Share

ก้าวที่ 1

last update Last Updated: 2026-01-02 15:09:40

ความเงียบ หนักอึ้งยิ่งกว่าหมัดที่เคยประเคนใส่กันบนเวที

ไม่ใช่เสียงเชียร์กึกก้อง

ไม่ใช่เสียงระฆังประกาศศึก

แม้แต่เสียงลมหายใจของผู้คนรอบข้างก็หายไป

เหลือเพียงเสียงเรไรป่าร้องประสานกับเสียงลมหวีดหวิวโชยผ่านใบไม้

ดวงตากลมค่อยๆ ลืมขึ้นเมื่อสติสัมปชัญญะหวนคืน สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของห้องพยาบาลดังที่ควรเป็น แต่กลับเป็นขื่อไม้เก่าๆ หลังคาที่วางเรียงอย่างหยาบ มีช่องโหว่เล็กๆ ให้แสงจันทร์สาดรอดเข้ามา

ไพรินขมวดคิ้ว หันสายตากวาดรอบๆ ห้องเล็กทึบที่เต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา ไม่เหมือนโลกที่เธอรู้จักเลยแม้แต่น้อย ข้างกายมีหญิงสาววัยกลางคนนอนนิ่ง ดวงหน้าสงบเหมือนกำลังหลับสนิท

หัวใจเธอกระตุกวาบ รีบยกมือขึ้นหมายจะผลักออกไป แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่มือของนักมวยวัยสาว

หากเป็นเพียง มือเล็กๆ ซีดขาวของเด็กน้อย

ดวงตาเบิกโพลง

เธอขยับนิ้วมือ ลองกำ ลองแบ ทำสลับกันไปจนเธอแน่ใจว่า นั่นคือมือของเธอเอง

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง๊!”

เสียงร้องไห้แบบเด็กทารกดังลั่นแทนทุกคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ

หญิงวัยกลางคนสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง รีบช้อนร่างเล็กขึ้นมาแนบอกแล้วลูบหลังเบาๆ

“เพ่ยหลิน ลูกหนาวหรือ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนค่อยๆ สงบลง ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วน

เธอคือไพริน

และดูเหมือนว่าตัวเองจะสิ้นใจไปแล้วในสนามมวย ก่อนจะมาตื่นในร่างใหม่ที่ไม่รู้จักแห่งนี้ สงสัยว่านี่คงจะเป็นการข้ามเซิร์ฟแบบรวดเร็วแน่ๆ

ดวงตาที่เพิ่งพร่าเลือนเพราะน้ำตา บัดนี้กลับกลอกไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย มือน้อยๆ ชกออกไปในอากาศ แต่แรงของทารกก็เป็นได้แค่การปัดป่ายไร้พิษสง

เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นคนรวยๆ หน่อยก็ไม่ได้หรือ พระเจ้าเฮงซวยเอ๊ย!

“ท่านแม่!”

เสียงใสเจือความร่าเริงดังขึ้นพร้อมร่างเล็กที่วิ่งเข้ามาในเรือน นั่นคือเพ่ยหลินในวัยสิบสองปี เด็กสาวที่บัดนี้เริ่มเติบโตเป็นสาวน้อย เรือนผมสีน้ำตาลทองประกายส้มผิดแผกไปจากคนอื่นในจวนหรง

ต้นเหตุของความแตกต่างนี้มาจากสาเหตุใดก็ไม่มีใครทราบได้ คนอื่นจึงคิดไปต่างๆนาๆว่ามารดาของเธอมีชู้ หรง เหยาอิน เป็นเพียงแค่อี๋เหนียนของจวนใหญ่ เมื่อครั้งที่เพ่ยหลินถือกำเนิดขึ้น ทั้งคนในจวนรวมถึงบิดาอย่าง หรง เจิ้งเหยียน ผู้เป็นประมุข ต่างผลักไสขับไล่ให้มารดาลูกสาวคู่นี้ออกมาอาศัยอยู่ในเรือนหลังห่างไกลความหรูหราฟุ้งเฟ้อของเรือนหลัก

