ANMELDEN
เม่น เมธี อัศววิไล อายุ 26 ปี ไม่มีงานทำ เอ่อ...ต้องพูดว่า มีงานแต่ไม่คิดจะทำมากกว่า ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวธรรมบุตร ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศ นิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้เล่นชอบกวนตีน ใช้ชีวิตทุกวันบนความเสี่ยง แว้นรถไปวันๆ จนถูกมองว่าเป็นคนไร้อนาคต ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด หากว่าเขาไม่ได้มาเจอเธอเสียก่อน
เฟย หรือ ชื่อจริง เฟยเฟย นักศึกษาแพทย์ว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ลูกสาวของหมอหวัง เจ้าของโรงพยาบาลเล็กๆ แถบชานเมือง อันที่จริงพ่อตั้งใจตั้งชื่อลูกว่าเฟยหง เพราะคิดว่าต้องได้ลูกชาย แต่ก็ต้องผิดหวัง นั่นทำให้ตัวของเฟยและพ่อไม่ค่อยลงรอยกันมากนัก
INTRO"ให้ตายเถอะ แล้วรถมาติดในวันที่ต้องขึ้นวอร์ดเช้าเนี่ยนะ บ้าจริง"
เสียงร้อนรนปนอาการเร่งรีบฉายชัดออกมาจากคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยี่ห้อดัง เมื่อดวงตาคู่กลมเหลือบมองดูตัวเลขที่บ่งบอกเวลาบนหน้าปัดคอลโซลรถ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติแล้วนั้น เฟย หรือ เฟยเฟย คงรีบเหยียบคันเร่งบึ่งหน้าไปคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังศึกษาอยู่ดั่งใจนึก
แต่นี่ เพราะการจราจรในเมื่อหลวงที่มันค่อนข้างหนาตาและเชื่องช้าอยู่แล้ว ดันมีอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางจราจรขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทำให้นักศึกษาแพทย์คนสวยออกอาการหวั่นวิตกและร้อนรนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ การขึ้นวอร์ดสายมันไม่ดีเอาเสียเลยกับนักศึกษาแพทย์ที่ต้องการคว้าเกียรตินิยมแบบเธอ ยิ่งคิดยิ่งวิตก เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดให้เห็นตามกรอบหน้า
"ทำไงดีล่ะทีนี้"
คนงามพยายามตั้งสติและคิดหาทางออกให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่เหมือนโชคจะช่วยอยู่บ้าง ถึงบันดาลทางออกมาให้เธอเลือกอย่างทันเวลาพอดี แม้จะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่นักก็ตาม เมื่อสายตากลมเหมือนแมวตัวเล็ก ทอดมองเห็นใครคนหนึ่งในชุดเสื้อสีส้มกำลังขี่จักรยนต์มาทางนี้พอดี
"มอไซค์รับจ้างงั้นเหรอ เนื้อหุ้มเหล็กอยู่นะ แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่มีทางเลือก ยัยหนูจอดรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะลูก แม่ต้องรีบไป"
