Partager

ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง
ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง
Auteur: ซูเมิ่ง 淑梦

บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

last update Date de publication: 2025-02-03 10:27:22

ฤดูใบไม้ผลิเมืองเถียนชิง ชายแดนแคว้นฉีและเว่ย ราษฎรเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก การปลูกข้าวคือสินค้าที่ราษฎรลงทุนลงแรงและเฝ้าคอยฤดูเก็บเกี่ยวอย่างใจจดใจจ่อ ลานกว้างชายป่ากระโจมติดธงแคว้นฉีและเว่ยถูกตั้งขึ้นไม่ไกลกัน มีทหารลาดตระเวนเข้มงวด

                    “ทูลฝ่าบาท องค์หญิงลี่อินไม่อยู่ในกระโจมพ่ะย่ะค่ะ” กงกงเฒ่าคู่พระทัยหย่งเฮ่าฮ่องเต้แคว้นฉีกราบทูล ทำให้บทสนทนาของกษัตริย์แคว้นฉีและเว่ยต้องหยุดชะงักลง

                    “ให้คนไปตามนางมา” หย่งเฮ่าไม่พอพระทัยนักที่องค์หญิงสามซุกซนไม่เรียบร้อยดั่งเช่นท่านหญิงสอง ที่แม้เป็นเพียงท่านหญิงที่เกิดจากตาอิ้งนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาแต่กลับมีกิริยาเรียบร้อยกว่าพระธิดาทุกพระองค์

                    “ให้ลูกไปตามเถิดเพคะ” ซ่งเสวี่ยหนิง ท่านหญิงสองที่ทำหน้าที่คอยชงชาให้ฮ่องเต้ทั้งสองแคว้นทูลเสนอตัว

                    “เช่นนั้นก็รีบเถิด อีกครู่อ๋องหยางหมิงจะมาถึงแล้ว”

                    “เพคะ” เสวี่ยหนิงวางกาน้ำชา พร้อมทั้งออกไปตามน้องต่างมารดาที่เกิดช้ากว่านางเพียงวันเดียว หากแต่ยศนั้นช่างแตกต่าง นางเป็นเพียงท่านหญิงที่เกิดจากนางกำนัลต่ำศักดิ์ แต่ลี่อินกลับเป็นองค์หญิงที่ประสูติจากฮองเฮาแคว้นฉี

          ด้านลี่อินที่พึ่งกลับจากการเยี่ยมชมราษฎรลงมือปลูกข้าว ระหว่างทางกลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเด็กน้อยจำนวนหนึ่ง

                    “เกิดอะไรขึ้น?” ลี่อินถามขึ้นทันทีที่ไปถึงริมทะเลสาบปาเหอ

                    “คุณชายท่านนั้นช่วยพวกข้าที่กำลังจะจมน้ำ แต่กลับหมดแรงพึ่งจมลงไปเมื่อครู่” เด็กชาวบ้านราวหกขวบกล่าวด้วยความหวาดกลัว พลางชี้ลงไปกลางทะเลสาบ

          ลี่อินไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ กลับกระโจนลงไปในทะเลสาบในทันที

                    “องค์หญิงเพคะ! องค์หญิง!” อี้เฉานางกำนัลข้างกายร้องด้วยความตกใจ

          ใต้น้ำอันหนาวเย็นร่างบุรุษรูปงาม ผิวขาวราวไข่มุกในทะเลลึก ดวงตาที่ปิดสนิทกำลังจมลงสู่ก้นแม่น้ำ หากแต่โดนมือของสตรีร่างบางดึงขึ้นเหนือน้ำเสียก่อน นางว่ายน้ำพาบุรุษรูปร่างสูงโหญ่ที่มีน้ำหนักมากกว่าตนขึ้นฝั่งได้อย่างยากลำบาก หากแต่บุรุษผู้นี้กลับยังไม่ได้สติ

                    “องค์หญิง เป็นอย่างไรบ้างเพคะ” อี้เฉารีบสำรวจร่างกายนายของตน

          หากแต่ลี่อินกลับไม่ตอบคำถามของนางกำนัลข้างกาย กลับพลิกร่างชายผู้นั้นให้นอนหงายและใช้ลมในปากตนเป่าเข้าปากบุรุษนิรนามอย่างมุ่งมั่น

          อี้เฉาได้แต่อ้างปากกว้าง โชคดีที่ทะเสาบบัดนี้เหลือแต่องค์หญิงและตน เด็กน้อยกลุ่มนั้นกลัวความผิดหนีหายไปนานแล้ว ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงขององค์หญิงต้องเสื่อมเสียแน่