ทว่าเหตุผลเดียวที่เหยาอินมิถูกขับออกไปไกลกว่านั้น ก็เพราะ หรง เจิ้งเหยียน เคยให้สัตย์สาบานต่อหน้าผู้คนในราชสำนัก เมื่อครั้งยังเป็นขุนนางหนุ่มผู้มากความหวัง ว่าจะไม่ทอดทิ้งนางเป็นอันขาด คำมั่นนั้นยังคงผูกพันเขาไว้ แม้ใจลึกๆ จะเต็มไปด้วยความคลางแคลงว่า เหตุใดลูกสาวคนนี้จึงมีผมสีแปลกประหลาดไม่เหมือนใครก็ตาม

ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะเมาและพูดกันเล่นๆ แต่คนมีหน้ามีตาแบบเขาคำไหนก็ต้องคำนั้น

“เพ่ยหลิน แม่บอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าแอบออกไป” เหยาอินเอ่ยตักเตือนเสียงเบา มือก็ยังคงง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัวเล็ก

แต่เพ่ยหลินยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งดื้อรั้น ไม่ได้เรียบร้อยเช่นสตรีวัยเดียวกันเสียเท่าไร หากไม่แอบย่องไปยังเรือนหลักในคราวงานเลี้ยงใหญ่ ก็มักแอบหนีไปเที่ยวตลาดในเมืองอยู่เสมอ

ใช่ว่าเหยาอินจะไม่รู้เรื่องเหล่านี้ หากแต่ต่อให้รู้ ก็ห้ามลูกสาวตัวดีของนางไม่ได้เลย

"โธ่ ท่านแม่ ท่านไม่เบื่อหรือ อยู่แต่ในเรือนเล็กแคบๆ ทั้งอบอ้าวแบบนี้ ทำไมพวกนั้นถึงบังอาจทิ้งท่านไว้ที่นี่ได้กันนะ"

เพ่ยหลินเท้าเอวเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว ก่อนจะก้าวเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาจากด้านหลัง ใบหน้าซุกไหล่แผ่วเบา ออดอ้อนราวกับลูกแมวที่กำลังโหยหาความอบอุ่น

"เจ้าก็หัดอยู่นิ่งบ้างเถิด วันนี้ข้าจะสอนวิชาการเรือนให้เจ้าเอง" เหยาอินหัวเราะเบาๆ มืออีกข้างยกฝาหม้อมาปิด น้ำซุปเดือดพล่านส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วครัวเล็ก

"ข้าขอลา บ๊ายบาย"

เด็กสาวหัวเราะร่า กระโดดหลบออกไปไวราวสายลม พลางโบกมือให้มารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพุ่งตรงไปยังประตูลับที่เธอสร้างเอาไว้

วันนี้จวนใหญ่จัดงานเลี้ยงหรูหรา ผู้คนมากหน้าหลายตาหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทุกสายตาจับจ้องไปยังเรือนหลัก เพราะบิดาของเธอเป็นบุคคลใหญ่โต ด้วยเหตุนี้ เพ่ยหลินจึงมั่นใจว่าหากแอบเล็ดลอดออกไปตลาดเพื่อทำธุระก็คงไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น

เสียงโหวกเหวกของผู้คนพลันหยุดลงบางส่วน เมื่อมีเด็กสาวร่างเล็กในชุดซอมซ่อ แต่กลับใส่ หน้ากากจิ้งจอกน้อย สีขาวโผล่ขึ้นบนลังไม้เก่าๆ ตรงหัวมุมตลาด

เพ่ยหลินกระโดดขึ้นไปยืน มีโต๊ะสภาพใช้งานได้อยู่ตรงหน้าเพื่อวางของ มือหนึ่งถือถ้วยไม้สามใบ อีกมือซ่อนลูกกลมเล็กเอาไว้ พลางยกเสียงเจื้อยแจ้วจนดังทั่วตลาด

"เร่เข้ามา เร่เข้ามาจ้า ท่านทั้งหลาย วันนี้โชคของท่านจะเปลี่ยนไป จะได้รวย จะได้รัก จะได้สุขสมหวัง อยู่ที่นี่แล้ว"

เธอเคาะถ้วยไม้ดัง ก๊อกๆ แล้วชูขึ้นเหนือหัว

"นี่คือวิชาโบราณจากแดนไกล สายตาเจ้าต้องไว ใจเจ้าต้องมั่น ท่านกล้าท้าลองหรือไม่ ว่าลูกกลมนี้อยู่ถ้วยไหน?"