เอ่ยกับรถลูกรักตัวเองเสร็จ ลมหายใจหนักๆ ก็ถูกถอนออกมาทันที เพราะไม่ค่อยจะพอใจนักที่ตนต้องเอาชีวิตไปแขวนเอาไว้บนเนื้อหุ้มเหล็กแบบนั้น แต่เพราะความจำเป็น ทำให้เธอเลือกจะทิ้งความคิดด้านลบนั้นทิ้งไป แล้วยื่นมือออกไปสะบัดโบกเรียกรถคันหนึ่งที่มุ่งหน้ามาตรงนี้ด้วยความเร็ว จนกระทั่งไม่นาน รถคันที่เธอเห็นเมื่อครู่ก็แล่นเข้ามาจอดยังต่อท้ายรถของเธออย่างทันใจ
"เอ่อ นี่เราต้องไปกับหมอนี่จริงดิ"
เฟยอดจะเอ่ยถามตัวเองแบบนั้นไม่ได้ ใบหน้าสวยยิ้มเหยเกเล็กน้อยเมื่อเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าสารถีหนุ่มที่ตนกำลังจะใช้บริการนั้นอยู่ในภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าสะอาดเป็นปกติอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนที่มันขาดจนแทบหุ้มอะไรไม่มิดนั่น หรือแม้แต่ผ้าใบของเจ้าตัวที่เลยคำว่าเซอร์ไปไกลแสนไกลแล้วก็ตาม
"ครับ? มีอะไรหรือเปล่าเอ่ย"
"เอ่อ อ่อ ไปมหาลัย XXX ด่วนเลยค่ะ"
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มเจ้าของรถจะทันได้เอ่ยอะไร เสียงร้อนรนของอีกฝ่ายก็ดังสั่งออกไปเสียก่อน พร้อมกับเจ้าตัวในชุดนักศึกษาแพทย์ที่เกาะไหล่เขาขึ้นนั่งพาดกับเบาะหนังเสียก่อนแล้ว เรียกอาการตกอกตกใจจากคนขี้หวงได้เป็นอย่างดี ปากหนาอ้าค้างอยู่ครึ่งนาทีก่อนจะเปลี่ยนมาชักสีหน้าหงุดหงิดแล้วเตรียมจะฉะคนที่ถือวิสาสะกระโดดขึ้นรถเขาอย่างไม่ไว้หน้า แต่ก็ช้ากว่าเสียแล้ว
"แล้วนี่มีหมวกแค่ใบเดียวเหรอคะ แบบนี้ผู้โดยสารจะอันตรายเอานะ"
"ก็ต้องไม่มีอยู่แล้วสิคุณ ก็ผมไม่ใช่..."
"แต่เอาเถอะ เอาเป็นว่ารีบให้หน่อยก็ดีค่ะ ฉันมีธุระสำคัญต้องทำ" สาวนิรนามว่าแล้วขยับตัวนั่งในท่าที่คิดว่ามั่นคงมากขึ้นไปอีกสะโพกผายขยับไปมากับเบาะหนังเพื่อหาองศาที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด ท่ามกลางสายตาที่คล้ายกับว่ากำลังช็อกของคนขับยามมองภาพนั้น
'ไม่นะ ตาหนูลูกพ่อ มาเสียพรหมจรรย์ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ หมดกันความบริสุทธิ์ตลอดสองปีสามเดือนยี่สิบห้าวันของหนู ที่พ่อตั้งใจจะให้แม่ของลูกเชยชมเป็นคนแรก เพราะยัยนี่คนเดียว!'
คิดได้แบบนั้น พ่อหนุ่มเสื้อส้มก็หันกลับมาปรายตามองคนด้านหลังทันทีพร้อมกับเอ่ยเสียง ดุ ๆ ออกไป แบบที่คิดว่าแค่ได้ยินสาวปริศนาที่ไม่รู้จักกาลเทศะนี่จะเกิดความกลัวว่าเอาก้นออกจากลูกรักของตนสักที
"ลงไปเลย ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะ ถ้าอยากไปนักก็ไปเรียกคันอื่นสิ"
"ก็ตอนนี้มันมีคุณคนเดียวที่ผ่านมา อย่าเรื่องมากได้ไหมคะ"
"แต่ผมไม่ใช่..."
ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรจนจบ เฟยที่คาดเอาว่าตนสิ่งเดียวที่จะทำให้ตนปลอดภัยจากการไร้เครื่องป้องกันศีรษะคือการหาที่ยึดเอาไว้ ทำให้คนสวยเลือกจะกอดรัดเอวของคนเสื้อส้มเอาไว้แน่น จนลืมไปว่าหน้าอกใหญ่โตของตัวเองนั้นมันเบียดเข้ากับแผ่นหลังของอีกฝ่ายมากเกินจำเป็น มันทำเอาคนที่ออกปากไล่เมื่อครู่นั้นเสียอาการไปอยู่หน่อย กับความนุ่มที่สัมผัสมาตรงแผ่นหลัง
"เชี่ย โคตรนุ่มเลย ว่าจะไม่แล้วแท้ๆ กูต้องมาแพ้ให้นมกับกลิ่นหอมจากตัวยัยคนนี้เนี่ยนะ"
ชายเสื้อส้มว่าด้วยท่าทีคล้ายเคลิ้มฝัน ก่อนจะลงมือถอดหมวกใบเดียวที่ตนใส่อยู่ไปให้อีกฝ่ายอย่างกับคนใจดี
"ใส่หมวกสิคุณ คนซ้อนอันตราย"
เฟยรับหมวกมาด้วยท่าทีตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้หมวกกันน็อกเต็มใบนั่น ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าผู้ชายตรงหน้านั้นหน้าตาดีในระดับที่เกินกว่าจะเป็นคนขับวินทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมที่มีแววดุเล็กน้อย แต่ก็ขี้เล่นไปด้วย จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอย่างลงตัว แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาชื่นชมความหล่อนั่นน่ะสิ
"ก็หล่อนะ แต่เนื้อตัวสกปรกไม่ไหว" สาวเจ้าคิดในใจแบบนั้น ก่อนจะหันไปเอ่ยเร่งเมื่อนึกขึ้นได้
"นี่คุณ! มัวทำอะไรอยู่ ออกรถสิ ฉันต้องรีบขึ้นวอร์ดก่อนเจ็ดโมงครึ่งนะคะ"
"เออ! ให้มันได้อย่างนี้ดิ เอาวะเห็นแก่นมนุ่มๆ คอยดูเถอะสาวน้อย อยากซ้อนท้ายมอไซค์ใช่ไหม พี่จะเอาให้ลืมไม่ลงเลย"
ขาตั้งเหล็กถูกออกแรงดันขึ้นให้มันพับเก็บขึ้นไปที่เดิม พร้อมกับเริ่มจัดการสตาร์ตเครื่องให้สูบฉีดเตรียมทะยานออกไป มือขวากำแฮนด์รถบิดเร่งเครื่องเบา ๆ เตรียมพร้อมตัวอย่างที่สาวเจ้าร้องสั่ง
"จับดีๆ นะครับ ร่วงมาผมไม่วนมาเก็บนะ" ยังไม่ทันที่ปากเล็กจะเอ่ยอะไร สองแขนก็มีอันต้องผวากอดรัดเอวสอบของอีกฝ่ายไว้แน่นจนอกนุ่มเบียดเสียดกับแผ่นหลังกว้าง เมื่อจู่ ๆ เจ้าตัวก็สับเกียร์บิดคันเร่งแล้วพุ่งตัวออกไปทันที
และแน่นอนการจราจรเบื้องหน้าสมกับเป็นเมืองหลวงอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ต่างคนต่างเร่งไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งมีกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนไม่ต่างกัน ทำให้ค่อนข้างจะนานอยู่พอสมควรที่กว่าขบวนแถวรถจะขยับตัวได้แต่ละครั้ง ยิ่งเวลามันเคลื่อนผ่านไปนานเท่าไหร่ ภายในใจของเฟยก็ยิ่งร้อนรนมากขึ้นไปเท่านั้น
"แย่แน่ๆ ถ้าไปสายต้องแย่แน่ๆ "
เสียงบ่นจากคนที่พาตัวเองมาเป็นผู้โดยสารลอยโดยที่เขาไม่เต็มใจ เข้าหูของสารถีหนุ่มอย่างชัดเจน ตาคมพยายามเพ่งมองถนนเบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด ก่อนที่ครู่ต่อมาน้ำเสียงจริงจังของเจ้าตัวจะเอ่ยบอกคนที่อยู่ด้านหลังเมื่อเห็นช่องทางลัดที่จะทำความเร็วได้ดีขึ้น
"รีบนักใช่ไหม เกาะให้แน่นกว่านี้สิ"
และก็เป็นอีกครั้งที่วงแขนกว้างต้องกอดรัดเอวคนบอกเอาไว้ เมื่อรถถูกออกตัวในจังหวะที่เร็วแรงมากกว่าเดิม และตื่นเต้นหวาดเสียวมากกว่าเก่า ช่องแคบระหว่างตัวรถสี่ล้อขึ้นไปที่เว้นระยะห่างกันเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มเสื้อส้มสะดุดตาสามารถหาทางพารถคู่ใจของตัวเองลัดเลาะไปตามซอกแคบอย่างได้เปรียบกว่า หากแต่ก็ทำเอาคนซ้อนท้ายยิ่งออกอาการเกร็งตัวขึ้นมามากกว่าเดิม เพียงคิดว่าจะมีจังหวะที่ขาของตัวเองไปเกี่ยวรถคันอื่นจนเกิดอุบัติเหตุเข้า นั่นคงจะเป็นอะไรที่แย่น่าดู
'คิดผิดคิดถูกวะเนี่ย ที่มานั่งซ้อนท้ายวิน ฉันจะมีชีวิตรอดไปรักษาคนไข้ในอนาคตไหม คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วยเถอะ'
คนสวยได้แต่ภาวนากับตัวเองอยู่แบบนั้น พร้อมกับมือที่กอดเอวของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นกว่าเดิม ดวงตาหลับสนิทจนคิ้วย่นเข้าหากันเพราะไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาดูภาพที่มันชวนหวาดเสียวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแบบนี้
จวบจนกระทั่งชายหนุ่มเสื้อส้มนำพารถตัวเองมาจอดเทียบยังที่หมายได้สำเร็จ
"เอ้า ถึงแล้ว มหาลัยตามที่บอก"
"..."
