Share

บทที่ 334

Author: หยกงาม
"กฎหมายไร้ความเมตตา จึงดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมของสวรรค์ ความดีคือความดี ความผิดคือความผิด เช่นนี้จึง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 682

    แม้ชุยจาวอวิ๋นจะมองไม่เห็นสีหน้าของชุยจิ่นจวิน แต่นางกลับรู้สึกว่าการที่เขายืนอยู่ในยามนี้ก็ไม่ต่างจากมีขุนเขาตั้งตระหง่านกลิ่นอายบนร่างเขาโอบล้อมตัวนางไว้ ทำให้ไม่ว่านางจะไปที่ใด ก็ไม่อาจหนีพ้นชุยจาวอวิ๋นหลุบตาลง สองเท้าก้าวไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยความยากลำบากเล็กน้อยชุยจิ่นจวินยื่นมือไปหมายช่วยประคอง แต่นางกลับไม่มีทีท่าว่าจะวางมือลง ซ้ำยังก้าวขึ้นรถม้าไปคนเดียวเสียอีกชุยจิ่นจวินทอดสายตามองท่าทีรักษาระยะห่างของชุยจาวอวิ๋นอย่างเงียบงัน เขารอกระทั่งนางขึ้นรถม้าไปแล้ว ถึงค่อยก้าวตามขึ้นไปติด ๆภายในรถม้ามีเพียงเขากับนางสองคน ชุยจิ่นจวินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชุยจาวอวิ๋น เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ชุยจิ่นจวินก็จ้องมองชุยจาวอวิ๋นพลางถาม "นี่อยากหลบหน้าข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"ชุยจาวอวิ๋นไม่ได้ตอบคำใด เพียงนั่งมองม่านหน้าต่างที่สะบัดไหวไปมาตามจังหวะการเคลื่อนตัวของรถม้าในความเงียบ ชุยจิ่นจวินมองดูท่าทีเมินเฉยของชุยจาวอวิ๋น นับตั้งแต่เขาเผยความในใจ นางก็เอาแต่แสดงท่าทีเย็นชาเช่นนี้มาโดยตลอด ทั้งยังพยายามหลบหน้าเขาทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ทั้งที่นางก็รู้

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 681

    เหตุผลที่เขายุ่งเช่นนี้ก็เพราะหมายเร่งปิดคดีจวนหย่งชิงโหวให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่งานรัดตัวที่สุด เนื่องจากอยากมีเวลาว่างมาคอยอยู่เคียงข้างนางให้มากขึ้นเสิ่นซื่อรู้ตัวดีมาตลอดว่า ช่วงเวลาที่ตนเองได้อยู่เคียงข้างจี้หานอีนั้นมีน้อยเหลือเกินตลอดเวลากว่าหนึ่งเดือนหลังเข้าพิธีวิวาห์ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายแต่ความจริงนั้น สุดท้ายก็เป็นตัวเขาเองที่คิดถึงจี้หานอีมากที่สุดซ้ำยังอดใจแทบไม่ไหวที่จะได้สัมผัสนางเสิ่นซื่อยื่นมือออกไป สัมผัสลงบนใบหน้าอันขาวผ่องของจี้หานอี ผิวหน้านั้นเนียนนุ่มลื่นมือดุจแพรพรรณ สัมผัสแล้วชวนให้รู้สึกดีเสียจนอดบีบเบา ๆ ไม่ได้ยามทอดสายตามองนัยน์ตาคู่งามที่สะท้อนแสงโคมไฟ เสิ่นซื่อก็หลุบตามองจี้หานอี ก่อนเสียงทุ้มต่ำของเขาจะดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว “หลายวันนี้คิดถึงข้าบ้างหรือไม่?”ใบหน้าของจี้หานอีถูกเสิ่นซื่อเชยขึ้นมา ข้างกายมีเพียงโคมไฟสองดวง แสงสว่างที่วูบไหวทำให้มองเห็นใบหน้าของเสิ่นซื่อไม่ชัดเจนนัก กอปรกับเสิ่นซื่อมีรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่เสื้อคลุมตัวโคร่งสีดำ เนื้อผ้าต่วนทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ ยิ่งขับเน้นให้เสิ่นซื่อดูสูงส่งจนมิอ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 680