เสียงหัวเราะร่าเจือแววท้าทายลอดออกมาจากหลังหน้ากากจิ้งจอก เด็กๆ ในตลาดชี้มือส่งเสียงฮือฮา ผู้ใหญ่บางคนก็ขยับเข้ามาใกล้ด้วยความสนใจ

“เฟยอวี่มาแล้ว!”

“เมื่อวันก่อนข้ายังได้เฟยอวี่มาช่วยงานในครัวด้วยนะ”

“รอบนี้จะเอาอะไรมาให้เล่นอีกนะ” เสียงชาวบ้านเซ็งแซ่ เพราะทุกครั้งที่ จิ้งจอกน้อยเฟยอวี่ ปรากฏตัว ก็มักจะหอบของแปลกใหม่มาสร้างความตื่นตาตื่นใจเสมอ

"เดิมพันเพียงเหรียญเดียว หากท่านทายถูก ข้าจะคืนเป็นสองแถมดูดวงไปให้ด้วยนะจ๊ะ แต่หากทายผิด อย่าโทษกันเล่า ว่าจิ้งจอกน้อยเฟยอวี่หลอกกินเงินท่านนะจ๊ะ"

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบๆ ลังไม้ที่เพ่ยหลินยืนอยู่ เด็กๆ ตาเป็นประกายส่งเสียงเชียร์ ผู้ใหญ่บางคนก็พากันล้วงเหรียญเงินออกมาเสี่ยงโชค

"ข้าทายถ้วยซ้าย!"

"ข้าเอาถ้วยขวา!"

เพ่ยหลินขยับมือไวราวกับสายลม พลิกถ้วยไปมา เสียงหัวเราะลอดจากหน้ากากจิ้งจอกราวกับจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเปิดถ้วยให้ดู

"โธ่เอ๊ย ผิดไปแล้วนะจ๊ะ"

เสียงโอดครวญดังระงม แต่แทนที่จะโกรธ กลับมีแต่เสียงหัวเราะและความคึกคัก คนยิ่งแห่มากันแน่นจนแทบล้นหัวมุมตลาด

ทว่าท่ามกลางเสียงครื้นเครง พลันมีเสียงห้าวทุ้มดังแทรกขึ้น

"เจ้าเด็กจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เล่นกลต้มตุ๋นหลอกกินเงินชาวบ้านอย่างนี้ ไม่กลัวหรือว่าข้าจะจับส่งทหาร?"

เสียงรอบข้างเงียบกริบ เพ่ยหลินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมอง เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าเรียบร้อยสะอาดเป็นระเบียบ ดวงตาคมเข้มจับจ้องมาที่เธออย่างไม่พอใจ

เพ่ยหลินกะพริบตา ก่อนหัวเราะคิกแล้วโค้งกาย "โธ่ท่านลุง นี่มิใช่การต้มตุ๋นดอก แต่คือ ศิลปะลับของจิ้งจอกแห่งจันทราเจ้าค่ะ"

เธอยกมือขึ้นสองข้างทำท่าจิ้งจอกกระโดด แล้วจู่ๆ ก็หยิบลูกกบพับกระดาษจากแขนเสื้อโยนออกไปให้เด็กน้อยคนหนึ่ง

เด็กคนนั้นหัวเราะร่า พอกดกบก็เด้งกระโดดไปจริงๆ เสียงอื้ออึงดังขึ้นรอบๆตลาด ชาวบ้านเริ่มฮือฮาใหม่อีกครั้ง

เพ่ยหลินยกคางขึ้น "เห็นหรือไม่ ว่าไม่ใช่การหลอก แต่คือวิชาอัศจรรย์"

เมื่อเหล่าชาวบ้านเห็นการกระทำของเพ่ยหลินก็พากันหัวเราะชอบใจ ต่างแห่มาล้วงเหรียญให้ทานคนละเหรียญสองเหรียญ เสียงเหรียญกระทบกันในถุงผ้าดังกรุ๋งกริ๋ง ตอกหน้าชายที่เข้ามาจับผิดได้เป็นอย่างดี

