로그인เธอชื่อ กานพลู เธอเป็นลูกกำพร้า เหมือนลูกไก่ในอุ้งมืออันแน่นหนาและหยาบกร้านของคนเป็นป้า เติบโตโดยไม่เคยได้รับความรัก ความเมตตารดรินใส่ ไม่พอแค่นั้น ผู้ชายที่เธอคิดว่ารักก็ยังทิ้งเธอ คืนที่สูญเสียเธอประชดชีวิตอย่างหนัก แต่เพราะเธอเป็นแต่ลูกไก่ในกำมือมาร เธอจึงพลัดหลงไปอยู่ในมือ ชายหนุ่มแปลกหน้า เสียตัวหรือไม่เสีย เธอตอบไม่ได้ เธอจึงถูกส่งไปให้ตาแก่ คนพ่อ งานแต่งรวบรัด ก่อนเธอจะพบว่า ชายหนุ่มในคืนหลอกลวงคือลูกชายของตาแก่ เขาชื่อ พินิจนัย เธอร้องไห้ และร้องไห้ อย่างเจ็บปวดแสนสาหัสก่อนจะปาดน้ำตาออก เธอจะไม่ยอมให้ชีวิตถูกกำหนดโดยคนอื่น ได้เวลาทวงชีวิตตัวเองมาลิขิตเอง ในความมุ่งมั่นอันโดดเดี่ยวอ้างว้าง ท่านกามเทพอยากจะมีส่วนร่วมเพื่อช่วยชีวิตที่เศร้าหมอง ผิดหวังซ้ำซากของเธอ กามเทพขอประทานลิขิตแห่งรักมาชุบชูชีวิตของเธอ
더 보기“น้าสุ…” พินิจนัยทักอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นน้าสาว แล้วพอพิจารณาสีหน้าของเธอถนัด เขาก็แอบถอนใจเบาๆ พอไม่ให้ได้ยิน “มาหาผมแต่หัววันเชียว” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากแปลงเพาะชำของตัวเอง ปัดมือที่เปื้อนคราบดินกับผ้าผืนใหญ่ที่ดูแทบไม่ออกแล้วว่าเดิมเป็นสีขาวหรือไม่จากเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ส่งมาให้ “เชิญน้าสุบนบ้านดีกว่า ตรงนี้มันสกปรก”“น้าเพิ่งมาจากบ้านของพ่อเธอ”เพียงอ้าปาก พินิจนัยก็เดาได้ปรุโปร่ง แต่ชายหนุ่มก็ถามเรื่อยเฉื่อยเหมือนไม่ได้ยินดียินร้ายด้วยประการทั้งปวง“พ่อคงกำลังเบิกบานซินะครับ เข้าหอมาเจ็ดวันแล้ว…เมียสาววัยเอ๊าะ…ให้กกกอด”“นี่เธอไม่รู้สึกอายบ้างหรือ”“แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ” เขาแกล้งถามส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง “พ่อจะได้เตะผมตาย…ถ้าสาระแนเข้าไปวุ่นวายกับเขา”“เธอน่าจะไปกันท่าเอาไว้มั่ง น้าละไม่ชอบเล้ย ที่ถึงกับมาจดทะเบียนกันด้วย แม่คนนั้นน่ะทำหน้าซื่อ แต่น้าก็รู้ทันว่ามันหวังสมบัติ ก็ยังสาวแส้ปูนนั้น มันจะอยากมีผัวแก่คราวพ่อเชียวรื้อ…ป้ามันต้องส่งมาฮุบสมบัติที่จริงหน้าตามันก็ยังงั้นๆ คุณพี่ถูกเสน่ห์ยาแฝดหรือเปล่า”คราวนี้พินิจนัยหัวเราะก๊ากใหญ่“น้าสุก้อ ใครจะเชื่อ นี่มันพอศอสองพันห้าร