                    “องค์หญิง พะ พระองค์ทำอะไรเพคะ” อี้เฉาทูลถามตะกุกตะกัก

                    “ผายปอด ข้าเรียนมาจากแพทย์ตะวันตกตอนอยู่แคว้นหนาน” ลี่อินกล่าวพลางใช้มือทั้งสองผสานกันกดลงบนหน้าอกชายที่หลับใหลอย่างเป็นจังหวะ สลับกับการผายปอดโดยไม่สนใจมารยาทหญิงที่อาจารย์พร่ำสอน

          หากแต่บุรุษผู้นี้กลับยังไม่ฟื้นตามที่ควรจะเป็น ลี่อินเป่าลมเข้าปากเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดวงตาคู่งามนั้นปรือขึ้น พร้อมสำลักน้ำในท้องออกมาจนหมด จากนั้นก็ค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง

                    “ปลอดภัยแล้ว น่าจะเหนื่อยล้าเท่านั้น” ลี่อินนั่งหอบหายใจอยู่ข้างร่างสูงที่ยังคงหลับใหล

                    “ลี่อิน เสด็จพ่อทรงเรียกหาแล้ว” เสวี่ยหนิงเรียกน้องต่างมารดาที่นั่งอยู่ริมทะเลสาบ สายตากลับสะดุดอยู่ที่บุรุษข้างกายนาง

                    “นี่!” เสวี่ยหนิงสงสัยกับภาพตรงหน้า

                    “อย่าได้คิดในทางที่เสียหาย ข้าแค่ช่วยเขาขึ้นมาจากน้ำเท่านั้น” คำพูดของลี่อินไร้ซึ่งความเคารพเมื่อต้องโต้ตอบกับเสวี่ยหนิง พลางลุกยืนเตรียมจากไป

          ‘คงไม่ตายหรอกมั้ง’ ลี่อินจ้องบุรุษเบื้องล่างก่อนจากไป โดยไม่มองเสวี่ยหนิงเพียงนิด

                    “เจ้าทำหยกหล่น” เสวี่ยหนิงเรียกสตรีที่เดินจากไป พลางเดินไปยอบกายลงหยิบหยกที่หล่นข้างบุรุษผู้นั้น หมายจะคืนให้เจ้าของ แต่กลับโดนบุรุษที่หลับใหลคว้าข้อมือไว้แน่น

                    “เจ้าชื่ออะไร” สายตาที่พร่ามัวจ้องมองนาง

                    “สะ เสวี่ย เสวี่ยหนิง” เสวี่ยหนิงรู้สึกหวาดกลัว กล่าวพลางสะบัดมือหนาที่เกาะกุม ก่อนรีบวิ่งหนีหายไป

                    “เสวี่ยหนิง ชื่อเพราะดี” เขาไม่มีแรงวิ่งตาม ได้แต่เพียงจดจำชื่อของนางไว้

          โต๊ะเครื่องเสวยอาหารค่ำเพื่อเฉลิมฉลองการพบกันของสหายร่วมสาบานของฮ่องเต้แคว้นฉีและเว่ยจัดเตรียมพร้อมแล้ว ฮ่องเต้ทั้งสองแคว้น รวมทั้งลี่อิน และเสวี่ยหนิงที่ตามเสด็จฝ่าบาทออกเยี่ยมราษฎรก็อยู่รอแล้ว หากแต่ชินอ๋องแห่งแคว้นเว่ยกลับยังมาไม่ถึง ทำให้ผู้เป็นบิดาอย่าง

ถานเหว่ยเฉียงฮ่องเต้แคว้นเว่ย ต้องกล่าวขอโทษสหายร่วมสาบานอย่างเสียไม่ได้

                    “โอรสองค์นี้ทำตามใจตน หวังว่าฮ่องเต้แคว้นฉีจะไม่ถือสา” เหว่ยเฉียงกล่าว

                    “พูดเช่นนั้นได้อย่างไร อีกหน่อยสองแคว้นปรองดองข้าไม่กล้าตำหนิคนในครอบครัวหรอก” หย่งเฮ่าไม่อยากให้การพบปะกันในครั้งนี้ตึงเครียด ด้วยสองแคว้นมีสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่เขาและฮ่องเต้แคว้นเว่ยดื่มน้ำสาบานเป็นสหาย นี่เป็นเหตุผลที่เขาพาธิดาทั้งสองมาด้วย

          ชินอ๋องแค้วนเว่ยขอเข้าเฝ้า

ขันทีหน้ากระโจมทูลแจ้งฮ่องเต้ทั้งสองที่อยู่ด้านใน

                    “ให้เข้ามา”

                    “กระหม่อมถานหยางหมิง ถวายพระพรเสด็จพ่อ ถวายพระพรฮ่องเต้แคว้นฉี” หยางหมิงค่อมกายถวายพระพร

                    “มีแต่คนในครอบครัวไม่ต้องมากพิธีหรอกหลานชาย”

หย่งเฮ่ากล่าวอย่างยิ้มแย้ม

                    “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” หยางหมิงเงยหน้าตอบ

          ‘นั่น! บุรุษผู้นั้นนี่ โชคที่ที่ยังไม่ตาย’ ลี่อินจำเขาได้แม่น

          หากแต่สายตาบุรุษที่นางเคยช่วยชีวิตกลับจ้องมองไปที่เสวี่ยหนิงเหมือนคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน เช่นเดียวกับที่เสวี่ยหนิงจ้องมองไปยังบุรุษเบื้องหน้า

                    “ชินอ๋อง รู้จักกันไว้สิ นี่คือองค์หญิงลี่อินองค์หญิงสามแคว้นฉี และท่านหญิงเสวี่ยหนิง พระธิดาทั้งสองพระองค์ของฮ่องเต้หย่งเฮ่า” ฮ่องเต้เหว่ยเฉียงแนะนำสตรีทั้งสองให้โอรสรู้จัก

          หากแต่หยางหมิงไม่แม้แต่จะปรายตามองลี่อิน ยังคงเอาแต่จ้องมองเสวี่ยหนิงไม่วางตา

          ‘บุรุษก็เป็นเช่นนี้ ชอบแต่ของสวยงามภายนอก’ ลี่อินส่ายหน้าให้กับดวงตาที่ไร้แววของชินอ๋องแคว้นเว่ย

                    “ท่านหญิงเสวี่ยหนิงยินดีที่รู้จัก” หยางหมิงไม่ได้สนสายตาผู้ใดเขาส่งสายตาอบอุ่นนั่นให้เสวี่ยหนิง โดยไม่คิดเปิดเผยว่านางใช้การจุมพิตช่วยชีวิตเขาที่ทะเลสาบ เพราะเกรงว่านางจะถูกฮ่องเต้ฉีตำหนิจึงได้แต่ใช้สายตาขอบคุณนาง

                    “ยินดีเช่นกันเพคะ” เสวี่ยหนิงทำตัวไม่ถูก ลุกขึ้นยอบกายเคารพเขา

          ฮ่องเต้หย่งเฮ่าเมื่อเห็นสายตาที่หยางหมิงมองเสวี่ยหนิง ในใจก็คลายกังวล หากธิดาองค์นี้ได้อภิเษกสมรสกับชินอ๋องจริงนางก็จะหลุดพ้นจากการข่มเหงของฮองเฮา

                    “เช่นนั้นการดูแลภาษีการเก็บเกี่ยวข้าวปีนี้ เสวี่ยหนิงเจ้าก็รั้งอยู่ที่เถียนชิงเถิด” หย่งเฮ่าตรัสระหว่างทุกคนร่วมโต๊ะอาหาร

                    “หม่อมฉันรับบัญชาเพคะ”

          หยางหมิงเมื่อรู้ว่าเสวี่ยหนิงจะรั้งอยู่ที่เถียนชิงอีกสามเดือนในใจก็ยินดียิ่ง เขาเองเป็นแม่ทัพอยู่ที่ชายแดนแคว้นฉีเช่นนี้ก็จะได้พบนางบ่อยขึ้นแล้ว

          ลี่อินมองสถานการณ์โดยรอบเงียบ ๆ นางคาดเดาความคิดของฮ่องเต้ออก ว่าต้องการใช้โอกาสนี้เปิดทางให้เสวี่ยหนิง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ ชีวิตเรียบง่าย

    สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดปลิวไหว ม่านรถม้าสะบัดไปมาตามแรงลม เด็กชายวัยสองขวบเล่นซนบนรถม้าโดยไม่เหน็ดเหนื่อย “ถานจุนเฟิง หยุดเล่นได้แล้วตอนนี้จะถึงจวนแล้ว” ลี่อินที่กำลังอ่านบัญชีร้านกล่าวกับโอรสของตน “จุนเฟิงมาหาพ่อ ท่านแม่กำลังคร่ำเคร่ง” หยางหมิงเรียกลูกชายมาหา บัดนี้เขาสิ้นคราบชิงอ๋องผู้บ้าคลั่ง กลายเป็นพ่อค้าธรรมดาเท่านั้น “จื้อหาวบอกว่า ดินแดนทางตอนเหนือของแคว้นหานมีดอกไม้กลิ่นหอมมากมาย แลไข่มุกก็ราคาถูกฮูหยินสนใจหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถึงสหายเก่าที่หลังจากสำนึกตนมาสองปี จึงติดต่อหาเขาอีกครั้ง “สนใจสิเพคะ ท่านพี่แจ้งโหวน้อยด้วยว่าหลังจากงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งแคว้นเว่ย เราจะเดินทางไปเจรจาราคาอีกครั้ง” ลี่อินยิ้มกว้างนางดีใจทุกครั้งหากสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกและดีได้ “ของขวัญอี้หนิงครบสี่ปีจะให้สิ่งใดนางดีเพคะ” ลี่อินขอความเห็นกับหยางหมิง “เช่นนั้นมอบร้านขายอัญมณีในเมืองเถียนชิง พร้อมกับเงินอีกหมื่นตำลึงให้นางดีหรือไม่ โตขึ้นมานางจะได้เป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแค้นฉี ไม่มีผู

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ อวดชายา

    ใกล้พิธีอภิเษกสมรสของฉินตงหยาง หยางหมิงพาลี่อิงเข้าวังหลวงเพื่อขอพระราชทานอนุญาตร่วมพิธีอภิเษกสมรส “ทูลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กระหม่อมและพระชายามาขอให้ทั้งสองพระองค์พระราชทานอนุญาตเข้าร่วมงานอภิเษกสมรสของรัชทายาทแคว้นหานพ่ะย่ะค่ะ” “กำลังตั้งครรภ์จะเดินทางไกลได้อย่างไร ให้เพียงหยางหมิงไปก็พอ ส่วนลี่อินพักอยู่ที่จวนเถอะ” ฮองเฮากล่าวแย้งทั้งที่ยังปักผ้าอยู่ “ทูลฮองเฮา รัชทายาทแคว้นหานเป็นสหายของหม่อมฉันจึงจำเป็นต้องไปร่วมยินดีเพคะ” ลี่อินไม่ยินยอมทำตาม “เจ้าไปรังแต่จะเป็นภาระ เดินเหินลำบากอยู่จวนดีแล้ว” “หม่อมฉันยังคล่องแคล่ว ครรภ์ยังอ่อนไม่ได้เป็นภาระแต่อย่างใด” นางโต้แย้งทุกคำห้ามของมารดาสวามี หยางหมิงกับฮ่องเต้ทำได้เพียงนั่งดื่มน้ำชาอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดกระหว่างที่สตรีทั้งสองกำลังโต้แย้งกัน “นี่ เหตุใดถึงมิยอมเชื่อฟังเอาซะเลยเจ้าเป็นลูกสะใภ้สมควรเชื่อฟังแม่สามีมิใช่หรือ” อวิ๋นซินจ้องมองลี่อินด้วยสายตาตำหนิ หากแต่ลูกสะใภ้ผู้นี้กลับ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 52 รักแรก

    ม้าศึกคู่กายชินอ๋องหยุดนิ่งหน้าจวนอ๋อง บุรุษบนหลังม้าไม่รีรอมุ่งหน้าไปตำหนักตะวันออกด้วยความร้อนใจ ทว่าภายในตำหนักกลับไม่มีผู้ใดอยู่ทำให้แน่ใจแล้วว่าลี่อินหนีเขาไปจริง ร่างทั้งร่างของหยางหมิงหนักอึ้งจนมิอาจย่างก้าวได้ หัวใจทั้งดวงเต้นช้าลงเรื่อย ๆ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว ภพของลี่อินในเวลาโกรธ เวลาร้องไห้ หัวเราะ แข็งกร้าว ผุดขึ้นในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมา “ไปแค้วนฉี!” คำสั่งเดียวของหยางหมิง ทำทั้งกองทัพต้องเดินทางอีกครั้ง ประชาชนต่างงุนงง กองทัพที่กลับเข้าเมืองเพียงหนึ่งชั่วยาม บัดนี้กลับเดินทัพอีกครั้งมีเหตุใดสำคัญจนมิหยุดพัก การเดินทางโดยไม่หยุดพักทำเหล่าทหารอ่อนล้าไม่น้อย หากแต่มิมีใครกล้าปริปากบ่น กองกำลังเรือนหมื่นเหยียบเข้าใกล้เมืองเถียนชิง “ท่านอ๋อง สายสืบแคว้นหานแจ้งข่าวว่ารัชทายาทตงหยางจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสอีกสิบห้าวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ” เย่จินรายงาน ม้าศึกของหยางหมิงหยุดชะงักทันที เขาหวาดกลัวว่าสิ่งที่ตนคาดเดาจะเป็นจริง “ข่าวนี้แคว้นฉีรู้เรื่องหรือไม่” มือหนากำบังเหียนแน่นจนเ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 51 ผิดสัญญา