เพ่ยหลินโค้งคำนับอย่างอารมณ์ดี เอ่ยขอบคุณทุกคนเสียงใส

เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยลับฟ้า เธอรีบเก็บข้าวของใส่ตะกร้าอย่างคล่องแคล่ว ลังไม้ โต๊ะตัวเล็ก ถ้วยกระดาษ กบกระดาษที่ยังเหลือ และหน้ากากจิ้งจอกถูกจัดเก็บลงกล่องไม้เก่าๆ อย่างรีบร้อน

เธอเช่าห้องเก็บเล็กๆ ข้างบ้านคนในตลาดไว้โดยเฉพาะ ใช้เป็นที่ซ่อนของลับและเก็บอุปกรณ์หากินทุกอย่าง

ต้องขอบคุณที่ชาติที่แล้วเคยอ่านนิยายจีนโบราณไว้มาก ทำให้เธอปรับตัวได้ง่ายเกินคาด ไม่เพียงเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้าน แต่ยังใช้มันต่อยอดเป็น ธุรกิจเล็กๆ ได้อย่างแนบเนียน

เพ่ยหลินนั่งลงพลางนับเหรียญในมือ ดวงตาเป็นประกาย

"หึหึ วันนี้กำไรไม่เลวทีเดียว"

เธอสวมหน้ากากจิ้งจอกค้างไว้อีกครั้ง มองเงาตัวเองสะท้อนในน้ำโอ่งด้านหลังบ้าน ก่อนหัวเราะเบาๆ

"เกิดใหม่คราวนี้ ฉันจะใช้ชีวิตให้สนุกกว่าชาติเดิมซักหน่อยแล้วกัน"

อี๋เหนียน ใช้เรียกอนุภรรยาในจวน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลำนำบุปผาหมื่นดารา    ก้าวที่ 2

    แสงโคมแดงประดับสว่างไสวทั่วทั้งเรือนหลัก กลิ่นอาหารหรูหราและเสียงดนตรีดังก้องสะท้อนอยู่ในอากาศ งานเลี้ยงใหญ่ที่จัดขึ้นติดต่อกันหลายวันเต็มไปด้วยขุนนางและแขกเหรื่อจากทั่วสารทิศ ทุกสายตาจับจ้องมายังจวนหรงซึ่งโอ่อ่ากว่าที่ใดท่ามกลางความครึกครื้น เพ่ยหลินเพียงแอบแทรกตัวมาอยู่มุมหนึ่งด้วยสายตาซุกซน นางรู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของตน แต่หัวใจเจ้ากรรมก็อดไม่ได้จะใคร่รู้“ก็คิดอยู่ว่างานเลี้ยงใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมถึงมีกลิ่นสาป”เสียงเสียดแทงมาจาก หรง ชิงเสวี่ย บุตรสาวคนเล็กของเจิ้งเหยียนกับฮูหยินใหญ่ รูปโฉมงามผ่องดังหิมะ แต่ปากคมเย็นเฉียบ ขัดกับความงามภายนอกโดยสิ้นเชิงเพ่ยหลินทำจมูกฟุดฟิดใส่ทันที “มิน่า กลิ่นพวกพรีวิลเลจถึงได้เหม็นโฉ่ขนาดนี้”“เจ้า!! ท่านพี่คะ มันพูดภาษาประหลาดอีกแล้ว!” ชิงเสวี่ยหันไปฟ้อง หรง อวี้หาว ผู้เป็นซื่อจื่อทายาทโดยตรงแห่งจวนหรง ร่างสูงสง่า คิ้วหนาคม ดวงตาเฉียบเย่อหยิ่ง ริมฝีปากยกยิ้มเย้ยเสมอ ซึ่งกำลังเดินผ่านตรงนี้พอดีอวี้หาวกวาดตามองพลางกล่าวเสียงเย็น “นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า เด็กผีประหลาดเช่นนี้สมควรหมกอยู่แต่ในเรือนหลัง”ชิงเสวี่ยยิ้มเยาะเสริม “ได้ยินหรือไม่ นังลูกนอกคอก

