนั้นไม่ต่างกันเลยสักนิดกับความไร้สาระที่ได้ยินจนเอียนหูนี่ ยอมรับเลยเหมือนกันว่าตอนแรกที่ได้ยินก็รู้สึกรำคาญปนไม่พอใจเหมือนกัน แต่เพราะพอมองเห็นว่านิสัยของมิลินนั้น ก็มักจะจิกกัดคนอื่นที่ตนไม่ชอบเป็นประจำ ทั้งคู่เลยเลือกจะปล่อยวา
ตอนที่ 4ตัวร้ายอีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เห็นเป็นบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่หลายสิบไร่ ทุกอย่างดูมีระบบและขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการทำงาน ความสบาย หรือสิ่งแวดล้อมโดยรวม ต่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดีด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นก็แต่คน คนหนึ่ง ผู้ซึ่งอยู่ในอารมณ์ที่ขัดกับบรรยากาศรอบข้างจริงๆ"ก็บอกกี่ครั้งแล้วว่าของฉันต้องเอาน้ำเย็นระดับที่พอดีเท่านั้น แบบนี้มันเย็นเกินไป ต้องผสมน้ำธรรมดาด้วย ทำไมไม่จำเลยนะ"เสียงค่อนไปทางแหลมบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจนั้น ทำเอาแม่บ้านผู้นำน้ำดื่มมาต้อนรับหัวหดจนแทบจะตั้งบ่าเข้าไปแล้ว พร้อมกับนึกในใจว่าตนไม่น่าซวยจนมาเจอกับคุณหนูผู้เป็นนายแบบนี้เลย เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้คุณมิลินจอมเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจคนนี้น่ะสิ"เอาน่าเดี๋ยวมันก็พอดีเองแหละ เราน่ะไปทำอะไรก็ไปเถอะ" ท้ายประโยคผู้เป็นพ่อหันไปบอกแก่แม่บ้านคนสนิท นั่นละเจ้าตัวถึงได้กล้าออกไป พร้อมกับหันมาหาคนเป็นลูก แล้วเอ่ยบอกออกไปอย่างคนใจเย็น"เราเองก็เหมือนกันจะอะไรนักหนา อะไรปล่อยได้ก็ปล่อยบ้าง""ก็หนูไม่ชอบนี่คะคุณพ่อ ว่าแต่นี่พ่อทำอะไรอยู่คะ" สาวเจ้าจะถามออกมา เมื่อเห็
ตอนที่ 3ลูกไม่รักดีหลังจากที่แยกกัน คนที่ถูกมองว่าเป็นขยะสังคม เวลานี้เห็นเจ้าตัวพารถคู่ใจของตนวนเวียนไปมาตามท้องถนน ด้วยท่าทีที่ไม่ได้เร่งรีบอะไร ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะนำพาลูกรักคู่ใจของตน กลับเข้าสู่อาณาเขตของบ้านอย่างที่ควรจะเป็นอันที่จริงต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก"คุณเม่น โธ่ กว่าจะกลับมาได้สักทีนะคะ คุณท่านถามหาตั้งนานแล้ว ไหนมาให้อิ่มดูซิว่าวันนี้ได้แผลมาหรือเปล่า"ทันทีที่ขาตั้งของรถคู่ใจถูกแตะลงตั้งกับพื้นดิน อิ่ม แม่บ้านคนสนิทก็รีบแจ้นเข้ามารับหน้าและรายงานสถานการณ์ในบ้านทันที หวังให้คุณหนูของคนเตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวรออยู่ในบ้านแต่ถามว่าเม่นสนใจไหม ก็ไม่ เพราะเจ้าตัวยังคงมีรอยยิ้มทะเล้นในใบหน้าเหมือนเคยแล้วเอ่ยตอบผู้หวังดีกลับไป"โธ่ ป้าอิ่ม นี่ผม..." ยังไม่ทันได้เอ่ยจบ มือของหญิงชราก็เอื้อมมาลูบตามตัวด้วยความเป็นห่วง ปากก็เอ่ยขึ้น"ดีจังนะคะ ยังครบสามสิบสองอยู่""อันนี้เป็นห่วงผมจริงๆ ใช่ไหมครับ" เม่นว่าติดตลก"ห่วงสิคะ คุณท่านรออยู่ด้วย""ครับ ป้าอิ่มก็บอกพ่อไปนะว่าผมยังไม่กลับมา""แต่...""เอ่อ แล้วก็ป้าอิ่มช่วยให้พ่อบ้านไปเคลียร์บิลที่ผมค้างไว้ด้ว
ตอนที่ 2ผู้ชายไม่เอาถ่าน"ขอบคุณมากนะกวินทร์ที่มาส่ง ให้เราเลี้ยงข้าวเอาไหม"รอยยิ้มของกวินทร์กระจายเกลื่อนอยู่เต็มใบหน้า ริมฝีปากสีสุขภาพดียกยิ้มขึ้นมาด้วยความถูกใจ มันก็จริงอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าถ้ามีโอกาสจะไม่คว้าเอาไว้"ก็ดีนะ เรากำลังอยากกิน..."แต่ไม่รู้ว่าบุญมีแต่โดนกรรมบังหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เมื่อความสุขใจของกวินทร์ที่เบ่งบานเมื่อครู่ถูกปิดสวิตช์ลงชั่วขณะ เมื่อเสียงเรียกเข้าของมือถือมันดังแผดเสียงเรียกร้องความสนใจอยู่"คุณแม่..."