คุณจินดาก้าวเข้ามาในห้อง แล้วสิ่งที่เธอได้เห็นก็คือกานพลูคุดคู้หลบอยู่มุมหนึ่งของเตียง มีผ้าห่มพันกายเอาไว้แน่นหนา เมื่อเธอแตะมือลงบนเนื้อตัวของหล่อน กานพลูก็สะดุ้งโหยง กรีดเสียงออกมาอีกทั้งที่ยังหลับตาแน่น“คุณกาน...” เธอเรียกให้เสียง “ลืมตาก่อนเถอะค่ะ ไม่มีอันตรายแล้ว”แต่ในอกของเธอกำลังหนักใจแทน นี่กานพลูเกิดเป็นอะไรขึ้นมากันหนอ“คุณกาน ไม่ค่ะ...ไม่ต้องกลัว”ด้วยความเวทนาต่อสภาพของหญิงสาววัยคราวลูก ทำให้เธอกอดหล่อนเอาไว้แน่ แล้วปลอบโยนไปตามเพลง“เกิดอะไรขึ้นคะ คุณร้องเสียลั่นไปหมดทั้งบ้าน ท่านเองก็ยังกลัวนี่ไปตั้งหลักที่ไหนแล้วก็ไม่รู้”“กาน...กาน...” น้ำตาไหลพราก หล่อนยึดคุณจินดาเอาไว้แน่นแล้วสะอึกสะอื้นบอกต่อ “กานกลัว...กลัวผู้ชาย กานไม่อยากนอนกับผู้ชาย”…แล้วมันจะลงเอยกันแบบไหนนะนี่…เธอรำพึงอยู่ในใจ“ท่านเป็นสามีคุณแล้วนะคะ ถูกต้องตามกฎหมาย…” เธอปลอบประโลมเท่าที่จะทำได้ “แล้วถ้าคุณยังบ่ายเบี่ยง คุณแน่ใจไหมคะว่าไม่มีปัญหา”กานพลูมองหน้าเธอเขม็ง แววตางุนงงสงสัย“ไอ้เรื่องปัญหาของคุณกานน่ะค่ะ ตรงนี้…” เธอชี้ที่ท้องของหญิงสาว ลดเสียงให้เบาลง “ถ้าเกิดมันป่องขึ้นมาแล้วคุณยังไม่เคยนอ
แม่กาน เฮ้อ...เป็นอะไรกันแน่นะ ดูซิ นอนตาปรอยเชียว”คุณนายจันทร์เพ็ญบ่นออกมาเมื่อเข้ามาเห็นหลานสาวนอนซมปากแห้งซีด ดวงตาลอยคว้างจับเฉพาะเพดานเหมือนไม่ยินดียินร้ายใดๆ อีกแล้ว อังมือดูตามหน้าผากและเนื้อตัวของกานพลูก็พบว่าเย็นชืดไปหมด “ไม่มีไข้นี่ ค่อยยังชั่วหน่อย เด็กบอกว่าข้าวเที่ยงก็ไม่อยากกิน กินแต่ยาแก้ปวดหัวไปหลายเม็ดแล้ว”“คุณป้า” หล่อนคว้าจับมือนางขึ้นมาบีบแน่น จ้องมองสบตากับนางเขม็งแล้วนางก็ได้เห็นน้ำตาเต็มตาของหลานสาว “กรุณากานสักหนได้ไหมคะ พากานกลับไปกรุงเทพฯ อย่าให้กานอยู่ที่นี่ มันเหมือนนรก”นางหันมองรอบๆ ตัวก่อนที่จะเอ็ดกานพลูด้วยเสียงเด็ดขาดนัก“พูดบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน ใครมาได้ยินเข้าเอาไปรายงานท่าน จะพลอยชวด”“กานไม่อยากอยู่ที่นี่ กานยังไม่อยากมี...สามี...”หล่อนกระดากปากที่จะใช้คำว่า ‘ผัว’ แต่คุณนายจันทร์เพ็ญมองหล่อนด้วยแววตาดุๆ ติดจะเหี้ยมเกรียมเล็กน้อย พร้อมกับมือหนึ่งผลักร่างที่ผงกขึ้นมาของกานพลูให้นอนราบลง“ป้าน่ะหาทางออกที่ดีให้กับแก พูดมาได้ว่าไม่อยากมีผัว...คุณบดินทร์เขาไม่ใช่คนเลวเกวอะไร...ทีเวลาแกวิ่งไปหาผู้ชายข้างถนนมาทำผัวได้ ทำไมไม่เอามาคิดเทียบกันมั่งหรือ