  • ลำนำบุปผาหมื่นดารา    ก้าวที่ 1

    ความเงียบ หนักอึ้งยิ่งกว่าหมัดที่เคยประเคนใส่กันบนเวทีไม่ใช่เสียงเชียร์กึกก้องไม่ใช่เสียงระฆังประกาศศึกแม้แต่เสียงลมหายใจของผู้คนรอบข้างก็หายไปเหลือเพียงเสียงเรไรป่าร้องประสานกับเสียงลมหวีดหวิวโชยผ่านใบไม้ดวงตากลมค่อยๆ ลืมขึ้นเมื่อสติสัมปชัญญะหวนคืน สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของห้องพยาบาลดังที่ควรเป็น แต่กลับเป็นขื่อไม้เก่าๆ หลังคาที่วางเรียงอย่างหยาบ มีช่องโหว่เล็กๆ ให้แสงจันทร์สาดรอดเข้ามาไพรินขมวดคิ้ว หันสายตากวาดรอบๆ ห้องเล็กทึบที่เต็มไปด้วยข้าวของแปลกตา ไม่เหมือนโลกที่เธอรู้จักเลยแม้แต่น้อย ข้างกายมีหญิงสาววัยกลางคนนอนนิ่ง ดวงหน้าสงบเหมือนกำลังหลับสนิทหัวใจเธอกระตุกวาบ รีบยกมือขึ้นหมายจะผลักออกไป แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่มือของนักมวยวัยสาวหากเป็นเพียง มือเล็กๆ ซีดขาวของเด็กน้อยดวงตาเบิกโพลงเธอขยับนิ้วมือ ลองกำ ลองแบ ทำสลับกันไปจนเธอแน่ใจว่า นั่นคือมือของเธอเองกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง๊!”เสียงร้องไห้แบบเด็กทารกดังลั่นแทนทุกคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบหญิงวัยกลางคนสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง รีบช้อนร่างเล็กขึ้นมาแนบอกแล้วลูบห

  • ลำนำบุปผาหมื่นดารา    อารัมภบท

    กลิ่นยาหม่องจางๆ ลอยคลุ้งในห้องพักนักกีฬา เสียงซ้อมมือดังเป็นจังหวะหลังผนัง แต่ในห้องเล็กมืดๆ นี้ ไพรินนั่งอยู่กับลูกศิษย์วัยรุ่นที่กำลังพันผ้าเชิงมือ ใบหน้าเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยความกลัว“ครู .. พวกมันให้ผมล้ม”“…”“ถ้าผมไม่ทำ มันขู่จะเล่นคนที่บ้าน”มือของไพรินชะงัก เธอเป็นนักมวยมืออาชีพมาเกือบสิบปี ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนจนขึ้นเวทีใหญ่ ได้เข็มขัดหลายเส้นแต่พอชีวิตเริ่มทรุด เธอก็กลับมาสอนที่ค่ายเล็กๆ เพื่อปั้นเด็กที่ไม่มีโอกาสเด็กคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้นเธอมองเด็กที่มีแววบนเวที แต่กำลังถูกลากให้เปื้อนน้ำเน่า แล้วเธอก็ถอนหายใจยาว“ถ้าจะต้องล้ม ก็ให้ครูล้มแทน แต่ครูจะล้มก็ต่อเมื่อครูแพ้จริงๆ”เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วเวทีเมื่อชื่อ “ไพริน” ถูกประกาศเธอสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินลายเก่า สายตาผู้คนเต็มไปด้วยความสงสัย ไพรินเคยหายจากวงการไปหลายปี ไม่มีใครรู้ว่าเธอกลับมาชกทำไมแต่เจ้าของค่ายที่อยู่เบื้องหลังการล้มมวย หรี่ตามองเธออย่างไม่ไว้ใจยกแรก เสียงของนักสู้ที่เคยขึ้นเวทีมาแล้วนับไม่ถ้วนการ์ดของเธอแน่น จังหวะหมัดแม่นเหมือนเครื่องจักร หลบซ้าย ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วสวนหมัดเข้าชายโครงอีกฝ่ายถึงกับผงะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status