เสียงนั้นแม่จะค่อนข้างเบา แต่ถึงอย่างนั้นเฟยก็ยังคงสังเกตเห็นได้ถึงสีหน้าคล้ายกำลังลังเลของคนเป็นเพื่อนอยู่ดี สาวเจ้าเลยตัดสินใจเอ่ยออกไปเพื่อหวังลดความกังวลของอีกฝ่ายลง"ถ้ามีเรื่องต้องไปทำก็ไปเถอะ เอาไว้คราวหน้าก็ได้ เราไม่เบี้ยวหรอกน่า"ถึงจะได้ยินแบบนั้น แต่คนตัวสูงก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี แต่เพราะจำได้ดีว่าวันนี้ตนมีเรื่องต้องไปทำให้ตามที่คนเป็นแม่ร้องขอ มันเลยทำให้กวินทร์เลือกที่จะกลับไปอย่างว่าง่าย แม้ว่าในใจจะเสียดายไม่น้อยก็ตาม ฝ่ายของเฟยที่เห็นว่ารถของคนเป็นเพื่อนขับพ้นออกไปจากระยะสายตาแล้ว เจ้าตัวก็เริ่มขยับกาย
ตอนที่ 1ลูกที่พ่อไม่รัก"เหนื่อยเหมือนจะตายให้ได้"เสียงของเฟยเฟยเอ่ยขึ้นมาลอยๆ เมื่อเจ้าตัวพาร่างสมส่วนของตนเดินมาตามทางเดินของมหาวิทยาลัยในส่วนที่เป็นโรงพยาบาลสำหรับให้นักศึกษาแพทย์เก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยเฉพาะ"เอาน่า ก็เราเลือกอาชีพนี้แล้วนี่"คนที่เดินข้างกันมาตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นรอยยิ้มใจดีที่เรียกว่าเข้ากันอย่างลงตัวกับใบหน้าชวนมองภายใต้กรอบแว่นใส ยิ่งเวลานี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดนักศึกษาถูกสวมทับด้วยเสื้อกาวของนักศึกษาแพทย์สีประจำชั้นปี ก็ยิ่งชวนให้เจ้าตัวดูจริงจังเพราะว่าสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในตัว"ก็รู้แต่มันอดบ่นไม่ได้นี่"เฟยเฟยว่าออกมาพร้อมทำหน้ามู่แบบที่กวินทร์มองว่าน่ารักมากกว่าน่าหมั่นไส้เสียอีก เอาเข้าจริงการที่เจ้าตัวบ่นออกมาแบบนี้เพื่อนชายข้างกายไม่ได้มองว่ามันน่ารำคาญแต่อย่างใด เพราะตัวของชายหนุ่มเองก็รู้สึกอย่างที่หญิงสาวว่าไม่ต่างกันด้วยว่าชีวิตของนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จะจบแบบพวกเขานั้นไม่ได้ต่างอะไรจากแพทย์จริงๆ เท่าไหร่ พวกเขาต้องเรียนรู้และสัมผัสกับชีวิตที่เหมือนหมอคนหนึ่ง ในแต่ละวันที่นอกจากมีหน้าที่รักษาคนไข้แล้วนั้น ก็ต้องจัดการอารมณ์และสถานการณ์ตรงหน้ายามต้องรับ
เม่น เมธี อัศววิไล อายุ 26 ปี ไม่มีงานทำ เอ่อ...ต้องพูดว่า มีงานแต่ไม่คิดจะทำมากกว่า ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวธรรมบุตร ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศ นิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้เล่นชอบกวนตีน ใช้ชีวิตทุกวันบนความเสี่ยง แว้นรถไปวันๆ จนถูกมองว่าเป็นคนไร้อนาคต ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด หากว่าเขาไม่ได้มาเจอเธอเสียก่อนเฟย หรือ ชื่อจริง เฟยเฟย นักศึกษาแพทย์ว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ลูกสาวของหมอหวัง เจ้าของโรงพยาบาลเล็กๆ แถบชานเมือง อันที่จริงพ่อตั้งใจตั้งชื่อลูกว่าเฟยหง เพราะคิดว่าต้องได้ลูกชาย แต่ก็ต้องผิดหวัง นั่นทำให้ตัวของเฟยและพ่อไม่ค่อยลงรอยกันมากนักINTRO"ให้ตายเถอะ แล้วรถมาติดในวันที่ต้องขึ้นวอร์ดเช้าเนี่ยนะ บ้าจริง"เสียงร้อนรนปนอาการเร่งรีบฉายชัดออกมาจากคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยี่ห้อดัง เมื่อดวงตาคู่กลมเหลือบมองดูตัวเลขที่บ่งบอกเวลาบนหน้าปัดคอลโซลรถ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติแล้วนั้น เฟย หรือ เฟยเฟย คงรีบเหยียบคันเร่งบึ่งหน้าไปคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังศึกษาอยู่ดั่งใจนึกแต่นี่ เพราะการจราจรในเมื่อหลวงที่มันค่อนข้างหนาตาและเชื่องช้าอยู่แล้ว ดันมีอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางจราจรขึ้นอย