"แล้วไม่ลงเหรอไหนว่ารีบไง"
สารถีหนุ่มจำเป็นเอ่ยถาม เมื่อตอนนี้แม้รถจะจอดได้เป็นเวลาเกือบนาทีแล้ว แต่คนด้านหลังก็ยังนั่งนิ่งกอดรัดเอวเขาแน่นเหมือนเดิม
"..."
"คุณ! ถึงแล้ว" เสียงในระดับค่อนข้างดังเอ่ยออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าสาวเจ้ายังคงเงียบนิ่งเหมือนเคย นั่นมันเลยทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ ออกมาอีกครั้งจู่ ๆ มีคนมากระโดดซ้อนท้ายเบาะอันหวงแหนก็ว่าชวนหงุดหงิดมากอยู่แล้ว แต่นี่เจ้าตัวยังทำเชื่องช้าเหมือนไม่อยากลงไปอีกเนี่ยนะ จะไม่ให้เขาถอนหายใจได้ไงกัน
แต่เอาเถอะเห็นว่าสวย นมนุ่ม ตัวหอม ไม่สิ เห็นว่ารีบนะเลยเว้นไว้สักคนหนึ่ง
"จะ จะเสียงดังทำไมคะ พูดเบาๆ ฉันก็ได้ยินค่ะ"
"ก็คุณอยากนิ่งเองนี่ครับ ทำไมครับ หรืออยากกอดเอวผมขนาดนั้นเลย" ว่าที่หมอคนสวยได้ยินแบบนั้นก็รีบก้าวลงจากรถทันที พยายามประคองสองขาที่สั่นเทาเอาไว้ แล้วยื่นหมวกกันน็อกคืนให้อีกฝ่ายไป พร้อมตั้งใจจะหยิบค่าโดยสารที่ตนใช้บริการให้
"มานั่งลูกชายสุดที่รักของผมแล้วมายื่นตังให้สี่สิบบาทเนี่ยนะ เหอะ"
"เอ้า แล้วคุณจะคิดกี่บาท อย่ามาโก่งราคาฉันนะ เห็นแบบนี้ฉันไม่ได้โง่นะ"
"เอาเป็นว่าคุณติดค้างผม แล้วผมจะมาเอาคืนในแบบของผมแล้วกัน ไว้เจอกันใหม่นะครับคนสวย"
ว่าพลางขยิบตาให้คนสวยที่มองอยู่ไปหนึ่งที ก่อนที่จะบิดรถคู่ใจออกไปด้วยความเร็วเหมือนอย่างเมื่อตอนขามา โดยมีสายตาของเฟยมองตามไปติดๆ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มซีดลงเรื่อยๆ จากอาการคลื่นเหียนเวียนไส้กับความเร็วเฉียดตายเมื่อครู่นี้
ก่อนที่ไม่นานทุกอย่างที่มันอัดแน่นอยู่ในท้องแบนราบจะถูกขย้อนออกมาจนหมด ท่ามกลางสายตาของเพื่อนในคณะหลายสิบคู่
***
ตอนที่ 5แผนการของรุ่นพี่"ว้าย ตามติดกันขนาดนี้ พวกเธอจะแต่งกันวันไหนจ๊ะ"เสียงเอ่ยแซวลอยลมมาให้รำคาญหูเหมือนอย่างทุกวัน เมื่อสองเพื่อนสนิทอย่างกวินทร์และเฟยเดินผ่านเข้ามาให้ได้เห็นซึ่งนั่นมันทำให้สองคนที่ตกอยู่ในเป้าสายตาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรออกไป แล้วเลี่ยงไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนที่ประจำของตัวเอง อย่างไม่ใส่ใจเสียงนกกาของเพื่อนร่วมคณะขี้อิจฉาเจ้าเดิมที่กำลังจิกกัดเธออยู่โดยใช้คำว่าหยอกล้อตามประสาเพื่อนมาบังหน้า "จิกเก่ง กัดเก่ง" เฟยเอ่ยขึ้นเบา ๆ ในขณะที่ตาก็จับจ้องไปยังกระดาษขาวตรงหน้าที่อัดแน่นไปด้วยตัวหนังสือมากมายด้วยความตั้งใจ ไม่ต่างจากตัวของกวินทร์เองที่ทำเพียงแค่ปรายตามองอีกฝ่ายเท่านั้น แล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องตัวหนังสือไม่ต่างกัน"ก็แค่เรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง"ใช่ทั้งตัวเขาและเฟยต่างก็คิดแบบนั้นไม่ต่างกันเลยสักนิดกับความไร้สาระที่ได้ยินจนเอียนหูนี่ ยอมรับเลยเหมือนกันว่าตอนแรกที่ได้ยินก็รู้สึกรำคาญปนไม่พอใจเหมือนกัน แต่เพราะพอมองเห็นว่านิสัยของมิลินนั้น ก็มักจะจิกกัดคนอื่นที่ตนไม่ชอบเป็นประจำ ทั้งคู่เลยเลือกจะปล่อยวา
ตอนที่ 4ตัวร้ายอีกฟากฝั่งหนึ่งของเมือง เห็นเป็นบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่หลายสิบไร่ ทุกอย่างดูมีระบบและขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการทำงาน ความสบาย หรือสิ่งแวดล้อมโดยรวม ต่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดีด้วยกันทั้งนั้น ยกเว้นก็แต่คน คนหนึ่ง ผู้ซึ่งอยู่ในอารมณ์ที่ขัดกับบรรยากาศรอบข้างจริงๆ"ก็บอกกี่ครั้งแล้วว่าของฉันต้องเอาน้ำเย็นระดับที่พอดีเท่านั้น แบบนี้มันเย็นเกินไป ต้องผสมน้ำธรรมดาด้วย ทำไมไม่จำเลยนะ"เสียงค่อนไปทางแหลมบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจนั้น ทำเอาแม่บ้านผู้นำน้ำดื่มมาต้อนรับหัวหดจนแทบจะตั้งบ่าเข้าไปแล้ว พร้อมกับนึกในใจว่าตนไม่น่าซวยจนมาเจอกับคุณหนูผู้เป็นนายแบบนี้เลย เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้คุณมิลินจอมเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจคนนี้น่ะสิ"เอาน่าเดี๋ยวมันก็พอดีเองแหละ เราน่ะไปทำอะไรก็ไปเถอะ" ท้ายประโยคผู้เป็นพ่อหันไปบอกแก่แม่บ้านคนสนิท นั่นละเจ้าตัวถึงได้กล้าออกไป พร้อมกับหันมาหาคนเป็นลูก แล้วเอ่ยบอกออกไปอย่างคนใจเย็น"เราเองก็เหมือนกันจะอะไรนักหนา อะไรปล่อยได้ก็ปล่อยบ้าง""ก็หนูไม่ชอบนี่คะคุณพ่อ ว่าแต่นี่พ่อทำอะไรอยู่คะ" สาวเจ้าจะถามออกมา เมื่อเห็
ตอนที่ 3ลูกไม่รักดีหลังจากที่แยกกัน คนที่ถูกมองว่าเป็นขยะสังคม เวลานี้เห็นเจ้าตัวพารถคู่ใจของตนวนเวียนไปมาตามท้องถนน ด้วยท่าทีที่ไม่ได้เร่งรีบอะไร ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะนำพาลูกรักคู่ใจของตน กลับเข้าสู่อาณาเขตของบ้านอย่างที่ควรจะเป็นอันที่จริงต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก"คุณเม่น โธ่ กว่าจะกลับมาได้สักทีนะคะ คุณท่านถามหาตั้งนานแล้ว