    เมื่อชุยจาวอวิ๋นเห็นเสิ่นซื่อ นางก็รีบคลายมือที่ควงแขนจี้หานอีออกอย่างรวดเร็ว ก่อนย่อกายทำความเคารพด้วยความนอบน้อมเสิ่นซื่อเพียงปรายตามองชุยจาวอวิ๋นปราดหนึ่ง สีหน้าของเขายังคงไม่แปรเปลี่ยน เพียงพยักหน้ารับคำอย่างเรียบเฉยเท่านั้นชุยจาวอวิ๋นลอบสังเกตสีหน้าอันราบเรียบของเสิ่นซื่อ กอปรกับการที่จู่ ๆ เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในใจนางก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงหันไปกล่าวกับจี้หานอีที่อยู่ข้างกายว่า "ทางข้างหน้าอยู่ไม่ไกลแล้ว ให้สาวใช้เดินนำทางข้าไปก็พอ พี่หญิงกับท่านโหวเสิ่นไปเถิดเจ้าค่ะ"กล่าวจบ ชุยจาวอวิ๋นก็ย่อกายทำความเคารพจี้หานอีอีกครั้ง "วันนี้ต้องรบกวนพี่หญิงแล้ว"จี้หานอีช่วยประคองชุยจาวอวิ๋นพลางกล่าว "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าเดินไปส่งเจ้าเอง"ชุยจาวอวิ๋นหันไปมองใบหน้าของเสิ่นซื่อโดยไม่รู้ตัว และก็เห็นว่าสีหน้าของเขาเย็นชาลงกว่าเดิมดังคาด นางจึงทัดทานจี้หานอีด้วยความเกรงใจอีกหลายคำ กระทั่งกล่อมให้จี้หานอียอมให้นางเดินออกไปเองได้สำเร็จ ถึงค่อยลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกจี้หานอีทอดสายตามองแผ่นหลังของชุยจาวอวิ๋น พอหันหน้ากลับมาก็เห็นว่าเสิ่นซื่อหมุนตัวเดินกลับไปโดยไม่ทักทายสักคำ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 679

    เมื่อจี้หานอีได้ยินว่าเสิ่นซื่อกลับมาเวลานี้ ก็รู้สึกคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ครั้นมองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดสลัวและภายในห้องที่จุดตะเกียงสว่างไสว ก็ตระหนักได้ว่ายามนี้เย็นมากแล้วจริง ๆจี้หานอีหันไปกล่าวกับชุยจาวอวิ๋น “ในเมื่อซื่อจื่อสกุลชุยมารับน้องหญิงกลับ เช่นนั้นข้าก็คงไม่อาจรั้งให้น้องหญิงอยู่ร่วมรับประทานมื้อค่ำด้วยกันแล้ว”ชุยจาวอวิ๋นกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวกับจี้หานอี “เดิมทีข้ายังมีเรื่องราวอีกมากมายอยากสนทนากับพี่หญิง แต่ในเมื่อท่านโหวเสิ่นกลับมาแล้ว ข้าเองก็สมควรต้องกลับเช่นกันเจ้าค่ะ”“เพียงแต่พี่หญิงพอจะช่วยจัดเตรียมรถม้าของจวนสกุลเสิ่นส่งข้ากลับสักคันได้หรือไม่?”จี้หานอีถามด้วยความประหลาดใจ “ซื่อจื่อสกุลชุยอุตส่าห์มารับน้องหญิงทั้งที แล้วเหตุใดน้องหญิงถึงไม่นั่งรถม้าของเขากลับเล่า?”ชุยจาวอวิ๋นทอดถอนใจพลางตอบ “ข้ากับซื่อจื่อสกุลชุยแม้ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แต่การนั่งรถม้าคันเดียวกันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก อีกอย่างข้ายังมีธุระสำคัญ ต้องแวะไปที่ร้านค้าสักหน่อย เครื่องประดับของข้าชิ้นหนึ่งชำรุด วันนี้น่าจะซ่อมเสร็จพอดี “เพียงแต่เส้นทางนั้นไม่ได้เป็นทางผ่าน