แม่กาน เฮ้อ...เป็นอะไรกันแน่นะ ดูซิ นอนตาปรอยเชียว”คุณนายจันทร์เพ็ญบ่นออกมาเมื่อเข้ามาเห็นหลานสาวนอนซมปากแห้งซีด ดวงตาลอยคว้างจับเฉพาะเพดานเหมือนไม่ยินดียินร้ายใดๆ อีกแล้ว อังมือดูตามหน้าผากและเนื้อตัวของกานพลูก็พบว่าเย็นชืดไปหมด “ไม่มีไข้นี่ ค่อยยังชั่วหน่อย เด็กบอกว่าข้าวเที่ยงก็ไม่อยากกิน กินแต่ยาแก้ปวดหัวไปหลายเม็ดแล้ว”“คุณป้า” หล่อนคว้าจับมือนางขึ้นมาบีบแน่น จ้องมองสบตากับนางเขม็งแล้วนางก็ได้เห็นน้ำตาเต็มตาของหลานสาว “กรุณากานสักหนได้ไหมคะ พากานกลับไปกรุงเทพฯ อย่าให้กานอยู่ที่นี่ มันเหมือนนรก”นางหันมองรอบๆ ตัวก่อนที่จะเอ็ดกานพลูด้วยเสียงเด็ดขาดนัก“พูดบ้าๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน ใครมาได้ยินเข้าเอาไปรายงานท่าน จะพลอยชวด”“กานไม่อยากอยู่ที่นี่ กานยังไม่อยากมี...สามี...”หล่อนกระดากปากที่จะใช้คำว่า ‘ผัว’ แต่คุณนายจันทร์เพ็ญมองหล่อนด้วยแววตาดุๆ ติดจะเหี้ยมเกรียมเล็กน้อย พร้อมกับมือหนึ่งผลักร่างที่ผงกขึ้นมาของกานพลูให้นอนราบลง“ป้าน่ะหาทางออกที่ดีให้กับแก พูดมาได้ว่าไม่อยากมีผัว...คุณบดินทร์เขาไม่ใช่คนเลวเกวอะไร...ทีเวลาแกวิ่งไปหาผู้ชายข้างถนนมาทำผัวได้ ทำไมไม่เอามาคิดเทียบกันมั่งหรือ
“ไอ้นี่น่ะเขาเรียกยี่หร่า...เป็นพลอยทางพม่า...สีฟ้านี่มันสวยนะ...”กานพลูค่อยๆ เบนตัวออกห่างจากลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดรินซอกแก้ม ยื่นมือออกไปตามคำขอร้องเพื่อให้นายบดินทร์สวมแหวนนั่นเข้ามาในนิ้วอันบอบบาง เขาจับมือของหล่อนกำเอาไว้แน่นนิ่งนาน“หนูผอมไปนิดนะ ดูนิ้วเข้าซิ ยังกะลำเทียนยังไงยังงั้น”ฟังจ
“คุณพักห้องนี้”คุณจินดาเปิดประตูห้องเข้าไปก่อน บ้านหลังนี้เป็นเรือนไม้สักหลังใหญ่ อายุของบ้านนั้นไม่ต้องพูดถึงกันเลย ดูจากไม้กระดานแต่ละแผ่น วิธีการเข้าไม้แบบโบราณที่ตอกเป็นลิ่มแทนการใช้ตะปูก็บอกได้ว่า นอกเหนือจากราคาของวัสดุแล้ว ยังประมาณค่ามิได้อีก ทางด้านฝีมือหญิงสาวยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูที่ส
“กานยังไม่มาทำงานอีกรึ”ภาดาถาม เขามีความสุขประสาชายหนุ่มที่ใกล้จะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ความสุขที่บ่มอยู่ในใบหน้าของเขาก็ชวนให้บุตรามองดูอย่างขัดใจเป็นอันมาก เพราะอดคิดไม่ได้ว่าเพราะผู้ชายคนนี้แหละ ที่มีส่วนผลักดันให้กานพลูไปพบกับ ‘อุบัติเหตุ’ ของชีวิตเข้าอย่างจัง“ยังมีแก่ใจถามถึงกานอีกนะ” หล่อนไม่ละ
“แม่กานมันอกหัก...”ลูกสาวสองคนทั้งพรรณทิพาและภัสสร เงยหน้าขึ้นพร้อมๆ กันทีเดียว ภัสสรนั้นถึงกับหัวเราะออกมาก่อนจะทำเสียงเหมือนสมเพชเวทนาเต็มที่“ภัสบอกแล้วเชียวว่าจะไปกันไม่รอด คนของเราออกจืดชืด ผู้ชายที่ไหนเขาจะทนได้...พี่พรรณบอกภัสว่าเมื่อคืนกานหายไปทั้งคืน กลับมาตอนเช้า ชำระความกันหรือยังล่ะคะ
리뷰