ไหนมาให้อิ่มดูซิว่าวันนี้ได้แผลมาหรือเปล่า"ทันทีที่ขาตั้งของรถคู่ใจถูกแตะลงตั้งกับพื้นดิน อิ่ม แม่บ้านคนสนิทก็รีบแจ้นเข้ามารับหน้าและรายงานสถานการณ์ในบ้านทันที หวังให้คุณหนูของคนเตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวรออยู่ในบ้านแต่ถามว่าเม่นสนใจไหม ก็ไม่ เพราะเจ้าตัวยังคงมีรอยยิ้มทะเล้นในใบหน้าเหมือนเคยแล้วเอ่ยตอบผู้หวังดีกลับไป"โธ่ ป้าอิ่ม นี่ผม..." ยังไม่ทันได้เอ่ยจบ มือของหญิงชราก็เอื้อมมาลูบตามตัวด้วยความเป็นห่วง ปากก็เอ่ยขึ้น"ดีจังนะคะ ยังครบสามสิบสองอยู่""อันนี้เป็นห่วงผมจริงๆ ใช่ไหมครับ" เม่นว่าติดตลก"ห่วงสิคะ คุณท่านรออยู่ด้วย""ครับ ป้าอิ่มก็บอกพ่อไปนะว่าผมยังไม่กลับมา""แต่...""เอ่อ แล้วก็ป้าอิ่มช่วยให้พ่อบ้านไปเคลียร์บิลที่ผมค้างไว้ด้ว
ตอนที่ 2ผู้ชายไม่เอาถ่าน"ขอบคุณมากนะกวินทร์ที่มาส่ง ให้เราเลี้ยงข้าวเอาไหม"รอยยิ้มของกวินทร์กระจายเกลื่อนอยู่เต็มใบหน้า ริมฝีปากสีสุขภาพดียกยิ้มขึ้นมาด้วยความถูกใจ มันก็จริงอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้หวังอะไรตอบแทน แต่ก็ไม่ได้บอกว่าถ้ามีโอกาสจะไม่คว้าเอาไว้"ก็ดีนะ เรากำลังอยากกิน..."แต่ไม่รู้ว่าบุญมีแต่โดนกรรมบังหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เมื่อความสุขใจของกวินทร์ที่เบ่งบานเมื่อครู่ถูกปิดสวิตช์ลงชั่วขณะ เมื่อเสียงเรียกเข้าของมือถือมันดังแผดเสียงเรียกร้องความสนใจอยู่"คุณแม่..."เสียงนั้นแม่จะค่อนข้างเบา แต่ถึงอย่างนั้นเฟยก็ยังคงสังเกตเห็นได้ถึงสีหน้าคล้ายกำลังลังเลของคนเป็นเพื่อนอยู่ดี สาวเจ้าเลยตัดสินใจเอ่ยออกไปเพื่อหวังลดความกังวลของอีกฝ่ายลง"ถ้ามีเรื่องต้องไปทำก็ไปเถอะ เอาไว้คราวหน้าก็ได้ เราไม่เบี้ยวหรอกน่า"ถึงจะได้ยินแบบนั้น แต่คนตัวสูงก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี แต่เพราะจำได้ดีว่าวันนี้ตนมีเรื่องต้องไปทำให้ตามที่คนเป็นแม่ร้องขอ มันเลยทำให้กวินทร์เลือกที่จะกลับไปอย่างว่าง่าย แม้ว่าในใจจะเสียดายไม่น้อยก็ตาม ฝ่ายของเฟยที่เห็นว่ารถของคนเป็นเพื่อนขับพ้นออกไปจากระยะสายตาแล้ว เจ้าตัวก็เริ่มขยับกาย