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 678

    เมื่อทั้งสองสาวเปิดฉากสนทนา เวลาก็ล่วงเลยไปจนดวงตะวันคล้อยต่ำไม่รู้ตัว ทว่ายิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอ ทั้งคู่มีความชอบคล้ายกันในหลายเรื่อง ภายในห้องจึงมีแต่เสียงหัวเราะสดใสแว่วออกมาเป็นระยะตอนที่จี้หานอีรั้งให้ชุยจาวอวิ๋นอยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ชุยจาวอวิ๋นก็มีท่าทีลังเลเล็กน้อย "หากท่านโหวเสิ่นกลับมาเล่าเจ้าคะ?"ความจริง จี้หานอีแทบไม่ค่อยได้ร่วมรับประทานมื้อค่ำกับเสิ่นซื่อสักเท่าใด ช่วงหลายวันนี้เสิ่นซื่อยิ่งงานยุ่ง คงไม่มีทางกลับมาเร็วถึงเพียงนี้จี้หานอีบอกเรื่องนี้แก่ชุยจาวอวิ๋น ฝ่ายชุยจาวอวิ๋นเองก็ยังไม่อยากกลับเร็วเช่นกัน นางจึงตอบตกลงทั้งสองหวนกลับไปพูดคุยถึงเรื่องราวแปลกประหลาดที่เคยอ่านพบในนิยายประโลมโลก ส่งผลให้เกิดเสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในห้องโถงเล็กเป็นระยะวันนี้งานในมือเสิ่นซื่อสะสางเสร็จสิ้นไปพอสมควร เขาจึงกลับจวนได้เร็วกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะยืนรับฟังเสียงหัวเราะอยู่หน้าม่านกั้น เสียงหัวเราะอันสดใสดุจนกขมิ้นของจี้หานอีที่ดังแว่วออกมานั้น ก็ทำให้เสิ่นซื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ได้แต่นึกในใจว่าช่วงหลายวันที่เขาไม่อยู่ นางดูจะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรีเสียจริงเ

  • ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา   บทที่ 677

    จี้หานอีหันไปมองชุยจาวอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ถึงเลยว่าชุยจาวอวิ๋นจะมีความคิดเช่นนี้คราวก่อนตอนนางไปเยือนจวนผิงหนานโหวก็พบว่าสกุลชุยเป็นตระกูลใหญ่ที่ปรองดองกันอย่างหาได้ยาก บรรดาพี่น้องสตรีในจวนมีความสัมพันธ์อบอุ่น พี่น้องบุรุษรักใคร่เกื้อกูลกัน ดังนั้น ตอนที่นางได้ยินพี่น้องสตรีสกุลชุยเอ่ยปากทวงความยุติธรรมแทนชุยจาวอวิ๋นเมื่อคราวก่อน จึงไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใดน้องสาวของชุยจาวอวิ๋นก็สนิทสนมและรักใคร่นางยิ่ง ฮูหยินใหญ่ชุยกับฮูหยินรองชุยยิ่งเอ็นดูและปกป้องชุยจาวอวิ๋น พูดตามตรง หากจวนสกุลกู้สามารถรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นเดียวกับจวนผิงหนานโหว จี้หานอีเองก็คงปรารถนาจะกลับไปเยี่ยมสกุลกู้ให้บ่อยขึ้นเช่นกันนางเองจึงไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดชุยจาวอวิ๋นถึงได้มีความคิดเช่นนี้จี้หานอีกล่าว “ชีวิตเช่นนั้นนับว่าอิสระก็จริง แต่ก็มีคำกล่าวที่ว่าหากไม่ก้าวลงจากโถงเรือน ยามนั่งมองอย่างน้อยก็มีลำธารกับหุบเขาให้ชมดู”“เหตุผลที่ผู้คนพากันชื่นชมและสะสมภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาสายน้ำ ก็เพราะยากจะตัดใจละทิ้งความผูกพันใด ๆ ในโลกีย์วิสัย จึงทำได้เพียงฝากฝังจิตวิญญาณไว้ในภาพทิวทัศน์เหล่านั้น”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status