    หิมะในเมืองเหออันสงบลง คนเจ็บป่วยเพราะภัยหนาวไม่มีแล้ว หน้าที่ของลี่อินในเมืองเหออันจึงสิ้นสุดลง นางไม่มีความจำเป็นที่จะรั้งอยู่ที่เหออันอีก จึงคิดขอกลับเมืองหลวงเพราะเป็นห่วงร้านประทินโฉมอีกทั้งเรื่องในจวนไม่มีผู้ใดคอยจัดการ “ท่านอ๋อง ข้าจะกลับซู่โจวก่อนได้หรือไม่” ลี่อินยืนอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร สีหน้าจริงจังจ้องบุรุษที่ยังอ่านสาน์สของทัพอยู่ “รอกลับพร้อมข้า” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้น “กว่าท่านอ๋องจะเสด็จกลับ ก็อีกครึ่งเดือน หม่อมฉันเป็นกังวลเรื่องร้านหมื่นบุปผา อีกทั้งกิจการของจวนอ๋องก็ไม่ได้ตรวจบัญชีมาแรมเดือน” “แต่หากเจ้าแอบหนีหลับแคว้นฉีเล่า” ครานี้หยางหมิงยอมเงยหน้าจากสาน์สกองทัพ มองมายังนางด้วยแววตาเศร้าสร้อย “หม่อมฉันจะหนีไปทำไมกัน” ลี่อินท้อใจที่จะอธิบาย “ก็เจ้าไม่มีใจให้ข้า หากครบสองเดือนสัญญาระหว่างข้ากับฮ่องเต้แคว้นฉีก็ถือว่าเป็นโมฆะ” น้ำเสียงเศร้าหมองนั้นลี่อินไม่ได้ตอบกลับ ยิ่งทำให้หยางหมิงรู้สึกหวาดหวั่น หากแต่นางกลับเดินไปหยุดเบื้องหน้าเขาพลางยอบก

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 50 เหน็บหนาว

    ตงหยางมิอาจรั้งอยู่ในแคว้นอื่นได้นาน ยิ่งเป็นชายแดนแล้วความอึดอัดยิ่งเพิ่มมากขึ้น ก่อนหิมะจะตกหนักอีกครั้งจึงจำต้องบอกลาลี่อิน “ข้ายังยืนกรานคำเดิม หากเจ้ามิอยากอยู่กับชินอ๋องแล้ว ไปหาข้าที่แคว้นหาน แม้ไม่อาจห่วงใยในฐานะคนรักแต่ข้ายังห่วงใยเจ้าในฐานะสหายเสมอ” ตงหยางยื่นหยกประจำตัวกลับให้นางเช่นเดิม “ขอบพระทัยรัชทายาท” ลี่อินยอบกายกล่าวลา ก่อนรถม้าจะเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองไป หยางหมิงยิ้มพอใจเมื่อเห็นบุรุษอื่นที่นางห่วงใยจากไปเสียที แม้เป็นเพียงสหายแต่เขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นเดิม “รัชทายาทยังคงตัดใจจากเจ้าไม่ได้” หยางหมิงมองหยกในมือลี่อิน “สักวันเขาจะเจอสตรีที่ตนรักเพคะ” ลี่อินกล่าวพลางหันกายเข้าเมืองไป “เหมือนข้าที่เจอแล้ว” หยางหมิงเดินตามนาง “ใครกันหรือเพคะ” “เจ้าไง อาอิน” ลี่อินหน้าแดงเมื่อเขาบอกชื่อสตรีในดวงใจ ก่อนก้มหน้ารีบเดินหนีเข้าโรงหมอไป ทำให้ชินอ๋องยิ้มอย่างมีหวังว่าภายในสองเดือนนางต้องยินยอมอยู่ข้างกายเขาเป็นแน่