ตอนที่ 1ลูกที่พ่อไม่รัก"เหนื่อยเหมือนจะตายให้ได้"เสียงของเฟยเฟยเอ่ยขึ้นมาลอยๆ เมื่อเจ้าตัวพาร่างสมส่วนของตนเดินมาตามทางเดินของมหาวิทยาลัยในส่วนที่เป็นโรงพยาบาลสำหรับให้นักศึกษาแพทย์เก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยเฉพาะ"เอาน่า ก็เราเลือกอาชีพนี้แล้วนี่"คนที่เดินข้างกันมาตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นรอยยิ้มใจดีที่เรียกว่าเข้ากันอย่างลงตัวกับใบหน้าชวนมองภายใต้กรอบแว่นใส ยิ่งเวลานี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดนักศึกษาถูกสวมทับด้วยเสื้อกาวของนักศึกษาแพทย์สีประจำชั้นปี ก็ยิ่งชวนให้เจ้าตัวดูจริงจังเพราะว่าสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในตัว"ก็รู้แต่มันอดบ่นไม่ได้นี่"เฟยเฟยว่าออกมาพร้อมทำหน้ามู่แบบที่กวินทร์มองว่าน่ารักมากกว่าน่าหมั่นไส้เสียอีก เอาเข้าจริงการที่เจ้าตัวบ่นออกมาแบบนี้เพื่อนชายข้างกายไม่ได้มองว่ามันน่ารำคาญแต่อย่างใด เพราะตัวของชายหนุ่มเองก็รู้สึกอย่างที่หญิงสาวว่าไม่ต่างกันด้วยว่าชีวิตของนักศึกษาแพทย์ที่ใกล้จะจบแบบพวกเขานั้นไม่ได้ต่างอะไรจากแพทย์จริงๆ เท่าไหร่ พวกเขาต้องเรียนรู้และสัมผัสกับชีวิตที่เหมือนหมอคนหนึ่ง ในแต่ละวันที่นอกจากมีหน้าที่รักษาคนไข้แล้วนั้น ก็ต้องจัดการอารมณ์และสถานการณ์ตรงหน้ายามต้องรับ
เม่น เมธี อัศววิไล อายุ 26 ปี ไม่มีงานทำ เอ่อ...ต้องพูดว่า มีงานแต่ไม่คิดจะทำมากกว่า ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวธรรมบุตร ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศ นิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้เล่นชอบกวนตีน ใช้ชีวิตทุกวันบนความเสี่ยง แว้นรถไปวันๆ จนถูกมองว่าเป็นคนไร้อนาคต ซึ่งนั่นก็ไม่ผิด หากว่าเขาไม่ได้มาเจอเธอเสียก่อนเฟย หรือ ชื่อจริง เฟยเฟย นักศึกษาแพทย์ว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ลูกสาวของหมอหวัง เจ้าของโรงพยาบาลเล็กๆ แถบชานเมือง อันที่จริงพ่อตั้งใจตั้งชื่อลูกว่าเฟยหง เพราะคิดว่าต้องได้ลูกชาย แต่ก็ต้องผิดหวัง นั่นทำให้ตัวของเฟยและพ่อไม่ค่อยลงรอยกันมากนักINTRO"ให้ตายเถอะ แล้วรถมาติดในวันที่ต้องขึ้นวอร์ดเช้าเนี่ยนะ บ้าจริง"เสียงร้อนรนปนอาการเร่งรีบฉายชัดออกมาจากคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยี่ห้อดัง เมื่อดวงตาคู่กลมเหลือบมองดูตัวเลขที่บ่งบอกเวลาบนหน้าปัดคอลโซลรถ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติแล้วนั้น เฟย หรือ เฟยเฟย คงรีบเหยียบคันเร่งบึ่งหน้าไปคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังศึกษาอยู่ดั่งใจนึกแต่นี่ เพราะการจราจรในเมื่อหลวงที่มันค่อนข้างหนาตาและเชื่องช้าอยู่แล้ว ดันมีอุบัติเหตุกีดขวางเส้นทางจราจรขึ้นอย