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 49 เดินทางขึ้นเหนือ

    “เราต้องกลับแคว้นเว่ยพรุ่งนี้” น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น “มีอะไรหรือไม่เพคะ” “เมืองอันเหอมีพายุหิมะถล่ม ราษฎรขาดแคลนเสบียง กองทัพที่นั่นมิอาจรับมือได้ข้าต้องรีบไปจัดการ “แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องไปด้วย ท่านอ๋องเดินทางลำพังจะไม่เร็วกว่าหรือ หม่อมฉันจะไปรอพระองค์ที่จวนพร้อมอี้หนิง” “ข้าจะไม่ไปไหนหากไม่มีเจ้า” หยางหมิงแววตาจริงจังจ้องนางอยู่เช่นนั้น “หากแต่อี้หนิงยังเด็กหากเผชิญหิมะ...” “นางจะอยู่ที่แคว้นฉี” หยางหมิงกล่าวขัด “ท่านอ๋องตรัสว่าอย่างไรนะเพคะ?”ลี่อินไม่อยากเชื่อว่าหยางหมิงจะยินยอมให้อี้หนิงที่มีสายเลือดของตระกูลถานอยู่ที่แคว้นฉี “นางอยู่ที่นี่จะมีความสุขกว่า ไม่ต้องถูกสายตาดูแคลนของผู้อื่นจ้องมองเช่นที่อยู่ในแคว้นเว่ย ที่นั่นไม่สามารถให้ความรักกับนางได้ต่างจากไทเฮาเสวี่ยฉีที่มอบความรักให้กับเด็กคนนั้นได้ไม่สิ้นสุด”คำพูดของหยางหมิง ทำให้นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้ห่วงใยผู้อื่นมากกว่าที่เขาแสดงออก คลื่นความสุขจึงก่อตัวขึ้นภายในใจของนางอ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 14 โดดเดี่ยว

    ตำหนักเล็กหลังเรือนบัดนี้ดูแคบลงถนัดตาเมื่อมีข้าวของเครื่องใช้ของลี่อินเข้ามาเพิ่มเติม หากแต่นั่นก็ทำให้ปิงเซียงรู้สึกอุ่นใจที่บัดนี้จะมีเจ้านายคอยปกป้องและดูแลท่านหญิงตัวน้อยของนางแล้ว “ปิงเซียง เจ้าไปตามช่างฝีมือมาซ่อมแซมตำหนัก และไปหาสาวใช้มาเพิ่มอีก เราคงต้องอยู่จวนอ๋องอีกนา

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 13 เผชิญหน้า

    ตำหนักเล็กหลังเรือนบัดนี้ดูแคบลงถนัดตาเมื่อมีข้าวของเครื่องใช้ของลี่อินเข้ามาเพิ่มเติม หากแต่นั่นก็ทำให้ปิงเซียงรู้สึกอุ่นใจที่บัดนี้จะมีเจ้านายคอยปกป้องและดูแลท่านหญิงตัวน้อยของนางแล้ว “ปิงเซียง เจ้าไปตามช่างฝีมือมาซ่อมแซมตำหนัก และไปหาสาวใช้มาเพิ่มอีก เราคงต้องอยู่จวนอ๋องอีกนา

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 12 ยื่นข้อเสนอ

    หยางหมิงที่ถูกลี่อินกวนอารมณ์ให้ขุ่นมัวแต่เช้า จ้องสายตาดื้อรั้นนั้นของนางเช่นกัน หากแต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาถูกดวงตาคู่งามราวไข่มุกนั้นล่อลวงให้ตกอยู่ในภวังค์ “ตกลงท่านอ๋องจะอนุญาตหรือไม่” ลี่อินขมวดคิ้วแน่น เสียงของนางปลุกให้หยางหมิงตื่นจากภวังค์ เขาดึงสายตากล

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 11 ดูแคลน

    ขบวนเจ้าสาวยาวหลายลี้ เหรียญทองมงคลถูกแจกจ่ายตลอดเส้นทางในเมืองซีหนาน หากแต่นั่นก็มิอาจกลบเสียงซุบซิบนินทาในหมู่ชาวบ้านได้ “เหตุใดข้าไม่เห็นเจ้าบ่าวเล่า” “ได้ยินมาว่าองค์หญิงสามอยากแต่งเข้าจวนอ๋อง ถึงขั้นขอให้ฝ่าบาทปฏิเสธจดหมายแต่งงานของแคว้นหาน”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status